ทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : สกิลข้าทวีคูณหมื่นเท่า ใครว่าข้าเป็นสายซัพพอร์ต

    เล่มที่ 2 บทที่ 47 อาชีพเฉพาะตัว นินจาแห่งฝูซาง

            และในขณะนั้นเองร่างสูงโปร่งร่างหนึ่งถึงได้ปัดมือเบาๆ อย่างสบายอารมณ์ราวกับเพิ่งทำเรื่องเล็กน้อยที่ไม่สลักสำคัญอะไรซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากลู่เซิ่ง

            “เอ๊ะ?”

            เมื่อเห็นภาพนี้สวี่ซาซาและเฉาอวี่ต่างก็ตกใจจนหน้าถอดสีพวกเขาคิดไม่ถึงเลยว่าลู่เซิ่งจะกล้าลงมือตบหน้าหลี่ว์อันทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าอีกฝ่ายมีเบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่แค่ไหน

            แม้แต่ตัวหลี่ว์อันเองก็ยังคาดไม่ถึง

            “แก... แกกล้าตบฉันเหรอ?”

            หลี่ว์อันพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้นมือข้างหนึ่งลูบแก้มที่บวมเป่งพลางจ้องเขม็งไปยังลู่เซิ่งที่อยู่ไม่ไกลด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความแค้นอาฆาตและริษยาจนปิดไม่มิด

            ทว่าลู่เซิ่งกลับคร้านจะใส่ใจว่าเขาจะมีปฏิกิริยาอย่างไรจึงเพียงแค่เอ่ยขึ้นเรียบๆ ว่า “ถ้ายังกล้าเห่าเหมือนหมาอีกเชื่อไหมว่าฉันจะทำให้แกไม่มีโอกาสได้ส่งเสียงออกมาอีกตลอดกาล?”

            “แก!”

            สิ้นคำพูดนี้หลี่ว์อันถึงกับรู้สึกสั่นสะท้าน

            เพราะลู่เซิ่งในเวลานี้แม้ภายนอกจะดูผ่อนคลายและสงบนิ่ง

            แต่จิตสังหารที่แผ่ออกมาจากตัวโดยไม่ตั้งใจรวมถึงคำประกาศที่จะทำให้เขาหุบปากไปตลอดกาลนั้นทุกอย่างล้วนบ่งบอกถึงความจริงประการหนึ่งว่า ลู่เซิ่งกล้าลงมือสังหารเขาจริงๆ

            “ไอ้บ้าเอ๊ย!”

            เมื่อคิดได้ดังนี้หลี่ว์อันก็ขนลุกซู่ไปทั้งตัว จะกล้าเอ่ยปากพล่ามอะไรต่อได้ยังไง?

            ในเมื่อลำพังแค่พลังรบอันน่าทึ่งที่ลู่เซิ่งเพิ่งแสดงออกมาแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่มีความมั่นใจเลยสักนิดว่าจะเอาชนะได้

            ตามคติที่ว่าลูกผู้ชายแก้แค้นสิบปีก็ยังไม่สาย

            ในจังหวะที่หลี่ว์อันตั้งใจจะยอมตัดใจจากการแย่งชิง‘ไม้เท้ากระดูกมังกร’ และรอจนกลับไปถึงเมืองกวางอันเขาค่อยหาคนมาจัดการชำระบัญชีแค้นนี้กับลู่เซิ่งภายหลังนั้นเอง

            ฟึ่บ!ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!

            ทันใดนั้นพร้อมกับเสียงแหวกอากาศที่คมกริบดังขึ้นติดๆ กันหลายสาย

            ท่ามกลางความว่างเปล่าอันมืดมิดวัตถุไม่ทราบชนิดที่แหลมคมนับไม่ถ้วนพุ่งตกลงมาจากฟากฟ้าดุจห่าฝนเพียงชั่วพริบตามันก็ครอบคลุมร่างของหลี่ว์อันไว้ภายในทั้งหมด

            “เอ๊ะ? ตัวอะไรน่ะ?”

            หลี่ว์อันตกใจสุดขีดเขารีบขยับตัวหลบตามสัญชาตญาณ

            แต่เขาเป็นนักเวทค่าสถานะความคล่องแคล่วเดิมก็ไม่ได้สูงอยู่แล้วแม้จะระวังตัวไว้บ้างแต่สุดท้ายก็ยังช้าไปก้าวหนึ่ง

            ฉึก!ฉึก! ฉึก!...

            วินาทีต่อมาเลือดของเขาสาดกระจายไปทั่ว

            HP-810!

            HP-794!

            HP-892!

            “อ๊ากกกก...”

            ตัวเลขดาเมจอันน่าสยดสยองพุ่งพรวดขึ้นมาจากเหนือศีรษะของหลี่ว์อันอย่างต่อเนื่องพร้อมกับเสียงร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวดแสนสาหัส

            ไม่เพียงเท่านั้นบนวัตถุแหลมคมเหล่านั้นยังมีลวดเหล็กเส้นยาวเชื่อมต่ออยู่หลังจากลวดเหล็กแทงทะลุร่างของหลี่ว์อันมันกลับยึดร่างของเขาไว้กับที่อย่างแน่นหนาจนไม่สามารถขยับเขยื้อนได้อีกต่อไป

            “หือ? เกิดอะไรขึ้น?”

