[กฎเหล็กของไอเทม: ระบบได้ปรับรูปลักษณ์ภายนอกให้เป็สมุดบันทึกธรรมดาที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดความน่าสงสัยในโลกยุคปี 2005]
[ความสามารถสุดโกง: สัญญานิรันดร์]
หากผู้เช่าหรือใครก็ตามลงลายมือชื่อในสมุดเล่มนี้ ไม่ว่าจะด้วยรูปแบบการเซ็นสัญญาเช่าห้อง สัญญาธุรกิจ หรือสัญญากู้ยืม พวกเขาจะตกอยู่ภายใต้อำนาจของโฮสต์อย่างสมบูรณ์แบบ พวกเขาจะไม่สามารถบิดพริ้ว หักหลัง หรือนำความลับใดๆ ของโฮสต์ไปบอกคนนอกได้เลย หากผู้เซ็นคิดจะทรยศหรือเอ่ยปากแพร่งพรายความลับ สมองของพวกเขาจะเบลอ ลิ้นจะแข็งเกร็ง และพูดไม่ออกทันที
เยว่จั้งลูบไล้ปกหนังของสมุดบันทึกในมืออย่างแ่เบา รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้า ไอเทมชิ้นนี้แหละคือ โซ่ตรวนที่เขา้าที่สุด
ในโลกของการทำธุรกิจและการสร้างฮาเร็ม ความภักดีคือสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้ ต่อให้เขาจะใช้เล่ห์เหลี่ยมควบคุมผู้หญิงเ่าั้ได้ แต่จิตใจมนุษย์นั้นยากแท้หยั่งถึง การมีสมุดเล่มนี้ การันตีได้เลยว่าอำนาจที่เขากำลังจะสร้าง จะไม่มีวันถูกบ่อนทำลายจากเกลือเป็หนอน
ตอนนั้นเองประตูห้องคลอดถูกเปิดออก เฉินลั่วซีเดินออกมาด้วยรอยยิ้มกว้าง ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อแต่แววตาเปี่ยมไปด้วยความยินดี บนอ้อมแขนของเธอมีห่อผ้าสีขาวที่ห่อหุ้มทารกน้อยตัวจ้ำม่ำเอาไว้
“ยินดีด้วยเยว่จั้ง เด็กผู้ชายแข็งแรงมาก หน้าตาหล่อเหลาเหมือนแกตอนเด็กๆ ไม่มีผิดเพี้ยนเลย”
น้าสาวส่งทารกน้อยให้เขา
เยว่จั้งรับลูกชายคนแรกของเขามาอุ้มไว้อย่างระมัดระวัง เขามองดูใบหน้าเล็กๆ ที่กำลังหลับตาพริ้ม สายเืของเขา ทายาทคนแรกของตระกูลเยว่ที่ถูกสร้างขึ้นจากระบบาาก็อบลิน
ชายหนุ่มช้อนสายตามองผ่านบานกระจกเข้าไปในห้องพักฟื้น เซเลน่ากำลังหลับใหลด้วยความอ่อนเพลีย ใบหน้าของเธอผ่อนคลายและดูงดงามยิ่งกว่าเดิมด้วยออร่าของความเป็แม่
ทุกอย่างเป็ไปตามแผนการอย่างสมบูรณ์แบบ
เยว่จั้งกระชับอ้อมกอดทารกน้อย สายตาของเขาเหลือบมองสมุดบันทึกสัญญาก็อบลินที่ถูกเก็บซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ต สมองอัจฉริยะที่เพิ่งได้รับมาหาเป้าหมายรายต่อไปอย่างรวดเร็ว ภาพใบหน้าของผู้หญิงหลายคนในอพาร์ตเมนต์ผุดขึ้นมาในหัว พร้อมกับข้อมูลจุดอ่อนและหนี้สินของพวกเธอที่เขาจำได้ขึ้นใจ
เนี่ยเสี่ยวฉี ทนายสาวขี้งก
หลินเซี่ย หลานสาวร้านหนังสือที่ใสซื่อบริสุทธิ์
“ความสนุกมันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นต่างหาก” เยว่จั้งพูดกับทารกน้อยในอ้อมแขนด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่ชวนให้ขนลุก ท่ามกลางกลิ่นอายของยาฆ่าเชื้อในโรงพยาบาล ชายหนุ่มรู้ดีว่าเมื่อเขากลับไปที่อพาร์ตเมนต์แห่งนั้นจะมีเหยื่ออีกหลายคนที่ต้องจรดปากกาเซ็นชื่อลงในสัญญานิรันดร์เล่มนี้
...............................
