Battling Records of the Chosen One บันทึกศึกผู้กล้าท้าสวรรค์

    ตอนที่ 22 หมาป่าศิลาเพลิง

    BRCO - บันทึกศึกผู้กล้าท้าสวรรค์ โดย MingGuang
    ตอนที่ 22 หมาป่าศิลาเพลิง
    กิ้งก่านอเดียว!โจวจงและชาวบ้านคนอื่นๆ ดูออกทันทีว่าสัตว์ปีศาจที่ตายไปแล้วคือกิ้งก่านอเดียวโตเต็มวัยชวนขนพองสยองเกล้าสัตว์บนโลกสามารถจำแนกออกเป็นสามประเภทได้แก่ สัตว์ป่า สัตว์อสูร และสัตว์ปีศาจสัตว์ป่าจำพวกหมาใน หมาไม้ หมาจิ้งจอก พังพอน และสัตว์ทำนองนี้ล้วนเลือดเย็น แต่นายพรานทั่วไปก็สามารถปราบลงได้เสือโคร่ง เสือดาว หมูป่า กระทิงป่า และหมีจัดอยู่ในประเภทสัตว์อสูร เพราะมันสามารถต่อกรกับผู้ฝึกปราณที่เพิ่งบรรลุปราณระดับต้นๆ ได้สัตว์ปีศาจแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง พวกมันเป็นสัตว์ระดับสูงแห่งขุนเขา ส่วนใหญ่ล้วนกลายพันธุ์จนมีภูมิปัญญาบางอย่างเป็นของตัวเอง แม้แต่สัตว์ปีศาจที่กระจอกที่สุดยังสามารถสังหารผู้ฝึกปราณขั้นกำหนดปราณได้ ขณะที่สัตว์ปีศาจที่มีพลังอำนาจสูงสุดสามารถข่มขวัญผู้ฝึกปราณที่บรรลุขั้นที่เก้าของระดับกำลังภายในให้หนีเตลิดเปิดเปิงได้เสือดาวลายหิมะที่หลินสวินเพิ่งฆ่าไปเป็นสัตว์ปีศาจทว่านับเป็นสัตว์ชั้นต่ำกว่าเมื่อเทียบกับกิ้งก่านอเดียวซึ่งสามารถสังหารผู้ฝึกปราณที่บรรลุขั้นบรรจบช่องทางได้จริงๆ นี่เป็นครั้งแรกที่โจวจงได้เห็นกิ้งก่านอเดียวกับตาตัวเอง แม้จะเคยได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างเรื่องความดุร้ายของมันมามากแล้วโชคดีที่มันตายแล้ว ไม่เช่นนั้นพวกเขาคงยากจะมีชีวิตรอดกลับออกไปหลินสวินคุกเข่าลงสำรวจบาดแผลของมันกิ้งก่านอเดียวมีลักษณะคล้ายกระทิงที่มีเกล็ดสีเขียวเข้มปกคลุมทั้งตัว มีขาใหญ่เหมือนเสาหลักสี่ข้าง และนอที่โค้งเป็นจันทร์เดือนแรม เว้นเสียแต่ตอนนี้งอนั้นถูกควักออกไป เหลือไว้เพียงรูโชกเลือดตรงนั้นที่ลำคอของมันมีอีกรูหนึ่งขนาดเท่ากำมือทารก ดูจากปากแผลที่สะอาดและท่าทางการตายของมัน เห็นทีมันจะถูกฆ่าตายด้วยอาวุธคล้ายหอกที่แทงทะลุคอหอยหลินสวินแอบตะลึงพรึงเพริดกับความคิดนี้ ใครก็ตามที่สังหารมันได้จะต้องบรรลุขั้นบรรจบช่องทาง ขั้นที่ห้าของระดับกำลังภายในเป็นอย่างน้อย!