หงสาสีนิล (จบ)

    เล่มที่ 4 บทที่ 107 ทหารหญิง

            ในมือของอู๋เจียงยังคงถือมีดเตรียมพร้อมที่จะรบจนกว่าจะสิ้นชีพ

            เขาย่ำเท้าอย่างกระฉับกระเฉง อย่างน้อยเขาก็คิดว่าน่าจะเป็นเช่นนั้น

            แน่นอนว่าความจริงคงจะไม่เป็นเช่นนั้น เพราะมีดที่ถืออยู่มีน้ำหนัก หลังจึงค่อมลงเล็กน้อย

            ทั้งเขายังได้รับบาดเจ็บมาไม่เบา ทว่าท่านหมอหูก็ช่วยเขาทำแผลมาแล้ว

            โชคดีที่บัดนี้ท่านหมอหูยังพาศิษย์มาด้วยอีกสองคน แม้หนึ่งในนั้นจะเป็นสตรี แต่นางก็ช่วยงานได้มาก มิฉะนั้นช่วงนี้ยามที่ต้องรักษาคนที่ได้รับบาดเจ็บมา ท่านหมอหูคงจะวุ่นจนหัวหมุน

            บัดนี้อู๋เจียงสามารถยืนได้แล้ว ซึ่งนับว่าดีมากแล้ว ทั้งที่ความจริงควรจะนอนพักอีกสักระยะหนึ่ง

            ทั้งหน้าที่ไปออกรบเดิมทีก็เป็นหน้าที่ของเขา

            ทั้งที่พวกเขาเหล่าพี่น้องที่ร่วมรับผิดชอบหน้าที่นี้ต่างก็ตายไปกันไม่น้อยแล้ว

            ยามนี้เขาก็เรียกว่าตายแล้ว เพียงแต่ตายช้ากว่าเหล่าพี่น้องสักหน่อย ทว่าสุดท้ายก็คงต้องตายอยู่ดี

            เขายังคงเดินต่อด้วยความผ่าเผย

            ในใจบังเกิดความมุ่งมั่นที่จะตาย

            ในที่สุดเขาก็เห็นกลุ่มคนเมื่อคืน

            ทว่าพวกเขากลับดูแตกต่างจากเมื่อคืนยิ่งนัก

            ทุกคนล้วนแต่สวมเสื้อผ้าสีเหลืองและสีเขียว หากมองจากระยะไกลก็แทบจะมองไม่เห็นพวกเขา รอจนเดินไปใกล้จึงจะเพิ่งมองเห็นว่าเป็นกลุ่มคน

            มองจากไกลๆ คนเหล่านี้ก็ราวกับจะรวมเป็นหนึ่งกับพื้นทุ่งหญ้า

            เมื่อเห็นว่าเขาปรากฏตัวขึ้น พวกเขาก็ไม่มีท่าทีตกใจแม้แต่น้อย เห็นได้ชัดว่าคงมีคนแจ้งไว้แล้ว

            อู๋เจียงมองไปยังจุดศูนย์กลางของฝูงชน ก็เห็นว่ามีเด็กหญิงยืนอยู่

            ในใจพลันรู้สึกว่าเหลวไหลนัก

            เขาจึงเร่งร้อนเดินไปข้างหน้า แล้วจึงตำหนิออกมาอย่างอดไม่ได้ “พวกท่านอย่าเหลวไหลมากนัก รีบส่งแม่หนูนี่กลับไปบนเขาเสีย กองทัพจิงเสียสติไปแล้ว พวกเขาเจาะจงฆ่าเด็กเป็นพิเศษ ไม่ว่าเด็กหญิงหรือเด็กชาย เด็กตัวแค่นี้หากพวกมันเห็นเข้าจะต้องถูกฆ่าเป็นแน่”

