แววตาของหลัวหุนเ็าขึ้นเหนือกว่า่เวลาที่ผ่านมามากนัก
เขานั้นทราบมานานแล้วว่าทักษะลมปราณของหยางฉีได้ฟื้นตัวแล้ว แต่ก็ไม่เคยคาดคิดเลยว่ามันจะแข็งแกร่งได้ขนาดเอาชนะเฉินเมี่ยจินได้ภายในพริบตา
และเมื่อคิดว่าหยางฉีกำลังทำลายการบ่มเพาะของเฉินเมี่ยจิน เขาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากการเข้าไปแทรกแทรง
ไม่มีใครคาดเดาได้ว่าหยางฉีจะเพิกเฉยต่อคำสั่งของเขาและไม่ยอมหยุดมือ มันเป็การยั่วยุเขาอย่างเห็นได้ชัด หลัวหุนไม่มีทางเมินเฉยกับสิ่งนี้ได้
จากนั้นเขาก็เปลี่ยนไปใช้วิธีการรุนแรง
ลมปราณพรั่งพรูออกมาพร้อมๆกับที่เขาปลดปล่อยการโจมตีที่รวดเร็วรุนแรงราวสายฟ้าฟาดจะระยะหลายร้อยก้าว
แก่นแท้ลมปราณะเิออกกลายเป็วังวนขนาดั์ ฉุดดึงหยางฉีลายเข้าใจกลางวันวนอย่างรุนแรง
“วาฬเขมือบทะเล!”
ภายในวังวนขนาดั์เกิดเงาร่างวาฬขนาดมหึมากำลังอ้าปากกว้างราวกับว่าสามารถกลืนกินได้ทั้งท้องทะเล
กระบวนท่านี้เป็ส่วนหนึ่งของทักษะการต่อสู้ที่มีชื่อเสียงของหลัวหุน ทักษะวาฬพิโรธ มันเป็ทักษะที่ทรงพลังอย่างไร้ขอบเขตที่สามารถสร้างภาพเงาของวาฬขนาดมหึมา ซึ่งเป็ตัวตนที่น่าเกรงขามจนแทบไม่มีคู่ต่อสู้
กระบวนท่านี้มีพลังมหาศาลจนผู้เชี่ยวชาญในระยะที่แปดก็มีปัญหาในการป้องกัน ดังนั้นแทบจะไม่มีความจำเป็ที่จะพูดถึงระยะที่เจ็ด
ถึงกระนั้น หยางฉีก็ไม่ได้ขยับกล้ามเนื้อตอบโต้แม้แต่น้อย
ทั้นใดนั้นภาพเงาของแขนหกข้างที่สร้างขึ้นจากแก่นแท้ลมปราณผุดขึ้นมาจากหลังของหยางฉี แต่ละข้างมีความยาวถึงสามจั้ง (9เมตร) ราวกับปู อีกทั้งประกอบไปด้วยรัศมีแห่งาา
ในขณะที่กำปั้นราชันย์ะปะทะเข้ากับปากวาฬมหึมาก็เกิดเสียงดังกึกก้องขึ้น
ปังงง!!
คาดไม่ถึงว่า วาฬมหึมาไม่สามารถทำลายแขนแก่นแท้ลมปราณทั้งหกของหยางฉี
คลื่นลมปราณโหมกระหน่ำกระจายออกไปทุกทิศทุกทาง ส่งผลให้บุคคลอื่นๆไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากก้าวถอยหลังก้าวแล้วก้าวเล่า
“เ้ากล้าที่จะหยุดข้ารึ” หยางฉีะโออกมาเสียงดัง “หากข้า้าทำลายใคร ข้าจะทำให้มันพิการไม่ว่าผู้ใดจะขัด ตระกูลเฉินร่วมมือกับคฤหาสน์แสงแห่งเงาทำร้ายพี่ข้า ดังนั้นข้าจะทำนายน้อยมันผู้นึงพิการ ตาต่อตา ฟันต่อฟัน”
ในขณะที่คำพูดของเขายังคลกังวาลอยู่ในอากาศเขาก็เหยียบไปที่ตันเถียนทำลายทะเลลมปราณของเฉินเมี่ยจินอย่างไร้ความปราณี
เฉินเมี่ยจินกรีดร้องดังลั่น แก่นแท้ลมปราณไหลออกจากร่างในขณะที่ระดับการบ่มเพาะของเขาลดลงราวกะลูกโป่งที่มีรูรั่ว เืไหลออกมาจากดวงตา จมูก และปากของเขา
“เ้า.. เ้าทำลายทะเลลมปราณข้า ข้าจะฆ่าเ้า..”
