ไป๋ฉีขับแอร์ไบค์จากชั้นดาดฟ้าของตึกไปยังทิศตะวันออกของประเทศทันที ภารกิจที่เขาได้มามีอยู่สามภารกิจด้วยกันนั่นคือการกวาดล้างฝูงอบิสหมาป่านรกระดับนักรบขั้นกลาง เก็บหญ้าปีศาจม่วงยี่สิบกิโลกรัม และภารกิจสุดท้ายคือสังหารบอสเ้าถิ่นอบิสรูปแบบงูที่มีชื่อว่า งูปีกหยกระดับขุนพลขั้นต้น
เรียกได้ว่าอาจารย์อย่างอู่จินหยางจะมั่นใจในตัวไป๋ฉีมากทีเดียวถึงได้ให้ทำภารกิจข้ามขั้นแบบนี้แถมเป็แบบ โซโล่ ไม่ใช่แบบทีม แน่นอนในมุนมองของคนภายนอกนี่มันเป็การหาที่ตายชัดๆ เพราะอบิสระดับขุนพลนั้นจำเป็ต้องใช้ระดับขุนพลหนึ่งทีมเพื่อทำการกำจัด อีกทั้งยังไม่เคยมีใครเห็นการโซโล่ข้ามขั้นมาก่อน จึงไม่แปลกที่พวกเขาจะคิดว่าไม่มีทางทำได้
ในเวลาเดียวกันกับที่ไป๋ฉีกำลังไปทำงาน ณ ตึกัดำที่อยู่ตรงกันข้ามกับตึกัขาว ตอนนี้หัวหน้าหน่วย อู่จินหลิน กำลังเฝ้าดูการฝึกซ้อมของทีมอัจฉริยะที่เขาพึ่งได้รับเข้าหน่วยมา โดยเขาจัดให้ซุนหรงเป็หัวั เจียงหลินเป็ส่วนลำตัว และกงฮ่าวเป็หาง
ส่วนปีกทั้งสองข้างนั้นอู่จินหลินได้มอบตำแหน่งนี้ให้กับอันดับที่ห้าและอันดับที่เจ็ดในการคัดเลือก ซึ่งมีความสามารถทางด้านความเร็ว เมื่อรวมกันแล้วก็เรียกว่าเป็ทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในรุ่นนี้เลยก็ว่าได้
ในขณะที่กำลังชื่นชมการฝึกซ้อมอย่างพึงพอใจ ชายคนหนึ่งที่สวมชุดสีดำมีดาวสามดวงก็เดินเข้ามาหาเขาและกล่าวรายงาน "บอส ตอนนี้เด็กที่ท่านอู่จินหยางรับไว้ออกทำภารกิจแล้วครับ แถมได้ข่าวมาว่าทำแบบโซโล่ซะด้วย เป้าหมายคืองูปีกหยกในเขตตะวันออก"
"หืม เ้าน้องคนนั้นคิดจะส่งเด็กไปตายหรือไงกัน นั่นมันระดับขุนพลขั้นต้นเชียวนะ"อู่จินหลินกล่าวอย่างไม่เข้าใจ
"ท่านอู่จินหยางน่าจะมั่นใจในตัวของเด็กคนนี้มากเลยทีเดียว แถมได้ข่าวมาว่ากลายเป็ศิษย์อาจารย์กันแล้วด้วย น่าจะใช้ภารกิจนี้ทดสอบความสามารถของลูกศิษย์"