            เฉินโย่วสวมชุดกระโปรงนวมสีเหลืองเขียวแบบเดียวกันกับที่เหล่าน้าๆ ในโรงทอผ้าสวม ตรงกลางมีเป้าเพื่อความสะดวกในการวิ่งหนี บนศีรษะก็สวมหมวกสีเขียวเหลืองเช่นกัน กระทั่งม้าที่นางขี่ก็ยังถูกทาสีเหลืองและสีเขียวทั่วกาย

            หมวกที่นางสวมนั้นบดบังผมจุกของนางมิด บนใบหน้าก็ยังแต้มสีเอาไว้

            อู๋เจียงเพียงแค่ได้เห็นนาง ก็คิดถึงหลานสาวของตนขึ้นมา

            เขาเองยังไม่มีบุตร เดิมทีเขาก็ใกล้จะได้แต่งงานอยู่แล้ว ทว่าเขากลับถูกส่งมาประจำการอยู่ชายแดน บิดามารดาฝ่ายเจ้าสาวจึงได้ขอยกเลิกงานแต่งเสีย กล่าวว่าไม่อยากให้บุตรสาวของตนนั้นเป็นม่าย

            เขาก็เป็นชายชาตรีคนหนึ่ง จึงได้ตัดสินใจไล่ครอบครัวฝ่ายหญิงกลับไป ไม่ยินยอมยกเลิกงานแต่ง ถึงอย่างไรหากจะต้องยกเลิก ก็ให้เขาเป็นคนไปยกเลิกเองจะดีกว่า เช่นนี้ย่อมดีต่อชื่อเสียงของฝ่ายหญิงมากกว่า

            วันต่อมาเขาก็ไปยกเลิกงานแต่งจริงๆ โดยกล่าวว่าตนนั้นได้หมายปองสตรีด้านนอกไว้แล้ว

            สุดท้ายจึงได้ถูกบ้านฝ่ายหญิงไล่ตะเพิดออกมา

            ท่านพ่อและท่านแม่จากไปตั้งแต่เขายังเล็ก เรื่องการแต่งงานครั้งนี้ล้วนได้พี่สาวของเขาเป็นคนจัดการเฟ้นหาสตรีที่ดูไม่เลวมานางหนึ่ง พี่สาวเคยพบกับสตรีนางนี้มาก่อน นางกล่าวว่าแม่นางคนนี้ทั้งรู้หนังสือและรู้หลักการ รูปโฉมก็งดงามนัก แม้จะตัวเตี้ยไปสักหน่อย แต่ก็น่าจะถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี เขานั้นรูปร่างสูง ต่อไปหากมีบุตร บุตรย่อมไม่น่าจะตัวเตี้ยนัก

            เขายังจำท่าทียามพี่สาวกล่าวถึงสตรีนางนั้นได้ ใบหน้าอ่อนโยนดุจดวงตะวันในวสันตฤดู

            ทั้งเขายังจำท่าทียามที่พี่สาวรู้ว่าเขาขอยกเลิกการแต่งงานได้ พี่สาวร้องไห้โฮโวยวาย เอาแต่กล่าวขอโทษท่านพ่อท่านแม่

            บุตรสาวของพี่ก็หน้าตาน่ารักน่าชังนัก เหมือนกับยามที่พี่สาวของเขายังเป็นเด็กไม่มีผิด

            “เจ้ากลับไปเสีย รีบกลับไปบนภูเขาให้เร็วที่สุด สงครามไม่ใช่เรื่องเล่นๆ” อู๋เจียงมองใบหน้าราวกับบุปผาของเด็กหญิง คำที่สบถด่าไปเมื่อครู่ก็ไม่เหลือแล้ว นัยน์ตามีหยาดน้ำตาซ่อนอยู่

            เฉินโย่วส่ายหน้าเบาๆ

            “ข้ากลับไปไม่ได้ ท่านอาจารย์กัวบอกว่า หากข้ายังอยู่ ทุกคนก็จะยังอยู่เช่นกัน”

