ตอนที่ 27 พิธีงานจับคู่
ในขณะนี้เองบริเวณแถบสุดของป่าเขาบังเกิดเสียงดังสะท้านกัมปนาท …บึ้มมมม ต้นไม้น้อยใหญ่มากมายต่างหักโค่นล้มพับลงมาเรี่ยราดทั่วผืนดิน เฟยอวี่ฉีกยิ้มกว้าง… ในระยะหนึ่งกิโลเมตรข้างหน้าปรากฏภาพของตอไม้ใหญ่ไร้ลำต้น ฝ่ามือของชายหนุ่มกอบกุมง้าวแแ่ พลังยุทธคล้ายพุ่งสูงขณะหนึ่งก่อนบรรเทาความรุนแรงลง
“…ฝันของเ้านี่เริ่มขึ้นั้แ่ที่ฝึกตรงน้ำตกนั่นใช่หรือไม่?” หนิงเซียนกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ภาพตรงหน้ามิอาจทำให้เด็กสาวแสดงอารมณ์อันใดได้ “เ้าควรจะกลับไปที่นั่นดู มันต้องมีความลับบางอย่างอยู่เป็แน่”
เฟยอวี่ควงง้าวไปมาอย่างเชี่ยวชาญก่อนหยุดลง “ข้าก็คิดเหมือนเ้า สิ่งที่เจอในฝันนั้นกลับรู้สึกมาถึงโลกแห่งความจริง รวมถึงเคล็ดวิชาง้าวของข้าอีกด้วย…”
ในห้วงความฝันของชายหนุ่มนั้น ศาสตราวุธคู่ใจคือง้าวตัด์ เขาเคล็ดวิชาง้าวเฉพาะตัวอันไร้ซึ่งที่มา ไม่ทราบว่าตนมีเคล็ดวิชาทรงพลังนี้ได้อย่างไร ทันทีที่เขาเข้าสู่ฝัน มันประหนึ่งเป็ส่วนหนึ่งของร่างกายไปแล้ว “นวะตัดโลกา” ซึ่งแบ่งระดับความรุนแรงออกเป็เก้าระดับ เฟยอวี่ใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะจับหลักการตั้งท่าได้โดยมีความรู้สึกในฝันเป็ตัวตั้ง ปล่อยให้ความรู้สึกนำพาเขาไป… หากตั้งท่าไม่ถูกความคิดของเขาจะตักเตือนเขาเอง
จากการลองผิดลองถูกอยู่เนิ่นนาน ได้ข้อสรุปออกมาว่า ใน่เวลานี้เฟยอวี่ได้ใช้เพียงขั้นหนึ่งเท่านั้น มันเป็ระดับที่พลังทำลายล้างน้อยที่สุดในบรรดาระดับขั้นของเคล็ดวิชานวะตัดโลกา เหตุที่สามารถล่วงรู้ขีดจำกัดของตัวเองนั้นล้วนสืบเนื่องมาจาก เมื่อชายหนุ่มลองตั้งท่าเตรียมใช้ออกด้วยเคล็ดวิชาขั้นที่สอง เขาััได้ถึงกล้ามเนื้อร่างที่พร้อมะเิออก…
“…มันครบกำหนดเวลา ข้าต้องไปตำหนักหลักแล้ว” เฟยอวี่หันมองไปทางอาคารที่สูงที่สุดด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ดังคำกล่าวของผู้าุโหลีเหว่ย สมควรมีการประลองจัดขึ้นที่นั่น… “จับคู่ฝึกซ้อมกับสตรีก็น่าท้าทายอยู่บ้าง”
………………………….
