แม้ยังรู้สึกปวดเนื้อปวดตัวอยู่มากอาการมึนศีรษะก็แทบเรียกได้ว่าถาโถมเข้าใส่จนรู้สึกได้หลังจากต่อปากคำกับหัวหน้ากลุ่มโจรจบแต่อู่เจียวเฉินก็รีบกินข้าวในถ้วยจนหมดโดยไว เพราะอยากออกจากกระท่อมของคนที่นางรังเกียจเต็มแก่แล้ว
ครั้นกินข้าวเสร็จนางก็หยิบหมอนหยิบผ้าห่มบนเตียงมาโยนลงพื้นก่อนละเลงเท้าเหยียบย่ำลงไปเพื่อระบายแค้น หลังจากนั้นจึงยกถาดถ้วยชามออกมาคราแรกที่ไม่พบคนอยู่หน้ากระท่อม นางคิดอยากหลบหนี แต่อีกใจก็คิดว่าตนเองคงไม่อาจหนีรอดได้เพราะบทเรียนจากประสบการณ์เมื่อคืนวาน นางไม่รู้จะหันหน้าไปทางทิศไหนเกิดหลงป่าขึ้นมาคงช่วยเหลือตัวเองไม่ได้แน่ ล่วงเข้ายามบ่ายแล้ว อากาศฤดูฝนมืดค่ำเร็วนักนางไม่อยากเสี่ยงเอาชีวิตไปเป็อาหารเสือก่อนได้พบหน้าอาจื้อ
อู่เจียวเฉินยืนอยู่บนลานดินหน้ากระท่อมดวงตาเรียวกวาดมองโดยรอบ กระท่อมแต่ละหลังปลูกสร้างหยาบๆ มุงหญ้าเป็หลังคาคล้ายมิตั้งใจลงหลักปักฐานที่นี่ตลอดไป
พวกโจรกลุ่มนี้คงจะหนีการจับกุมของทางการไปเรื่อยๆกระมัง หญิงสาวคิดขณะก้าวเดินไปตามทางคดเคี้ยวเมื่อผ่านกระท่อมหลังอื่นก็เห็นสมาชิกกลุ่มโจรจับกลุ่มคุยกันแต่ละคนสวมเสื้อผ้าสีตุ่นคร่ำคร่า ส่วนใหญ่ไว้หนวดไว้เคราคล้ายกับหัวหน้าของพวกเขา
แต่เดินมาสักพักอู่เจียวเฉินก็แทบหวีดร้องเมื่อจงหลิงโผล่พรวดเข้ามาขวางทางซ้ำยังกล่าววาจาผรุสวาทใส่หน้าแทบไม่ทันตั้งตัว
“ผู้หญิงแพศยาชอบยั่วยวนผู้ชาย เหตุใดยังกล้ากลับมาที่นี่อีก”
มองดูก็รู้ว่าผู้หญิงคนนี้หึงหวงนางกับเ้าหัวหน้าโจรร้ายนั่นด้วยความหมั่นไส้ อู่เจียวเฉินจึงกล่าวยั่วอารมณ์หึงหวงของอีกฝ่าย “ข้าไม่เคยยั่วยวนใคร มีแต่ผู้ชายวิ่งเข้าหาข้าเองและที่กลับมาก็เพราะหัวหน้าพวกเ้าพากลับมาเองนะ”
“เ้า!” จงหลิงเงื้อฝ่ามือขึ้นสูง คนที่ตั้งท่ารอไม่ยอมถูกรังแกก็เตรียมตัวลงไม้ลงมือโต้กลับเช่นกันดีว่ามีเสียงของจงเทามาห้ามเสียก่อน ชายหนุ่มเข้ามาดึงแขนน้องสาวพาตัวให้ออกห่างอู่เจียวเฉิน
“พอได้แล้วอย่าทำตัวเสียมารยาท”
“ทำไมข้าต้องมีมารยาทกับนางด้วยเล่า”คนเป็น้องมิวายเถียง ครั้นรู้สึกถึงแรงบีบตรงข้อมือก็นิ่วหน้าฮึดฮัดเก็บความไม่พอใจไว้
อู่เจียวเฉินสบตาของชายหนุ่มก่อนเขาจะส่งยิ้มให้นาง หญิงสาวรับรู้ถึงความเป็มิตรเหมือนเคยได้รับจากป้าหวาง
“ไข้ทุเลาแล้วหรือไยออกมาตากลมตากแดด”
“ข้าจะต้องไปตักน้ำไปช่วยงานป้าหวางเพราะคำสั่งของเ้าโจรบ้านั่น” หญิงสาวบุ้ยหน้าไปทางกระท่อมของหัวหน้ากลุ่มโจร
“อย่าเรียกพี่ต้าเสียงแบบนั้นนะ!”
