สัญญาธนาการ | Eternity Bondage
[ตอนที่ 4] ภพ: สัญญาตอน 3
สองนอนก่ายหน้าผากบนแท่นนอนที่ทำด้วยไม้ไผ่ต่อเรียงตัว เขาเยียดตัวบนฟูกยัดนุ่นที่แม่เขาทำไว้ให้สภาพรุ่งริ่งกลิ่นเหม็นสาบเหงื่อชวนอึดอัดความจนคือข้อจำกัดทั้งหมดของชีวิต กระต๊อบของเขาเป็เพิงทำจากไม้ต่อกันง่ายๆไว้สำหรับกันแดดกันฝนตั้งอยู่ปากทางเข้าที่นาของตัวเขาเองเกือบๆยี่สิบไร่ ถ้าขายตอนนี้คงได้ไร่ละ 200 บาทถ้าขายหมดคงได้เงินมากโข แต่เขาจะไม่ยอมขายทรัพย์สมบัติที่ปู่ย่าตาทวดลำบากลำบนใช้มีดพร้าขุดถางด้วยมือเป็แน่แท้ถึงแม้ความจนจะเล่นงานเขาจนสาหัสเมียรักที่ตบแต่งกันหอบลูกชายคนเดียวของเขาหนีไปต่างถิ่น ไม่รู้ชะตากรรมร้ายดีผู้เป็แม่ตรอมใจสิ้นเมื่อปีกลายด้วยเื่ที่นา พ่อเลี้ยงส่งลูกน้องมายึดเพราะความโง่เง่าของเขาที่สงสารเพื่อนสนิทที่ต้องใช้เงินรักษาตัวจากโรคร้าย เยียวยาเท่าใดก็ไม่มีทางหายจนมันตายเสียแล้ว ทิ้งหนี้ก้นใหญ่ไว้ข้างหลัง ญาติพี่น้องของมันก็ตัดขาดกันหมดเพราะรังเกียจเชื้อโรคที่อยู่ในตัวมัน
สองคิดไม่ตกวันนี้นายอำเภอเ้าสำอางค์คนนั้นเรียกเขาไปพบ ไปคุยเพื่อช่วยเหลือเขาดีใจมากที่จะได้ที่นากลับมา แต่มันช่างแลกด้วยเงื่อนไขที่แสนประหลาดและขยะแขยง
“ผมจะเอาที่นานายสองคืนมาแต่นายสองต้องทำตามเงื่อนไขของผม” สองตาโตด้วยความตื่นเต้นดีใจมันเื่จริงใช่ไหม เขาจะได้ที่นาของเขาคืนมาจริงๆใช่ไหม
“ให้ผมทำอะไรผมทำหมดเลยครับท่านขอแค่ผมได้ที่นาของผมคืนมาเถอะ”
“นายแน่ใจนะ”นายอำเภอรูปหล่อถามอีกครั้ง
“ผมแน่ใจครับท่าน”นายอำเภอยิ้มกริ่ม มันเป็รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยแผนการ
“ได้ถ้าอย่างนั้น นายสองฟังดีๆนะ” นายอำเภอบอก สองตั้งใจฟังอย่างแน่วแน่
“ผมจะเอาที่ดินของนายสองคืนมาเป็โฉนดที่พ่อเลี้ยงยึดไป แต่นายสองต้องยอมเป็เมียผม”
“ห๊ะอะไรนะครับ” สองขึ้นเสียงด้วยความใ นี่นายอำเภอหนุ่มล้อเล่นอะไรแบบนี้
“จุ๊ๆอย่าเสียงดังสิครับ นายสองฟังไม่ผิดหรอก” สองอ้าปากจะพูด
“ฟังผมให้จบนะครับถ้านายสองไม่ตกลง ผมก็ไม่ว่าอะไร แต่อย่าโวยวาย คิดให้ดีๆถ้านายสองเสียงดังคนอื่นได้ยิน ผมก็ช่วยเอาที่ดินคืนมาให้ไม่ได้นะครับ”นายอำเภอยื่นคำขาด สองคิดหาคำพูดมาโต้แย้งไม่ออก ความรู้ของเขาแค่หางอึ่งต้องออกจากโรงเรียนั้แ่ชั้นประถมสามเพื่อมาช่วยเป็เรี่ยวแรงให้กับที่บ้านไม่อาจฉลาดเท่าทันนายอำเภอคนนี้
