"พระชายาตื่นบรรทมเถิดเพคะเราจะต้องย้ายตำหนักแล้ว"ถิงถิงสาวใช้คนสนิทที่ติดตามมาจากจวนของท่านราชครูได้เข้ามาปลุกเ้านายหลังจากที่นางได้รับคำสั่งจากพ่อบ้านของวังชินอ๋องให้พระชายาย้ายออกจากตำหนักทันทีเมื่อถึงเช้าของวันใหม่ถิงถิงยังคงมืนงงและยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมพระชายาของตนจะต้องย้ายออกไปตำหนักแห่งนี้ไม่ใช่ตำหนักที่สร้างไว้เพื่อพระชายาของชินอ๋องหรอกหรือ ช่างใจร้ายยิ่งนักคุณหนูของนางไม่ใช่นางอุ่นเตียงเสียหน่อยพอใช้งานเสร็จแล้วก็คิดจะเฉดหัวออกไปตอนไหนก็ได้คุณหนูของนางแต่งเข้ามาเป็หวางเฟยไม่ใช่หรืออย่างไร
"ย้าย..ย้ายไปไหนหรือ" อิงอินรวบรวมสติร่างกายของนางตอนนี้ยังบอบช้ำและเหนื่อยล้าจากการถูกท่านอ๋องเคี่ยวกรำมาทั้งคืนไม่ใช่เพราะความพิศวาสในตัวนางหรอกนะแต่เหมือนนางจะถูกเขาระบายความโกรธใส่เสียมากกว่า
"หม่อมฉันไม่ทราบเพคะ รู้แค่ว่าที่เราจะไปเป็ตำหนักหลังเก่าเพคะ"ถิงถิงรายงานเ้านายทั้งรู้สึกสงสารอย่างจับใจ นายท่านอิงหยวนจะรู้หรือไม่ว่าตัวเองได้ส่งบุตรสาวให้มาเจอกับสิ่งใดบ้างสมรสพระราชทานอย่างนั้นหรือมันช่างไม่มีค่าอันใดเลย
"ช่วยข้าอาบน้ำทีเถอะถิงถิง" อิงอินฝืนใจบอกกับสาวใช้
"เพคะพระชายา" ถิงถิงรีบทำตามอย่างว่องไวปกติแล้วมีหรือที่คุณหนูจะให้นางอาบน้ำให้หากไม่จำเป็จริง ๆ ‘โธ่..ท่านอ๋องทำไมถึงได้รุนแรงกับคุณหนูของข้าขนาดนี้นะ’ รอยแดงเป็จ้ำๆ ที่กระจายอยู่ทั่วผิวอันบอบบางของหวางเฟยทำให้ถิงถิงถึงกับโอดครวญจนอยากจะก่นด่าท่านอ๋องออกมาเลยทีเดียว
สองนายบ่าวช่วยกันจัดการเื่ส่วนตัวอย่างเร่งรีบภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วยามทุกอย่างก็เรียบร้อยจึงได้พากันออกไปจากตำหนักและได้มาพบกับพ่อบ้านใหญ่ของวังอ๋องที่มายืนรออยู่ข้างนอกแล้ว[1ชั่วยาม=2ชั่วโมง]
"พระชายากระหม่อมได้รับคำสั่งมาจากท่านอ๋องให้พาท่านไปยังที่พำนักใหม่ของใช้และสินเดิมทั้งหมดเราได้ขนย้ายไปไว้ที่ตำหนักให้แล้ว สำหรับเบี้ยหวัดของทุกเดือนกระหม่อมจะให้คนนำไปให้ที่ตำหนักในเองพ่ะย่ะค่ะและห้าคนนี้ก็คือบ่าวและนางกำนัลที่ท่านอ๋องได้มอบให้กับท่านหากไม่มีความจำเป็อย่าได้มาที่ตำหนักใหญ่เลยนะพ่ะย่ะค่ะ" หวั่งซุนพ่อบ้านใหญ่ของวังอ๋องร่ายยาวถึงสิ่งที่พวกนางควรจะปฏิบัติตัวเมื่ออยู่ในวังของชินอ๋องแห่งนี้
