หลังจากที่เฟลิเซีย แม่บ้านเมอริสได้กลับมายังคฤหาสน์เรียบร้อยแล้วเหล่าแม่บ้านคนอื่นๆต่างรีบมารับตัวคุณหนูและแม่บ้านที่ได้รับาเ็ไปต่างวิตกกังวลแตกตื่นเนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้ได้ถูกลือไปทั่วเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
‘‘คุณหนู ไม่เป็อะไรใช่มั้ยคะ?’’ แม่บ้านคนที่1ถามด้วยความลน
‘‘โอ ไม่นะ ชุดของคุณหนูมีรอยเืสกปรกแล้วนะคะขึ้นไปอาบน้ำ เปลี่ยนชุดดีกว่านะคะ’’ แม่บ้านคนที่ 2 กล่าวด้วยความวิตกกังวล
‘‘ว่าแต่คนนั้นเป็ใครหรอคะ?’’ แม่บ้านอีกคนนึงถาม สายตามองไปที่เมอริสที่กำลังปีนออกจากท้ายรถ
หลังจากที่เมอริสออกจากท้ายรถเขาเลือกที่จะอยู่นิ่ง เขายืนห่างจากประตูบ้านประมาณ 5เมตรเขามองคุณหนูและแม่บ้านคนที่าเ็อยู่ เขาอยากเข้าไปช่วยปฐมพยาบาลแต่เนื่องจากที่ลักษณะภายนอกของเขาดูสกปรกและโทรมรวมถึงมีกลิ่นเืที่แรงมากเกาะตามเสื้อผ้าและเลือนร่างของเขาทำให้แม่บ้านเ่าั้ต่างมองเขาด้วยสายตาอันเหยียดหยามรวมถึงจะไม่อนุญาตให้คนแบบนี้ย่างกายเข้ามาในคฤหาสน์แบบนี้ได้เลยแม้แต่นิดเดียว
‘‘คุณหนูคะ คุณหนูพาใครมาที่นี่หรอคะคนๆนี้มันดูแล้วน่ากลัวเกินไปนะคะ’’ แม่บ้านถามด้วยความระแวงไม่ไว้ใจ
‘‘เดี๋ยวหนูค่อยเล่าให้ฟังนะ’’ เฟลิเซียตอบ
จากนั้นเฟลิเซียจึงไปอาบน้ำแต่งตัวเปลี่ยนชุดใหม่ส่วนแม่บ้านคนที่าเ็อยู่นั้นได้รับการปฐมพยาบาลช่วยเหลือและนอนพักผ่อนเรียบร้อยแล้ว เฟลิเซียได้ใช้เวลาทำการเล่าเื่ทุกอย่างให้เหล่าแม่บ้านทั้งหมดฟัง และในระหว่างนั้นเองเมอริสได้ทำการหาทางเข้าคฤหาสน์ทางประตูหลังซึ่งเป็ประตูที่เปิดอยู่แล้วมีทางผ่านเป็ห้องเก็บของ ห้องเก็บอุปกรณ์งานทำสวนและมีประตูบานอื่นที่เชื่อมไปยังห้องอื่นๆในตัวคฤหาสน์ชั้นล่างจากนั้นเขาจึงได้ลงไปยังชั้นใต้ดินเพื่อที่จะหนีสายตาจากเหล่าแม่บ้านเขาเกรงว่าหากแม่บ้านคนใดคนนึงเข้ามาเห็นล่ะก็ เขาจะต้องถูกไล่ออกไปแน่ๆ
‘‘เอ๊ะ ห้องนี้มัน ห้องพักคนงานหรอกหรอ?’’ เมอริสเห็นประตูห้องๆหนึ่งเปิดแง้มอยู่
