ตอนที่ 3 ความหลัง
7 ปีที่แล้ว
@นาคินทร์
่เย็นวันหนึ่งวันนั้นฝนตกปรอยๆผมไม่รู้ว่าเพราะอะไรผมถึงได้ถูกทำร้าย แต่ก็เดาได้ไม่ยากว่าสาเหตุที่แท้จริงแล้วมันมาจากใครส่วนคนที่ก่อเื่เอาไว้ได้เดินทางกลับประเทศไปแล้ว หลังจากที่วันงานศพจบลง
วันนั้นผมโดนตีหัวจนหมดสติไปอยู่ๆก็มีเด็กสาวคนหนึ่งใส่ชุดนักเรียนมัธยมปลายเรียกผมที่กำลังนอนหมดสติอยู่แถมยังมีเืไหลออกมาจากศีรษะอีกด้วย
“พี่คะ...พี่คะ...พี่เป็อะไรคะ”ผมค่อยๆรู้สึกตัวลืมตาตื่นขึ้นมาเห็นใบหน้าของเธอชัดเจน เธอพาผมไปทำแผลที่คลินิกเส้นผมที่ตกลงมาปิดบังใบหน้าทำให้คุณหมอทำแผลลำบาก เธอจึงดึงยางมัดผมจากศีรษะของเธอออกมามัดจุกที่ด้านหน้าให้ผม
เธออยู่รอจนผมทำแผลเสร็จรู้สึกว่าวันนั้นผมถูกเย็บแผลไปทั้งหมดเจ็ดเข็มวันนั้นเธอจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้กับผมด้วย แล้วผมก็ยังไม่ได้ขอบคุณเธอเลยก่อนที่เธอจะจากไป เธอยัดเงินจำนวนหนึ่งใส่มือให้ผมไว้ ซึ่งผมก็ได้เงินของเธอนี่แหละเป็ค่าโทรศัพท์โทรให้คนที่บ้านมารับประโยคสุดท้ายก่อนที่เธอจะจากไป ซึ่งผมไม่เคยลืมเธอพูดกับผมว่า...
“ดูแลตัวเองดีๆนะคะ”รอยยิ้มของเธอในวันนั้นผมยังจำมันได้ดี มันเป็รอยยิ้มสดใสและมีเสน่ห์ทุกครั้งที่ผมท้อและอยากได้กำลังใจ ผมก็มักจะคิดถึงรอยยิ้มสดใสนี้อยู่เสมอ
ปัจจุบัน
ในขณะที่นาคินทร์กำลังนั่งคิดอะไรเพลินๆอยู่นั้น ในมือมียางมัดผมเส้นหนึ่งเขาจ้องมองมันอยู่อย่างนั้นด้วยความคิดถึง ก่อนที่เสียงเคาะประตูหน้าห้องทำงานภายในบ้านหลังใหญ่จะดังขึ้น
“ก๊อกๆๆ”ยังไม่ทันได้เอ่ยอนุญาต ชานนท์ลูกน้องคนสนิทก็ผลักประตูเข้ามาทันที
“มึงควรจะให้กูเอ่ยอนุญาตก่อนมั้ย”น้ำเสียงไม่ได้จริงจังนักเอ่ยตำหนิลูกน้องแค่พอเป็พิธี
“คิดจะทำงานใหญ่เื่เล็กๆน้อยๆพวกนี้ผมไม่สนใจหรอกครับ”ดูมันพูดเข้าไม่รู้ไปเอาความมั่นใจที่ไหนมา
“มีอะไร”เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอีกครั้งแต่สายตาก็ยังคงจับจ้องอยู่กับยางมัดผมตรงหน้านิ่ง
“ภาพในกล้องวงจรปิดในห้องทำงานที่บริษัทได้แล้วครับ”
“อือ...ขอบใจมาก”ชานนท์ยังคงยืนยิ้มอยู่อย่างนั้น
“ยิ้มอะไรเสร็จแล้วก็ออกไปสิ”
“ร้ายกาจเกินไปแล้วนะครับ”ชานนท์รู้ดีว่าคุณนาคินทร์คนนี้ไม่ได้ใจร้ายอย่างที่คนอื่นๆเข้าใจ
“มึงจะไปรู้อะไร”
“อธิบายได้นะครับผมมีเวลาฟังเยอะเลย”
