ในเมืองอันห่างไกลมีเด็กหนุ่มผู้หนึ่งดูรูปร่างสันฐานอายุเพียง12ปีหน้าตาหล่อเหลาผิวขาวดั่งหยกหากแต่เปรอะเปื้อนมอมแมมไปด้วยเศษดินเศษฝุ่นแต่ก็มิอาจบดบังความหล่อเหลานี้ได้ เขาได้นั่งแอบอยู่ในพุ่มไม้ใต้หน้าผาโดยอาการสั่นเครือราวกับหนีสิ่งที่น่าหวาดกลัว
ตุบ ตุบ ตุบ ตุบ เสียงเท้าของคนหลายคนได้วิ่งเข้ามา
"ฮึ่ม!! มันหนีไปได้ไม่ไกลนัก พวกเ้าจงค้นหาให้ทั่ว ข้าไม่เชื่อว่ามันจะไปได้ไกลนักต่อให้มันะโลงหน้าผา อยู่ต้องเห็นคนตายต้องเห็นศพ!!!" ชายวัยกลางคนได้สั่งการด้วยพลังเสียงอันน่าหวาดกลัว
"ขอรับ!!" เสียงหลายคนดังขึ้นขานรับ
หลังจากสิ้นเสียงของคนกลุ่มนั้นแล้วเด็กหนุ่มก็พลันถอนหายใจอย่างโล่งอกและมีรู้สึกเคียดแค้นในแววตาของเด็กเพียงอายุ12ปี
"ไอ้พวกตระกูลฟาง พวกเ้าจงเก็บเวลาชีวิตรอข้าเถอะ หากข้ารอดจากตรงนี้ไปได้ ไม่ช้าข้าจะกลับมาสะสางความแค้นที่พวกเ้าฆ่าล้างตระกูลข้าในวันนี้ให้ได้!!"
จากนั้นเด็กหนุ่มพลันนึกเศร้าเสียใจอย่างที่สุดตัวเขาคือ "ฉินเยว่เฟิง" นายน้อยตระกูลฉิน 1 ใน 4 ตระกูลผู้ฝึกยุทธ์ทรงอำนาจของเมืองมรกต เขามีทั้งความสามารถ พลัง สมองอันปราดเปรื่องและมีอนาคตที่สดใสในภายภาคหน้าแต่ทว่าวันหนึ่งเขาต้องมาประสบพบเจากับความน่าเวทนาเพราะว่าโดนตระกูลฟาง 1 ใน 4 ตระกูลผู้ฝึกยุทธ์ในเมืองมรกตนั้นฆ่าล้างตระกูลเนื่องจาก2ตระกูลขัดแย้งกันอยู่แล้วในเื่กิจการ ทรัพยากรณ์หรือแม้กระทั่งกองกำลังของตระกูล ในวันหนึ่งบรรพชนตระกูลฟางได้บรรลุขอบเขตใหม่ทำให้มีอำนาจเหนือตระกูลฉินเป็เหตุให้ตระกูลฉินพบกับความวิบัติในวันนี้เด็กหนุ่มได้คุกเข่าไปทางตระกูลฉินทที่ถูกทำลาย
"ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านปู่ ผู้าุโทุกท่านฉินเยว่เฟิงอกตัญญูไม่สามารถทดแทนคุณและนำพาความยิ่งใหญ่ของตระกูลฉินให้พวกท่านเห็นได้ ตัวข้าขอสาบานด้วยเกียรติยศของตระกูลว่าสักวันหนึ่งตัวข้าจะกลับมาแก้แค้นมันผู้ใดก็ตามที่บังอาจทำกับตระกูลของเรา!"