"อืม..ข้าเข้าใจแล้วนำทางสิ..ไปกันเถอะถิงถิง" อิงอินไม่ได้รู้สึกรู้สาและเสียใจอะไรนักนางเองก็ไม่ได้รักท่านอ๋องสักหน่อยแม้แต่ใบหน้าของเขาก็ยังไม่เคยเห็น ค่ำคืนเข้าหอมันก็มืดมิดต่อให้มีแสงจันทร์สาดส่องมันก็มองเห็นเพียงแค่เลือนลางทั้งท่านอ๋องยังสวมหน้ากากปิดบังอีกครึ่งของใบหน้าเอาไว้ต่อให้เขารูปงามหรือจะอัปลักษณ์แค่ไหนมันก็ไม่มีผลอันใดกับนางทั้งนั้นนางถือว่าการแต่งงานครั้งนี้ได้เสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้วจากนี้ไปจะเป็อย่างไรก็ช่างขอแค่ท่านพ่อไม่เป็ทุกข์ใจกับนางก็พอนานกว่าสองเค่อพวกเขาถึงได้พากันเดินมาถึงตำหนักเก่าที่ว่า มันเก่าจริง ๆ แต่ก็ยังดีที่ไม่ได้รกร้างอย่างที่คิดคงจะมีคนมาทำความสะอาดเอาไว้ไม่เคยขาดกระมัง[1เค่อ=15นาที]
ตำหนักเก่าหลังนี้ที่จริงแล้วก็ไม่ได้เล็กเลยทั้งบริเวณรอบตำหนักก็ยังกว้างขวางอยู่ไม่น้อยถือว่าท่านอ๋องผู้นี้ก็ไม่ได้ใจร้ายกับนางมากนักตำหนักหลังนี้อยู่โดดเดี่ยวแยกออกจากตำหนักใหญ่โดยสิ้นเชิงทั้งยังมีกำแพงอิฐและประตูบานใหญ่ปิดกั้นการเข้าออกเอาไว้อีก'ดีเลยเหมือนนางได้มีจวนเป็ของตัวเองแล้ว' อิงอินกระหยิ่มกับความคิดของตัวเอง
"ตำหนักนี้ถึงจะเป็เพียงตำหนักเก่าแต่ก็ไม่ได้เลวร้ายกระหม่อมหวังว่าพระชายาคงจะอยู่ได้นะพ่ะย่ะค่ะ ทางด้านโน้นจะมีประตูเข้าออกเป็ประตูที่ใช้สำหรับตำหนักแห่งนี้พระชายาสามารถใช้ประตูนั้นได้เลยจะได้ไม่ต้องเดินไกลถึงประตูหน้าวัง"
หึ ๆ อิงอินอยากจะหัวเราะออกมาดัง ๆแค่ที่พ่อบ้านใหญ่พล่ามมาทั้งหมดนางก็พอจะรู้แล้วว่าพวกเขาไม่้าให้นางไปยุ่งเกี่ยวกับตำหนักใหญ่แต่ช่างมันเถอะอย่างน้อยนางก็มีอิสระที่จะเข้าออกไปข้างนอกได้สะดวกโดยไม่ต้องรอขออนุญาตจากใคร
"ขอบคุณท่านพ่อบ้าน ท่านกลับไปได้แล้วล่ะที่เหลือข้าจะจัดการเอง"อิงอินบอกกับพ่อบ้านใหญ่ด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง
"เอ่อ..พ่ะย่ะค่ะ" หวั่งซุนทำตัวไม่ถูกเพราะไม่คิดว่าจะเจอกับความเฉยเมยของพระชายาเช่นนี้เฮ้อ..ช่างเป็ความรู้สึกที่อึดอัดเหลือเกินหวั่งซุนเดินไปก็คิดไป เขาก็แค่ทำตามที่ท่านอ๋องสั่งความเอาไว้เท่านั้นแต่ทำไมถึงได้รู้สึกผิดกับพระชายาวัยเยาว์ผู้นี้นักนะหรือเป็เพราะว่านางไม่ได้โวยวายหรือเรียกร้องสิ่งใดจากท่านอ๋องอีก ซึ่งผิดไปจากที่เขาได้คาดเดาเอาไว้และเขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมท่านอ๋องถึงไม่ยอมรับนางทั้งที่ตัวท่านอ๋องเองก็ไม่ได้มีใครหรือนางในดวงใจที่ไหนอีกแล้วเมื่อไหร่จะได้มีพระโอรสและพระธิดาให้อุ้มชูสักที อายุหรือก็ไม่ใช่น้อย ๆ แล้ว
แดนเหนือ...