“ไอ้นนท์ มึงเคยโดนตีนกูมั้ย”
“ขอตัวครับ ดึกแล้วผมไปนอนดีกว่า”
ทางด้านพริกแกง
ภายในบ้านหลังใหญ่บนห้องนอนส่วนตัว พริกแกงเข้านอนนานแล้วแต่เธอก็ยังไม่สามารถข่มตาหลับลงได้สักทีพยายามบอกกับตัวเองซ้ำๆว่าไม่ให้คิดถึงเหตุการณ์เมื่อ่สายๆแต่ยิ่งพยายามมากขึ้นเท่าไหร่ สมองก็มัวแต่คิดวนไปวนมาจนเริ่มเบื่อตัวเองแล้ว
“ไอ้บ้าไอ้โรคจิต ออกไปจากหัวฉันเดี๋ยวนี่เลยนะ” เธอร้องบอกกับตัวเองเสียงดังแถมยังคิดจะเอาคืนเขาทุกเมื่อถ้ามีโอกาส
เกิดมาทั้งชีวิตยังไม่เคยมีผู้ชายคนไหนล่วงเกินเธอเลย แต่วันนี้กลับถูกผู้ชายที่ไม่รู้จักหลอกหอมแก้มเธอซะได้ถึงเขาจะหล่อกระชากใจเธอมากขนาดไหน แต่นิสัยเสียแบบนี้เธอก็ไม่เอาด้วยหรอก
ส่วนทางด้านนาคินทร์เขากำลังจะเข้านอนแล้วเหมือนกัน เขาหยิบมือถือขึ้นมาแล้วส่งสติกเกอร์ฝันดีไปให้เธอ แต่ก่อนที่เขาจะวางมือถือลงเขากลับเห็นว่าเธอเปิดอ่านมัน
“ยังไม่นอนอีกเหรอเนี่ย”เมื่อได้เห็นดังนั้น เขาจึงเลือกที่จะพิมพ์ข้อความลงไป
นาคินทร์ : คิดถึงผมจนนอนไม่หลับเลยเหรอครับ
พริกแกง : ไอ้บ้า
นาคินทร์ : คนสวยพูดแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะครับ
พริกแกง : ไปตายซะ
นาคินทร์ : โกรธอะไรผมครับ หรือจะเป็เื่แก้มนุ่มๆ ของคุณเมื่อ่เช้าถ้าโกรธผมเื่นี้เจอหน้าคุณอีกครั้งเมื่อไหร่ผมจะให้คุณหอมคืนนะครับ จะได้หายกัน
พริกแกง : อี๋!!...ไอ้บ้า
นาคินทร์ : อ๋อ ห้ามบล็อกไลน์ผมเด็ดขาด ถ้าไม่อยากเป็ข่าวหน้าหนึ่ง
การสนทนาผ่านข้อความจบลง นาคินทร์ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่สักครู่ ก่อนจะหยิบยางมัดผมเส้นเดิมบนหัวเตียงเอาขึ้นมาดูด้วยรอยยิ้มเขายิ้มให้มันอยู่อย่างนั้นสักครู่คล้ายกับว่ายางมัดผมเส้นนี้มีความทรงจำอะไรดีๆที่เขาอยากจดจำมันตลอดไป
่เช้าบนโต๊ะรับประทานอาหาร
“ยัยแก้วตื่นหรือยัง”นาคินทร์กำลังนั่งจิบกาแฟร้อนอย่างสบายใจ ในมือกำลังอ่านข่าวที่เขาสนใจ ท่าทางอารมณ์ดีเชียวเช้านี้
“เมื่อคืนคุณหนูกลับมาดึกน่าจะยังไม่ตื่นค่ะ”แม่บ้านเอ่ยขึ้น ท่าทีและน้ำเสียงของคนกำลังอารมณ์ดีเริ่มเปลี่ยนไป
“ไปเรียกยัยแก้วลงมาบอกว่าผมมีธุระจะคุยด้วย ให้เวลาสิบนาที”จากนั้นเขาก็เริ่มจับเวลาแล้วอ่านข่าวในมือถือต่อและเมื่อเวลาผ่านไป
“สิบนาทีแล้ว”เขาเงยหน้าขึ้นมาก็ยังไม่เห็นคุณหนูคนเล็กของบ้านลงมาสักที
“ยัยแก้ว!”