"หืม ลูกศิษย์งั้นหรือ เื่นี้ชักจะน่าสนใจซะแล้วสิ เด็กนั่นต้องมีดีอะไรสักอย่างแน่ๆ"อู่จินหลินกล่าวและเผยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ออกมาก่อนจะออกคำสั่ง
"ต้าเมิ่ง พาศิษย์ทีมอัจฉริยะของเราไปทำภารกิจที่เขตตะวันออก และคอยสังเกตุการณ์ศิษย์ของน้องชายฉันด้วย"
"ครับ บอส!"ชายคนเมื่อครู่หรือต้าเมิ่งกล่าวตอบรับ จากนั้นทำการหาภารกิจในเขตตะวันออกที่ว่างอยู่แล้วลงทะเบียนทันที ก่อนที่จะเดินไปแจ้งกับเหล่าทีมอัจฉริยะให้เตรียมพร้อมปฏิบัติการ
ตัดกลับมาทางไป๋ฉีตอนนี้เขาขับแอร์ไบค์มาได้ครึ่งทางแล้ว นับั้แ่ออกจากตึกัขาวมานี่ก็เข้าชั่วโมงที่สี่พอดี ตอนนี้เขารู้สึกหิวและกระหายเป็อย่างมากจึงได้นำเสบียงที่ซื้อมาจากตึกัขาวก่อนที่ออกมาและกินมันขณะที่ขับแอร์ไบค์อยู่
"ฮิฮิ นายท่านสบายใจจริงๆเลยนะเ้าคะ ทั้งๆที่ได้รับภารกิจที่ยากมาแท้ๆ"เสี่ยวไป๋นั่งอยู่บนหอคอยจักรวาลจู่ๆกล่าวหยอกล้อออกมา ทำให้ไป๋ฉีใจนทำอาหารที่กำลังกินอยู่ติดคอ
"แห๊กๆ เสี่ยวไป๋วันหลังจะทักทายก็ให้ส่งสัญญาณบอกกันหน่อยได้หรือเปล่า ทำเอาใหมด"หลังจากที่ดื่มน้ำเสร็จชายหนุ่มก็กล่าวออกมาอย่างเหนื่อยใจ
"ฮิฮิ ขอโทษเ้าค่ะนายท่าน เสี่ยวไป๋เห็นว่านายท่านออกเดินทางมานานแล้ว กลัวนายท่านจะเหงาก็เลยจะมาเป็เพื่อนคุยได้ไงเ้าค่ะ เพราะดูเหมือนว่าจะอีกไกลมากเลยทีเดียวกว่าจะถึงที่หมาย"เสี่ยวไป๋แลบลิ้นและขยิบตาทำให้ดูน่ารักยิ่ง
ไป๋ฉีก็ยกยิ้มออกมา "งั้นจะคุยอะไรดีล่ะ ฉันว่าฉันก็เรียนรู้จากเธอมาหมดแล้วนะ หรือฉันสามารถปลดล๊อกความลับอื่นได้แล้ว"
"ฮิฮิ แน่นอนว่าไม่ใช่ ต้องอยู่ระดับเทพาเท่านั้นถึงจะสามารถรู้ในสิ่งที่นายท่านอยากรู้ได้"
"อ้าว แล้วเธอจะชวนฉันคุยเื่อะไรกันละ?"ไป๋ฉีกล่าวถาม
"แน่นอนว่าต้องเป็เื่ชีวิตประจำวันของนายท่านอยู่แล้ว บอกเลยเื่นี้สำคัญมาก"
"เื่?"
"เื่ภรรยาของนายท่านในอนาคตไง"เสี่ยวไป๋กล่าวอย่างร่าเริง ผิดกับไป๋ฉีที่ตอนนี้ถึงกับหน้าเหยเกขึ้นมาในทันทีเมื่อได้ยินสิ่งที่เสี่ยวไป๋กล่าว
"เื่ภรรยาในอนาคตของฉัน?"