ในขณะนี้เองบริเวณนอกตำหนักหลักของสำนักกระบี่ดารา์ ตัวอาคารนั้นถูกตบแต่งด้วยเครื่องประดับหรูหราโออ่า ประตูอันสวยงามเปิดกว้างรับศิษย์จากทั้งสำนักกระบี่คู่์และสำนักกระบี่ดารา์ที่เดินผ่านประตูเข้ามาไม่ขาดสายตา เสียงการสนทนาของแต่ละกลุ่มคนดังปะปนกันไปทั่ว บางครั้งสำนักกระบี่คู่์เป็ฝ่ายเข้าหาก่อน และบางคราวที่สำนักกระบี่ดารา์ก็เป็ฝ่ายเข้ามาทำความรู้จักก่อนเช่นกัน
เสื้ออาภรณ์นั้นแบ่งจำแยกของฝ่ายสำนักอย่างชัดเจน ฝ่ายสำนักกระบี่คู่์สวมอาภรณ์สีขาวลายกระบี่คู่ ฝ่ายสำนักกระบี่ดารา์สวมอาภรณ์ไร้ลวดลายสีน้ำเงินขาวประดุจเกล็ดน้ำแข็ง เฟยอวี่ที่เห็นเครื่องแบบของสำนักตนเอง ชายหนุ่มถึงกับหน้าถอดสี…
“นี่ข้าเพียงคนเดียวหรือที่ยังไม่ได้มัน…” เฟยอวี่กวาดสายตามองบริเวณโดยรอบด้วยท่าทางร้อนรน ทันใดนั้น แววตาของชายหนุ่มจำต้องเคลื่อนหยุดลงตรงชายวัยกลางคนที่คุมฝ่ายทะเบียนของสำนักกระบี่คู่์ เขานั่งอยู่ในร้านค้าแห่งหนึ่งด้วยอารมณ์เบื่อหน่าย เบื้องหน้าของชายวัยกลางคนนั้นมีอาภรณ์ที่พับเป็ระเบียบเรียบร้อยอยู่ตัวหนึ่ง
ชายหนุ่มพึงตระหนักได้ในทันที เขาสาวเท้าเดินตรงไปทางผู้าุโฝ่ายทะเบียนด้วยเผยรอยยิ้มแห้ง
“ผู้าุโ ข้าสำนึกผิดที่มาสายกว่าเวลา” เฟยอวี่เข้าใจว่าตัวเองนั้นมาช้ากว่าเวลา ดูจากชุดที่เหลืออยู่ตัวสุดท้ายเกรงว่าผู้อื่นคงรับกันไปหมดแล้ว นี่คงเป็ครั้งแรกที่ผู้าุโฝ่ายทะเบียนแหงนศีรษะมองขึ้นมา “เ้าไม่ได้มาสาย พวกนั้นมาเร็วไปต่างหาก มันเข้าตำหนักหลักกันั้แ่เที่ยงวันแล้ว งานพิธีเริ่มตอนเย็นแท้ๆ อะ…เอาไป”
เฟยอวี่รับเครื่องแบบของสำนักกระบี่คู่์ท่าทางงุนงันอยู่บ้าง ชายหนุ่มกวาดสายตาสังเกตสีหน้าอารมณ์ของผู้คนแทบนี้ คำพูดของชายวัยกลางคนฝ่ายทะเบียนล้วนไม่เกินจริงแม้แต่น้อย พวกเขาแสดงอาการดีใจกว่าปกติ คงเป็สาเหตุที่พวกเขาเข้าตำหนักหลักเร็วกว่าเวลาที่กำหนดไว้
หลังจากชายหนุ่มเปลี่ยนเสื้ออาภรณ์เสร็จสิ้น ในขณะนี้คงกล่าวได้ว่าเป็ศิษย์ของสำนักกระบี่คู่์อย่างเต็มตัว เฟยอวี่เดินเข้าไปในข้างในตำหนักหลัก ทันทีที่ผ่านบานประตูมาพลันััได้ถึงความเย็นฉ่ำสบายของอากาศข้างใน ดอกบัวหิมะขนาดใหญ่วางไว้ตามผนังห้องโถง ดอกบัวหิมะนั้นแผ่พลังเย็นเฉกเช่นเดียวกันกับใน่ฤดูหนาว มันถูกใช้สำหรับงานสำคัญเท่านั้น
ปรากฏโต๊ะกลมหลายร้อยโต๊ะข้างในตำหนักหลักชั้นแรก มันถูกจัดวางเป็ระเบียบสวยงาม ตรงใจกลางนั้นเป็แท่นประลองที่กว้างพอสมควร ทั่วทั้งงานเต็มไปด้วยเสียงเฮฮายินดี พวกเขาส่วนใหญ่นั้นจะจับกลุ่มคุยกัน ในขณะที่ มีจำนวนคนหยิบมือเท่านั้นที่ไม่มีท่าทีสนใจอันใด
ด้วยความที่ง้าวตัด์นั้นเด่นสะดุดตาอย่างมาก ผู้คนในงานต่างหันมองมาทางเฟยอวี่ราวกับถูกแรงดึงดูดไร้ลักษณ์ เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นขณะจับจ้องมาทางเขา สีหน้าของชายหนุ่มแปรเปลี่ยนเป็สับสนอย่างถึงที่สุด “…นี่มันอะไรกัน?”