เขาลองเข้าไปสำรวจห้องๆนั้นภายในห้องนั้นมีขนาดค่อนข้างแคบมากๆเหมือนกล่องสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีกลิ่นอับ ห้องสกปรกเหมือนไมได้ทำความสะอาดมานานมากแล้วมีเศษฝุ่นติดตามเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ พื้น และฝาผนัง ในห้องมีเพียงแค่โต๊ะเขียนหนังสือขนาดเล็ก ตู้เสื้อผ้าไม้ และเตียงนอน 3.5ฟุตเขาได้ทำการเปิดตู้เสื้อผ้าเผื่อว่าอาจจะเจอเสื้อผ้าที่ไม่ใช้แล้วพอที่จะนำมาใส่ได้เพราะสภาพเสื้อผ้าที่เขาสวมใส่อยู่ปัจจุบันนี้มีรอยขาดแปดเปื้อนเต็มไปด้วยคราบเืและสกปรกเอามากๆเขาได้เจอกับเสื้อสูทตัวหนึ่งที่แขวนอยู่ในตู้เป็เสื้อสูทสีดำที่มีหางยาวด้านหลัง มีเนคไท เสื้อเชิ้ตสีขาว เข็มขัดและรองเท้าหนังเก่า
‘‘อืมมม ฉันคิดว่าเปลี่ยนเป็ชุดนี้ก็ดูไม่เลวอย่างน้อยก็อาจจะทำให้ฉันไปเจอคุณหนูเฟลิเซียและเหล่าแม่บ้านได้’’ เมอริสกล่าวในใจ ‘‘ฉันคิดว่าฉันควรหาที่อาบน้ำด้วยล่ะมันน่าจะอยู่บริเวณนี้แหละ’’
ห้องอาบน้ำอยู่ข้างๆห้องพักคนงานนี้เองเป็ห้องอาบน้ำขนาดเล็ก มีเพียงแค่ส้วม อ่างล้างหน้า และฝักบัวขนาดเล็กถึงจะมีเพียงเท่านี้แต่ก็เพียงพอต่อเมอริสที่จะใช้งานได้เขาได้ทำการอาบน้ำสระผมชำระสิ่งสกปรกออกไปจากร่างกายหมดจด เขารู้สึกสดชื่นมากเขาจำไมได้เลยว่าครั้งสุดท้ายที่ได้อาบน้ำนี่คือเมื่อไหร่กันนะ น้ำอุ่นๆฟองสบู่ลอยไปมานี่มันดีต่อเขาในตอนนี้ซะจริงๆ
จากนั้นเขาได้กลับห้องมาแต่งตัวเขาได้เปิดประตูตู้เสื้อผ้าเพื่อที่จะใช้กระจกบานเล็กๆที่ติดอยู่กับประตูตู้ในการเช็คความเรียบร้อยของตัวเอง
‘’อืม… ก็ไม่แย่’’ เขาพูดกับตัวเองในกระจกและยิ้มอ่อน
ในขณะที่เขากำลังเช็คความเรียบร้อยอยู่นั้นมือข้างซ้ายของเขาได้ัักับวัตถุสิ่งหนึ่งตรงหน้าอกด้านขวาของเขาวัตถุนั้นมีขอบสีเงิน ลักษณะรูปทรงเหมือนโล่ มีสีนิล มีตรารูปไม้กางเขนตรงกลางมันคือ ‘เข็มกลัดประจำตระกูล’นั่นเอง
‘‘เป็ฉันแต่ก่อนคงขโมยมันและหนีออกไปเงียบๆแล้ว’’ เขาก้มมองไปที่เข็มกลัดอย่างจริงจัง แต่เนื่องจากว่าเขานึกถึงคุณหนูเฟลิเซียขึ้นมาเขาจึงเลือกไม่ทำเช่นนั้น
หลังจากนั้นเขาได้ปิดประตูตู้เสื้อผ้าหยิบอุปกรณ์ทำความสะอาดต่างๆในชั้นใต้ดินที่เขาอยู่ทำความสะอาดห้องๆนั้นอย่างรวดเร็ว
‘‘เอาเถอะ เสร็จเรียบร้อย ไปหาเฟลิเซียดีกว่า’’ เขาพูดพลาง เก็บของทุกอย่างเข้าที่พลางและปิดประตูห้องเดินไปชั้นบนไปยังห้องโถงกลางคฤหาสน์
ณ ห้องโถงกลางคฤหาสน์
ในขณะที่เมอริสเพิ่งเดินมาถึงห้องโถงนั้นเขาได้พบกับเฟลิเซียโดยบังเอิญซึ่งเธอเพิ่งเดินออกจากห้องหนังสือได้ไม่นานนี้เองเขายิ้มให้เธอ และพยายามทักทายเธอ