"ใช่แล้ว ไม่เพียงเื่ภรรยาเท่านั้นแต่รวมไปถึงเหล่าลูกๆของนายท่านในอนาคตด้วย"
"ฮัลโลๆเสี่ยวไป๋ครับ จะข้ามขั้นเกินไปหน่อยหรือเปล่า ฉันพึ่งจะสิบแปดเองนะ รู้สึกว่ามันยังเร็วเกินไปหน่อยไหม"ไป๋ฉีกล่าว เขาไม่รู้จะสรรหาคำไหนว่าพูดกับเสี่ยวไป๋ดี จะบอกว่าเด็กแก่แดด ดีไม่ดีเด็กครึ่งัคนนี้อาจจะอายุมากกว่าเขาก็ได้
"ไม่เร็วหรอกเ้าค่ะ ข้าจะบอกความลับให้นายท่านอีกอย่าง ท่านผู้สร้างสรรค์หอคอยจักรวาลนี้มีภรรยาคนแรกตอนอายุแค่สิบห้าปีเท่านั้น ในเมื่อนายท่านที่ได้รับสืบทอดหอคอยจักรวาลมามันไม่เพียงการันตีว่านายท่านจะกลายเป็ผู้ยิ่งใหญ่เท่านั้น โชควาสนาเื่ผู้หญิงของนายท่านนับจากนี้ก็จะยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน รับรองได้มาจะต้องมีหญิงสาวมาตามรุมล้อมอย่างแน่นอน"
ไป๋ฉีถึงกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ท่านผู้สร้างสรรค์คนนี้เป็ใครกันช่างแก่แดดเหลือเกินถึงมีภรรยาั้แ่อายุสิบห้าปีหากอยู่บนโลกยูโทเปียร์อายุเพียงเท่านี้ยังไม่จบมอต้นด้วยซ้ำ
"เอาล่ะๆมีอะไรก็ว่ามา ฉันจะลองฟังดู"ไป๋ฉีกล่าวถาม เขาก็อยากรู้เช่นกันว่ามันจะเป็เื่อะไร
เสี่ยวไป๋แย้มยิ้มอย่างน่ารักจากนั้นก็กล่าวอธิบาย "ตลอดห้าปีที่อัตราการดูดซับของนายท่านลดไป นั่นเป็เพราะหอคอยจักรวาลกำลังทำการติดตั้งตัวเองในทะเลพลังงานของท่าน แล้วในการติดตั้งครั้งนั้นมันก็ได้ไปเปลี่ยนพันธุกรรมบางอย่างของนายท่านทำให้เกิดความสามารถใหม่ขึ้นมา "
"นั่นคือความสามารถในการส่งต่อพันธุกรรมที่พิเศษนี้ให้กับภรรยาและบุตร หรือพูดง่ายๆก็คือคนที่เป็ภรรยาของนายท่านจะได้พลังอย่างใดอย่างหนึ่งจากทั้งเจ็ดพลังของท่าน ส่วนบุตรเองก็เช่นกันพวกเขาจะเกิดมาพร้อมคอสมิคฟรอสร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ต้องมาลุ้นกับอีกทีว่าจะได้คอสมิคฟรอสชนิดไหน"เสี่ยวไป๋กล่าวมาถึงตรงนี้ไป๋ฉีก็พลันหยุดแอร์ไบค์ลง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึงในใจเต้นถี่ระรัว
หากจะพูดว่าความสามารถนี้มันดีก็ดีอยู่ แต่หากเปิดเผยออกไปความวุ่นวายได้มาหาเขาไม่หยุดไม่หย่อนแน่ เพราะในยุคนี้ใครๆก็ล้วนแต่อย่างได้พลังกันทั้งนั้น
"ไม่ได้การ ฉันจะไม่ให้ใครรู้เด็ดขาด"ไป๋ฉีกล่าวเสียงแข็ง ไม่ใช่ว่าเขาไม่ชอบให้ผู้หญิงมารุมล้อม เกิดเป็ผู้ชายใครๆก็ชอบหญิงงามด้วยกันทั้งนั้น เพียงแต่ตัวเขาเองก็มีคนเดียวไม่สามารถแบกรับความ้าของผู้หญิงทุกคนบนโลกที่้าพลังได้ ดังนั้นเก็บเป็ความลับเอาไว้แล้วเปิดเผยให้ภรรยาในอนาคตได้รับรู้ก็เพียงพอแล้ว