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องผ่านบานกระจกของห้องพักผู้ป่วยระดับ VIP ในโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ บรรยากาศภายในห้องเงียบสงบและอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของชีวิตใหม่ บนเตียงผู้ป่วยที่ปรับระดับได้ เซเลน่าในชุดคนไข้สีอ่อนกำลังกอดห่อผ้าสีขาวในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม ดวงตาสีฟ้าครามของเธอทอประกายความรักอันบริสุทธิ์และเปี่ยมล้นไปด้วยความอ่อนโยนของสัญชาตญาณความเป็แม่
“ดูสิคะคุณเยว่จมูกเขาโด่งเหมือนฉัน แต่เค้าโครงหน้าเหมือนคุณไม่มีผิดเลย” หญิงสาวชาวรัสเซียเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มหวานให้กับชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังฝั่งตรงข้าม
เยว่จั้งในร่างหนุ่มวัย 25 ปี ทว่ามีแววตาลึกล้ำของชายวัย 46 ปีที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชน ลอบมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกพึงพอใจอย่างถึงที่สุด นี่คือผลผลิตชิ้นแรกจากระบบาาก็อบลิน ทารกน้อยที่มีพร์ระดับ A อย่างความจำอัจฉริยะแบบภาพถ่าย ซึ่งพลังนั้นได้ถ่ายทอดมาสู่เขาแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ทำให้สมองของเขากลายเป็คลังข้อมูลอนาคตที่ไม่มีวันลบเลือน
“อืม เขาคือทายาทคนแรกของฉัน”
เยว่จั้งลุกขึ้นเดินเข้าไปใกล้ ยกนิ้วชี้ขึ้นเกลี่ยพวงแก้มยุ้ยของทารกน้อย ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เธอคิดชื่อให้เขาหรือยัง เซเลน่า”
“ฉันไม่ค่อยถนัดเื่ตั้งชื่อเลยค่ะ คุณเป็พ่อ คุณช่วยตั้งชื่อให้เขาดีไหมคะ จะเอาเป็ชื่อจีนใช่ไหม เพราะลูกมีสายเืจีนของคุณครึ่งหนึ่ง”
เซเลน่าช้อนตามองเขาอย่างขอความเห็น
เยว่จั้งส่ายหน้า รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก
“ให้เป็ชื่อรัสเซียตามเชื้อสายของเธอเถอะเซเลน่า เธอเป็คนอุ้มท้องเขามาด้วยความยากลำบาก เธอมีสิทธิ์ที่จะมอบชื่อแรกในชีวิตให้เขา”
คำพูดที่ดูเหมือนจะให้เกียรติและอบอุ่นนั้น ทำให้หัวใจของเซเลน่าพองโต ทว่าเธอกลับไม่รู้เลยว่า ภายใต้ใบหน้าที่แสนดีนั้น สมองระดับอัจฉริยะของเยว่จั้งกำลังคำนวณข้อกฎหมายอย่างเืเย็น
กฎหมายสมรสของจีนในปี 2005 ระบุชัดเจนว่าผู้ชายสามารถมีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายได้เพียงคนเดียว
หากเขาให้เด็กคนนี้ใช้นามสกุลเยว่และจดทะเบียนรับรองบุตรอย่างเป็ทางการ มันจะกลายเป็พันธะผูกพันที่มัดตัวเขาไว้กับเซเลน่าในทางกฎหมายทันที ซึ่งนั่นมันขัดต่อเป้าหมายสูงสุดของระบบาาก็อบลินที่้าสร้างฮาเร็มและขยายสายเืให้ครอบคลุมไปทั่วทุกมุมโลก
เขา้าผู้หญิงอีกนับไม่ถ้วน เพื่อสุ่มกาชารับพร์และไอเทม เขาจะไม่ยอมเอาอิสรภาพทางกฎหมายของตัวเองไปผูกมัดไว้กับผู้หญิงคนแรกเพียงคนเดียวเด็ดขาด แน่นอนว่าเขาจะรับผิดชอบ เลี้ยงดู และประทานความมั่งคั่งให้พวกเธออย่างสุขสบาย แต่มันจะเป็ในรูปแบบของนายเหนือหัวไม่ใช่สามีตามกฎหมาย
“ถ้าอย่างนั้นฉันขอตั้งชื่อเขาว่าอเล็กซานเดอร์นะคะ อเล็กซานเดอร์ที่แปลว่าผู้พิทักษ์ ฉันหวังว่าเขาจะเติบโตขึ้นมาแข็งแกร่งและปกป้องครอบครัวได้เหมือนคุณ” เซเลน่าเอ่ยขึ้นด้วยดวงตาเป็ประกาย
“อเล็กซานเดอร์เป็ชื่อที่ดี” เยว่จั้งพยักหน้ารับอย่างพึงพอใจ
...........................................