“ทำไมจะเรียกไม่ได้ในเมื่อข้าเกลียดขี้หน้าเ้านั่น ข้าไม่ได้ชอบเขาแบบที่เ้าชอบนี่”
เมื่อน้องสาวทำท่าจะฟัดกับหญิงสาวต่างถิ่นอีกหนจงเทาก็จำต้องพาจงหลิงจากไปก่อนเื่จะบานปลาย
“ไม่รบกวนเ้าแล้ว”กล่าวพลางลากตัวน้องสาว พร้อมหันมาสำทับว่าจะต้มยาให้ใหม่ในตอนค่ำ คนป่วยจึงได้รู้ว่าเขาเป็หมอยาของหมู่บ้านโจรแห่งนี้
อู่เจียวเฉินเดินไปจนถึงกระท่อมหลังหนึ่งที่มีควันไฟลอยขึ้นมานางพบป้าหวางมายืนรอก่อนแล้ว
“เสี่ยวหลิงยังเด็กอย่าถือสาความเอาแต่ใจของนางเลย” จากจุดนี้สามารถมองเห็นเหตุการณ์เมื่อครู่ได้ถนัดตา
“นางก็คงอายุเท่าข้ากระมังแต่นิสัยเอาแต่ใจขี้โวยวายแบบนั้นพี่ชายคงจะปวดหัวรำคาญหูน่าดู”
ป้าหวางยิ้มรับฟังแต่ไม่ตอบอะไร
“ข้าต้องไปตักน้ำที่ไหน”อู่เจียวเฉินวางถาดลงบนแคร่แล้วเอ่ยถามถึงงานที่จะต้องทำ
“ใกล้ๆนี้มีลำธาร ตามข้ามาเถอะ” ป้าหวางบอกพร้อมกับยื่นถังไม้ให้หญิงสาวสองถัง และตัวเองก็ถือติดมือไปด้วยเพื่อตักมาใช้ในครัว
สตรีสองวัยเดินห่างออกมาจากหมู่บ้านแล้วก็พบธารน้ำดังว่ามีต้นเฟิงยืนต้นอยู่ริมธารใสเป็ทิวแถว ใบเฟิงสีแดงร่วงหล่นลงบนผิวน้ำและแนวกรวดหินสีดำธรรมชาติเบื้องหน้าสวยสะอาดจนอู่เจียวเฉินรู้สึกตะลึง ไม่คาดว่าในป่าเขาใกล้รังโจรป่าเถื่อนจะมีทัศนียภาพที่งดงามเช่นนี้
“เพราะผืนป่าอุดมสมบูรณ์และมีลำธารสวยแบบนี้สินะพวกท่านถึงได้ตั้งหมู่บ้านที่นี่”
“แต่คงอยู่ได้อีกไม่นานนักหรอกหากหัวหน้าปล่อยเ้ากลับไป เ้าก็คงจะไปแจ้งความกับทางการกระมัง” ป้าหวางหยั่งเชิงความคิดหญิงสาว
“ข้า...”นางเกลียดเ้าคนที่จับตัวนางมา แค้นนี้อย่างไรก็ต้องชำระ แต่ถ้าหากนางแจ้งทางการนั่นเท่ากับเปิดเผยตัวตนต่อนางจูเหริน นางอาจจะถูกจับตัวไปขายเป็อนุของใครอีกก็ไม่รู้และการแจ้งความอาจจะนำพาคนในครอบครัวเปาห้าวสงมาวุ่นวายกับชีวิตนางก็เป็ได้
อู่เจียวเฉินมองหน้าป้าหวางถ้าพวกมือปราบจับโจรกลุ่มนี้ นั่นเท่ากับว่ารวมป้าหวางที่มีน้ำใจกับนางไปด้วย คิดๆแล้วความรู้สึกผิดก็ผุดขึ้นในใจก่อนเื่จะทันเกิด
