แสงจันทร์นวลตาอาบไล้ไปทั่วจวนท่านอ๋องที่เงียบสงัด หลินเยว่นั่งอยู่ที่โต๊ะไม้ในห้องนอนของเธอ เบื้องหน้ามีขวดแก้วขนาดเล็กหลายใบที่บรรจุของเหลวสีสันแปลกตาและผงสมุนไพรที่เธอแอบรวบรวมมาตลอดหลายวันที่ผ่านมา
“ในโลกนี้ พลังคืออำนาจ แต่เงินคือรากฐานของทุกสิ่ง”
หลินเยว่พึมพำพลางใช้ไม้พายจิ๋วคนส่วนผสมในถ้วยกระเบื้องอย่างระมัดระวัง
เธอใช้ความรู้ทางเคมีและการแพทย์จากโลกศตวรรษที่ 21 ผสมผสานกับสมุนไพรที่มีพลังปราณในโลกนี้ เพื่อสร้าง ‘ยาสมานแผลทิพย์’ ที่สามารถสมานแผลสดได้ทันทีภายในเวลาไม่กี่อึดใจ และ ‘น้ำหอมสกัดบริสุทธิ์’ ที่มีกลิ่นหอมเย้ายวนและติดทนนาน ซึ่งเป็สิ่งที่สตรีสูงศักดิ์ในแคว้นต้าหลงโหยหา
*“มนุษย์...เ้ากำลังทำอะไรน่ะ? กลิ่นมันหอมประหลาดนัก”*
เสี่ยวหลงที่นอนขดตัวอยู่บนกองผ้าไหมถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ข้ากำลังสร้าง ‘ทองคำเหลว’ น่ะเสี่ยวหลง”
หลินเยว่ยิ้มอย่างมีเล่ห์เหลี่ยม
“คืนนี้เราจะไปตลาดมืดกัน ข้า้าเงินทุนเพื่อสร้างฐานอำนาจของตัวเอง”
หลินเยว่จัดการเปลี่ยนชุดเป็ชุดบุรุษสีดำรัดกุม รวบผมขึ้นสูงและใช้ผ้าคลุมหน้าปิดบังใบหน้าครึ่งล่าง เธอใช้ทักษะการพรางตัวที่เคยเรียนมาบวกกับพลังปราณที่ก้าวหน้าขึ้น ทำให้เธอดูเหมือนจอมยุทธ์หนุ่มผู้ลึกลับ
เธอแอบลอบออกจากจวนท่านอ๋องผ่านทางลับที่เสี่ยวหลงค้นพบ มุ่งหน้าสู่ย่านการค้าที่วุ่นวายที่สุดในเมืองหลวง ก่อนจะเลี้ยวเข้าสู่ตรอกแคบๆ ที่นำไปสู่ประตูทางเข้า ‘ตลาดมืดพญาั’
ตลาดมืดแห่งนี้ตั้งอยู่ใต้ดิน บรรยากาศเต็มไปด้วยความสลัวของโคมไฟสีแดงและกลิ่นอายของอันตราย ผู้คนที่นี่ส่วนใหญ่สวมหน้ากากหรือผ้าคลุมหน้าเพื่อปกปิดตัวตน มีการซื้อขายทุกอย่างั้แ่สมุนไพรหายาก อาวุธสังหาร ไปจนถึงข้อมูลลับทางการเมือง
หลินเยว่เดินตรงไปยัง ‘โรงประมูลเมฆาแดง’ ซึ่งเป็สถานที่ที่ใหญ่ที่สุดในตลาดมืด เธอขอพบผู้ดูแลและแสดงตัวอย่างใจเย็น
“ข้ามีของล้ำค่า้าจะนำเข้าประมูล”
หลินเยว่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดัดให้ทุ้มต่ำลง
ผู้ดูแลโรงประมูล ชายวัยกลางคนท่าทางเ้าเล่ห์มองเธอด้วยสายตาดูแคลนในตอนแรก
“ที่นี่รับเฉพาะของที่ล้ำค่าจริงๆ เท่านั้นนะเ้าหนุ่ม หากเ้าเอาของกระจอกมาเสียเวลา ข้าจะไม่รับรองความปลอดภัยของเ้า”
หลินเยว่ไม่พูดอะไร เธอเพียงแค่เปิดขวดน้ำหอมสกัดบริสุทธิ์ออกเพียงเล็กน้อย กลิ่นหอมที่ลึกล้ำและซับซ้อนพลันกระจายไปทั่วห้อง ทำให้ผู้ดูแลถึงกับชะงักและสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
“นี่มัน...กลิ่นหอมอะไรกัน? ข้าไม่เคยได้กลิ่นที่วิเศษเช่นนี้มาก่อน!”
