ศิษย์พี่ห้านำกล่อง รางวัลมาให้เทียน เทียนเปิดแล้วหยิบออกมา ดู
“ หยกนิลกาฬ ใช้ขับพิษและสิ่งชั่วร้ายออกจากร่างกาย อืม ของดีนี่” เทียนนึกในใจ
ทุกคนที่อยู่ในแดนมายา ตอนนี้ได้ทยอย ออกมาทางออกทั้งหมดแล้ว โดยมีผู้คนด้านนอกต่างมีความรู้สึกที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะ เซอร์คาร์ลอส กำลังรอให้เทียนออกมาด้วยความแค้นจัด และจะทวงเอาดาบ เทียมานเดอร์ของตัวเองด้วย
โดยมีชายที่ถือแส้ม้ายืนรอด้วยความแค้นเช่นกัน
ยังมีองค์ชาย ตงฟางอีกคนที่ยังคงรอเทียนเพื่อจะเอาดาบตัวเองคืนให้ได้
ส่วนองค์ชาย โจวซี ก็พยายามมองหาเทียนเพื่อหาทางที่จะแก้แค้นเทียนให้ได้
องค์ชาย หนานเป่ย ก็อยากจะเชิญเทียนไปที่เมืองของเขาเพื่อช่วยพ่อเขาทันที
ส่วนอาจารย์หมัดเทพสวรรค์ กับอาจารย์ดาบเทพเจ้า ต่างก็ยินดี เป็นอย่างยิ่ง
ผ่านมาร้อยปีแล้ว สุดท้ายแดนจตุรภัทร ก็ได้ลำดับที่ 1 ทั้งประเภททีม และ บุคคล ทั้งสองจับมือกัน น้ำตาไหล ในที่สุด ทีม 6 แห่งแดนจตุรภัทร ก็เดินออกมา โดยมีธิดาเทพ นำหน้า อาจารย์ทั้งสองรีบไปต้อนรับ ทันที
เซอร์คาร์ลอสเห็นเทียน ก็รีบเข้าไปหาทันที
“ เอาดาบเทียมานเดอร์ของข้าคืนมา” เซอร์คาร์ลอสกัดฟันพูด
“ ข้าต้องการดาบคืน “ องค์ชายตงฟางเดินเข้ามาเหมือนกัน
ทั้งหมดมองมาที่เทียนสลับกับไปมองที่เซอร์คาร์ลอส และ องค์ชายตงฟาง
“ ท่านน่าจะรู้ธรรมเนียมนะ" เทียนพูดกับองค์ชายตงฟาง
“ ได้" องค์ชายตงฟางโยนถุงทองให้เทียน แล้วเทียนก็โยนดาบบลูไทเนียมคืนให้ ทุกคนต่างมองตาค้างไม่รู้พวกเขาพูดอะไรกัน ได้ดาบเสร็จ องค์ชายตงฟางก็รีบออกไปทันที เซอร์คาร์ลอสมองอย่างงงๆ
“ นี่เจ้าก็เอาดาบขององค์ชายตงฟางมาด้วยหรือ" เซอร์คาลอสถามเทียน
“ ถ้าท่านอยากได้ดาบคืน ท่านต้องรรีบไปหาองค์ชายตงฟาง เพราะดาบอยู่กับเขาแล้ว “ เทียนพูดน้ำเสียงราบเรียบ
“ ถูกต้อง ข้าเป็นพยานได้” องค์ชายหนานเป่ย ช่วยยืนยันให้
“ ใช่ ข้าก็เป็นพยานให้ได้ มันถูกประมูลไป 20 ล้านเหรียญทอง” องค์ชายโจวซีพูดมาไม่รู้ว่าหวังดีหรือหวังร้ายกันแน่
เซอร์คาร์ลอสโกรธจนตัวสั่น นี่มันเอาดาบเทียมานเดอร์ ไปประมูล แค่เงิน 20 ล้านเหรียญทองเองเหรอ เซอร์คาลอสรีบตามไปหาองค์ชาย ตงฟางทันที
เพราะการทวงดาบสำคัญที่สุด การแก้แค้นค่อยไว้ทีหลัง
“ คุณชายเทียน นี่เป็นหยกเคลื่อนย้าย หากว่าท่านจะไปแดนเทพ ท่านใช้หยกนี่
ไปถึงแล้วท่านแสดงป้ายที่ข้าให้ไว้พวกเขาจะพาท่านไปหาข้าทันที” องค์ชาย
หนานเป่ยบอก แล้วขอตัวจากไป
“ หากเจ้าไปแดนเทพเมื่อไร เราคงได้เจอกันอีกแน่ “ องค์ชายโจวซีมองหน้าเทียนแล้วเดินจากไป