ค่ายทหารแดนเหนือนับว่าเป็ค่ายทหารที่หฤโหดและหินที่สุดของค่ายทหารสี่ทิศแต่เพราะมีหยางเล่อชินอ๋องคอยดูแลอยู่แดนเหนือที่ว่าโหดร้ายก็ได้คลายความตึงเครียดเอาไว้ได้มากโข เพราะศัตรูที่หวังจะแดนเหนือแค่ได้ยินนามของชินอ๋องต่างก็กลัวกันจนหัวหดแล้วแต่ก็ยังมีพวกโจรบางกลุ่มที่กล้าหาญชาญชัยคอยออกมาสร้างความวุ่นวายอยู่ไม่ลดละ
"เพิ่งจะผ่านคืนเข้าหอมิใช่หรือขอรับฝ่าาก็ให้ท่านพักยาวได้เป็เดือนแล้วจะรีบกลับมาทำไมล่ะท่านแม่ทัพ"
"......"
"ฮึ..เหมือนข้าพูดกับตอไม้หรืออย่างไรเ้าจะช่วยตอบข้าสักนิดไม่ได้เลยหรือ" รองแม่ทัพกงซานขึ้นเสียงใส่เพราะเริ่มจะมีน้ำโหกับสหายผู้นี้แล้ว
"เ้าก็รู้ว่าข้าไม่ได้เต็มใจที่จะแต่ง"
"แล้วแต่งทำไมมีใครบังคับเ้าได้หรืออย่างไร"
"นางเป็บุตรสาวของท่านราชครูหยวน"
"แล้วอย่างไรล่ะเ้าช่วยพูดให้มันยาวกว่านี้ได้หรือไม่" กงซานเริ่มจะทนไม่ไหวกับสหายสูงศักดิ์ผู้นี้ยิ่งนักไม่รู้จะประหยัดคำไปถึงไหน
"ข้าก็ไม่รู้ว่าท่านราชครูหยวนมีความสำคัญอะไรนักหนาเสด็จแม่ถึงอยากให้ข้ารับนางเป็หวางเฟยให้ได้ หากข้าไม่ยินยอมฝ่าาก็จะรับนางเข้าสู่วังหลังเ้าก็รู้ว่าวังหลังของฝ่าานั้นเป็เช่นไร"
"เ้าแต่งกับนางแล้วยังทิ้งมาแบบนี้มันจะไปต่างอะไรกับวังหลังของฝ่าากัน"
"อย่างน้อยข้าก็ไม่ได้มีเมียหลายคน"
"หนีมาแบบนี้คงไม่ได้เข้าหอกระมัง"
"......." เมื่อเจอคำถามนี้เข้าหยางเล่อก็ไม่รู้จะตอบยังไงดีจึงใช้ความเงียบเข้าใส่หวังจะให้สหายรักหยุดถามเื่นี้เสียที
"เฮอะ! ไม่ตอบคงจะเข้าแล้วสินะ"
"ข้าเมามาก"
"ฮึ..หยางเล่อแล้วเ้าก็ทิ้งนางมาทั้งที่เข้าหอกับนางแล้วไม่ใช่ว่ากลับไปเมืองหลวงอีกทีลูกโตแล้วหรอกนะ"
"ไม่มีทางหรอกน่าข้าให้พ่อบ้านหวั่งจัดการให้แล้ว"หยางเล่อคิดว่าสิ่งที่เขาได้ให้หวั่งซุนจัดการนั้นมันดีกับทั้งสองฝ่ายแล้ว ‘แบบนี้แหละถึงจะดีทั้งกับเขาและก็ตัวของนางเอง’
เฮ้อ..กงซานถอนหายใจไปอีกหลายตลบรู้สึกสงสารสตรีที่ได้มาเกี่ยวข้องกับสหายของเขาผู้นี้เหลือเกินบุรุษไร้ใจก็คือบุรุษไร้ใจอยู่วันยังค่ำหากไม่ใช่อย่างที่เขาว่าหยางเล่อชินอ๋องก็คงจะมีหวางเฟยไปตั้งนานแล้วล่ะคงไม่ต้องรอให้ตัวเองต้องถูกจับแต่งงานเช่นนี้หรอก
ที่วังของชินอ๋อง...