“พวกท่านจะย้ายที่อยู่ไปเรื่อยๆหรือ”
“ห้าปีมานี้ข้ามีบ้านสามแห่งแล้ว”เอ่ยคำว่าบ้านซึ่งไม่มีที่ใดอยู่ได้ถาวร ถึงกระนั้นใบหน้าที่มีริ้วรอยแห่งวันเวลาก็เจือด้วยรอยแห่งความสุข
“มีความสุขหรือไรกับการอยู่กับพวกโจร”อย่างไรเสีย หญิงสาวก็ไม่อยากยอมรับว่าจะมีคนดีๆ ที่ไหนยอมอยู่กับโจรถ้าหากไม่ใช่คนกระทำผิดแบบเดียวกัน นางขอบคุณน้ำใจของป้าหวางแต่ถ้าป้าหวางทำเื่ไม่ดีนางก็ไม่อาจนับถือได้สนิทใจ
“...เ้ารีบตักน้ำเถอะอย่าทำข้าลำบากใจ ข้าไม่อยากเห็นหัวหน้าลงโทษใคร” หญิงวัยกลางคนตัดบท
รู้ว่าตนเสียมารยาทกับเื่ส่วนตัวของคนอื่นอู่เจียวเฉินก็ยอมหุบปากแต่ในหัวยังคิดถึงชายร่างใหญ่ที่จับตัวนางมาเ้าโจรชั่วนั่นนับเป็คนป่าเถื่อนโหดร้าย ขนาดตัดแขนพี่น้องตัวเองก็ทำแล้ว นับประสาอะไรกับนางที่เป็คนนอกหากทำให้เขาไม่พอใจเขาก็คงลงโทษนางอย่างไม่รู้สึกผิดบาปอะไร มโนธรรมล้วนไม่มีในสันดานโจรอยู่แล้วคิดดังนั้นแล้วหญิงสาวก็ก้มลงตักน้ำ ดวงตาใสกระจ่างมองทางน้ำซึ่งไหลเรื่อยไปยังทิศปลายน้ำ
“ธารน้ำนี่ไปสิ้นสุดที่ตรงไหนนะ”นางเปรยเบาๆ ราวพูดกับตนเอง
“คิดจะหนีไปตามลำน้ำรึ”
หญิงสาวยกถังน้ำขึ้นวางบนฝั่งแล้วหันกลับมามองคนที่ยืนอยู่ใกล้ “ถ้าข้าขอร้องให้ป้าปล่อยข้าไปจะได้ไหม”
“ใกล้ค่ำแล้วไม่ปลอดภัย”
“ข้าไม่ได้คิดจะไปตอนที่ร่างกายข้ายังไม่พร้อมได้หรือไม่ ปล่อยข้าไปเถอะนะท่านป้า” อู่เจียวเฉินยื่นมือมาจับมืออีกคน
ป้าหวางดึงมือของตนออกจากการเกาะกุม“ข้าไม่ใช่คนที่จะตัดสินใจเื่นี้ได้” กล่าวจบนางก็ยกถังน้ำแล้วหันกายเดินกลับทางเดิมปล่อยให้หญิงสาวซึ่งอยู่ในสถานะไร้อิสรภาพมองสายน้ำไหลทอดไปไกลสุดตา น้ำไหลจากที่สูงลงที่ต่ำมีต้นย่อมต้องมีปลายสิ้นสุด หากเดินลัดเลาะไปตามริมฝั่งไม่แน่นางอาจจะหาทางออกจากหุบเขาได้ แต่นางจะทำบุ่มบ่ามเสี่ยงชีวิตอีกไม่ได้ อย่างน้อยต้องมีเสบียงและร่างกายก็ควรแข็งแรงกว่านี้
สตรีซึ่งเดินนำไปก่อนหยุดก้าวแล้วมองกลับมาก็เห็นอู่เจียวเฉินเดินตามมาแล้ว นางค่อนข้างโล่งอกที่อีกคนไม่กระโจนลงน้ำหนีไปเสียดื้อๆ