“ท่านคือเฟยอวี่ใช่หรือไม่?” ชายผู้นี้มีรูปร่างสูงเพียวคลับคล้ายกับเฟยอวี่ ท่าทางเอ่ยถามอันเป็มิตรทำให้คู่สนทนารู้สึกเกรงใจไม่ใช่น้อย เครื่องแบบสีขาวบริสุทธิ์ประดับด้วยลายกระบี่คู่ เผ้าผมสีดำสนิท ั์ตาก็ดำขลับ ผิวพรรณขาวผ่อง ชายผู้นี้มีนามว่า “เหลียงเซิน”
เฟยอวี่จ้องมองกลับมาด้วยสีหน้าเคลือบแคลงใจ …ข้ารู้จักคนผู้นี้รึ?
“ข้ามีนามว่าเหลียงเซิน เป็ศิษย์ใหม่เฉกเช่นเดียวกันกับท่าน ข้าอยากจะบอกว่า …ข้ารู้ว่าท่านคือซูอวี่” เหลียงเซินกล่าวด้วยน้ำเสียงธรรมดา อากัปกิริยาสุขุมเยือกเย็นอย่างยิ่ง ชายผู้นี้ด้วยวัยสิบห้าปีก็บรรลุพลังยุทธระดับเริ่มต้นขั้นสอง พร์ของเขานั้นน่ายำเกรงอย่างมาก
เส้นเืพลันปูดโปนขึ้นในชั่วพริบตา ั์ตาของเฟยอวี่กลับแผ่แรงอาฆาตออกมา “เ้าเป็ใคร…”
สีหน้าประดุจเทพพิโรธนั้นมิอาจทำให้เหลียงเซินแสดงอาการหวั่นกลัวได้ ชายหนุ่มเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มก่อนกอดคอเฟยอวี่ท่าทางสนิทสนม ชายหนุ่มไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้อันใด สายตายังส่งความไม่พอใจขั้นรุนแรงขณะจับจ้องเหลียงเซิน
“ข้าไม่ได้มีเจตนาไม่ดีต่อท่าน ข้าเพียงได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับท่านมาจากพวกนาง สังเกตจากกิริยาของท่านเกรงว่าข่าวลือพวกนั้นคงเป็ความจริง ข้านับถือท่านเฟยอวี่ ยิ่งหากข่าวลือนั้นเป็จริงข้ายิ่งนับถือท่าน…” เหลียงเซินกล่าวด้วยน้ำเสียงแ่เบา เขาไม่ได้มีท่าทีเหยียดหยามหรือดูิ่ เขาเหมือนนักปราชญ์ที่ชำนาญการพูดเชิงวาทะศิลป์
“เลิกเล่นลิ้นแล้วบอกจุดประสงค์ของเ้ามา” เฟยอวี่ดันเหลียงเซินออก สีหน้าถมึงทึงเพ่งมองบุรุษตรงหน้าไม่ละสายตา
“ท่านไม่ทราบเื่งานพิธีในวันนี้เลยใช่หรือไม่? นี่นับว่าน่าประหลาดมาก… ผู้คนกล้าเดิมพันด้วยชีวิตของตัวเองเพียงพนันว่า ไม่มีใครในทวีปัไม่รู้จักพิธีงานจับคู่ที่จัดกันในวงสำนักใหญ่ และแล้วคนผู้นั้นก็ถือกำเนิดขึ้น …เป็ท่าน” เหลียงเซินผายมือไปทางโต๊ะกลมหนึ่งที่ว่างอยู่ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกล “พวกเรามานั่งคุยกันเถอะ”
เฟยอวี่ขมวดคิ้วมุ่น …พิธีงานจับคู่?