หวั่งซุนเดินวนไปวนมาด้วยคิดไม่ตกว่าตัวเขาเองได้ลืมสิ่งใดไปหรือไม่รู้แต่เพียงว่ามันค่อนข้างจะสำคัญมาก ๆ เหมือนท่านอ๋องจะสั่งเอาไว้ก่อนจะกลับขึ้นไปยังแดนเหนือ..มันคืออะไรกันนะ? "เฮ้อ..ช่างมันเถอะเดี๋ยวข้าก็คงคิดออกเองนั่นแหละ"หวั่งซุนบอกกับตัวเอง นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกเสียหน่อยที่เขาจะลืมอะไรแบบนี้ในเมื่อคิดอย่างไรก็คิดไม่ออกสักทีเขาจึงไม่คิดที่จะใส่ใจกับมันอีก"พระชายาตื่นบรรทมเถิดเพคะเราจะต้องย้ายตำหนักแล้ว"ถิงถิงสาวใช้คนสนิทที่ติดตามมาจากจวนของท่านราชครูได้เข้ามาปลุกเ้านายหลังจากที่นางได้รับคำสั่งจากพ่อบ้านของวังชินอ๋องให้พระชายาย้ายออกจากตำหนักทันทีเมื่อถึงเช้าของวันใหม่ถิงถิงยังคงมืนงงและยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมพระชายาของตนจะต้องย้ายออกไปตำหนักแห่งนี้ไม่ใช่ตำหนักที่สร้างไว้เพื่อพระชายาของชินอ๋องหรอกหรือ ช่างใจร้ายยิ่งนักคุณหนูของนางไม่ใช่นางอุ่นเตียงเสียหน่อยพอใช้งานเสร็จแล้วก็คิดจะเฉดหัวออกไปตอนไหนก็ได้คุณหนูของนางแต่งเข้ามาเป็หวางเฟยไม่ใช่หรืออย่างไร
"ย้าย..ย้ายไปไหนหรือ" อิงอินรวบรวมสติร่างกายของนางตอนนี้ยังบอบช้ำและเหนื่อยล้าจากการถูกท่านอ๋องเคี่ยวกรำมาทั้งคืนไม่ใช่เพราะความพิศวาสในตัวนางหรอกนะแต่เหมือนนางจะถูกเขาระบายความโกรธใส่เสียมากกว่า
"หม่อมฉันไม่ทราบเพคะ รู้แค่ว่าที่เราจะไปเป็ตำหนักหลังเก่าเพคะ"ถิงถิงรายงานเ้านายทั้งรู้สึกสงสารอย่างจับใจ นายท่านอิงหยวนจะรู้หรือไม่ว่าตัวเองได้ส่งบุตรสาวให้มาเจอกับสิ่งใดบ้างสมรสพระราชทานอย่างนั้นหรือมันช่างไม่มีค่าอันใดเลย
"ช่วยข้าอาบน้ำทีเถอะถิงถิง" อิงอินฝืนใจบอกกับสาวใช้
"เพคะพระชายา" ถิงถิงรีบทำตามอย่างว่องไวปกติแล้วมีหรือที่คุณหนูจะให้นางอาบน้ำให้หากไม่จำเป็จริง ๆ ‘โธ่..ท่านอ๋องทำไมถึงได้รุนแรงกับคุณหนูของข้าขนาดนี้นะ’ รอยแดงเป็จ้ำๆ ที่กระจายอยู่ทั่วผิวอันบอบบางของหวางเฟยทำให้ถิงถิงถึงกับโอดครวญจนอยากจะก่นด่าท่านอ๋องออกมาเลยทีเดียว