จากนั้นหลินเยว่ก็หยิบมีดสั้นออกมา กรีดลงบนแขนของตัวเองจนเืไหลซิบ ก่อนจะหยดยาสมานแผลทิพย์ลงไปเพียงหยดเดียว ทันใดนั้น แผลที่เคยเปิดกว้างกลับสมานตัวเข้าหากันและหายสนิททิ้งไว้เพียงรอยจางๆ ภายในเวลาไม่ถึงสิบวินาที
ผู้ดูแลเบิ่งตากว้างจนแทบถลน
“ปาฏิหาริย์! นี่มันยาเทวดาชัดๆ! เ้าหนุ่ม...เ้าเป็ใครกันแน่?”
“ข้าเป็ใครไม่สำคัญ สำคัญที่ว่าของเหล่านี้จะทำเงินให้โรงประมูลของท่านได้เท่าไหร่”
หลินเยว่กล่าวอย่างเ็า
การประมูลเริ่มต้นขึ้นในเวลาต่อมา สินค้าของหลินเยว่ถูกนำขึ้นเวทีเป็รายการพิเศษ กลิ่นหอมของน้ำหอมสกัดทำให้เหล่าฮูหยินและคุณหนูจากตระกูลใหญ่ที่แอบมาตลาดมืดถึงกับคลั่งไคล้ ราคาพุ่งสูงขึ้นจากร้อยตำลึงทองเป็พันตำลึงทองภายในเวลาไม่กี่นาที
แต่สิ่งที่สร้างความฮือฮาที่สุดคือยาสมานแผลทิพย์ เหล่าจอมยุทธ์และหัวหน้าสำนักต่างแย่งชิงกันอย่างดุเดือด เพราะในโลกบำเพ็ญเพียร ยาที่สามารถรักษาแผลได้ทันทีเช่นนี้หมายถึงโอกาสรอดชีวิตในสนามรบ
“ห้าพันตำลึงทอง!”
เสียงหนึ่งดังขึ้นจากห้องรับรองพิเศษชั้นบน
“แปดพันตำลึงทอง!”
อีกเสียงหนึ่งข่มกลับ
สุดท้าย ยาสมานแผลขวดเล็กๆ ของหลินเยว่ถูกประมูลไปในราคาสูงถึงหนึ่งหมื่นตำลึงทอง!
หลินเยว่นั่งรอรับเงินอยู่ในห้องรับรองส่วนตัว เธอรู้สึกพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้ ทว่าในขณะที่เธอกำลังจะลุกออกจากห้อง ประตูก็ถูกเปิดออกโดยชายหนุ่มในชุดหรูหราผู้หนึ่ง ใบหน้าของเขาหล่อเหลาแต่แฝงไปด้วยความเ้าเล่ห์
“ยินดีด้วยนะเ้าหนุ่ม ของของเ้าสร้างความตื่นตาตื่นใจให้ข้ามากจริงๆ”
ชายผู้นั้นกล่าวพลางเดินเข้ามานั่งฝั่งตรงข้ามกับเธอ
หลินเยว่ขมวดคิ้วภายใต้ผ้าคลุมหน้า
“ท่านคือใคร?”
“ข้าคือ ‘หลี่เหยียน’ องค์ชายรองแห่งแคว้นต้าหลง”
เขาแนะนำตัวพร้อมรอยยิ้มที่ดูเหมือนสุภาพบุรุษ
“ข้าสนใจในตัวเ้า...และยาของเ้ามาก หากเ้าตกลงจะทำงานให้ข้า ข้าสัญญาว่าเ้าจะมีทั้งเงินทองและอำนาจที่เ้า้า”
หลินเยว่ััได้ถึงความไม่ชอบมาพากลจากบุรุษผู้นี้ เขาดูเหมือนคนที่พร้อมจะหักหลังทุกคนเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง
“ขอบคุณในความหวังดีขององค์ชายรอง แต่ข้าชอบทำงานอิสระมากกว่า”
หลี่เหยียนหรี่ตาลงเล็กน้อย
“น่าเสียดายนัก...คนเก่งๆ อย่างเ้า หากไม่เป็มิตร ก็อาจจะเป็ภัยที่น่ากลัวในอนาคต”
บรรยากาศในห้องพลันตึงเครียดขึ้นทันที หลินเยว่เตรียมพร้อมที่จะใช้พลังปราณหลบหนี ทว่าก่อนที่หลี่เหยียนจะทำอะไร เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นที่หน้าห้อง
“องค์ชายรอง...ดูเหมือนท่านจะลืมไปว่าที่นี่คือเขตอำนาจของข้า”
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้น
เย่จิ่นหลีเดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทางคุกคาม สายตาของเขาจ้องมองหลี่เหยียนด้วยความเ็า ก่อนจะเหลือบมองหลินเยว่ที่อยู่ในชุดบุรุษ
หลี่เหยียนหัวเราะเบาๆ
“อ้อ...ท่านพี่สาม ท่านเองก็สนใจของเล่นชิ้นนี้ด้วยหรือ?”