จากนั้นเด็กหนุ่มก็ก้มคารวะ3ครั้งและได้ลุกขึ้นมุ่งหน้าหนีออกจากเขตเมืองไปด้วยแววตาที่แน่วแน่และเคียดแค้นฉินเยว่เฟิงได้เดินทางมาถึงถ้ำแห่งหนึ่งซึ่งเงียบสงัดไม่มีสัตว์ดุร้ายและไม่มีคนสัญจรเขาได้เข้าไปพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูความาเ็และเตรียมฝึกวิชาเพื่อที่จะก้าวย่างไปสู้ความยิ่งใหญ่ในอนาคต
"โชคดีที่ท่านแม่ได้เตรียมการไว้ให้ข้า มีทั้งโอสถ วิชา สมุนไพรมากมายก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ขึ้น"
ว่าแล้วเด็กหนุ่มก็ทำการกลืนโอสถเข้าไปทันทีและได้ฝึกวิชาภายในถ้ำผ่านไปเพียง2ชั่วยาม (1ชั่วยาม=2ชม.)
"อาการาเ็ของข้าหายดีแล้วแต่ทว่าเส้นลมปราณที่เสียหายกลับยังไม่ฟื้นฟู ข้าต้องหาวิธีฟื้นฟูเส้นลมปราณให้ได้"
เด็กหนุ่มกำลังจะลุกเดินออกจากถ้ำไปทว่าเขาก็ได้สังเกตเห็นช่องเล็กๆถายในถ้ำและได้กลิ่นหอมๆของสมุนไพรออกมาเด็กหนุ่มรู้ทันทีว่าต้องมีสมุนไพรดีๆเป็แน่เขาได้ตาเป็ประกายทันใดและเริ่มที่จะขุดหินออกมาและมุดเข้าไปภายในส่วนลึกของถ้ำนั้น
พรึบบ เสียงเปลวไฟได้ถูกจุดขึ้น
"ถ้ำนี่มันอะไรกันเหตุในดึงได้มีบ้านหลังใหญ่ภายในถ้ำได้แถมยังมีการปิดบังไว้?"
ชายหนุ่มได้คิดพลางเดินไปสำรวจในถ้ำแห่งนั้นเขาได้เปิดประตูเข้าไปก็ต้องผงะเมื่อพบกับโคตรงกระดูกร่างหนึ่งได้นั่งอยู่บนแท่นภายในบ้าน และภายในบ้านก็มีกลิ่นโอสถตลบอบอวนไปหมดแถมยังมีศาสตราวุธมากมายชายหนุ่มได้ค่อยๆเดินไปจนถึงโครงกระดูกร่างนั้นแล้วก็พบกับข้อความบนตำราไม้ไผ่ฉบับหนึ่งเขียนว่า
"ตัวข้า เฉินคงิ ได้ฝึกปราณมาแล้ว 1,000 ปีได้ผ่านประสบการณ์มากมายทั้งหลอมโอสถ หลอมศาสตรา จารึกค่ายกล ผู้คนทั่วหล้าก้มกราบเรียกขานข้าว่า มหาจักรพรรดิค้ำ์ แต่ทว่าตัวข้าผิดพลาดในการบรรลุขอบเขตใหม่ทำให้าเ็สาหัสพร้อมทั้งอาการาเ็ของข้าเป็ทุนเดิมทำให้อายุขัยข้านั้นสั้นลงเหลือไม่ถึง10ปี หากผู้ใดมีวาสนาในตัวข้าพบเจอสถานที่นี้ข้าขอมอบทุกสิ่งในถ้ำเป็ของรางวัลล่วงหน้า แต่ข้าขอเพียงช่วยข้าแก้แค้นคนนึงให้ข้านั่นคือ เจี่ยฉางเหวิน มหาจักรพรรดิอัศนีเทวะ ทว่าลูกผู้ชายแก้แค้น100ปีไม่สาย ขอเพียงเ้ามีกำลังกล้าแกร่งค่อยแก้แค้นให้ข้าก็ยังไม่สาย ข้าเฉินคงิขอขอบคุณคารวะสหายยุทธ์ล่วงหน้า"