สองนายบ่าวช่วยกันจัดการเื่ส่วนตัวอย่างเร่งรีบภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วยามทุกอย่างก็เรียบร้อยจึงได้พากันออกไปจากตำหนักและได้มาพบกับพ่อบ้านใหญ่ของวังอ๋องที่มายืนรออยู่ข้างนอกแล้ว[1ชั่วยาม=2ชั่วโมง]
"พระชายากระหม่อมได้รับคำสั่งมาจากท่านอ๋องให้พาท่านไปยังที่พำนักใหม่ของใช้และสินเดิมทั้งหมดเราได้ขนย้ายไปไว้ที่ตำหนักให้แล้ว สำหรับเบี้ยหวัดของทุกเดือนกระหม่อมจะให้คนนำไปให้ที่ตำหนักในเองพ่ะย่ะค่ะและห้าคนนี้ก็คือบ่าวและนางกำนัลที่ท่านอ๋องได้มอบให้กับท่านหากไม่มีความจำเป็อย่าได้มาที่ตำหนักใหญ่เลยนะพ่ะย่ะค่ะ" หวั่งซุนพ่อบ้านใหญ่ของวังอ๋องร่ายยาวถึงสิ่งที่พวกนางควรจะปฏิบัติตัวเมื่ออยู่ในวังของชินอ๋องแห่งนี้
"อืม..ข้าเข้าใจแล้วนำทางสิ..ไปกันเถอะถิงถิง" อิงอินไม่ได้รู้สึกรู้สาและเสียใจอะไรนักนางเองก็ไม่ได้รักท่านอ๋องสักหน่อยแม้แต่ใบหน้าของเขาก็ยังไม่เคยเห็น ค่ำคืนเข้าหอมันก็มืดมิดต่อให้มีแสงจันทร์สาดส่องมันก็มองเห็นเพียงแค่เลือนลางทั้งท่านอ๋องยังสวมหน้ากากปิดบังอีกครึ่งของใบหน้าเอาไว้ต่อให้เขารูปงามหรือจะอัปลักษณ์แค่ไหนมันก็ไม่มีผลอันใดกับนางทั้งนั้นนางถือว่าการแต่งงานครั้งนี้ได้เสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้วจากนี้ไปจะเป็อย่างไรก็ช่างขอแค่ท่านพ่อไม่เป็ทุกข์ใจกับนางก็พอนานกว่าสองเค่อพวกเขาถึงได้พากันเดินมาถึงตำหนักเก่าที่ว่า มันเก่าจริง ๆ แต่ก็ยังดีที่ไม่ได้รกร้างอย่างที่คิดคงจะมีคนมาทำความสะอาดเอาไว้ไม่เคยขาดกระมัง[1เค่อ=15นาที]
ตำหนักเก่าหลังนี้ที่จริงแล้วก็ไม่ได้เล็กเลยทั้งบริเวณรอบตำหนักก็ยังกว้างขวางอยู่ไม่น้อยถือว่าท่านอ๋องผู้นี้ก็ไม่ได้ใจร้ายกับนางมากนักตำหนักหลังนี้อยู่โดดเดี่ยวแยกออกจากตำหนักใหญ่โดยสิ้นเชิงทั้งยังมีกำแพงอิฐและประตูบานใหญ่ปิดกั้นการเข้าออกเอาไว้อีก'ดีเลยเหมือนนางได้มีจวนเป็ของตัวเองแล้ว' อิงอินกระหยิ่มกับความคิดของตัวเอง