‘‘คุณหนู’’ เขาทักทายอย่างสุภาพ
‘‘เมอริส ช ชุดนี้.. มัน..’’ เฟลิเซียอุทานขึ้นครั้นที่เธอได้เห็นชุดที่เมอริสสวมใส่อยู่นั้นมันคือชุดอดีตหัวหน้าพ่อบ้านคนเก่านี่เอง เขาได้จากไปั้แ่ตอนที่เฟลิเซียมีอายุ 7 ขวบเขาเป็คนใส่ใจ ทำงานดี มีความรับผิดชอบสมกับตำแหน่งมากและเขาเป็คนที่เอ็นดูเฟลิเซียมากที่สุด
‘‘ค… คุณ พ่อ บ้าน …ฮืออ…ออออ’’ เธอสะอื้นร้องไห้ชุดนั้นทำให้เธอนึกถึงอดีตที่เธอได้ใช้ชีวิตกับเขาเป็อย่างมาก
‘‘คุณพ่อบ้าน น่ะ หรอครับ?’’ เมอริสถามด้วยความสงสัย
‘‘เขาคือบอดี้การ์ดส่วนตัวของฉันด้วยน่ะ’’ เฟลิเซียตอบ ‘‘เขาดูแลฉันทุกอย่าง สอนฉันและเป็บอดี้การ์ดส่วนตัวที่คอยคุ้มกันฉันตลอดเวลาน่ะ’’
‘‘เขาคงเป็คนสำคัญของคุณหนูมากสินะครับ’’ เมอริสถามด้วยความเห็นอกเห็นใจ
‘‘อือออ’’ เฟลิเซียตอบพลางเช็ดน้ำตาอาบแก้ม
จังหวะนั้นเอง เหล่าแม่บ้านได้เดินผ่านห้างโถงเห็นเฟลิเซียและเมอริสกำลังคุยกันอยู่ พวกหล่อนต่างก็ซุบซิบนินทารวมถึงมีความรู้สึกไม่พอใจที่ได้เห็นเมอริสสวมใส่ชุดหัวหน้าพ่อบ้านอันสูงส่งและอยากจะหาทางไล่เมอริสออกไปจากคฤหาสน์แห่งนี้ให้จงได้
พวกหล่อนไม่รีรอ จึงพร้อมหน้าพร้อมตา 3คนเดินตรงมายังเฟลิเซียและเมอริส
‘‘คุณควรจะออกจากคฤหาสน์หลังนี้!!’’ แม่บ้านคนที่1 ตะคอกขึ้นนำ
‘‘คนชั้นต่ำอย่างคุณไม่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับชุดอันสูงส่งแบบนี้เลยสักนิด!!’’ แม่บ้านคนที่2 แย้งตาม
‘‘ด เดี๋ยวก่อนสิทุกคน ใจเย็นกันก่อน’’ เฟลิเซียพยายามควบคุมสถานการณ์ไม่ให้บรรยากาศมันแย่ลงไปว่านี้
‘‘ไม่เป็ไรครับผมจะเป็คนพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นเองว่าคนอย่างผมทำทุกอย่างได้ ผมทำความสะอาด ทำอาหารทำงานสวนได้นะครับ’’ เมอริสก้มหน้าตอบ
‘‘เฮ่อะ น้ำหน้าอย่างเธอน่ะหรอ จะทำอะไรได้ที่นี่ไม่มีงานสบายๆเลยนะ’’ แม่บ้านคนที่ 3 กล่าวดูถูก
สีหน้าของเมอริสหลังจากที่ได้ยินคำพูดของแม่บ้านถึง3 คนนั้นเปลี่ยนไป จากครั้งแรกที่ยิ้มมุมปากให้กับเฟลิเซียรอยยิ้มของเขานั้นได้จางหายไป ถึงแม้ภายนอกดูเหมือนเขาจะไม่รู้สึกอะไรเลยก็ตามแต่ในใจเขานั้น เขารู้สึกเศร้าเหมือนว่าคำพูดแต่ละคนมันช่างแทงใจเหลือเกินเนื่องจากเขาเป็คนที่มีประวัติไม่ดีเลย ชีวิตดูมืดมนตกต่ำราวกับสีดำมาตลอด