สำหร้บเขาแล้วความสิ้นหวังที่ถูกทำลายทะเลลมปราณนั้นเลวร้ายกว่าความตาย
ท้ายที่สุดแล้วในทวีปอณูขจี บุคคลที่ไม่สามารถฝึกฝนทักษะลมปราณได้จะถูกดูถูก และได้รับการปฏิบัติด้วยอย่างเ็า ซึ่งบางทีนั้นเลวร้ายกว่าความตายในหลายๆทาง
เฉินเมี่ยจินมีชื่อเสียงเป็อย่างมากว่าเป็ยอดอัจฉริยะในตระกูลเฉินและมีสิทธิ์เป็ประมุขตระกูลคนต่อไป แต่ตอนนี้นั้นเขาได้เป็คนพิการแล้วซึ่งไร้ประโยชน์ยิ่งกว่าคนรับใช้
“ฆ่าข้างั้นรึ” หยางฉีพูดพร้อมกับดึงเท้าของเขากลับมา “เ้าไม่สามารถฝึกฝนทักษะลมปราณได้อีกในตอนนี้และในไม่ช้า เ้าจะโดนเยาะเย้ย และเหยียดหยาม ซึ่งข้าจะอยู่ข้างๆชมดูทุกอย่างที่เกิดขึ้น”
จากนั้นเขาก็ชี้นิ้วไปยังคนที่เหลือของตระกูลเฉินทีละคน
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!!
ด้วยการชี้นี้วแต่ละครั้งของเขา ได้โคจรแก่นแท้ลมปราณพิงออกมาราวกับะุ ไปยังจุดตันเถียนของแต่ละคนที่เขาได้เล็งไว้
ในพริบตา กลุ่มคนทั้งหมดที่เคยสาบแช่งเขา ทะเลลมปราณได้ถูกทำลาย และ การบ่มเพาะของพวกมันล้วนพิการ
คนเหล่านี้กล้าล้อเลียน หยางซาน และ หยางฉี ว่าสัตว์เดรัจฉาน นั่นเป็สิ่งที่เขาไม่อาจมองข้ามไปได้ ดังนั้นเขาจึงกำหนดให้พวกมันมีชีวิตอยู่แต่กลับปราถนาความตาย
สำหรับหยางฉี เมื่อใช้วิธีการดุร้ายเช่นนี้ ชี้ให้เห็นว่า ตระกูลหยาง และตระกูลเฉิน จะเข้าสู่าในไม่ช้า แต่เขาไม่จำเป็ต้องกังวลเกี่ยวกับเื่นั้น ตระกูลเฉินไม่มีผู้เชี่ยวชาญขั้นปรมจารย์ลมปราณ ดังนั้นแม้ว่าพวกมันจะส่งคนมาต่อสู้กับเขา เขาก็สามารถหยุดเอาไว้ได้
นอกจากนี้พ่อของเขาก็กำลังก้าวเข้าสู่ขั้นปรมจารย์ลมปราณเช่นกัน
ยิ่งไปกว่านั้นเบาะแสเพิ่งได้รับมาเมื่อไม่นานมานี้แสดงให้เห็นว่าสถานการณ์ของพี่ใหญ่ และ พี่รองของเขา เป็เพราะตระกูลเฉินสมรู้ร่วมคิดกับคฤหาสน์แสงแห่งเงา
“เ้าสัตว์เดรัจฉาน!!” หลัวหุนะโพร้อมบินมาทางหยางฉี โคจรแก่นแท้ลมปราณจำนวนมากถาโถมเข้าใส่หยางฉี เหมือนว่าจะสามารถโจมตีในเวลาใดก็ได้ เขาไม่คิดเลยว่าหยางฉีจะมีความสามารถในการป้องกันทักษะวาฬพิโรธของเขาได้
โลหิตของเขาไหลเวียนผ่านเส้นเือย่างบ้าคลั่ง ความปราถนาในการต่อสู้แทบพุ่งถึงขีดสุด เขาแทบจะอดใจไม่ไหวในกรากำจัดหยางฉีจอมอวดดีผู้นี้ และเอาหัวของมันมาเตือนผู้อื่นไม่ให้โอหังกับเขาอีก