เด็กหนุ่มได้อ่านจบแล้วก็นัยตาลุกวาวเพราะเขาได้พบขุมสมบัติอันยิ่งใหญ่เข้าให้แล้ว
"นะ...นะ..นี่มัน!! สุสานของมหาจักรพรรดิ หากภายนอกรู้ว่านี่คือสุสานของมหาจักรพรรดิล่ะก็ คงได้เกิดการนองเืในนิกายต่างๆในดินแดนเหวินโจวแห่งนี้เป็แน่ คาดว่าแม้แต่ราชวงค์ก็คงไม่นิ่งดูดาย ข้าต้องเก็บไว้เป็ความลับมิควรบอกใคร อืมมม..ระดับผู้เป็ปรมาจารย์แล้วคงมิได้ง่ายเพียงนี้แน่ ต้องมีค่ายกลบางอย่างแน่ๆที่หลอกล่อผู้พบเจอเข้ามาในสุสานแห่งนี้ หากยอมยกสมบัติให้โดยที่ไม่รู้ว่าคนผู้นั้นจักทำตามคำขอหรือไม่เป็ใครก็คงมิให้ไปง่ายๆแน่เช่นนั้นข้าควรทำเช่นไรดี?"
เด็กหนุ่มพลันยืนนึกอยู่สักครู่ใหญ่ๆและเขาก็ได้ตัดสินใจเด็กหนุ่มพลันก้าวถอยหลังไปและได้ขุกเข่าลง คารวะ3ครั้งและกล่าวว่า
"ตัวข้า ฉินเยว่เฟิง ขอคำนับท่านเป็อาจารย์ ข้ามิรู้ว่าท่านรับรู้หรือไม่แต่ข้าจักขอรับมรดกของท่านและจะทำตามคำขอของท่านให้สำเร็จ เมื่อวันนั้นมาถึงข้าจะลากตัวมันมาต่อหน้าป้ายิญญาท่านและใช้เืของมันเส้นไหว้ดวงิญญาท่าน ข้าขอสาบานต่อเต๋า์!!!"
บึ้ม บึ้ม เปรี้ยง!! ราวกับ์นั้นได้ยินคำสาบานของเด็กหนุ่มผู้นี้ในรอบรัศมี10,000ลี้ผู้คนต่างใและโกลาหลกับเหตุการณ์อันน่าหวาดกลัวนี้
"กะ..เกิดอะไรขึ้นกันเหตุใดอยู่ดีๆท้องฟ้าถึงได้แปรปรวนเช่นนี้"
"นั่นสิเหตุใดดูเหมือน์จะพิโรธกัน"
"หรือว่าจะมีเหตุการณ์อันน่ากลัวเกิดขึ้นกัน"
ผู้คนต่างตกตะลึงและหวาดกลัวกับเหตุการณ์นี้โดยมิทราบสาเหตุ
ภายในถ้ำหลังจากเด็กหนุ่มกล่าวคำสาบานจบจู่ๆก็ได้เกิดแสงจ้าขึ้นมาที่โครงกระดูก และได้มีรูปร่างโปร่งแสงของชายชราผู้มีกลิ่นอายแห่งความสูงส่งและน่าเกรงขามปรากฏออกมา เด็กหนุ่มเห็นดังนั้นก็ผงะและตกตะลึงภาพตรงหน้าอย่างมากชายชราได้มองไปที่ชายหนุ่มและได้เอ่ยว่า
"เด็กน้อยเ้ากับข้าคงมีชะตาร่วมกันข้าได้รับรู้ถึงจิตใจของเ้าแล้ว บัดนี้ตัวข้าเหลือเพียงเจตจำิญญา ในนามของข้า ข้าขอตอบรับเ้าเป็ศิษย์คนแรกและคนเดียวของข้า มาเถอะศิษย์ข้า อาจารย์เหลือเวลาไม่มากแล้ว อาจารย์จะถ่ายถอดทุกสิ่งในชีวิตนี้ให้เ้าทั้งหมด"