ความประทับใจแรกที่เฟยอวี่มีต่อเหลียงเซินถือว่าย่ำแย่อย่างถึงที่สุด ถึงกระนั้น ชายหนุ่มยังคงเดินตามเหลียงเซินไปที่โต๊ะกลมยากปฏิเสธได้ คำถามมากมายผุดขึ้นในสมองของเขา ข่าวลือเกี่ยวกับนายน้อยตระกูลซูดังกระฉ่อนมาถึงที่นี่เลยหรือ? เขาเป็คนจากเมืองธาราคราม?
บุรุษทั้งสองนั่งลงที่โต๊ะกลม ท่ามกลางสุ้มเสียงของผู้คนภายในห้องโถง บรรยากาศของชายหนุ่มทั้งสองนั้นเงียบสงบดุจป่าช้าตรึกเต็มไปด้วยความอึดอัดใจ เหลียงเซินกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าสบายอารมณ์ “เป็ที่แน่ชัดว่าท่านไม่ทราบเกี่ยวกับพิธีงานจับคู่เลย ข้าจะอธิบายให้ท่านฟังอย่างละเอียด พวกเราอาศัยอยู่ในมหาทวีปซึ่งประกอบไปด้วยห้าทวีปด้วยกัน เราอยู่ในทวีปัอันมีราชวงศ์ัเป็ใหญ่และจักรพรรดิหลงเทียนเป็ผู้ปกครองสูงสุด ส่วนตัวตนที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นคือพระมหาจักรพรรดิที่ปกครองทั้งห้าทวีป ซึ่งอาศัยอยู่ในแดนราชัน ท่านรู้หรือไม่…โลกเซียนมีมหาดินแดนกี่แห่ง?”
“สามมหาดินแดน” เฟยอวี่กล่าวตอบด้วยน้ำเสียงขึงขังอย่างมาก
“ถูกต้อง โลกเซียนมีมหาดินแดนอยู่สามแห่ง มหาทวีป ทวีปศักดิ์สิทธิ์ ทวีปอสุรา พิธีงานจับคู่นั้นเป็ราชโองการของพระมหาจักรพรรดิ นี่สืบเนื่องจากการทำาระหว่างมหาดินแดนทั้งสาม พวกเราเป็เมืองขึ้นของแดนราชันจึงต้องส่งเครื่องราชบรรณาการทุกปี อีกสี่ทวีปก็เช่นกัน และในทวีปันั้นมีสี่อาณาจักรที่เป็เมืองขึ้นของราชวงศ์ัอีกที ทั้งสี่อาณาจักรนั้นก็ส่งเครื่องราชบรรณาการให้ราชวงศ์ั …พิธีงานจับคู่ถูกสร้างขึ้นเพราะประชากรคุณภาพนั้นมีไม่เพียงพอ” เหลียงเซินอธิบาย
“เ้าหมายความว่ายังไง?”