‘‘ฉันว่า ฉันควรจะให้เขาลองทำดูก่อนนะ ดีมั้ยทุกคน?’’ เฟลิเซียลองให้โอกาสเขาเนื่องจากว่าเขาเป็คนช่วยชีวิตเธอจากตลาดในเช้าวันนี้นี่เองเธอคิดว่าหากเธอไล่เขาออกจากคฤหาสน์ไป มันอาจจะดูใจร้ายเกินไป ไม่ยุติธรรมสำหรับเขา
‘‘ก็ได้ค่ะคุณหนูงั้นวันพรุ่งนี้พวกเราจะไม่ทำอะไรเลยนะคะ’’ แม่บ้านคนที่ 3 กล่าว
‘‘วางใจได้ครับคุณหนู ผมจะไม่ทำให้คุณหนูผิดหวัง’’ เมอริสตอบรับคำท้า
‘‘งั้นพวกเราจะรอดูนะ!!’’ แม่บ้านกล่าวทิ้งท้ายก่อนที่พวกหล่อนจะเดินจากไป
‘‘วางใจได้ครับคุณหนู ผมไม่เป็อะไรหรอกนะ’’ เมอริสกลับมายิ้มอีกครั้ง
‘‘อื้อ ฝากด้วยนะ’’ เฟลิเซียตอบส่งท้ายให้กำลังใจ
ด้วยรอยยิ้มที่น่ารักของเฟลิเซียทำให้เมอริสจากที่มีอาการรู้สึกหดหู่ตกต่ำกลับมาเฉิดฉายได้อีกครั้งรอยยิ้มที่ทำให้เขารู้สึกมีความสุขแบบนี้ แต่จะอยู่กับเขาได้กี่นานเชียวนะ…
ตกดึก
หลังจากที่ทุกคนในคฤหาสน์ได้เข้านอนกันหมดแล้วเมอริสนอนก่ายหน้าผาก ตื่นเต้นกับชีวิตใหม่ ไม่เคยรู้สึกดีแบบนี้มาก่อน
‘‘คอยดูเถอะนะฉันจะเอาชนะคำสบประมาทของพวกหล่อนไปให้ได้’’ เขาพูดกับตัวเองก่อนที่จะหลับตาลง เขาไม่กดดันตัวเองแล้วเป็เพราะรอยยิ้มของคุณหนูเฟลิเซียทำให้เขาลืมอาการอันโศกเศร้าและอดีตอันแสนโหดร้ายไปเลยทันที
เขาได้ฝันถึงเื่ราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนี้รวมถึงไม่คิดว่าวันนี้เขาจะมีที่ซุกหัวนอน มีอาหารให้กิน มีเสื้อผ้าใหม่ถึงแม้จะในฐานะของ ‘พ่อบ้าน’ ก็เถอะนะ แต่ก็ดีกว่าเป็โจรไร้บ้านไปวันๆแบบแต่ก่อนก็แล้วกัน…
เช้าวันถัดมา
เมอริสตื่นเช้าตรู่ เขาอาบน้ำ แต่งตัวใส่ยูนิฟอร์มสูทหัวหน้าพ่อบ้าน เก็บที่นอนและเดินขึ้นจากชั้นใต้ดินไปยังห้องครัวเพื่อเตรียมอาหารเช้า เขาเปิดตู้เย็นหยิบผักและผลไม้ เบค่อน นมสด และอื่นๆ เปิดตู้เก็บขนมปังหยิบขนมปังนานานชนิดมาใช้ประกอบ
‘‘เอาล่ะอาหารเช้าวันนี้จะต้องทำให้คุณหนูประทับใจอย่างแน่นอน’’ เมอริสพูดกับตัวเองเหมือนฮึดมีพลัง
เขาบรรจงหยิบอุปกรณ์ทำครัวต่างๆมีทั้งเครื่องปิ้งขนมปังวางข้างเคาน์เตอร์เปิดวอร์มไว้ เปิดหม้อต้มน้ำ ตั้งกระทะให้อุ่นและทำอาหารอย่างสนุกสนาน เขาเพลิดเพลิน ใส่ใจรายละเอียดและใส่ความรู้สึกทุกการกระทำลงไปในอาหารด้วย อาหารเช้าวันนี้เป็เมนูชุดใหญ่มีขนมปังสโคน ซุปฟักทอง สลัดอโวคาโด้ ไข่เบเนดิก เบค่อนแฮม พลาสต้าขนมปังเนยน้ำผึ้ง นมสด พุดดิ้งนมสด และชาเอิร์ลเกรย์ เขาไม่ได้ทำอาหารเช้าแค่สำหรับเฟลิเซียเท่านั้นแต่เขายังทำอาหารเช้าเผื่อแม่บ้านทั้ง4 และรวมถึงตัวเขาเองด้วย สำหรับแม่บ้านที่ป่วยอยู่นั้นเขาทำเมนูข้าวต้มธัญพืชให้เนื่องจากรอยฟกช้ำที่บริเวณท้องของแม่บ้านคนนั้นยังไม่หายดีเธอจึงทานได้แค่อาหารอ่อนๆเท่านั้น
