“คนที่ถนัดเวทไฟให้ไปทางขวา!!! ต่อด้วยเวทน้ำ เวทลม และเวทดินนะ!!! ส่วนคนที่ถนัดเวทแสงกับความมืดก็อยู่ต่อนักเวทดิน!! และคนที่ถนัดเวทรักษาก็ไปรวมกลุ่มอยู่สุดท้ายเลย!!!”
ในส่วนที่ราบขนาดใหญ่ไกลที่สุดจากจุดรวมพล เสียงของเรย์ดังเจื้อยแจ้วแบ่งสัดส่วนตามความถนัดทางเวทมนตร์ของนักเวทแต่ละคนออกจากกันอย่างรู้งาน ปีศาจหลายๆ คนแม้จะแสดงท่าทีอืดอาด แต่ก็ทำตามอย่างไม่ขัดอะไร
ปัญหาใหญ่ของเหล่านักเวทไม่ใช่ความแข็งแกร่งทางเวทมนตร์ หรือความป่าเถื่อนหยาบคาย แต่ทว่ากลับเป็นอีโก้ในการรับความรู้สิ่งใหม่ ทำให้การจะเพิ่มเนื้อหาใหม่ๆ นั้นเป็นเรื่องยาก แต่ละคนมีความเข้าใจที่แตกต่าง ยิ่งเลเวลมาก ก็ยิ่งยากในการเรียนรู้ ท่านซาชิเรียกคนเหล่านี้ว่า “ไม้แก่ดัดยาก” หากพยายามฝืนมากเกินไป ก็จะเป็นการทำลายพวกเขาเสียเอง แต่…พวกเขาไม่ใช่ไม้เสียหน่อย จะดัดแรงๆ คงไม่หักกระมัง
“ถ้าไม่ใช่คำสั่งของเหล่าผู้นำ ข้างคงไม่ต้องมาฟังพวกเด็กน้อยเหล่านี้หรอกน่า”
“แค่โชคดีนิดหน่อยเท่านั้นเอง ไม่งั้นข้าไม่แพ้แน่”
“ถ้าประลองเดี่ยวๆ ข้าจะทำให้สำนึกเลย”
เสียงพร่ำบ่นดังไม่หยุด และยังคงออกมาราวกับเสียงแมลงหวี่ ช่างน่ารำคาญใจของเรย์มาก ตอนนี้อารมณ์เดือดดาน และความหงุดหงิดก็เริ่มสูงขึ้น เมื่อตนขาดสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของตนไป
“พวกแก!!!!”
“เรย์!!! ลูน่ามาแล้ว!!!”
ในระหว่างที่เรย์คิดจะเผาปีศาจที่พ่นเสียงน่ารำคาญอยู่นั้น เด็กสาวที่มีหน้าตาเหมือนกันราวกระจกสะท้อนก็มาถึงพร้อมส่งเสียงเรียกหา เพราะมีงานไปส่งยาให้กับไวท์ วันนี้จึงไม่ได้อยู่ข้างๆ กัน
ด้วยอุปนิสัยของลูน่า เป็นคนที่สดใสร่าเริง และใจเย็น จึงทำให้เรย์สงบจิตใจลงได้ ราวกับว่าอารมณ์เดือดดานไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ใช่แล้ว…สิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของเรย์ก็คือ…ลูน่า
“เรย์พร้อมไหม?”
“พร้อมแล้วๆ”
รอยยิ้มสดใสของทั้งคู่ก็ปรากฏขึ้น และเปลี่ยนบรรยากาศที่อึมครึมให้หายไปอย่างน่าประหลาด ทั้งคู่โพสท่า และหันหน้าไปทางกลุ่มปีศาจที่นั่งกันเป็นกลุ่มๆ และกล่าวขึ้น…
““เอาละทุกคน!! ยินดีต้อนรับเข้าสู่!! บทเรียนเวทมนตร์แสนสนุก!!!!””
“ฉันชื่อ ‘เรย์’ !!!”
“ฉันชื่อ ‘ลูน่า’ !!!”
““เราสองคนจะทำหน้าที่ดูแล และฝึกฝนปีศาจที่น่าสงสารตามคำสั่งของท่านจอมมารเป็นเวลาสองเดือนนะค้าาา!!!””
““ภารกิจของพวกเราคือการยกระดับของผู้ที่ใช้เวทให้สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพลังเวทมนตร์ ความหลากหลายของเวทมนตร์ กลยุทธ์การใช้เวทมนตร์ การสร้างมหาเวทที่มีผลทางด้วนกลยุทธ์ และความแข็งแกร่งส่วนบุคคลค้าาาา!!!””
““หน่วยที่ถูกแบ่งออกจะเป็นหน่วยเวทดิน, น้ำ, ลม, ไฟ, แสงกับความมืด และฟื้นฟู!!!””