            อู๋เจียงอยากจะก่นด่าให้ลั่น ท่านอาจารย์บ้าอันใดกันจึงได้พูดจาเหลวไหลให้เด็กฟังเช่นนี้

            “เจ้าคนใดคือท่านอาจารย์กัวกัน ออกมาเดี๋ยวนี้ พูดจาเหลวไหลอันใด อย่าให้ข้าเจอตัว ข้าจะทุบเสียให้ตายคามือ”

            “แค่กๆ” ราชครูลุกออกมาพร้อมสีหน้าประหลาด

            เขาเองก็สวมชุดตัวยาวสีเขียวเหลืองอยู่ จึงรู้สึกไม่ค่อยคุ้นชินเท่าใดนัก

            เขาเป็นถึงราชครู จะให้ใส่เสื้อผ้าเช่นนี้ได้อย่างไร

            ทว่าอาลู่ เจ้าเด็กเวรนั่นกล่าวว่าทุกคนต้องสวมแบบเดียวกัน

            ลู่เกอดูแลหน่วยลาดตระเวนทั้งภูเขา ทางโรงทอผ้านั้นได้รับใบคำสั่งให้ทอออกมาเป็นผ้าสี ผลลัพธ์จึงได้ผ้าเป็นลายแบบนี้มา

            ผ้าเนื้อดีเป็นสีเหลืองบ้าง สีเขียวบ้าง ดูแล้วน่าเกลียดเหลือทน

            ทว่าชาวบ้านหมู่บ้านไป๋กู่ล้วนแต่เคยยากลำบากมาก่อน แน่นอนว่ายอมตัดใจทิ้งเสื้อผ้าเหล่านี้โดยที่ยังไม่ใช้ไม่ลง

            ลู่เกอจึงให้แม่นางหลัวช่วยนำผ้าเหล่านี้มาตัดเป็นเครื่องแบบสำหรับหน่วยลาดตระเวน ถึงอย่างไรชาวหน่วยลาดตระเวนก็มีหน้าที่คอยสืบข่าว ต้องทำตัวลับๆ ล่อๆ กันเป็นปกติอยู่แล้ว ดังนั้นเสื้อผ้าน่าเกลียดสำหรับพวกเขาจึงไม่มีปัญหาอันใด

            ทว่าผลลัพธ์ของมันกลับเหนือความคาดหมาย ผ้าหน้าตาเช่นนี้กลับมีประโยชน์นัก โดยเฉพาะยามที่อยู่บนทุ่งหญ้า แม้แต่ในยามกลางวันก็ยังทำให้พวกเขาดูราวกับพรางเป็นเนื้อเดียวกันกับทุ่งหญ้า

            ต่อมาทุกคนจึงมีชุดแบบเดียวกันคนละชุด กระทั่งเฉินโย่วก็ยังมีหนึ่งชุด

            ราชครูเองก็มีกับเขาด้วยเช่นกัน

            ราชครูไม่อยากสวมชุดนี้ เขารู้สึกว่ามันอัปลักษณ์ยิ่ง ทว่าทุกคนล้วนแต่เป็นสีเขียวสีเหลืองกันทั้งหมด หากว่าเขายังรั้นจะใส่สีขาวสีดำอยู่คนเดียว ก็เท่ากับว่าทำตนเองให้เป็นเป้าชัดๆ คนตระกูลจ้งแม้จะเก่งกาจ แต่ก็มิใช่ว่าคมมีดคมดาบจะแทงไม่เข้า

            ดังนั้นต่อให้เขาต้องกล้ำกลืนฝืนทนเพียงใด แต่เมื่อหันไปเห็นองค์หญิงใหญ่ก็สวมชุดเขียวๆ เหลืองๆ ไม่ต่างกับตน ในใจก็พลันปลอดโปร่งขึ้นมา