‘‘เอาล่ะ ไปเคาะประตูเรียกทุกคนมาทานด้วยกันดีกว่า’’ เมอริสยิ้มแย้มตื่นตาตื่นใจหวังที่จะให้ทุกคนได้มาทานอาหารเช้าฝีมือของเขาเขานำข้าวต้มใส่ในรถเข็น ครอบฝาไว้ไม่ให้หายอุ่นและนำรถเข็นไปจอดหน้าห้องพักของแม่บ้านคนที่ยังป่วยอยู่ ส่วนคนอื่นที่เหลือ เขาเดินไปเคาะแต่ละห้องตามลำดับ
‘‘อาหารเช้าพร้อมแล้วขอรับ’’ เขาเคาะประตูห้องและเอ่ยเช่นนี้ตามห้องแม่บ้านแต่ละคน
‘‘อาหารเช้าพร้อมแล้วนะขอรับ คุณหนู’’ เขาเคาะประตูห้องและเอ่ยแบบนี้หน้าห้องนอนของเฟลิเซีย
ทุกคนออกมาจากห้องของตัวเองเดินไปยังห้องรับประทานด้วยกัน ในห้องนั้นตกแต่งไปด้วยโทนสีน้ำตาลมีรูปปั้นและแจกันโบราณวางตามมุมห้องโคมไฟทั้งขนาดใหญ่และเล็กสีขาวมุกระยิบระยับห้อยอยู่ข้างบนหน้าต่างกว้างที่สามารถมองเห็นวิวธรรมชาติได้ทุกด้านพร้อมผ้าม่านสีแดงเข้ม โต๊ะอาหารมีขนาดยาวที่สามารถนั่งได้ถึง12 ที่ บนโต๊ะอาหารมีเชิงเทียน ผ้าปูโต๊ะที่มีลายถักอันประณีตและแจกันดอกไม้ที่มีทั้งดอกช่อใหญ่และช่อเล็กอีกทั้งผ้าเช็ดปากสีครีมที่พับเป็รูปกาบหอยอย่างสวยงามเมอริสได้จัดวางอาหารและอุปกรณ์เครื่องเงินอย่างถูกต้องตามลำดับไม่มีที่ติทำให้ทุกคน ณ ตอนนั้นต่างเซอร์ไพร้กับสิ่งที่เขาทำมากๆเพราะไม่มีใครคาดถึงได้ว่าเขาจะรู้ธรรมเนียมประเพณีของผู้ดีขนาดนี้
‘‘เชิญครับ ทุกคน’’ เขาเปิดประตูเพื่อให้ทุกคนต่อคิวเข้าห้องทานอาหาร
‘‘อรุณสวัสดิ์จ้ะ เมอริส .. ไม่สิ .. คุณพ่อบ้าน’’ เฟลิเซียยิ้มทักทาย
รอยยิ้มนางฟ้าตัวน้อยอันสดใสของเฟลิเซียทำให้เมอริสถึงกลับหน้าแดงเลยทีเดียว
‘‘อรุณสวัสดิ์ครับ คุณหนูเฟลิเซีย’’ เขาทักทายกลับอย่างสุภาพ
แม่บ้านอีก 3คนที่เหลือมองว่าช่างน่าหมั่นไส้เสียเหลือเกินพวกหล่อนเดินเชิ่ดผ่านหน้าเมอริสไปโดยไม่มีทักทายใดๆเลยทั้งสิ้นแต่เมอริสเขาไม่ได้ถือสาเลยแม้แต่น้อย
จากนั้น ทุกคนนั่งประจำที่และเริ่มทานอาหารพร้อมหน้าพร้อมตา
‘‘อ อร่อยจัง!!’’ เฟลิเซียอุทานด้วยความประหลาดใจ ‘‘ฉันไม่ได้ทานอะไรอร่อยๆแบบนี้มานานมากแล้วล่ะ’’