"ตำหนักนี้ถึงจะเป็เพียงตำหนักเก่าแต่ก็ไม่ได้เลวร้ายกระหม่อมหวังว่าพระชายาคงจะอยู่ได้นะพ่ะย่ะค่ะ ทางด้านโน้นจะมีประตูเข้าออกเป็ประตูที่ใช้สำหรับตำหนักแห่งนี้พระชายาสามารถใช้ประตูนั้นได้เลยจะได้ไม่ต้องเดินไกลถึงประตูหน้าวัง"
หึ ๆ อิงอินอยากจะหัวเราะออกมาดัง ๆแค่ที่พ่อบ้านใหญ่พล่ามมาทั้งหมดนางก็พอจะรู้แล้วว่าพวกเขาไม่้าให้นางไปยุ่งเกี่ยวกับตำหนักใหญ่แต่ช่างมันเถอะอย่างน้อยนางก็มีอิสระที่จะเข้าออกไปข้างนอกได้สะดวกโดยไม่ต้องรอขออนุญาตจากใคร
"ขอบคุณท่านพ่อบ้าน ท่านกลับไปได้แล้วล่ะที่เหลือข้าจะจัดการเอง"อิงอินบอกกับพ่อบ้านใหญ่ด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง
"เอ่อ..พ่ะย่ะค่ะ" หวั่งซุนทำตัวไม่ถูกเพราะไม่คิดว่าจะเจอกับความเฉยเมยของพระชายาเช่นนี้เฮ้อ..ช่างเป็ความรู้สึกที่อึดอัดเหลือเกินหวั่งซุนเดินไปก็คิดไป เขาก็แค่ทำตามที่ท่านอ๋องสั่งความเอาไว้เท่านั้นแต่ทำไมถึงได้รู้สึกผิดกับพระชายาวัยเยาว์ผู้นี้นักนะหรือเป็เพราะว่านางไม่ได้โวยวายหรือเรียกร้องสิ่งใดจากท่านอ๋องอีก ซึ่งผิดไปจากที่เขาได้คาดเดาเอาไว้และเขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมท่านอ๋องถึงไม่ยอมรับนางทั้งที่ตัวท่านอ๋องเองก็ไม่ได้มีใครหรือนางในดวงใจที่ไหนอีกแล้วเมื่อไหร่จะได้มีพระโอรสและพระธิดาให้อุ้มชูสักที อายุหรือก็ไม่ใช่น้อย ๆ แล้ว
แดนเหนือ...
ค่ายทหารแดนเหนือนับว่าเป็ค่ายทหารที่หฤโหดและหินที่สุดของค่ายทหารสี่ทิศแต่เพราะมีหยางเล่อชินอ๋องคอยดูแลอยู่แดนเหนือที่ว่าโหดร้ายก็ได้คลายความตึงเครียดเอาไว้ได้มากโข เพราะศัตรูที่หวังจะแดนเหนือแค่ได้ยินนามของชินอ๋องต่างก็กลัวกันจนหัวหดแล้วแต่ก็ยังมีพวกโจรบางกลุ่มที่กล้าหาญชาญชัยคอยออกมาสร้างความวุ่นวายอยู่ไม่ลดละ
"เพิ่งจะผ่านคืนเข้าหอมิใช่หรือขอรับฝ่าาก็ให้ท่านพักยาวได้เป็เดือนแล้วจะรีบกลับมาทำไมล่ะท่านแม่ทัพ"
"......"