เทียนได้แต่มองพวกเขาจากไป แล้วส่ายหัว แล้วหันไปคำนับอาจารย์เจ้าสำนักทั้งสอง
“ ดีมาก พวกเจ้าทำดีมาก โดยเฉพาะเจ้า อาเทียน พวกเจ้าทำให้พวกเราดินแดน จตุรภัทร มีความสุข กลับไปคราวนี้คงได้ฉลองกันทั้งเมือง “ อาจารย์เจ้าสำนักหมัดเทพสวรรค์กล่าว
“ เสร็จจากที่นี่แล้ว อาเทียนเจ้าต้องไปเรียนที่สำนักดาบเทพเจ้าต่อเลยนะ “ อาจารย์สำนักดาบเทพเจ้ากล่าวด้วยความยินดีอยากจะให้เทียนเข้าสำนักเร็วๆ
เทียนได้แต่คำนับอย่างเดียว จากนั้นอาจารย์ก็พาพวกเขาไปรับรางวัล เสร็จแล้วทุกคนก็เดินทางกลับไปบ้าน ดินแดนจตุรภัทร
เทียนกลับมาถึงสำนักเทพโอสถ ก็เข้าพบอาจารย์เจ้าสำนักทันที
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ในที่สุดเจ้าก็ไม่ทำให้ข้าผิดหวัง แต่ว่าเจ้าก็สร้างความเคียดแค้นให้กับผู้คนหลายคนเช่นกัน ต่อไปเจ้าไปแดนเทพ เจ้าต้องระมัดระวังตัวด้วยเพราะคนพวกนั้น ไม่ยอมปล่อยเจ้าแน่” อาจารย์เจ้าสำนักกล่าวด้วยความห่วง
“ อาจารย์ข้าได้รับปากกับ องค์ชายหนานเป่ย ว่าจะเอามุกวิญญาน ไปรักษาพ่อของเขาที่แดนเทพ ข้าจะขออนุญาติ อาจารย์ไปจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย” เทียนขออนุญาติท่านอาจารย์เจ้าสำนัก
“ อืม ท่านราชันทักษิน ป่วย ข้าก็ได้ยินมาเหมือนกัน แต่รายละเอียดข้าไม่รู้ว่าท่านป่วยเป็นอะไร ถ้าต้องใช้มุกวิญญานช่วย แสดงว่าต้องเกี่ยวข้องกับวิญญานร้าย เจ้าต้องระวังตัวด้วย เพราะปกติวิญญานร้ายนั้น ไม่สามารถที่จะทำร้ายผู้คนได้
ยกเว้นจะถูก ควบคุมโดยผู้ที่อำนาจเหนือกว่าเท่านั้น “ อาจารย์เจ้าสำนักเริ่มที่จะเป็นห่วงเทียน
“ ศิษย์จะระวังตัว " เทียนกล่าวไปก็คิดไปว่า แค่ไปรักษาคนเท่านั้น ไม่น่าจะมีอะไร
“ หากเจ้ามีปัญหาอะไรก็ตาม ที่เมืองทักษิน เจ้าสามารถไปหาอาจารย์อาของเจ้าได้ ที่นั่นก็มีสาขาของสำนักเทพโอสถอยู่เช่นกัน เจ้าแค่เอาป้ายประจำตัวให้พวกเขาดู เขาจะรู้เองว่าเจ้าเป็นใคร “ อาจารย์เจ้าสำนักกล่าว
เสร็จแล้ว เทียนได้กล่าวลาอาจารย์เพื่อเตรียมตัวเดินทางไปแดนเทพต่อไป
ขณะที่เทียนกำลังจะกลับที่พัก ก็เห็นศิษย์พี่ กาย ศิษย์พี่ จิ่วตี้ และศิษย์พี่ห้ารออยู่หน้าที่พัก
“ ข้ามาส่งเจ้า แล้วเอาหยกช่วยชีวิตที่ได้มาจากแดนมายา มาให้เจ้าด้วย หากว่าเจ้าเกิดเป็นอะไรไป หยกช่วยชีวิต จะนำเจ้ากลับยังที่แห่งนี้ ทันที “ ศิษย์พี่กายกล่าว
“ หยกนั่นใช้ได้เฉพาะแดนมายาเท่านั้นไม่ใช่หรือ” เทียนสงสัย
“ ปกติก็ใช่ แต่ข้าสามารถแก้ไข และปรับปรุงให้ใช้งานข้างนอกได้ด้วย” ศิษย์พี่กายยืดอกยิ้ม อย่างภาคภูมิใจ ในฝีมือของตนเอง