““ซึ่งเดือนแรกจะทำการฝึกพื้นฐานพลังเวท ไม่ว่าจะความอึด ถึก ทน ความเร็ว การควบคุมพื้นที่ การเฝ้าระวัง และการควบคุมพลังเวท และเดือนที่สองจะเปลี่ยนเป็นการฝึกธาตุทั้งสี่ แสงและความมืด ส่วนหน่วยเวทฟื้นฟูจะถูกส่งไปที่หน่วยโจมตีระยะไกลอีกที เพราะอิโนริจะสอนเรื่องเกี่ยวกายวิภาคศาสตร์ได้ดีกว่า ซึ่งต้องใช้พลังเวทสูงมากๆ เลยน้าา!!!””
““และหากใครไม่ผ่านการประเมิน จะถูกลงโทษจากเหล่าผู้นำต้นสังกัด และถูกปลดประจำการ เพราะ!! ฉะ!!! นั้น!! ตั้งใจเรียนนะค้าาาา!!!!””
ตูมมม!!!!
เสียงประกาศของฝาแฝดสนุกสนานราวกับกำลังกล่าวเปิดรายการโทรทัศน์ พร้อมกับแสดงท่าทางหมุนไปมา ยกมือซ้าย ชี้มือขวา และปิดท้ายด้วยระเบิดควันย่อมๆ ด้านหลังพร้อมกับท่าโพสที่หลุดออกมาจากกาตูนสาวน้อยเวทมนตร์ ที่นำแสดงโดยกลุ่มไอดอลก็ไม่ปาน ทำเอานักเวททั้งหน่วยอึ้งจนทำอะไรไม่ถูก
(-)
หลังจากที่เหล่าปีศาจเริ่มใจเย็นลง หลายคนเริ่มสงบเสงี่ยมเมื่อได้รู้ว่าทั้งสองถูกส่งมาจากจอมมาร และยังสามารถส่งผลการประเมินให้กับผู้นำเผ่าได้ เพราะแบบนั้น ปีศาจบางคนจึงคิดที่จะประจบประแจงมากกว่าที่จะเชื่อฟังในสิ่งที่ไม่คิดจะสนใจ
แต่ก็ยังมีปีศาจบางส่วนที่หลงใหลไปกับท่าทางของเรย์และลูน่าที่เคลื่อนที่อย่างราบรื่นราวกับกำลังเต้นรำ
แปะๆๆๆ!!!!
เสียงปรบมือของนักเวทตัวน้อยที่เพิ่งเข้ากลุ่มได้ไม่นานนั้น โดดเด่นจนดึงสายตาของเหล่าปีศาจทั้งหมดไปที่เขา
(ไอเด็กนี่ปรบมือทำบ้าอะไร)
“ท่านเรย์! ท่านลูน่า! ช่างตื่นตาจริงๆ ขอรับ!” เสียงปีศาจตัวน้อยพูดขึ้นด้วยสีหน้าเป็นประกาย
““แหมๆ น่าอายจังเลยนะคะ!””
“ไม่หรอกขอรับ ช่างสวยงามมากเลยขอรับ!”
“ไอหนู! เข้าเรื่องเถอะ!”
ปีศาจผู้เฒ่าที่เหมือนจะมีประสบการณ์มากมายเมื่อดูจากใบหน้าที่เหี่ยวย่น กล่าวขึ้นปรามเด็กน้อยผู้นั้น เพราะหากไม่ปรามก็จะไม่ได้ไปไหนสักที
ด้วยตนนั้นเป็นผู้อาวุโสที่สุด ซึ่งเป็นที่เคารพแม้จะเป็นปีศาจของหน่วยอื่นก็ไม่เว้น เลยทำให้ตนเข้าใจว่าคำพูดของตนล้วนถูกต้องที่สุด…ใช่แล้ว ถูกต้องที่สุด
““นั่นสิน้า!…ได้เวลาแล้วนี่นา””
“…”
และในที่ราบแห่งนี้ก็เงียบลงทันที เพื่อจะเตรียมตัวฟังเรื่องที่ทั้งสองจะกล่าว
““….แล้ว…จะเริ่มยังไงดีละ?”” แฝดทั้งสองกลับพูดขึ้นมาอย่างประหม่าเพราะว่าเงียบเกินไป
“อะแฮ่ม!!…ถ้าอย่างนั้นข้าขอถาม…เหตุใดพวกข้าถึงต้องเรียนรู้จากเจ้า!!” ปีศาจเฒ่าเริ่มเอ่ยปากก่อน ซึ่งตนอยากจะเริ่มบทสนทนา และจบเรื่องนี้ไปซะ เพราะไม่คิดว่าตนเองจำเป็นต้องเรียนรู้อะไรจากเด็กแฝดคู่นี้
““เพราะว่าพวกลุงแพ้พวกเราไม่ใช่เหรอคะ!!””