“มาแล้วๆๆโหเฮียจะอะไรกันนักกันหนาช้านิดช้าหน่อย” วิ่งลงมาจากชั้นบนถึงชั้นล่างพอหยุดลงตรงหน้าของพี่ชายได้ก็พูดไม่หยุด
“กลับมากี่ทุ่ม”
“เฮีย...เรียกหนูมาถามเื่แค่นี้เองเหรอ”
“ไม่ใช่”
“มีเื่อะไรก็พูดมาตรงๆเลยค่ะ”เธอทำท่าหาวปากกว้างไม่ได้คิดจะสนใจใบหน้าเข้มๆของพี่ชายเลยสักนิด
“อาทิตย์หน้าแกจะต้องเริ่มเรียนพิเศษแล้ว อยากเรียนภาษาอะไรก่อนคิดออกหรือยัง”ก่อนหน้านี้ได้คุยถึงเื่นี้กันแล้ว แล้วผมก็ให้เธอไปคิดมาว่าจะเรียนภาษาอะไรก่อนผมให้เธอเลือกเอง เห็นว่าเวลาว่างเยอะชอบออกเที่ยว
“ยังไม่ได้คิดเลยค่ะ”
“นี่! แค่คิดเื่ของตัวเองมันยากมากนักหรือไง” พี่น้องคู่นี้คุยกันดีๆไม่เคยเป็
“เฮียคร๊าบ...”ชานนท์ได้ยินเสียงดุๆก็รีบเดินเข้ามา
“มึงก็อีกคนไอ้นนท์ตามใจกันเข้าไปเถอะ”
“พี่นนท์ขา...เฮียหาเื่บ่นหนูทุกวันเลยค่ะ”ฉัตรแก้วได้ทีก็รีบฟ้อง
“แกมันไม่ได้เื่ถ้าคิดเองไม่เป็เดี๋ยวให้ไอ้นนท์มันช่วยคิดให้แล้วกัน” ตลอดหลายปีที่ผ่านมีในบ้านหลังคาเดียวกันดูเหมือนว่าชานนท์จะสนิทกับฉัตรแก้วมากกว่าพี่ชายแท้ๆของเธอเสียอีก
“ค่ะ ถ้าหมดธุระแล้วแก้วขอตัวไปนอนต่อก่อนนะคะ”พูดจบเธอก็หมุนตัวเดินกลับขึ้นชั้นบนไปนอนต่อเหมือนเดิม
“ดูมัน”
“ช่างเธอเถอะครับคุณหนูยังเด็ก” จริงๆก็ไม่ได้เด็กแล้วแต่แค่ถูกตามใจมากเกินไปจึงยังไม่รู้จักโตสักที
“มึงก็อีกคนตามใจกันเข้าไปเถอะ”
“ป้าครับ ขอกาแฟกับขนมปังทาแยมสองแผ่นครับ”ชานนท์หันไปบอกแม่บ้านแล้วนั่งลงตรงหน้านาคินทร์ ทานอาหารเช้าก่อนที่จะออกไปทำงานด้วยกัน
“วันนี้ขับรถไปคนละคันนะ เย็นนี้กูมีธุระ”
“ธุระอะไรครับ” ธุระก็คือธุระ!
“ไอ้นนท์...”
“นัดสาวไว้แน่ๆ แล้วเื่เรียนพิเศษของคุณหนูล่ะครับ”
“ฝากมึงจัดการด้วยแล้วกัน” “ครับ...”