“ ถ้าอย่างนั้นท่านก็เอาของข้าไปดัดแปลงด้วยเลยซิ " เทียนหยิบหยกช่วยชีวิตให้ศิษย์พี่กาย
“ เมื่อคืน ข้านั่งเขียนยันต์ระเบิด ได้ 500 แผ่น ข้านำมาให้เจ้าไว้ติดตัว เพราะข้ารู้ว่าเจ้าคงไม่มีเวลามานั่งเขียนแน่ “ ศิษย์พี่จิ่วตี้ยืนยันต์ 500 แผ่นให้เทียน
“ นี่คือยาเพิ่มพลังปราณ และ ยารักษาอาการบาดเจ็บ เจ้านำติดตัวไว้ เผื่อจำเป็นอาจต้องใช้ " ศิษย์พี่ห้ายื่นยาเม็ด ให้ 2 ขวด
“ ขอบคุณศิษย์พี่ “ เทียนรู้สึกได้ถึงความห่วงใยของศิษย์พี่ทั้ง 3 คนได้เป็นอย่างดี จากนั้นพวกเขาก็กลับไป เทียนจึงหยิบหยกเคลื่อนย้ายที่ องค์ชายหนานเป่ยให้มาแล้วใส่พลังเข้าไป ฟิ้ว
พอออกจากค่ายกลเคลื่อนย้าย ก็เดินไปที่ประตู เพื่อขอผ่านด่านเข้าเมือง เทียนหยิบ ป้ายขององค์ชายหนานเป่ย เทียนให้ทหารที่ด่านทางเข้า ก็มีคนออกมาต้อนรับเทียน แล้วเชิญเทียนเข้าเมือง โดยไม่ต้องรอตรวจใดๆ
“ คุณชายเทียน ข้าน้อย ซาสี่ เป็นองค์รักษ์ขององค์ชายหนานเป่ย มารับคุณชายเทียนเข้าวัง ท่านจะหาอะไรกินก่อน หรือ จะเข้าวังเลยขอรับ" องค์รักษ์ซาสี่ถามเทียน
“ ข้าเพิ่งมาแดนเทพครั้งแรก ขอให้องค์รักษ์พาข้าไปลองชิมอาหารแดนเทพก่อนดีกว่า “ เทียนอยากลองดูว่าแดนเทพเขากินอะไรกัน
“ ได้เลยขอรับ มีร้านอาหารขึ้นชื่อ อยู่ไม่ไกลจากที่นี่ เชิญคุณชายเทียน " องค์รักษ์ซาสี่ พาเทียนขึ้นรถม้าไปยังร้านอาหารที่กล่าวไว้ทันที
อาหารที่สั่งมาสี่ห้าอย่างนี้ก็คล้ายกับเมืองมนุษย์ แต่เหล้าที่ดื่มนี่ กับมีกลิ่นหอม
รสชาติไม่ธรรดา ยิ่งดื่ม แล้วยิ่งติดใจ บรรยายไม่ถูก
“ ท่านองค์รักษ์ซาสี่ สุราชนิดนี้เรียกว่าอะไร ข้ารู้สึกชอบมาก " เทียนกล่าว
“ สุรานี้เรียกว่าสุราทิพย์ ผู้ที่ได้ดื่ม จะทำให้เลือดลมสูบฉีดแรงขึ้น บำรุงร่างกายเจริญอาหาร สุราทิพย์นี้ ทำมาจากน้ำจากบ่อสวรรค์ เอามาผสมกับรากไม้สวรรค์ ข้าวสวรรค์ และเครื่องเทศ เอามากลั่นแล้ว หมักในถังไม้โอ๊ค พันปี ทิ้งไว้ 3 ปี ก็กลายเป็นสุราทิพย์ ที่ท่านได้ดื่มนี่แหละ" องค์รักษ์ซาสี่อธิบาย
“ ท่านซาสี่ข้าอยากได้ไปฝากเพื่อน ท่านช่วยสั่งให้ข้า 10 โหล " แล้วเทียนก็หยิบเหรียญทอง ถุงหนึ่งให้องค์รักษ์ซาสี่ทันที
“ ได้ข้าจะจัดการให้ แต่เหรียญทองพวกนี้คุณชายไม่ต้องขอรับ องค์ชายสั่งไว้แล้วถ้าท่านต้องการสิ่งใดก็ แค่บอกมาก็พอ “ องค์รักษ์ซาสี่คืนถุงทองคืน
พอได้สุราทิพย์ครบเรียบร้อย เทียนก็เก็บใส่หยกมิติ เสร็จแล้วองค์รักษ์ซาสี่ก็พาเทียนเข้าวังทันที บริเวณวังที่สร้างขึ้นนั้นกว้างใหญ่ สิ่งปลูกสร้างทำมาจากอิฐ ผสมโลหะ
ดูแล้วแข็งแกร่ง ดูมีมนต์เสน่ห์ อย่างประหลาด ในรอบวังหลวงล้วนมีทหารองค์รักษ์ ยืนเฝ้าโดยรอบ มีท่าทีเข้มแข็ง ยืนหลังตรง ไม่มีวอกแวกทุกคน
