และในขณะนั้นเองร่างสูงโปร่งร่างหนึ่งถึงได้ปัดมือเบาๆ อย่างสบายอารมณ์ราวกับเพิ่งทำเรื่องเล็กน้อยที่ไม่สลักสำคัญอะไรซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากลู่เซิ่ง
“เอ๊ะ?”
เมื่อเห็นภาพนี้สวี่ซาซาและเฉาอวี่ต่างก็ตกใจจนหน้าถอดสีพวกเขาคิดไม่ถึงเลยว่าลู่เซิ่งจะกล้าลงมือตบหน้าหลี่ว์อันทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าอีกฝ่ายมีเบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่แค่ไหน
แม้แต่ตัวหลี่ว์อันเองก็ยังคาดไม่ถึง
“แก... แกกล้าตบฉันเหรอ?”
หลี่ว์อันพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้นมือข้างหนึ่งลูบแก้มที่บวมเป่งพลางจ้องเขม็งไปยังลู่เซิ่งที่อยู่ไม่ไกลด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความแค้นอาฆาตและริษยาจนปิดไม่มิด
ทว่าลู่เซิ่งกลับคร้านจะใส่ใจว่าเขาจะมีปฏิกิริยาอย่างไรจึงเพียงแค่เอ่ยขึ้นเรียบๆ ว่า “ถ้ายังกล้าเห่าเหมือนหมาอีกเชื่อไหมว่าฉันจะทำให้แกไม่มีโอกาสได้ส่งเสียงออกมาอีกตลอดกาล?”
“แก!”
สิ้นคำพูดนี้หลี่ว์อันถึงกับรู้สึกสั่นสะท้าน
เพราะลู่เซิ่งในเวลานี้แม้ภายนอกจะดูผ่อนคลายและสงบนิ่ง
แต่จิตสังหารที่แผ่ออกมาจากตัวโดยไม่ตั้งใจรวมถึงคำประกาศที่จะทำให้เขาหุบปากไปตลอดกาลนั้นทุกอย่างล้วนบ่งบอกถึงความจริงประการหนึ่งว่า ลู่เซิ่งกล้าลงมือสังหารเขาจริงๆ
“ไอ้บ้าเอ๊ย!”
เมื่อคิดได้ดังนี้หลี่ว์อันก็ขนลุกซู่ไปทั้งตัว จะกล้าเอ่ยปากพล่ามอะไรต่อได้ยังไง?
ในเมื่อลำพังแค่พลังรบอันน่าทึ่งที่ลู่เซิ่งเพิ่งแสดงออกมาแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่มีความมั่นใจเลยสักนิดว่าจะเอาชนะได้
ตามคติที่ว่าลูกผู้ชายแก้แค้นสิบปีก็ยังไม่สาย
ในจังหวะที่หลี่ว์อันตั้งใจจะยอมตัดใจจากการแย่งชิง‘ไม้เท้ากระดูกมังกร’ และรอจนกลับไปถึงเมืองกวางอันเขาค่อยหาคนมาจัดการชำระบัญชีแค้นนี้กับลู่เซิ่งภายหลังนั้นเอง
ฟึ่บ!ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!
ทันใดนั้นพร้อมกับเสียงแหวกอากาศที่คมกริบดังขึ้นติดๆ กันหลายสาย
ท่ามกลางความว่างเปล่าอันมืดมิดวัตถุไม่ทราบชนิดที่แหลมคมนับไม่ถ้วนพุ่งตกลงมาจากฟากฟ้าดุจห่าฝนเพียงชั่วพริบตามันก็ครอบคลุมร่างของหลี่ว์อันไว้ภายในทั้งหมด
“เอ๊ะ? ตัวอะไรน่ะ?”
หลี่ว์อันตกใจสุดขีดเขารีบขยับตัวหลบตามสัญชาตญาณ
แต่เขาเป็นนักเวทค่าสถานะความคล่องแคล่วเดิมก็ไม่ได้สูงอยู่แล้วแม้จะระวังตัวไว้บ้างแต่สุดท้ายก็ยังช้าไปก้าวหนึ่ง
ฉึก!ฉึก! ฉึก!...
วินาทีต่อมาเลือดของเขาสาดกระจายไปทั่ว
HP-810!
HP-794!
HP-892!
“อ๊ากกกก...”
ตัวเลขดาเมจอันน่าสยดสยองพุ่งพรวดขึ้นมาจากเหนือศีรษะของหลี่ว์อันอย่างต่อเนื่องพร้อมกับเสียงร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวดแสนสาหัส
ไม่เพียงเท่านั้นบนวัตถุแหลมคมเหล่านั้นยังมีลวดเหล็กเส้นยาวเชื่อมต่ออยู่หลังจากลวดเหล็กแทงทะลุร่างของหลี่ว์อันมันกลับยึดร่างของเขาไว้กับที่อย่างแน่นหนาจนไม่สามารถขยับเขยื้อนได้อีกต่อไป
“หือ? เกิดอะไรขึ้น?”