“ฟังผมให้ดีนะครับผมจะไปเอาโฉนดที่ดินมาให้นายสอง แต่นายสองต้องยอมเป็เมียผมและย้ายมาอยู่กับผมที่บ้าน ถ้านายสองตกลง ผมจะทำสัญญาให้นายสองลงชื่อรับรู้และคืนนี้นายสองเก็บเสื้อผ้ามาที่บ้านผมเลย”
สองตะลึง เขาฟังไม่ผิดใช่ไหมเงื่อนไขสุดประหลาดที่สุดั้แ่เกิดมาจนอายุปูนนี้ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาที่นั่งอยู่เบื้องหน้ากำลังเสนอเงื่อนไขวิปลาศมาให้เขามองไม่เห็นหนทางอื่นใด พ่อเลี้ยงสิงห์คำนั้นอิทธิพลกว้างขวาง
“แล้วนายอำเภอจะเอาโฉนดมาได้อย่างไรพ่อเลี้ยงสิงห์คำจะยอมงั้นหรือ”
“นั่นเป็เื่ที่ผมจะจัดการเองนายสองไม่ต้องกังวล ถ้าคืนนี้ผมไม่มีโฉนดที่ดินในมือนายสองก็แค่หิ้วข้าวของตัวเองกลับบ้าน แต่ถ้าผมเอามาได้นายสองต้องเป็ของผมคืนนี้เลย” สองคิดหนัก ที่ดินมรดกตกทอดของปู่ย่าที่ตรากตรำแผ้วถางด้วยมีดพร้า ท่านเฝ้าเพียรรักษาจนมาถึงรุ่นเขามันกลับถูกใครที่ไหนไม่รู้มาชุบมือเปิบไป
“มันไม่มีทางเลือกอื่นแล้วเหรอวะ”สองพึมพำกับตัวเอง สายตาจับจ้องไปที่หลังคาใบจาก ความมืดเริ่มย่างกรายเข้ามาแล้วเขาผุดนั่งจุดตะเกียงและถือกระดาษสัญญามาอ่าน
(ด้วยความที่นายสองอ่านหนังสือไม่คล่องคนเขียนขออนุญาตเรียบเรียงเนื้อหาให้เข้าใจง่ายดังนี้)
สัญญาฉบับนี้ทำขึ้นระหว่างนายสองเมือง ใจรักษา ในที่นี้คือ ผู้กู้ และ นายนาวา พิทักษ์นาวา ในที่นี้คือผู้ให้กู้ ได้ตกลงให้ผู้กู้ กู้เงินเป็จำนวนทั้งสิ้น 5,000 บาท(ห้าพันบาทถ้วน) เพื่อไถ่ถอนที่นาเลขที่....ตามชื่อในโฉนด นายส่ง ใจรักษาโดยผู้กู้ยินยอมชดใช้หนี้สินทั้งหมดเป็เวลาสิบปีในฐานะภรรยาของผู้ให้กู้...
สองอ่านถึงประโยคนี้แล้วขยำกระดาษแน่นนี่ชีวิตเขาตกต่ำถึงขั้นต้องกลายเป็เมียผู้ชายด้วยกันเองแล้วหรือความจนมันบีบคับให้เขาหมดสิ้นทุกอย่าง เขามองยาฆ่าแมลงที่วางที่พื้นความสิ้นหวังประดังประเด เขาเดินไปหยิบมันขึ้นมา ถอนหายใจเฮือกใหญ่ถ้าชีวิตมันตกต่ำขนาดนี้แล้ว อยู่ไปมันก็ไม่มีความหมาย!
พายุลูกใหญ่พัดมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยพัดข้าวของในบ้านกระจัดกระจายยาฆ่าแมลงหลุดมือหกกระจายทั่วพื้น เขาไม่ได้เปิดประตูบ้านไว้และนี่ก็ไม่ใช่ฤดูที่ลมจะพัดแรงขนาดนี้ เขามองสัญญาที่โดนลมพัดไว้ที่บนเตียงมันทับหมอนข้างใบเล็กของลูกชายสุดที่รักของเขาไว้ น้ำตาของสองไหลแม้แต่เทวดาฟ้าดินก็ไม่ยอมให้ตาย สองหยิบหมอนข้างของลูกน้อยมากอดสูดกลิ่นจางๆของเด็กชายที่เขารักที่สุดในโลก
“ลูกเอ๋ย ให้อภัยพ่อด้วยนะ”
ข้าไม่ยอมให้เ้าตายหรอกเสียงรำพันในความมืดดังก้อง แต่ไม่มีใครได้ยินแม้แต่นายสองเอง