วันที่สามหลังจากพักฟื้น ในที่สุดก็ถึงกำหนดออกจากโรงพยาบาล
รถเมอร์เซเดสเบนซ์สีดำคลาสสิกแล่นเข้ามาจอดที่ลานจอดรถด้านหลังอพาร์ตเมนต์ เยว่จั้งเปิดประตูรถให้เซเลน่าที่อุ้มห่อผ้าทารกน้อยเดินลงมาอย่างระมัดระวัง หญิงสาวสวมชุดกระโปรงตัวหลวม สวมหมวกไหมพรมบางๆ เพื่อป้องกันลมตามคำแนะนำของแพทย์
เมื่อทั้งสองเดินผ่านบริเวณชั้นล่าง สายตาของพวกเขาก็ปะทะเข้ากับผู้เฒ่าหลินและหลินเซี่ยที่กำลังยืนจัดหนังสืออยู่หน้าร้าน
หลินเซี่ยเบิกตากว้างเมื่อเห็นห่อผ้าในอ้อมแขนของเซเลน่า
“พะพี่เยว่จั้ง พี่เซเลน่า นั่นเด็กทารกเหรอคะ”
หญิงสาวร้านหนังสือถามด้วยความตกตะลึงสุดขีด เมื่อไม่กี่วันก่อน เธอยังเห็นเยว่จั้งอุ้มเซเลน่าที่ถูกห่อด้วยผ้าห่มหนาเตอะลงมาบอกว่าป่วยหนักอยู่เลย แล้วทำไมจู่ๆ วันนี้ถึงอุ้มเด็กทารกแรกเกิดกลับมาได้?
เยว่จั้งที่ถือตะกร้าใส่ของใช้เด็กและเครื่องปั๊มนมอยู่ในมือ ไม่ได้แสดงอาการลุกลี้ลุกลนแม้แต่น้อย เขาปรับสีหน้าให้ดูอบอุ่นและเป็ธรรมชาติที่สุด ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบไร้รอยต่อ
“อ้อนี่ลูกชายของญาติห่างๆ ฝั่งเซเลน่าน่ะ พอดีทางนั้นเขาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน เซเลน่าสงสารก็เลยรับมาอุปการะ พี่เองก็เห็นด้วย เพราะตึกเรามันกว้างขวาง มีเด็กมาอยู่สักคนคงครึกครื้นดี”
ข้ออ้างที่ถูกสร้างขึ้นในเสี้ยววินาทีด้วยสมองระดับความจำภาพถ่าย ช่างสมเหตุสมผลและสอดคล้องกับสถานการณ์จนหาช่องโหว่ไม่ได้ หลินเซี่ยแม้จะรู้สึกแปลกๆ แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มเศร้าๆ ของเซเลน่าที่กำลังกังวลเื่กลัวคนจับได้ เธอก็เข้าใจผิดคิดว่าเซเลน่ากำลังเศร้าเื่ญาติที่เสียชีวิต
“โอ๊ะขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ” หลินเซี่ยรีบก้มหัวขอโทษ
“เด็กน่ารักมากเลยค่ะ ถ้ามีอะไรให้ฉันช่วยดูแลก็บอกได้เลยนะคะ”
“ขอบใจมากนะน้องเซี่ย” เยว่จั้งยิ้มรับอย่างสุภาพ ก่อนจะพาเซเลน่าเดินเลี่ยงขึ้นบันไดไป
เมื่อพ้นสายตาผู้คน เซเลน่าก็ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก ขณะที่ค่อยๆ ก้าวเท้าขึ้นบันไดทีละขั้นสู่ชั้น 5 ร่างกายหลังคลอดของเธอยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ความเหนื่อยล้าเริ่มถาโถม
“ฟู่ คุณเยว่คะ ตึกเราน่าจะมีลิฟต์บ้างนะคะ เดินขึ้นชั้นห้าแบบนี้ทุกวัน ขาฉันต้องลากแน่ๆ เลย” หญิงสาวบ่นอุบอิบ
เยว่จั้งที่เดินตามหลังมามองบันไดที่ทอดยาวขึ้นไป