ยังมีผู้ฝึกปราณระดับสูงอยู่ในป่าแห่งนี้นอกจากพวกเขาอีกเหรอ“คนที่สังหารเจ้าสัตว์ปีศาจนี่จะต้องทรงพลังกว่าหัวหน้าเหลียนมาก”ขณะที่โจวจงและคนอื่นๆ ตื่นตะลึงและประหลาดใจอยู่นั้น หลินสวินก็รีบตัดสินใจ “กลับกันเถอะ”“กลับหรือ”กลุ่มชาวบ้านชักสีหน้างุนงง“ถ้าข้าเดาไม่ผิด ผู้ฝึกปราณที่นำเราไปก่อนจะต้องแข็งแกร่งเกินกว่าที่เราจะประมือด้วย และเขาจะต้องมีจุดประสงค์บางอย่างถึงเข้ามาในป่าแห่งนี้แน่ ไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ ถ้าเราบังเอิญเจอเขาเข้า”หลินสวินพูดต่อ “แน่นอน ก็มีโอกาสที่เขาจะไม่ทำอะไรเรา แต่เพื่อความปลอดภัย ข้าว่าเราควรกลับหมู่บ้านให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้”โจวจงและชาวบ้านที่เหลือเข้าใจความเสี่ยงแล้ว และเห็นด้วยว่าควรกลับทันทีหลินสวินนำขบวนชาวบ้านชำแหละกิ้งก่านอเดียวและเก็บอวัยวะที่มีค่าทุกอย่างอีกครั้งทุกส่วนของมันล้วนมีราคา เกล็ดของมันแข็งเกินกว่าดาบที่ไหนจะแทงเข้า เหมาะยิ่งนักที่จะนำไปทำชุดเกราะ มันจึงขายได้ราคาดีทีเดียวเขี้ยวและกรงเล็บของมันสามารถนำไปทำเป็นอาวุธมีคมได้ ส่วนกระดูก เลือดและเนื้อหนังมังสาก็นับว่าเป็นยาบำรุงราคาแพงน่าเสียดายที่นอของมันซึ่งเป็นส่วนที่มีค่าที่สุดถูกพรากเอาไปแล้วหลินสวินและเหล่าชาวบ้านไม่มีสิทธิ์บ่นอะไร เพราะพวกเขาไม่ได้มีส่วนในการสังหารกิ้งก่านอเดียว พวกเขาแค่โชคดีที่เจอซากศพมันเข้าฝ่ายโจวจงก็ไม่ต้องเก็บสมุนไพรไปฝากภรรยาของเขาอีกต่อไป เพราะเลือดและเนื้อของกิ้งก่านอเดียวที่เขาเก็บได้เป็นยาบำรุงชั้นเลิศกว่ามากดังนั้นพวกเขาจึงมุ่งหน้ากลับบ้านตามเส้นทางเดิมกับขามา...ขณะเดียวกันนั้น ลึกเข้าไปในป่าอันกว้างใหญ่ไพศาล ต้นไม้สูงเสียดฟ้าหลายต้นลุกไหม้ล้มครืนระเนระนาดหมาป่าร่างมหึมาขนสีแดงดุจเปลวเพลิงกำลังวิ่งอย่างรวดเร็วเสียจนมองไม่ทัน มันพุ่งไปรอบๆ อย่างบ้าคลั่ง หลงเหลือไว้เพียงร่องรอยของต้นไม้ล้มและกรวดหินทิ้งท้ายหากหลินสวินอยู่ที่นั่น คงจะบอกได้ทันทีว่ามันคือหมาป่าศิลาเพลิง!สัตว์ชนิดนี้มีความสามารถพิเศษที่ช่วยให้เก็บเกี่ยวพลังปราณจากแสงอาทิตย์และแสงจันทร์ได้ หมาป่าศิลาเพลิงจึงเอาชนะผู้ฝึกปราณที่บรรลุขั้นที่เก้าของระดับกำลังภายในได้ไม่ยาก!กระนั้นตอนนี้มันกลับกำลังหวาดผวาและกระวนกระวาย ราวกับถูกไล่ล่าโดยศัตรูตัวฉกาจอยู่ฉับพลัน บางสิ่งที่ส่องประกายดุจแสงดาวสีเงินก็แวบเข้ามาหา แหวกอากาศด้วยความเร็วอันเหลือเชื่อโฮก!!!หมาป่าศิลาเพลิงที่กำลังวิ่งหนีตายอยู่ส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดก่อนล้มตึงลงกับพื้น เปลวเพลิงพวยพุ่งกระจายแผดเผาทุกอย่างในรัศมีสิบจั้ง พื้นดินดำเมี่ยมไม่นานเสียงครวญครางก็เงียบลง เมื่อลมหายใจสุดท้ายของหมาป่าศิลาเพลิงสิ้นไป สาเหตุการตายของมันเกิดจากหอกกระดูกพุ่งแทงทะลุกลางหลังและปักร่างมันลงกับพื้นทันทีที่มันหมดลม ร่างเล็กก็เผยออกมาจากป่าลึก นางเป็นเพียงเด็กผู้หญิงวัยหกถึงเจ็ดขวบเท่านั้นนางมีผมดำยาว