บทที่ 91 การมาเยือน
หลังจากที่ ชิว เหวินเจี้ยน พุ่งตรงมาถึง ยังทวีปตะวันตก เขาก็เริ่มนำวัตถุดิบหลักออกมาในทันที นั่นก็คือ แก่นแท้จิตวิญญาณของพวกเผ่ามารนั่นเอง และก็เตรียมเศษเหล็กที่มีแร่อยู่ข้างใน อย่างเช่นเหรียญเงิน ที่เขาพอมีติดตัวมาบ้าง
ชิว เหวินเจี้ยน ได้เริ่มลงมือ วาดวงแหวนเวทย์ขนาดใหญ่ เพื่อแปรธาตุก่อนเลย
วูบ~
ผลลัพธ์ที่ได้ก็เป็น ชิ้นส่วนเศษเหล็กธรรมดาๆ ที่มีความทนทานสูง เพราะมีแร่ผสมอยู่ข้างใน
หลังจากที่ได้แปรธาตุครบหมดแล้ว ทีนี้ ชิว เหวินเจี้ยน ก็เริ่มลงมือ ดัดแปลงให้มันออกมาเป็นรูปร่างที่น่าจะใช้งานกับสิ่งที่เขาคิดได้
หลังจากที่สร้างออกมาเสร็จสิ้นแล้ว ชิว เหวินเจี้ยน ก็ได้ลองการทำงานอยู่หลายครั้ง เพราะจะได้ไม่เกิดข้อผิดพลาดได้
ตู้ม!!! ตู้ม!!! ตู้ม!!!
“เท่านี้ก็ เสร็จเรียบร้อย เอาหละทีนี้ข้าก็จะเริ่มออกเดินทางกันเลยก็แล้วกัน ถึงแม้ว่าจะเสียพลังงานไปเป็นจำนวนมาก แต่ว่าก็ต้องลองเสี่ยงดูสักครั้ง...” หลังจากที่ ชิว เหวินเจี้ยน คิดได้อย่างนั้น เขาก็ดูเหมือนจะลงมือทำอะไรสักอย่าง
ชิว เหวินเจี้ยน ได้นำแก่นแท้จิตวิญญาณของเผ่ามาร มาวางไว้ที่เครื่องเคลื่อนย้ายมิติที่เขาสร้าง ถูกต้อง มันก็คือเครื่องเคลื่อนย้ายมิตินั่นเอง
หลังจากที่เขาวางมันลงไปในเครื่องเคลื่อนย้ายมิติ ก็จะเป็นการย้ายไปตำแหน่งของ ต้นกำเนิดสิ่งของนั้นๆ หรือก็คือ จักรวาลซูหยิงนั่นเอง
“เอาหละ ข้าจะไปทำลายจักรวาลของพวกมันซะ ไม่ว่าจะแลกกับอะไรก็ตาม...เผ่ามารไม่ควรจะคงอยู่อีกต่อไป!!!” ชิว เหวินเจี้ยน ได้เดินเข้าไปในเครื่องเคลื่อนย้ายมิติ หลังจากที่เขาได้ติดตั้งตำแหน่งที่จะไปเสร็จสิ้นแล้ว
วูบ~!!
เวลาผ่านไปประมาณ5นาที
ตู้ม!!!!!
ในสถานที่แห่งหนึ่ง ได้เกิดระเบิดขึ้นยกใหญ่ แน่นอนว่าแรงระเบิดในครั้งนี้ เป็นแรงระเบิดของการเคลื่อนย้ายนั่นเอง และความแรงก็ไม่ใช่เล่นๆ เพราะถ้าหากมันเกิดขึ้นที่โลกมนุษย์ธรรมดาๆ สามารถลบล้างทวีปใดทวีปหนึ่งออกไปได้เลย แต่ในตอนนี้มันไม่ใช่ดวงดาวของมนุษย์ธรรมดาอีกต่อไป แต่มันคือ ดินแดนของเผ่ามาร หรือก็คือ จักรวาลซูหยิง!