จริงของเธอ ในอนาคตฉันจะต้องมีผู้หญิงท้องอีกหลายคนในตึกนี้ ขืนปล่อยให้เดินขึ้นลงบันไดแบบนี้ คงเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ และไม่สะดวกต่อการใช้ชีวิตแน่ๆ การติดตั้งลิฟต์แก้วด้านนอกอาคารคือทางออกที่ดีที่สุด แต่งบประมาณในการก่อสร้างและขออนุญาตในยุค 2005 น่าจะตกอยู่ที่ราวๆ สองแสนหยวน
รอยยิ้มเ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา เงินสองแสนหยวนไม่ใช่ปัญหาเลยสำหรับเขาในตอนนี้ ในเมื่อเขามีความจำอัจฉริยะแบบภาพถ่ายที่จำสถิติผลรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลของจีนในปี 2005 ได้ทุกงวด
เมื่อถึงห้องพักขนาดใหญ่พิเศษบนชั้น 5 เยว่จั้งก็จัดการจัดวางที่นอนเด็กอ่อนไว้ข้างเตียงใหญ่อย่างเป็ระเบียบ เขาหยิบกล่องเครื่องปั๊มนมแบบใช้มือซึ่งเป็รุ่นยอดฮิตในยุคนั้นออกมาประกอบ
“เซเลน่า เธอต้องเริ่มปั๊มนมเก็บไว้แล้วนะ หมอลั่วซีบอกว่าถ้าไม่ระบายออก นมจะคัดตึงจนเป็ไข้ได้” เยว่จั้งกล่าวพลางส่งเครื่องปั๊มให้เธอ
หญิงสาวนั่งพิงหัวเตียง ใบหน้าของเธอแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ร่างกายของสตรีหลังคลอดมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาล โดยเฉพาะบริเวณหน้าอกที่เคยมีขนาดพอดีมือ ตอนนี้มันขยายใหญ่และอวบอิ่มจนแทบจะล้นทะลักออกจากเสื้อชั้นในสำหรับคนให้นมบุตร ความตึงคัดทำให้ผิวเนื้อขาวจัดบริเวณนั้นร้อนผ่าวและมีเส้นเืสีฟ้าจางๆ ปรากฏให้เห็น
“คุณเยว่ หันไปทางอื่นก่อนสิคะ” เซเลน่าบอกเสียงสั่น สองมือสั่นเทาขณะปลดกระดุมเสื้อด้านหน้าออก
แต่เยว่จั้งกลับไม่ขยับไปไหน เขานั่งลงบนขอบเตียง ั์ตาสีเข้มจ้องมองภาพความงดงามเบื้องหน้าอย่างจาบจ้วงและเต็มไปด้วยไฟปรารถนาที่ซุกซ่อนอยู่
“ฉันเป็พ่อของลูกนะ จะอายไปทำไม ให้ฉันช่วยดีกว่า”
ชายหนุ่มเอื้อมมือไปรับเครื่องปั๊มนมมาถือไว้ ปลายนิ้วที่หยาบกร้านของเขาััโดนผิวเนื้อที่ร้อนระอุและเต่งตึงของเธออย่างจงใจ เซเลน่าสะดุ้งเฮือก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อความรู้สึกวาบหวามแล่นปราดไปทั่วสรรพางค์กาย
เครื่องปั๊มนมในยุค 2005 เริ่มทำงาน ผสมผสานกับเสียงหอบหายใจกระเส่าของหญิงสาวที่ดังสะท้อนในห้องเงียบสงบ หยาดน้ำสีขาวบริสุทธิ์ค่อยๆ ไหลรินลงสู่ขวดพลาสติกใส เยว่จั้งจ้องมองแอ่งน้ำหวานที่กำลังถูกบีบเค้นด้วยสายตาที่ลึกล้ำราวกับหมาป่าที่กำลังรอเวลาขย้ำเหยื่อ เขาช่วยเธอจัดการระบายความอึดอัดจนเสร็จสิ้น แล้วนำน้ำนมไปซีลเก็บไว้ในตู้เย็นอย่างเรียบร้อย