จบคำชายชราก็ได้ชี้นิ้วไปยังฉินเยว่เฟิงพุ่งตรงไปกลางหน้าผาก ความรู้ทุกอย่างที่ชายชราได้ค้นคว้ามาทั้งชีวิตได้พรั่งพรูเข้าไปในหัวฉินเยว่เฟิงอย่างล้นหลาม ผ่านไปครึ่งชั่วยาม (1ชม.)กระบวนการถ่ายทอดวิชาก็ได้หยุดลงชายชราได้กล่าวว่า
"อาจารย์ได้ถ่ายทอดวิชาความรู้ในชีวิตนี้ให้เ้าหมดแล้ว ที่เหลืออยู่ที่เ้าจักก้าวเดินต่อไปสมบัติต่างๆภายในถ้ำถือซะว่าอาจารย์มอบให้เ้าเป็ของขวัญรับศิษย์ นี่คือป้ายคำสั่งขออาจารย์ อาจารย์ขอมอบให้เ้าเพื่อป้องกันภัยและโจมจีได้3ครั้งภายใต้พลังยุทธ์ต่ำกว่ามหาจักรพรรดิขั้น9ไม่มีผู้ใดสามารถรอดได้"
ฟุบ.. ป้ายคำสั่งทองคำม่วงสวยงามวิจิตรได้ลอยมาตรงหน้าฉินเยว่เฟิง มีตัวอักษรตรงกลางสลักคำว่า "ค้ำ์"
"ศิษย์เอ๋ยก่อนอาจารย์จะไป อาจารย์จะช่วยส่งเสริมเ้าเพื่อเป็ของขวัญชิ้นสุดท้ายเอง!!"
พูดจบจากนั้นภายชายชราก็ค่อยๆกลายเป็กลุ่มแสงพุ่งเข้าไปทั่วร่างเด็กหนุ่มพลังปราณเอ่อล้นออกมาจากร่างกาย พลังปราณอันแข็งแกร่งแต่ให้ความรู้สึกอ่อนโยนและเย็นสบายได้วิ่งไปทั่วร่างเพื่อซ่อมแซมเส้นลมปราณที่เสียหายฟื้นฟูตันเถียนให้กลับมาเป็ปกติ
ตู้มมมม!!! ทันใดนั้นในร่างกายก็เกิดการเปลี่ยนแปลงเส้นลมปราณกลับมาเหมือนเดิมและยังแข็งแกร่งกว่าเดิมถึง10เท่า ตันเถียงขยายขึ้นกว่าผู้ฝึกยุทธิ์ปกติถึง10เท่าหลังจากสิ้นสุดกระบวนการนี้ทุกอย่างกลับมาสงบเช่นเดิม ฉินเยว่เฟิงได้ลืมตาขึ้นพร้อมก้มคารวะอีก3ครั้งก่อนที่จะเดินสำรวจและเก็บสมบัติทุกอย่างจนหมดเกลี้ยง
"ฮู้ววว อาจารย์ช่างมั่งคั่งโดยแท้ ดีนะที่มีแหวนมิติ มิเช่นนั้นข้าคงอกแตกตายที่เสียดายสมบัติเป็แน่ ฮ่าอ่าฮ่าอืม...มีทั้งเคล็ดวิชา ตำราหลอมโอสถ ตำราสมุนไพร ตำราหลอมศาสตรา และตำราจารึกค่ายกล แต่..ความรู้ทั้งหมดของอาจารย์ข้าได้รับมาแล้วตำราพวกนี้ก็มิได้สำคัญกับข้ามากนัก แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเป็ตำราที่ต่อให้นิกายทั้งหลายหรือราชวงค์ต่างต้องนองเืกันเพื่อแย่งชิงอยู่ดี เก็บไว้ก่อนดีกว่าอาจจะมีประโยชน์ในภายหน้าเป็แน่"