คนอื่นๆ อาจกลัวตระกูลหยางแต่เขาไม่ได้กลัว นอกจากนี้เขารู้ว่าเ้าเมือง เยี่ยนกู่เฟิง มองว่าตระกูลหยางเป็หอกข้างแคร่ เขาและวางแผนที่จะกำจัดพวกนั้นในที่สุด
เมื่อมาถึงจุดนี้ความคิดชั่วร้ายก็ลุกขึ้นภายในหลัวหุน ‘ยอดเยี่ยม เ้าสารเลวหยางฉีทำให้ผู้อื่นพิการหน้าคฤหาสน์เ้าเมือง เป็ข้ออ้างที่สมบูรณ์แบบในการสังหารมัน’
อย่างไรก็ตามนั่นคือตอนที่เขาได้ยินเสียงหนึ่งขึ้น ไม่มีใครอื่นนอกจากหยางฉีที่บีบอัดเสียงของมันเป็เส้นด้ายเข้าไปในหูของเขา
“ข้าพนันได้เลย ว่าเ้ากำลังคิดสังหารข้าใช่ไหม หลัวหุน แต่เ้ามีความสามารถที่จะทำเช่นนั้นได้จริงรึ? หากเ้า้าต่อสู้ เราก็สามารถหาเวลาได้ แต่มิใช่ตอนนี้ ข้าอยากจะไว้หน้า แม่นาง เยี่ยนเฟยเสี่ยเล็กน้อย ไม่ต้องวิตกนักหรอก ไม่นานมานี้เ้าทำข้าพิการ และ ข้าจะแก้แค้นแน่ ในไม่ช้าก็เร็วนี้”
“เ้าใช้เวลาน้อยกว่าสองสัปดาฆ์ในการก้าวเข้าสู่ขั้นเจ็ด ?” หลัวหุนตอบกลับ “ในกรณีนี้ ไม่จำเป็ต้องรอจนภายหลัง ข้าจะจับกุมและปะาชีวิตเ้าในวันนี้!”
หลัวหุนกังวลว่าถ้า หยางฉีได้รับอนุญาตให้เติบโตและก้าวหน้าต่อไป มันเป็ไปได้เลยที่จะบอกว่าเขาจะแข็งแกร่งแค่ไหนในครึ่งปี ตอนนี้เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ วาฬพิโรธของเขาพ่ายแพ้
การโจมนี้ครั้งนั้นเป็สิ่งที่มีเพียงผู้เชี่ยวชาญในขั้นที่แปดที่มีความสามารถพอตัวถึงจะป้องกันมันได้ อย่างไรก็ตาม เขามีความมั่นใจหากว่าเขาจ่ายค่าตอบแทนสักเล็กน้อย เขาสามารถสังหารหยางฉีลงได้
“เอาหล่ะ! หลัวหุน มาเริ่มกันเลย ให้ข้าดูว่า เกราะภูติปีศาจ มีความสามารถตามชื่อเสียงของมันหรือไม่”
แก่นแท้ลมปราณโพยพุ่งสู่์ เมื่อทั้งสองเผชิญหน้ากัน และเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้
“ตาข้าฝาดงั้นรึ! หยางฉีเพิ่งจะท้าดวล เกราะภูตปีศาจ หลัวหุน ใช่หรือไม่? เขา้าถูกสังหารงั้นรึ? หลัวหุนแข็งแกร่งกว่าบรรดาผู้นำตระกูลในขั้นเดียวกันมากนัก”
“เ้าไม่เห็นงั้นรึว่าหยางฉี พึ่งรับหนึ่งกระบวนท่าจากหลัวหุน! นั่นมีเพียงแค่เหล่า ผู้นำตระกูลถึงจะทำได้ โอ เขาพึ่งอายุเพียงสิบแปดปี แต่ทักษะการบ่มเพาะเขาล้ำลึกยิ่งนัก”
“ ศิลปะการต่อสู้ของเขาโดนทำลาย! แม้ว่าเขาจะหายดีแล้วเขาก็ไม่ควรทำสิ่งที่เหลือเชื่อเช่นนี้ได้ บางทีเขาอาจจะถูกสิงโดยผู้เชี่ยวชาญขั้นสุดยอดบางคน!”