            ยามนี้เมื่อถูกอู๋เจียงเรียก เมื่อเดินออกมาจึงรู้สึกเขินอายอยู่เล็กน้อย

            ด้วยเพราะอู๋เจียงนั้นน่าจะรู้จักเขาเป็นแน่

            ก็เขาเป็นราชครูนี่ ยามที่เหล่าทหารต้องเดินทัพออกศึก เขาในฐานะราชครูก็ต้องออกไปส่งตามปกติ

            อีกทั้งยามที่เขาถูกส่งตัวมายังทุ่งหญ้าป่าเถื่อนแห่งนี้ ราชครูยังเคยได้ยินเรื่องการถอนหมั้นของเขา ตอนนั้นยังลอบรู้สึกเวทนาอู๋เจียงไม่น้อย ตอนนี้จึงลอบมองชายหนุ่มตรงหน้าให้ชัดเสียหน่อย

            อู๋เจียงเมื่อเห็นชายชราที่ลุกขึ้นเดินมาหาตนก็พลันนิ่งอึ้ง

            แม้ว่าชายตรงหน้าเขาจะถูกห่อด้วยผ้าสีเขียวเหลืองไปทั้งตัว ทว่าใบหน้านี้ต่อให้เขาตายไปก็ยังคงจำได้ไม่ลืม

            เขายังจำทุกคนในวันก่อนที่จะเคลื่อนทัพได้

            เพราะนั่นน่าจะเป็นวันสุดท้ายที่เขาจะได้อยู่ในเมืองหลวง

            ราชครูที่ยืนอยู่บนแท่นอย่างสง่างามดุจเทพเซียน ร่างนั้นสวมชุดยาวลากพื้นสีขาว ใบหน้าประดับด้วยเครายาวสีขาวเช่นกัน บนใบหน้านั้นทุกส่วนล้วนแต่แผ่ความเมตตาออกมา

            “ราช......”

            “ข้าคืออาจารย์กัว เจ้าสงสัยอันใดรึ”

            อู๋เจียงมองราชครูก็เห็นว่าด้านหลังเขายังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ล้วนแต่สวมชุดสีเขียวเหลือง ในมือล้วนแต่ถือมีดเอาไว้ บนศีรษะก็สวมหมวกสีเหลืองเขียวเช่นเดียวกับชุด แม้กระทั่งบนใบหน้าก็ยังทาสีเขียวและสีเหลืองเอาไว้

            ชายหนุ่มจึงได้แต่อ้าปากถามขึ้น “ข้า ข้าขอถามว่าชุดและหมวกเช่นนี้สามารถยกให้ข้าสักชุดได้หรือไม่” ราชครูพยักหน้าตอบ

            อู๋เจียงรีบเปลี่ยนชุดที่เพิ่งได้มาพร้อมสวมหมวกให้เรียบร้อย จากนั้นจึงไปรวมตัวกันกับฝูงชน

            เมื่อเข้ามารวมกับฝูงชนก็มองเห็นเด็กหนุ่มที่ช่วยไว้เมื่อวันก่อน ลูกเหล็กบนร่างบัดนี้ก็ทาสีเขียวเหลืองเช่นกัน เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งว่ามีดในมือตนนั้นก็ควรทาสีเหลืองเขียวด้วยหรือไม่

            หลังจากที่ทะเลาะกับความคิดของตัวเองอยู่ครู่หนึ่งก็คิดได้ว่าการเอาตัวรอดย่อมดีกว่าหน้าตาดี จากนั้นจึงเอามือจุ่มลงในสีเหล่านั้นแล้วทาลงบนใบหน้าของตน มีดในมือก็ทาสีเขียวเหลืองนี้ด้วยเช่นกัน

            จากนั้นจึงเดินเข้าไปรวมตัวกับคนอื่นๆ เพียงพริบตาเขาก็รู้สึกว่าตนเองได้เป็นส่วนหนึ่งของทุกคนแล้ว