“เขาไม่ใช่ของเล่น และเขาอยู่ภายใต้การคุ้มครองของข้า”
เย่จิ่นหลีกล่าวด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
“เชิญองค์ชายรองกลับไปได้แล้ว ก่อนที่ข้าจะหมดความอดทน”
หลี่เหยียนยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ
“ก็ได้...เห็นแก่หน้าท่านพี่สาม ข้าจะยอมถอยให้ก่อน แต่จำไว้เถอะเ้าหนุ่ม เราจะได้พบกันอีกแน่นอน”
หลังจากหลี่เหยียนเดินจากไป เย่จิ่นหลีก็หันมามองหลินเยว่ที่ยังคงนิ่งเงียบ เขาเดินเข้าไปใกล้เธอและกระชากผ้าคลุมหน้าของเธอออกอย่างแรง
“เ้าคิดว่าการปลอมตัวกระจอกๆ แบบนี้จะตบตาข้าได้งั้นหรือ? ซูหลินเยว่!”
เย่จิ่นหลีตวาดด้วยความโกรธ
หลินเยว่เชิดหน้าขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว
“ข้าไม่ได้ตั้งใจจะตบตาท่าน ข้าแค่้าหาเงินเพื่อเลี้ยงตัวเอง ท่านอ๋องไม่ได้ให้เบี้ยเลี้ยงข้าเลยสักนิดไม่ใช่หรือ?”
เย่จิ่นหลีชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะบีบข้อมือของเธอแน่น
“เ้ากล้าดียังไงมาที่ตลาดมืดเพียงลำพัง! เ้ารู้ไหมว่าที่นี่อันตรายแค่ไหน? หากหลี่เหยียนรู้ว่าเ้าคือใคร มันจะใช้เ้าเป็เครื่องมือเล่นงานข้า!”
“ข้าดูแลตัวเองได้!”
หลินเยว่สะบัดมือออก
“และข้าก็ไม่ได้มาเพียงลำพัง ข้ามีเสี่ยวหลง”
เสี่ยวหลงโผล่หัวออกมาจากคอเสื้อของหลินเยว่และขู่ฟ่อใส่เย่จิ่นหลี
เย่จิ่นหลีถอนหายใจอย่างหงุดหงิด
“เ้ามันตัวแสบจริงๆ...ตามข้ากลับจวนเดี๋ยวนี้! และห้ามเ้ามาที่นี่อีกโดยไม่มีข้าอนุญาต!”
“ข้าจะมาหรือไม่มา มันก็เื่ของข้า!”
หลินเยว่เถียงกลับ
เย่จิ่นหลีไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาอุ้มหลินเยว่ขึ้นพาดบ่าและเดินออกจากโรงประมูลท่ามกลางสายตาตกตะลึงของผู้คน
“ปล่อยนะ! นังอ๋องบ้า! ปล่อยข้าลงเดี๋ยวนี้!”
หลินเยว่ทุบหลังเขาอย่างแรง แต่เย่จิ่นหลีกลับไม่สะทกสะท้าน
ในขณะที่พวกเขากำลังมุ่งหน้ากลับจวน หลินเยว่สังเกตเห็นเงาร่างหนึ่งที่คอยตามพวกเขามาอย่างเงียบเชียบจากบนหลังคา แววตาของเงานั้นเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น...มันคือซูเม่ยเอ๋
อร์ที่แอบตามมาและได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด
“ข้าจะทำให้เ้าไม่มีที่ยืนในเมืองหลวงนี้เลย...ซูหลินเยว่!”
ซูเม่ยเอ๋อร์พึมพำกับตัวเองด้วยความริษยา