“ในที่สุด ข้าก็ได้กลับมาที่นี่อีกครั้งหนึ่ง...อึก~” ชิว เหวินเจี้ยน ยังไม่ทันได้กล่าวจบประโยค เขาก็ทรุดตัวลงกับพื้นในทันที เนื่องจากแรงปะทะที่จะเดินทางมาถึงที่นี่ได้ มันไม่ใช่ระยะทางใกล้ๆ และที่สำคัญ พลังของเขาในตอนนี้แทบไม่ต่างจากมดปลวกในสายตาของเหล่าเผ่ามารทั้งหลาย
‘ข้าคงจะต้องพักฟื้นสักหน่อยแล้วสินะ หวังว่าจะไม่มีใครมาเจอเข้าในระหว่างนี้’ ชิว เหวินเจี้ยน ได้นอนลงกับพื้นอย่างหมดสภาพ และหมดสติไป
หลังจากที่เวลาได้ผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ไม่มีใครทราบ ชิว เหวินเจี้ยน ก็เริ่มลืมตาตื่นขึ้นมาทีละน้อย จนได้เจอกับภาพที่แปลกตา
“...?” ชิว เหวินเจี้ยน ยังงงอยู่ว่า ตนเองในตอนนี้อยู่สถานที่ใดกัน
แต่จู่ๆก็ได้มีเสียงเด็กผู้หญิง ดังขึ้นมา “เจ้าฟื้นแล้ว...ข้าดีใจด้วยที่เจ้ายังไม่ตาย เพราะจากการที่ข้าตรวจสอบมา พลังงานของเจ้าแหลกสลายไม่เหลือชิ้นดี และที่สำคัญพลังยุทธ์ของเจ้ายังแทบจะไม่ต่างจากเด็กทารกที่พึ่งกำเนิดเลยด้วยซ้ำ...”
“อะ แอ้ม!...เอาหละสาวน้อย พอแค่นี้ก่อน เท่านี้ข้าก็แทบอยากจะมุดแผ่นดินหนีแล้ว” ชิว เหวินเจี้ยน ที่ทนฟังไม่ได้ว่าตนเองอ่อนแอราวกับเด็กทารกของพวกเผ่ามาร เขาจึงกล่าวให้หยุดกล่าวแค่นี้ก่อน แต่จริงๆแล้ว เขาก็อ่อนแอพอๆกับเด็กทารกจริงๆ ถ้าวัดผลตามพลังยุทธ์!
ชิว เหวินเจี้ยน จึงได้กล่าวถาม สาวน้อยคนนั้น “แล้วเจ้าพอจะบอกข้าได้หรือไม่ว่า สถานที่แห่งนี้คือที่ไหน? พอดีเหมือนข้าจะจำได้นิดหน่อยว่าข้าเผลอหลับไป...”
“ห๊ะ...เผลอหลับไป? นี่เจ้าหลับไปถึง7วัน ยังจะบอกว่าเผลอหลับไปอีกหรือ...” สาวน้อยคนนั้นได้ตอบกลับไป
“7วัน!!!...แย่แล้ว แผนการของข้ากำลังพังทลาย ข้าต้องรีบไปแล้ว... ตุบ!” ชิว เหวินเจี้ยน ที่กำลังรีบลุกขึ้นยืน แต่ทว่า สภาพร่างกายของเขาในตอนนี้ แทบไม่ต่างอะไรจากคนตาย เขาจึงไม่สามารถจะไปที่ไหนได้ จึงทำให้เขาล้มลงไปกองกับพื้นอีกครั้งหนึ่ง
สาวน้อยคนนั้น จึงรีบกล่าวดุด่า ชิว เหวินเจี้ยน ในทันที “นี่เจ้า!...ไม่ฟังที่ข้ากล่าวเลยหรือ ข้าบอกว่าร่างกายของเจ้ามันแทบจะเหมือนตายอยู่แล้ว ได้โปรดอยู่เฉยๆด้วย เพียงแค่เจ้าพักอยู่ที่นี่อีก 10-20ปี ก็น่าจะหายดีแล้ว เพราะข้าเนี่ยแหละ แพทย์อันดับหนึ่งของดินแดนแห่งนี้ ข้าสามารถบอกได้เลยว่า เจ้าจะต้องหายดีอย่างแน่นอนไม่ต้องกลัว ถ้าเกิดฟังคำที่ข้าบอก...”
แต่ ชิว เหวินเจี้ยน ไม่รอให้สาวน้อยคนนั้นกล่าวจบ ชิว เหวินเจี้ยน จึงกล่าวคำถามที่เขาสงสัยออกไป “นี่ สาวน้อย ทำไมเจ้าถึงได้ช่วยข้าเอาไว้กัน นี่เจ้าไม่รู้หรือว่าข้าเป็นมนุษย์?”
สาวน้อย ได้แต่นำมือมาปิดปากของตนเอง ดูเหมือนจะกลั้นขำเอาไว้อยู่ “ฮีๆ...ข้าจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าเจ้าเป็นมนุษย์ เพราะเจ้าพลังยุทธ์อ่อนแอซะขนาดนั้น จะมีแต่พวกมนุษย์เท่านั้นแหละที่อ่อนปวกเปียก แต่ข้าก็ไม่ได้รังเกียจมนุษย์สักเท่าไหร่นัก หรือจะพูดให้ถูกก็คือ ข้ารู้สึกถูกชะตาเล็กน้อยหละมั้ง ฮีๆ” สาวน้อยทำหน้าตาหยอกล้อ ชิว เหวินเจี้ยน และดูเหมือนว่า สาวน้อยจะเป็นคนขี้เล่นเป็นอย่างมากเสียด้วย