ร่างแบบบางสวมชุดกระโปรงหนังสัตว์เก่าคร่ำคร่า เท้าเปล่าขาวดุจหยก ดูราวกับเป็นลูกหลานของชนเผ่าคนเถื่อนสักเผ่าใบหน้าของนางสะอาดใส ขาวนวลได้รูป นัยน์ตารูปจันทร์เสี้ยวคู่นั้นทั้งมืดมนและสงบนิ่ง มีบุคลิกเยือกเย็นและละเอียดอ่อนกว่าคนรุ่นราวคราวเดียวกันนางมุ่งตรงไปหาซากหมาป่าศิลาเพลิง ร่างผอมบางของนางแตกต่างจากร่างขนาดใหญ่ของเจ้าสัตว์ตัวนั้นโดยสิ้นเชิงแต่นางกระโดดอย่างสบายๆ ครั้งเดียวก็ขึ้นไปยืนบนหลังหมาป่าศิลาเพลิงได้ ก่อนเอื้อมมือขาวดุจหยกข้างหนึ่งออกมา แล้วดึงหอกกระดูกออกจากศพอย่างเบามือ ปล่อยให้เลือดพุ่งกระฉูดไปทั่วบริเวณหอกกระดูกนั้นทั้งขาวและระยิบระยับไปด้วยประกายแสงสีเงิน ยิ่งทำให้ภาพของเด็กหญิงผู้นั้นดูพิศวงมากขึ้นไปอีกดูก็รู้ว่าแม่นางน้อยผู้นี้เป็นคนปลิดชีพหมาป่าศิลาเพลิง!ลองคิดดูว่าหากผู้ฝึกปราณคนอื่นมาเห็นเข้าจะตกตะลึงแค่ไหนนางก้มลงควักเอาผลึกสีแดงเพลิงขนาดใหญ่เท่าไข่นกพิราบออกมาจากบาดแผลที่กลางหลังของศพยามนางจับจ้องที่ผลึกแก้วนั้น ก็พลันผุดรอยยิ้มพรายคล้ายดอกไม้ที่ผลิบานหลังฝนซา งดงามเสียจนบดบังทุกความงดงามบนโลกใบนี้นางกำลังจะจากไป แต่กลับสัมผัสได้ถึงลมหายใจแผ่วๆ จากที่ไกลๆ เด็กหญิงพลันขมวดคิ้วสีดำขลับและจ้องลึกเข้าไปในป่าความรู้สึกประหลาดผุดขึ้นมาในใจนาง หาใช่การปฏิเสธหรือเกลียดชัง แต่เป็นความปรารถนาอันเปรมปรีดิ์ที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน นางยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น แววตากระจ่างใสเต็มไปด้วยความสับสนตึง! ตึง!ทันใดนั้นพื้นดินสะเทือนเลื่อนลั่น ขุนเขาสนั่นหวั่นไหว และสัตว์ปีศาจทั้งหลายที่ซุกซ่อนอยู่ในพงไพรต่างตัวสั่นงันงกด้วยความสะพรึงกลัวแม่นางน้อยได้สติ ก่อนหันไปเผชิญหน้ากับร่างขนาดยักษ์สูงสิบกว่าจั้งที่กำลังมุ่งหน้าตรงมาที่นาง มันคือหมีดำตัวสูงใหญ่และสง่า แต่ขนาดตัวปานภูเขาขนาดย่อมของมันทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้าในทุกการเคลื่อนไหวเด็กหญิงหาได้หวาดหวั่นในรูปร่างอันชวนสะพรึงของมันแม้สักนิด ตรงกันข้าม นางกลับพึมพำถ้อยคำที่ฟังไม่รู้ความกับมัน และออกท่าออกทางด้วยมือเจ้าหมีดำหยุดกึกและส่ายศีรษะเป็นเชิงว่าไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่นางบอกเด็กหญิงดูผิดหวัง ทว่าทันใดนั้นนางก็กัดฟันและพุ่งหนีไปยังทิศตรงข้ามรวดเร็วปานลูกกระสุนไม่ทันพ้นสองสามก้าว นางก็ถูกอุ้งมือของเจ้าหมียักษ์ช้อนขึ้นมาไว้ ไม่ปล่อยให้นางสบช่องหนีได้เด็กหญิงตะโกนด้วยความโกรธเกรี้ยวเป็นที่สุด แต่เจ้าหมีดำหาได้สนใจไม่ กลับพานางเดินหายลึกไปในป่าแม่นางน้อยไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากนั่งอยู่ในอุ้งมือของมัน มองระยะห่างที่เพิ่มมากขึ้นทุกทีด้วยสีหน้าห่อเหี่ยว...