“ ตระกูลเฉินประสบความสูญเสียครั้งใหญ่ตอนนี้! เฉินเมี่ยจินอัจฉริยะของพวกเขาพิการพร้อมกับเด็กหนุ่มอีกหลายคน ความแข็งแกร่งของรุ่นเยาว์ของพวกเขาได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง! อย่างไรก็ตามถ้า ตระกูลหยางไปทำากับ ตระกูลเฉินจริงๆพวกเขาจะต้องจ่ายราคาเป็โลหิต แน่นอนนครเยี่ยนกำลังจะมีตระกูลชั้นสูงน้อยลงในไม่ช้านี้!”
ผู้คนจากตระกูลอื่นๆ ตกตะลึง แต่ในเวลาเดียวกันมีความสนใจที่จะดูว่าสิ่งต่าง ๆ จะเป็อย่างไร ในทางกลับกันพวกเขาทุกคนต่างก็ตระหนักว่าหยางฉีขโมยความสนใจทั้งหมด
คุณชายชนชั้นสูงเหล่านี้ไม่สามารถสู้กับเขาได้
พวกเขาทั้งหมดมองว่าเกราะภูติปีศาจอยู่ในระดับเดียวกับหัวหน้าตระกูล ดังนั้นนี่คือการต่อสู้ที่พวกเขาไม่สามารถเข้าร่วมได้
หลัวหุนจ้อง หยางฉีประมาณสามลมหายใจ จากนั้นก็คำราม“ เอาล่ะ เ้าสารเลว ถ้าเ้าถูกฆ่าตายเ้าสามารถโทษความเย่อหยิ่งของตัวเองได้”
ชุดเกราะของเขาเริ่มสั่นะเืทำให้เสียงดังก้องกังวานสะท้อนออกมา ทันใดนั้น ทะเลก็ปรากฏขึ้นเื้ัของเขา
มันประกอบไปด้วยแก่นแท้ลมปราณบริสุทธิ์และสมจริงมาก จนมีคลื่นบนผิวน้ำ และยังมีเสียงร้องของนกทะเล ที่กลางทะเลนั้นมีละอองน้ำพุ่งขึ้นไปในอากาศเมื่อปลาวาฬตัวใหญ่ว่าขึ้นมาบนผิวน้ำ
ใครก็ตามที่หลับตาและฟังสิ่งที่เกิดขึ้นจะคิดว่าพวกเขากำลังยืนอยู่ที่ชายฝั่งทะเล
การปรากฏตัวนี้ไม่ใช่ความสามารถอื่นนอกจากความสามารถในการมายาจุติแห่งความคิด ซึ่งทำให้ชัดเจนว่าลั่วฮุ่นอยู่ในจุดสูงสุดของระยะที่แปดขั้นแปรสภาพลมปราณ
“นานมาแล้วที่ข้าได้ปลูกฝัง เศษเสี้ยวคัมภีร์จักรพรรดิทะเล จำชื่อวาฬพิโรธไว้ซะ มันจะเป็เกียรติอย่างยิ่งสำหรับเ้าที่จะถูกฆ่าและฝังโดยทักษะนี้!”