‘‘ค คุณหนู พูดจริงหรอครับ?’’ เมอริสถามกลับ ในใจมีความรู้สึกเขินอายเป็อย่างมาก
‘‘ก็จริงน่ะสิ จะโกหกทำไมล่ะรสชาติอาหารของแม่บ้านของฉันไม่ผ่านเลยสักคนฉันทนกับการกินอาหารไม่อร่อยแบบนี้มานานจนเบื่อแล้วน่ะสิ’’ คุณหนูเป็คนพูดตามตรงเสมอไม่สนใจความรู้สึกของเหล่าแม่บ้านถึงแม้ว่าทุกคนในห้องนี้จะได้ยินกันหมด
‘‘ฉันว่า มัน..ไม่เห็นจะอร่อยเลย’’ แม่บ้านคนที่1 เริ่มจงใจติ
‘’งั้นๆเนอะ ว่ามั้ย?’’ แม่บ้านคนที่ 2 คล้อยตามด้วยพร้อมกับหันหน้าส่งซิกไปหาแม่บ้านคนถัดไปข้างๆหล่อน
‘‘ของแค่นี้ฉันก็ทำได้ล่ะน่า’’ แม่บ้านคนที่ 3ประชดประชันไม่ให้เสียหน้าฝีมือตัวเอง
แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้น ถึงแม้แม่บ้านทั้ง 3คนนี้จะพูดในทางแง่ลบแต่พวกหล่อนก็เผลอทานอาหารจนหมดจานอย่างเพลิดเพลินอย่างเอร็ดอร่อยด้วยความที่มันอร่อยจนหยุดทานไมได้เลยแผนที่พวกหล่อนพยายามตั้งใจยุยงให้เมอริสเสียความรู้สึกนั้นได้พังทลายลงไปเสียแล้วพวกหล่อนรู้สึกอับอายขายหน้ามาก
‘‘ถึงแม้จะบอกว่ามันไม่อร่อยแต่ก็ทานจนหมดทุกคนเลยนะครับ ผมหวังว่าทุกคนจะชอบอาหารของผมนะครับ ใช่มั้ยครับคุณหนู?’’ เมอริสยิ้มสดใสเบิกบานอีกครั้งเขารู้สึกว่าเขาสามารถพิสูจน์ความสามารถของเขาได้ และมองมายังเฟลิเซีย
‘‘อื้อ จากนี้ไป ขอให้เมอริสทำอาหารให้กินทุกๆมื้อเลยนะคะรวมถึงน้ำชายามบ่ายของฉันด้วย ฉันว่าไม่ต้องทดสอบอย่างอื่นอีกแล้วล่ะคุณพิสูจน์ให้พวกเราได้เห็นแล้วนี่ จากนี้เป็ต้นไปคุณคือหัวหน้าพ่อบ้านอย่างเป็ทางการของพวกเราแล้ว คุณมีสิทธิ์ในการสั่งรวมถึงกำกับงานบ้านทุกอย่างของบ้านหลังนี้’’ คุณหนูกล่าวอย่างปลื้มปิติยินดี ‘‘พวกเธอจะต้องช่วยเขาด้วยนะ คุณแม่บ้าน’’
‘‘ค ค่ะ เข้าใจแล้วล่ะค่ะ คุณหนูเฟลิเซีย’’ แม่บ้านทั้ง 3 ยืนตรง ทำท่าโค้งคำนับให้กับเมอริส
‘‘จากนี้เป็ต้นไปกระผมขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะขอรับ’’ เมอริสยิ้มอย่างมีความสุข เขารู้สึกว่าเขาได้พบกับชีวิตใหม่ที่เขา้าแล้วเขาไม่ต้องเร่ร่อนนอนกลางดินกินกลางทรายข้างถนน อยู่อย่างยากลำบากและขโมยอาหารอีกต่อไป รวมถึงเขารู้สึกขอบคุณซาบซึ้งในน้ำใจการให้โอกาสจากคุณหนูเฟลิเซียเป็ที่สุด
‘ผมจะไม่ทำให้คุณหนูผิดหวังแน่นอนครับ’ คำนี้ได้ลั่นในหัวของเขาอีกครั้ง