"ฮึ..เหมือนข้าพูดกับตอไม้หรืออย่างไรเ้าจะช่วยตอบข้าสักนิดไม่ได้เลยหรือ" รองแม่ทัพกงซานขึ้นเสียงใส่เพราะเริ่มจะมีน้ำโหกับสหายผู้นี้แล้ว
"เ้าก็รู้ว่าข้าไม่ได้เต็มใจที่จะแต่ง"
"แล้วแต่งทำไมมีใครบังคับเ้าได้หรืออย่างไร"
"นางเป็บุตรสาวของท่านราชครูหยวน"
"แล้วอย่างไรล่ะเ้าช่วยพูดให้มันยาวกว่านี้ได้หรือไม่" กงซานเริ่มจะทนไม่ไหวกับสหายสูงศักดิ์ผู้นี้ยิ่งนักไม่รู้จะประหยัดคำไปถึงไหน
"ข้าก็ไม่รู้ว่าท่านราชครูหยวนมีความสำคัญอะไรนักหนาเสด็จแม่ถึงอยากให้ข้ารับนางเป็หวางเฟยให้ได้ หากข้าไม่ยินยอมฝ่าาก็จะรับนางเข้าสู่วังหลังเ้าก็รู้ว่าวังหลังของฝ่าานั้นเป็เช่นไร"
"เ้าแต่งกับนางแล้วยังทิ้งมาแบบนี้มันจะไปต่างอะไรกับวังหลังของฝ่าากัน"
"อย่างน้อยข้าก็ไม่ได้มีเมียหลายคน"
"หนีมาแบบนี้คงไม่ได้เข้าหอกระมัง"
"......." เมื่อเจอคำถามนี้เข้าหยางเล่อก็ไม่รู้จะตอบยังไงดีจึงใช้ความเงียบเข้าใส่หวังจะให้สหายรักหยุดถามเื่นี้เสียที
"เฮอะ! ไม่ตอบคงจะเข้าแล้วสินะ"
"ข้าเมามาก"
"ฮึ..หยางเล่อแล้วเ้าก็ทิ้งนางมาทั้งที่เข้าหอกับนางแล้วไม่ใช่ว่ากลับไปเมืองหลวงอีกทีลูกโตแล้วหรอกนะ"
"ไม่มีทางหรอกน่าข้าให้พ่อบ้านหวั่งจัดการให้แล้ว"หยางเล่อคิดว่าสิ่งที่เขาได้ให้หวั่งซุนจัดการนั้นมันดีกับทั้งสองฝ่ายแล้ว ‘แบบนี้แหละถึงจะดีทั้งกับเขาและก็ตัวของนางเอง’
เฮ้อ..กงซานถอนหายใจไปอีกหลายตลบรู้สึกสงสารสตรีที่ได้มาเกี่ยวข้องกับสหายของเขาผู้นี้เหลือเกินบุรุษไร้ใจก็คือบุรุษไร้ใจอยู่วันยังค่ำหากไม่ใช่อย่างที่เขาว่าหยางเล่อชินอ๋องก็คงจะมีหวางเฟยไปตั้งนานแล้วล่ะคงไม่ต้องรอให้ตัวเองต้องถูกจับแต่งงานเช่นนี้หรอก
ที่วังของชินอ๋อง...
หวั่งซุนเดินวนไปวนมาด้วยคิดไม่ตกว่าตัวเขาเองได้ลืมสิ่งใดไปหรือไม่รู้แต่เพียงว่ามันค่อนข้างจะสำคัญมาก ๆ เหมือนท่านอ๋องจะสั่งเอาไว้ก่อนจะกลับขึ้นไปยังแดนเหนือ..มันคืออะไรกันนะ? "เฮ้อ..ช่างมันเถอะเดี๋ยวข้าก็คงคิดออกเองนั่นแหละ"หวั่งซุนบอกกับตัวเอง นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกเสียหน่อยที่เขาจะลืมอะไรแบบนี้ในเมื่อคิดอย่างไรก็คิดไม่ออกสักทีเขาจึงไม่คิดที่จะใส่ใจกับมันอีก