            ลู่เซิ่งตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหันนี้เขาเองก็ยังไม่ทันปะติดปะต่อเรื่องราวได้

            ทว่าในตอนนั้นเองเสียงเย็นเยียบสำเนียงแปร่งหูก็ดังแว่วมาจากที่ไกลๆ

            “ไอ้พวกหมูชั้นต่ำอย่างพวกแกนี่มันไม่รู้จักจำจริงๆ เลยนะถึงได้บังอาจบุกรุกเข้ามาในอาณาเขตอธิปไตยของประเทศวอหนูพวกเราอีกแล้ว”

            “ใครน่ะ?”

            ลู่เซิ่งสะดุ้งเขารีบหันไปมองตามเสียงทันที

            บนยอดไม้ของต้นไม้แห้งตายต้นหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลมีชายคนหนึ่งสวมชุดคลุมสีดำ ปิดหน้าด้วยหน้ากากแต่งกายประหลาดพิกลยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นสายตาที่เขามองมายังทุกคนเต็มไปด้วยความหยิ่งผยองราวกับแมวที่กำลังจ้องมองหนู

            ใช่แล้วมันคือความรู้สึกเหมือนกำลังมองดูของเล่น

            ลู่เซิ่งใช้ทักษะตรวจสอบไปยังผู้ที่มาเยือนตามสัญชาตญาณทันที

            [เป้าหมาย: ทาเคดะ จิโร่]

            [อาชีพเฉพาะตัว: นินจาแห่งฝูซาง [*] ]

            [สัญชาติ: วอหนู]

            [เลเวล: ??]

            [ค่าพลังชีวิต: 14,760]

            [ค่าความกระหายเลือด: 0]

            [ระดับดาวพลังรบ: ??]

            ............

            “หือ? มองไม่เห็นเลเวลกับระดับดาวพลังรบงั้นเหรอ?”

            เมื่อเห็นข้อมูลที่แสดงอยู่บนแผงสถานะพื้นฐานของอีกฝ่ายลู่เซิ่งก็ใจหายวูบ เขากำลังจะเอ่ยปากเตือนเฉาอวี่และสวี่ซาซาที่อยู่ข้างๆ

            แต่เขายังไม่ทันได้พูดอะไรเฉาอวี่ที่อยู่ด้านข้างก็หน้าถอดสีราวกับนึกถึงเรื่องราวที่น่ากลัวอย่างยิ่งขึ้นมาได้เขาชี้ไปยังผู้มาเยือนพลางตะโกนด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า“ทาเคดะ จิโร่ งั้นเหรอ? แก...แกคือนักฆ่าพันศพ ทาเคดะ จิโร่ คนนั้นงั้นเหรอ?”

            “หึๆ ไอ้พวกหมูชั้นต่ำอย่างแกก็พอจะมีความรู้อยู่บ้างนะถึงกับจำฐานะของฉันได้”

            ทาเคดะจิโร่ ยิ้มเย็นชาพลางยอมรับตัวตนโดยไม่มีการปกปิด

            “แย่แล้ว!”

            เมื่อเห็นอีกฝ่ายยอมรับออกมาอย่างเปิดเผยใจของเฉาอวี่ก็เหมือนหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มทันทีเขาไม่เพียงแต่ก้าวไปข้างหน้าเพื่อบังหน้าลู่เซิ่งและสวี่ซาซาไว้แต่ยังชูโล่ในมือขึ้นสูงพลางตะโกนบอกทั้งสองคนว่า “ลู่เซิ่งสวี่ซาซา พวกนายรีบหนีไป! ฉันจะช่วยระวังหลังให้เอง!”

            “หนี? ทำไมฉันต้องหนีด้วยล่ะ?” ลู่เซิ่งถามออกไปอย่างมึนงง

            “เลอะเลือนไปแล้วเหรอ!”

            “ถึงตอนนี้แล้ว นายยังดูไม่ออกอีกเหรอ? คนคนนี้... มีฉายาว่านักฆ่าพันศพ ชื่อจริงคือทาเคดะ จิโร่ และมีสมญานามว่าเทพสังหารทรายโลหิตเชียวนะ”

            เมื่อพูดถึงตรงนี้เขาก็ดูเหมือนจะกลัวว่าลู่เซิ่งจะยังไม่ตระหนักถึงความร้ายแรงของสถานการณ์จึงรีบเสริมด้วยความร้อนรนว่า “ยิ่งไปกว่านั้นเขายังมีอาชีพเฉพาะตัวของประเทศวอหนูอย่าง ‘นินจาแห่งฝูซาง’ซึ่งมีพลังต่อสู้ที่แข็งแกร่งกว่าพวกอาชีพระดับอัจริยะหรืออาชีพลับทั่วไปอีก”

            เชิงอรรถ

            [*]ฝูซาง (扶桑) คือชื่อเรียกโบราณของประเทศญี่ปุ่นในทางวรรณกรรมและตำนานจีน

             

    คล้ายกับเรื่องทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : สกิลข้าทวีคูณหมื่นเท่า ใครว่าข้าเป็นสายซัพพอร์ต ที่คุณอ่าน