ลู่เซิ่งตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหันนี้เขาเองก็ยังไม่ทันปะติดปะต่อเรื่องราวได้
ทว่าในตอนนั้นเองเสียงเย็นเยียบสำเนียงแปร่งหูก็ดังแว่วมาจากที่ไกลๆ
“ไอ้พวกหมูชั้นต่ำอย่างพวกแกนี่มันไม่รู้จักจำจริงๆ เลยนะถึงได้บังอาจบุกรุกเข้ามาในอาณาเขตอธิปไตยของประเทศวอหนูพวกเราอีกแล้ว”
“ใครน่ะ?”
ลู่เซิ่งสะดุ้งเขารีบหันไปมองตามเสียงทันที
บนยอดไม้ของต้นไม้แห้งตายต้นหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลมีชายคนหนึ่งสวมชุดคลุมสีดำ ปิดหน้าด้วยหน้ากากแต่งกายประหลาดพิกลยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นสายตาที่เขามองมายังทุกคนเต็มไปด้วยความหยิ่งผยองราวกับแมวที่กำลังจ้องมองหนู
ใช่แล้วมันคือความรู้สึกเหมือนกำลังมองดูของเล่น
ลู่เซิ่งใช้ทักษะตรวจสอบไปยังผู้ที่มาเยือนตามสัญชาตญาณทันที
[เป้าหมาย: ทาเคดะ จิโร่]
[อาชีพเฉพาะตัว: นินจาแห่งฝูซาง [*] ]
[สัญชาติ: วอหนู]
[เลเวล: ??]
[ค่าพลังชีวิต: 14,760]
[ค่าความกระหายเลือด: 0]
[ระดับดาวพลังรบ: ??]
............
“หือ? มองไม่เห็นเลเวลกับระดับดาวพลังรบงั้นเหรอ?”
เมื่อเห็นข้อมูลที่แสดงอยู่บนแผงสถานะพื้นฐานของอีกฝ่ายลู่เซิ่งก็ใจหายวูบ เขากำลังจะเอ่ยปากเตือนเฉาอวี่และสวี่ซาซาที่อยู่ข้างๆ
แต่เขายังไม่ทันได้พูดอะไรเฉาอวี่ที่อยู่ด้านข้างก็หน้าถอดสีราวกับนึกถึงเรื่องราวที่น่ากลัวอย่างยิ่งขึ้นมาได้เขาชี้ไปยังผู้มาเยือนพลางตะโกนด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า“ทาเคดะ จิโร่ งั้นเหรอ? แก...แกคือนักฆ่าพันศพ ทาเคดะ จิโร่ คนนั้นงั้นเหรอ?”
“หึๆ ไอ้พวกหมูชั้นต่ำอย่างแกก็พอจะมีความรู้อยู่บ้างนะถึงกับจำฐานะของฉันได้”
ทาเคดะจิโร่ ยิ้มเย็นชาพลางยอมรับตัวตนโดยไม่มีการปกปิด
“แย่แล้ว!”
เมื่อเห็นอีกฝ่ายยอมรับออกมาอย่างเปิดเผยใจของเฉาอวี่ก็เหมือนหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มทันทีเขาไม่เพียงแต่ก้าวไปข้างหน้าเพื่อบังหน้าลู่เซิ่งและสวี่ซาซาไว้แต่ยังชูโล่ในมือขึ้นสูงพลางตะโกนบอกทั้งสองคนว่า “ลู่เซิ่งสวี่ซาซา พวกนายรีบหนีไป! ฉันจะช่วยระวังหลังให้เอง!”
“หนี? ทำไมฉันต้องหนีด้วยล่ะ?” ลู่เซิ่งถามออกไปอย่างมึนงง
“เลอะเลือนไปแล้วเหรอ!”
“ถึงตอนนี้แล้ว นายยังดูไม่ออกอีกเหรอ? คนคนนี้... มีฉายาว่านักฆ่าพันศพ ชื่อจริงคือทาเคดะ จิโร่ และมีสมญานามว่าเทพสังหารทรายโลหิตเชียวนะ”
เมื่อพูดถึงตรงนี้เขาก็ดูเหมือนจะกลัวว่าลู่เซิ่งจะยังไม่ตระหนักถึงความร้ายแรงของสถานการณ์จึงรีบเสริมด้วยความร้อนรนว่า “ยิ่งไปกว่านั้นเขายังมีอาชีพเฉพาะตัวของประเทศวอหนูอย่าง ‘นินจาแห่งฝูซาง’ซึ่งมีพลังต่อสู้ที่แข็งแกร่งกว่าพวกอาชีพระดับอัจริยะหรืออาชีพลับทั่วไปอีก”
เชิงอรรถ
[*]ฝูซาง (扶桑) คือชื่อเรียกโบราณของประเทศญี่ปุ่นในทางวรรณกรรมและตำนานจีน