เทียนได้มารอที่ห้องโถงตำหนักขององค์ชาย หนานเป่ย มองไปรอบๆ ช่างมีการตกแต่งแนว ธรรมชาติ มีรูปภาพภูเขาขนาดใหญ่อยู่ผนังห้อง รอบๆ มีต้นไม้จริงประดับอยู่โดยรอบ โต๊ะเก้าอี้ ล้วนฝังมุก เคลือบเงา ขลิบทองคำแท้ โดยรอบ
ช่างมีรสนิยมเสียจริงๆ
“ คุณชายเทียน มาแล้ว " เสียงองค์ชายลอยมาแต่ไกล
“ องค์ชายหนานเป่ย" เทียนทักทาย
“ ข้ากำลังคุยกับหมอหลวงอยู่เรื่องอาการเสด็จพ่อ คุณชายเทียนก็มาพอดีเลย
เชิญท่านไปที่ห้องเสด็จพ่อด้วยกันเลย” องค์ชายหนานเป่ยเชิญ
“ ได้ข้าอยากรู้ว่าโรคประหลาดนั้นเป็นอย่างไรกันแน่ “ เทียนอยากรู้
พอถึงห้องของราชันทักษิน เทียนเห็นท่านราชันทักษินนอนหลับอยู่บนเตียง สีหน้าปกติ ถึงจะดูซีดเซียวไปบ้าง แต่มองยังไงก็เหมือนคนหลับคนหนึ่งเท่านั้น
ข้างในห้อง มีชายสูงอายุ อยู่ 3 คนกำลังพูดคุยกันเบาๆ มีหญิงวัย กลางคนแต่ยังดูเยาว์วัย และเด็กสาวคนหนึ่ง นั่งอยู่ข้างเตียงคอยจับมือราชันทักษินเอาไว้
องค์ชายหนานเป่ยกับเทียนเดินเข้ามา ทุกคนก็จ้องมาที่เทียนเป็นจุดเดียวกัน
“ คุณชายเทียนนี่คือ เสด็จแม่ ของข้า และน้องสาวข้า หนานกงลี่ และท่านหมอหลวงทั้ง 3 คน” องค์ชายหนานเป่ยแนะนำบุคคลทั้งหมดคราวเดียวกัน
เทียนรีบคำนับทุกคน
“ นี่คือคุณชายเทียนผู้ที่เป็นเจ้าของมุกวิญญานที่จะมาช่วยเสด็จพ่อ” องค์ชาย
แนะนำเทียน
“ ข้าอยากรู้อาการของท่านราชันทักษิน “เทียนถามองค์ชายหนานเป่ย
“ เมื่อ สามเดือนก่อนเสด็จพ่อกลับมาจากวังหลวง พระองค์ยังมีอาการปกติแต่พอตกกลางคืน พระองค์ก็เริ่มมีอาการแปลกๆ พระองค์ส่งเสียงร้องด้วยควาเจ็บปวด แล้วทำท่าทางว่าจะต่อสู้ แต่แล้วก็ตัวลอย กระเด็นไปมา จนเสด็จพ่อตื่นขึ้น ก็มีอาการปกติ
แต่เสด็จพ่อบอกว่า พระองค์ฝันว่าเจอปีศาจตนหนึ่ง มันทำร้ายเสด็จพ่อ แต่เสด็จพ่อสู้มันไม่ได้เลย เหมือนกับว่าที่แห่งนั้น ปีศาจมันเป็นเจ้าของมิติ มันจะทำอย่างไรก็ได้ หลังจากนั้น พระองค์ก็จะมีอาการแบบนี้ แทบทุกคืน ในยามหลับ จนเสด็จพ่อไม่ยอมนอนหลับ เพราะถ้านอนหลับเมื่อไร จะต้องเจอกับปีศาจร้ายตนนี้แน่
เสด็จพ่อพยามหาหมอที่มีความรู้ที่จะขจัดเจ้าปีศาจตัวนี้อยู่หลายเดือน ก็ทราบว่า
มีไข่มุกชนิดหนึ่งเรียกว่า ไข่มุกวิญญาน สามารถกำจัดปีศาจตนนี้ได้
เสด็จพ่อจึงส่งคนไปตามหา แต่ก็หาไม่เจอ จนข้าพบว่า มันมาเป็นของรางวัลที่งานแข่งขัน 5 สถาบัน ข้าจึงได้ขอเชิญท่านมาที่นี่แหละ
แต่ว่าไม่ทันเสียแล้วเพราะว่าเสด็จพ่อได้เผลอหลับไปเมื่อ 3 วันก่อนป่านนี้ยังไม่ฟื้นเลย..." องค์ชายหนานเป่ยกล่าว
“หรือว่าจะเป็นปีศาจแห่งรัตติกาล” เทียนเอ่ยเบาเบา