“ในทวีปัมีประชากรอยู่ห้าพันล้านคน รวมทั้งหมดทั่วทั้งมหาทวีปก็มีประชากรอยู่หมื่นกว่าล้านคน ในขณะที่ ทวีปศักดิ์สิทธิ์ ทวีปอสุรา มันมีประชากรมากกว่าเราถึงสิบเท่าตัว บุคคลที่บ้าคลั่งในการบำเพ็ญเพียรนั้นล้วนไม่สนใจทางโลก พระมหาจักรพรรดิเล็งเห็นถึงเื่นั้นจึงจัดตั้งรูปแบบพิธีงานจับคู่เอาไว้ มันเป็หลักการเดียวกันกับธรรมเนียมปฏิบัติของอัศวิน คู่ที่ท่านเลือกไปแล้วมิอาจเปลี่ยนแปลงกลางคันได้ และท่านต้องกล่าวสัตย์สาบานต่อนางว่าจะปกป้องจนจบการเรียนรู้จากทางสำนักของตนเองจึงถือว่าสัตย์สาบานเป็อันสิ้นสุด”
คิ้วของเฟยอวี่เลิกสูงขึ้นด้วยความประหลาดใจลึกล้ำ ภาพของที่พักในสำนักกระบี่คู่์ลอยเข้ามาอย่างไม่รู้สึกตัว สถานที่ซึ่งราวกับถูกสร้างไว้สำหรับหนึ่งครอบครัว
“…เ้ากล่าววาจาจริง?”
“ทั้งนี้ทั้งนั้นพิธีงานจับคู่นี้ไม่ได้เป็การบังคับฝ่ายชายและฝ่ายหญิงโดยสมบูรณ์ มันเพียงเพิ่มโอกาสความสำเร็จให้ทะยานสูงถึงแปดในสิบส่วน หลายคู่ส่วนใหญ่ที่ออกจากสำนักไปล้วนตกลงปลงใจแต่งงานกันใช้ชีวิตร่วมกันเกือบทั้งหมด มีส่วนน้อยอยู่บ้างที่ไม่เป็เช่นนั้น แน่นอน กลุ่มคนระดับเราถือเป็บุคคลคุณภาพที่ทางพระมหาจักรพรรดิหมายตา บุคคลคุณภาพย่อมมีโอกาสสร้างประชากรคุณภาพออกมา ส่วนาที่ยิ่งทวีคูณความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หากยังขาดผู้ฝึกยุทธที่เก่งกาจย่อมมิอาจปกป้องสิ่งใดได้อีกเลย” เหลียงเซินจับจ้องเฟยอวี่ ท่าทางของเขาราวกับนักปราชญ์ที่รอบรู้
“เ้าบอกเื่นี้กับข้า เพราะเหตุใด?” เฟยอวี่อดสงสัยไม่ได้ ความเป็มาของพิธีงานจับคู่ลึกซึ้งขนาดนี้ เขากลับไม่ทราบถึงมัน ชายหนุ่มเพิ่งเข้าใจความโง่เขลาของตนเอง
เหลียงเซินยกยิ้มขึ้นด้วยสีหน้าพึงพอใจ “ข้า้าให้ท่านทราบว่าข้าไม่ได้มีเจตนาไม่ดีต่อท่าน ชายหนุ่มที่ไม่สามารถล้มเด็กเจ็บขวบได้ในวันนั้นกลับกลายเป็สุดยอดศิษย์ที่มากพร์ พลังยุทธของท่านกลับทะยานสูงถึงเริ่มต้นขั้นหนึ่ง นี่ถ้าไม่นับเป็อัจฉริยะไร้ต้านแล้วท่านจะเป็อื่นใด…”
การสังเกตพลังยุทธในโลกเซียนนั้น หากระดับพลังของสองฝ่ายห่างกันไม่มากนัก มันย่อมมิอาจมองเห็นระดับพลังยุทธของอีกฝ่ายได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ยกเว้น มันผู้นั้นจะโคจรพลังยุทธในร่างขึ้นมาถึงทราบระดับพลังยุทธได้ ในกรณีนี้ก็เช่นกัน แม้เฟยอวี่กลายเป็ผู้ฝึกยุทธระดับเริ่มต้นขั้นสี่ มันยังนับว่าห่างจากเหลียงเซินไม่มากนัก เขาจึงเข้าใจว่าชายหนุ่มนั้นยังเป็ผู้ฝึกยุทธระดับเริ่มต้นขั้นหนึ่ง แต่หากเฟยอวี่โคจรพลังยุทธแม้เพียงนิด เหลียงเซินคงจับสังเกตได้ถึงความเข้มข้นของปราณเซียนที่หนาแน่นกว่าในร่างตน…
“เ้าบอกว่าได้ยินข่าวลือมาจากพวกนาง นั่นหมายความว่ายังไง?”