ดังนั้น หลัวหุน จึงเตรียมที่จะปลดปล่อยทักษะลับสมบูรณ์แบบ
ในการตอบสนองหยางฉีนั้นมองเขาอย่างใจเย็น ท้ายที่สุดเขาเคยเผชิญหน้ากับการโจมตีของวานรเผือกที่ทรงพลัง แม้ว่าทักษะลมปราณของ หลัวหุนอาจจะแข็งแกร่ง แต่ในแง่ของแก่นแท้ลมปราณ เขาไม่ได้เข้าใกล้เคียงสัตว์ร้ายนั้น และในปัจจุบันหยางฉี นั้นทรงพลังมากจนถ้าหากเขาใช้ พละกำลังแห่งเทพคชสารทลายนรกานต์ อย่างเต็มที่เขาสามารถทำลายหัวใจและหลอดเืของมนุษย์ได้อย่างง่ายดาย
อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาก็ยังไม่เต็มใจที่จะเปิดเผยพละกำลังแห่งเทพคชสารทลายนรกานต์กับใคร
หากไม่ใช้มัน จะเป็การยากที่จะฆ่าหลัวหุน และแม้ว่าเขาจะฆ่ามันไป เขาก็ต้องเผชิญหน้ากับความโกรธเคืองของเยี่ยนกู่เฟิง ผู้ซึ่งเป็ปรมจารย์ลมปราณ.
‘ฮึ่ม ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด มันพยายามที่จะฆ่าข้า ดังนั้นข้าจึงไม่สามารถมองข้ามไปได้ มันเริ่มต้นสิ่งนี้ดังนั้นข้าจะจบเื่นี้ซะ โดยการสังหารมัน! หาก เยี่ยนกู่เฟิง้าทำากับ ตระกูลหยาง เราจะให้ากับเขา! หากพ่อกับข้าต่อสู้กับเขาด้วยกัน ก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องกลัว เยี่ยนกู่เฟิง และใครจะรู้ ท้ายที่สุดข้าอาจจะดูดซับพลังของมหาคชสาร ระหว่างการต่อสู้และปลุกอนุภาคที่หกที่อยู่ภายในตัวฉันหรือปลุกเจ็ดด้วยพลังมหาคชสารที่ยิ่งใหญ่กว่าฉันจะแข็งแกร่งมากจนไม่ต้องกลัวปรมจารย์ลมปราณ!”
ด้วยจุดนี้ หยางฉีพร้อมที่จะฆ่าอย่างแท้จริงแล้ว
หลังจากปลูกฝังพละกำลังแห่งเทพคชสารทลายนรกานต์ เขาได้ยอมรับคุณสมบัติของ เทพคชสาร ทำให้เขากลายเป็กล้าหาญและดุร้ายอย่างไม่รู้ตัว
เมื่อตอนที่ พวกเขาเริ่มต่อสู้และก่อนที่สิ่งต่าง ๆ จะร้ายแรงลำ ปราณกระบี่ก็พุ่งออกมาแยกพวกเขาออกจากกัน และจากนั้นมีหญิงสาวคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นซึ่งเป็ใครอื่นนอกจาก เยี่ยนเฟนเสี่ย
“เ้ากำลังทำสิ่งใด ต่อสู้รึ?”เธอขัด
หลัวหุนดึงพลังทั้งหมดของเขากลับคืนมาสู่ตัวเองด้วยความที่กลัวที่จะทำร้ายนาง “ ท่านมาทำสิ่งใดที่นี่ขอรับ?”
เยี่ยนเฟยเสี่ยกล่าวตอบว่า“ ข้าได้ยินว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นที่ประตูหลักและรีบมาดู เหตุใดท่านถึงต่อสู้กับ นายน้อยหยางฉีด้วยเล่า ท่านพยายามฆ่าเขาจริงๆรึ?”