ระหว่างทางกลับหมู่บ้าน เสียงโหยหวนคำรามลั่นพลันดังมาจากสักแห่งในป่าลึก ทำเอาหลินสวินกับกลุ่มชาวบ้านใจสั่นหน้าซีดเผือด“หมาป่าศิลาเพลิงนี่!”“สวรรค์ทรงโปรด! ไอ้คนที่ฆ่ากิ้งก่านอเดียวสังหารหมาป่าศิลาเพลิงด้วยหรือคราวนี้”“ระดับปราณของเขาผู้นั้นต้องอยู่ระดับจิตผสานวิญญาณหรือไม่ก็สูงกว่านั้น ไม่เช่นนั้นคงไม่อาจทำเรื่องอย่างนี้ได้”“ระดับจิตผสานวิญญาณหรือ เป็นไปไม่ได้ เห็นว่าแม้แต่ในเผ่าอาทิตย์มรกตก็ไม่มีใครบรรลุระดับที่สูงขนาดนั้น”“ฟังจากเสียงแล้ว ทางนั้นเป็นทางที่เราจะมุ่งไปตอนแรก โชคดีเหลือเกินที่เราเลือกกลับมาก่อน”ทุกคนตรงนั้นต่างตกใจหนักมากและไม่อาจหยุดสงสัยได้ในใจหลินสวินเองก็คิดไม่ต่างกัน หากพวกเขาดันทุรังล่าสัตว์ต่อ เป็นไปได้ว่าพวกเขาจะเป็นฝ่ายถูกล่าเสียเอง แม้เขาจะประหลาดใจและใคร่รู้ว่าใครคือผู้ฝึกปราณคนนั้น ที่สามารถสังหารกิ้งก่านอเดียวและหมาป่าศิลาเพลิงได้ และคนผู้นั้นมาจากที่ใดกันแน่“ข้าว่าเรารีบออกจากป่านี้ให้เร็วที่สุดกันดีกว่า อยู่ในนี้มันเสี่ยงเกินไป”โจวจงเสนอแนะด้วยน้ำเสียงร้อนรุ่ม ทุกคนล้วนเห็นด้วยกับเขาหลังผ่านไปหนึ่งก้านธูป พวกเขาก็ก้าวออกมาจากป่าใหญ่ ตอนนั้นเป็นเวลาเกือบเที่ยงแล้ว และแสงตะวันก็กำลังสาดส่องสูงขึ้นไปเหนือท้องฟ้าโปร่ง“วันนี้ช่างเป็นการล่าสัตว์ที่มีแต่ได้กับได้!”“เร่งเข้าเถอะ! รีบกลับหมู่บ้านและไปแบ่งปันความสุขนี้กับคนอื่นกัน”“ฮ่าๆ ดูท่าว่าจะมีคนทนไม่ไหว อยากโม้เสียเต็มแก่แล้ว!”“มีปัญหาหรืออย่างไร นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้ซากเสือดาวลายหิมะกับกิ้งก่านอเดียวติดมือกลับบ้านมาด้วย ข้าไม่เคยโชคดีเช่นนี้มาก่อนเลย!”เห็นชัดว่าโจวจงและชาวบ้านคนอื่นๆ ต่างก็รู้สึกโล่งใจหลังจากออกมาจากพงไพรอันมืดมิดที่อุดมไปด้วยอันตรายได้ จิตวิญญาณของพวกเขายิ่งลิงโลดเพราะกระเป๋าหนังบนหลังล้วนเต็มแน่นฝ่ายหลินสวินได้แต่หันกลับไปมองป่าใหญ่ที่ตอนนี้อยู่ไกลออกมา แล้วครุ่นคิดกับตัวเอง ‘ของวิเศษประเภทใดกันที่ดึงดูดใจให้ผู้ฝึกปราณที่ทรงพลังขนาดนั้นเข้าไปหา หากมีโอกาสเห็นทีข้าต้องออกค้นหาคำตอบบ้างเสียแล้ว’พลันเขาก็ส่ายศีรษะสลัดความคิดนั้นทิ้ง แล้วตามโจวจงกลับหมู่บ้านเฟยอวิ๋นไป
    TBC
    เข้าไปพูดคุยกับผมได้ที่ FB Group : Battling Records of the Chosen One แปลไทย by Ming Guang นะครับ