“พิธีงานจับคู่เป็สาเหตุที่ทำให้สามในหกสำนักใหญ่ในทวีปัเป็สำนักสตรีล้วน แน่นอน ลำดับของสำนักใหญ่ถูกคัดเลือกมาอย่างดีจากคนของพระมหาจักรพรรดิแห่งแดนราชัน มันไม่ได้ถูกตั้งขึ้นจากชื่อเสียงที่โด่งดังและความแข็งแกร่งเพียงอย่างเดียว โดยฝ่ายสำนักสตรีล้วนจะได้รับอภิสิทธิ์หนึ่งข้อ พวกนางจะได้รู้ข้อมูลก่อนซึ่งเกี่ยวกับชายหญิงของสำนักตรงข้ามที่เป็ประเภทรับชายหญิงปกติ ส่วนรู้ลึกขนาดไหนย่อมขึ้นอยู่กับฝ่ายข่าวกรองของสำนักทั้งสอง ระดับผู้าุโของแต่ละสำนักจะช่วยกันหาข้อมูลของพวกเขาเพื่อนำมาเป็ข้อมูลให้ศิษย์ฝ่ายสำนักสตรีล้วน สังเกตได้ง่ายจากในกรณีของพวกเรา สำนักกระบี่ดารา์เป็สตรีล้วน พวกนางจะได้รู้ข้อมูลของพวกเราก่อนทั้งจากผู้าุโของสำนักกระบี่ดารา์และจากผู้าุโจากสำนักกระบี่คู่์”
“เ้าจะบอกว่า …ข้าถูกสืบสาวลึกไปถึงแก่นรากแล้ว!?” เฟยอวี่หน้าซีดเผือด การที่ล่วงรู้ชื่อของซูอวี่ได้นั้น มันไม่มีทางเลยที่พวกนางจะไม่ล่วงรู้เกี่ยวกับอดีตของเขา ความอัปยศอดสูในอดีตนั้นประหนึ่งตราบาปตามติดตัว
“ใช่แล้ว ข้าทราบว่าท่านแต่งงานแล้วเช่นกัน ภรรยาของท่านเป็คนสำคัญระดับที่จักรพรรดิหลงเทียนเขียนราชโองการด้วยตัวเอง และส่งคนระดับราชันจักรพรรดิและองค์ชายไปรับเลยทีเดียว…”
คำพูดจากปากของเหลียงเซินนั้นต่างเป็ข้อเท็จจริงทั้งสิ้น สิ่งที่เฟยอวี่คาดไม่ถึงคือข้อมูลข่าวสารที่เหลียงเซินล่วงรู้ บางสิ่งที่เขาพูดออกมานั้น แม้กระทั่ง ผู้าุโในสำนักกระบี่ดารา์และสำนักกระบี่คู่์ยังมิอาจทราบได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รายละเอียดที่ส่งคนระดับราชันจักรพรรดิไปรับเยว่ชิง… นี่ถือเป็ความลับขั้นสุดยอดในวงของเชื้อสายราชวงศ์ั
ในมุมมองของเฟยอวี่นั้น ชายหนุ่มย่อมยากจะตัดสินใจได้ว่าเหลียงเซินรู้จริงหรือแค่คำหลอกลวง แน่นอนว่าเฟยอวี่ไม่รู้จริง และไม่มีสิทธิ์ตัดสินว่าเหลียงเซินนั้นเป็ตัวอันตรายเพราะรู้มากเกินไป… มันยากจะจับผิดเขา…