            เขายื่นมือไปกระทุ้งคนข้างๆ เบาๆ แล้วถามขึ้น “พวกเจ้าคิดวิธีการเช่นนี้ได้อย่างไร ช่างยอดเยี่ยมนัก ไม่ต้องพูดถึงเหล่าทหารว่าจะคิดได้ กระทั่งครอบครัวข้าก็คงจะคิดไม่ได้”

            ต่อมาจึงได้ยินน้ำเสียงเย็นเยียบของสตรีตอบขึ้น “หากยังมาโดนตัวข้าอีก ข้าจะตัดมือเจ้าทิ้งเสีย”

            อู๋เจียงพลันใจหล่นวูบ

            ข้างกายเขาแท้จริงแล้วคือสตรีหรอกหรือนี่

            เมื่อครู่ตอนที่ราชครูเรียกให้เขาเข้ามาในกลุ่ม เขาจึงเข้ามา

            เมื่อมองตอนนี้ไม่เพียงแค่ข้างกายเขาที่เป็นสตรี ทั้งด้านซ้าย ด้านขวา ด้านหน้า ด้านหลังล้วนแต่เป็นสตรี

            เพียงแต่ทุกคนล้วนแต่สวมชุดสีเขียวเหลืองที่กระทั่งหมวกก็ยังเป็นสีเดียวกัน จึงทำให้เขานั้นดูไม่ออก

            ชายหนุ่มพลันหน้าแดง “ขออภัยแม่นาง ข้าเดินมาผิดทางแล้ว”

            เมื่อกล่าวจบแล้วก็จะปลีกตัวออกมาทันที

            แต่กลับได้ยินแม่นางข้างกายกล่าวขึ้นอย่างเย็นชา “ท่านไม่ได้เดินมาผิดหรอก ทหารเช่นพวกท่านนี่ช่างไม่เอาไหนเสียจริง ยังมิสู้สตรีเช่นพวกเราด้วยซ้ำไป ท่านยังบาดเจ็บ สามารถมาเดินกับพวกเราได้ก็นับว่าดีแค่ไหนแล้ว จะไปสร้างภาระให้กองกำลังหลักทำไมกันเล่า”

            อู๋เจียงเมื่อถูกเอ็ดเข้า ก็ไม่ได้ตอบโต้สักประโยคเดียว

            เขาไม่เคยนึกเคยฝันว่าวันหนึ่งตนจะมาร่วมทัพกับสตรีได้

            หรือแคว้นเชินกำลังจะล่มสลายแล้ว

            มีเพียงเหล่าสตรีที่ยังยืนอยู่บนสนามรบ แคว้นเชินที่แสนเกรียงไกรกลับไม่แม้แต่จะส่งคนมาสักคน

            “อย่ามัวแต่ใจลอย พวกเรากำลังจะเคลื่อนทัพแล้ว รีบเดินเสีย หากท่านจะมาเป็นภาระให้พวกข้าก็รีบกลับไปเสียตั้งแต่ตอนนี้”

            แม่นางคนเดิมยังคงกล่าวอย่างเย็นชา

            อู๋เจียงค่อยเดินตามเหล่าสตรีไป ในใจพลันรู้สึกสิ้นหวัง อดจะหันกลับไปมองไม่ได้

            บางทีราชโองการจากฝ่าบาทอาจจะแค่มาถึงช้าสักหน่อย ฝ่าบาทย่อมไม่มีทางทอดทิ้งพวกเขา

            เพียงแต่เบื้องหลังของนั้นไม่มีกองทัพจากฝ่าบาท

            ไม่มีกองทหารจากราชสำนัก

            มีเพียงธงที่ด้านบนวาดรูปกะโหลกเอาไว้ ใต้กะโหลกนั้นมีเด็กหญิงที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับหลานสาวของเขากำลังแหงนหน้ายิ้มให้เขาอยู่

            อู๋เจียงมองเด็กสาวอย่างล้ำลึกคราหนึ่ง ก่อนจะก้มหน้าเดินต่อ

    คล้ายกับเรื่องหงสาสีนิล (จบ) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592