สิ่งที่ฝาแฝดตอบมากลับเป็นความจริงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง ราวกับสายฟ้าฟาดลงอย่างกะทันหันเพราะไม่คาดคิดว่าผู้เยาว์ทั้งสองจะกล้าตอบกลับมาแบบนี้ เพราะภายหัวของนักเวทเฒ่าผู้นี้ถูกอัดแน่ไปด้วยอีโก้ และจะมีเพียงอีโก้เท่านั้นที่แตกออกมาหากหัวของเขาถูกฝ่าออกจากกัน
“อะ อะ เป็นเพราะพวกข้าโดนศรประหลาดยิงใส่จากด้านข้างต่างหาก ไม่ใช่ว่าข้าแพ้พวกเจ้าหรอกนะ!!!”
เพราะโดนตอกย้ำ จึงได้ตะคอกกลับไปอย่างลุกลี้ลุกลน ด้วยเพราะกลัวว่าตนจะเป็นคนที่ต้องอับอาย ทั้งที่กำลังจะพูดโน้นน้าวเหล่าปีศาจให้ต่อต้านทั้งสองอยู่แท้ๆ
““ที่โดนธนูยิง ก็เพราะไม่ระแวดระวังดีๆ ไม่ใช่เหรอค่ะ! และก็ไม่ตายด้วย ถึงจะช่วยตัวเองไม่ได้ แต่ก็ไม่ช่วยเพื่อนร่วมหน่วยนี่คะ””
“เป็นเพราะข้ามองไม่เห็นทหารในหมอกต่างหากล่ะ!! แค่โชคร้ายที่มีหมอกมาปกคลุมเท่านั้น ไม่อย่างนั้น ข้า…ข้าคงร่ายเวทมนตร์พิฆาตใส่พวกเจ้าได้อย่างแม่นยำไปแล้ว!!!”
““แล้วทำไมไม่ใช้เวทมนตร์อื่นเพื่อพลิกสถานการณ์ล่ะคะ ใช้เวทลมพัดหมอกให้หายไปก็ได้นะ!!””
“นั่นก็เพราะ…ศร…ศรของพวกเจ้าไม่ใช่หรือไง! ที่เข้ามาไม่หยุดหย่อนน่ะ!!”
““แล้วไม่คิดจะโจมตีนักธนูของฝั่งเราบ้างเหรอคะ?!””
ใช่แล้ว…มันเป็นความจริง ทำไมเวลานั้นถึงไม่มีใครยิงเวทมนตร์ไปทางนักธนู หรือนักเวทของฝ่ายตรงข้ามเลย ทุกคนล้วนต้องรู้อยู่แล้วว่าฝ่ายตรงข้ามมีเพียงแค่นักธนูหนึ่งคน และนักเวทสองคนเท่านั้น แต่ทุกคนกลับ…แตกตื่น
““นอกจากเรื่องที่บอกมาข้างต้นแล้ว ทุกคนยังขาดประสบการณ์เสี่ยงตายค่ะ เพราะแบบนั้นถึงได้แตกตื่น””
“มันจะเป็นแบบนั้นได้ยัง!!! ข้าเองก็ผ่านสนามรบมามากมาย เรื่องประสบการณ์เสี่ยงตาย ข้าคงไม่ให้เจ้าหนูอย่างพวกเจ้ามาบอกหรอก” ปีศาจหลายคนพยักหน้าอย่างเห็นด้วย และส่งสารตาอาฆาตออกมา
““มันจะใช่แน่เหรอค่ะ? ไม่ใช่ว่าเพราะอยู่แนวหลัง เลยรอดพ้นจากการโจมตี…หรือว่า เพราะตัวเองอยู่แนวหลัง เลยไม่เคยบาดเจ็บ ก็เลยคิดว่าตัวเองเก่งกาจเสียเต็มประดา””
“ไม่!! ไม่ใช่!!! ข้าน่ะ!!!!”
เมื่อนึกย้อนกลับไป แนวหลังที่เป็นจุดรวมกลุ่มของนักเวททั้งหลาย มักจะถอยทัพเป็นกลุ่มแรกอยู่เสมอ ไม่เคยแม้จะเสียเลือดเลยด้วยซ้ำ การร่ายเวทมนตร์ให้สุดความสามารถและถอยออกมาพัก นั่นคือวิธีการที่ทำอยู่ในทุกครั้ง…หน้าที่มีเพียงเท่านั้นไม่ใช่หรือไง?
““พวกเราคิดว่า พวกท่านอาจจะโชคดีที่ไม่เคยโดนกองทัพตลบหลัง แต่หากต่อไปในอนาคต มีเสนาธิการที่มากความสามารถของฝ่ายตรงข้ามเกิดขึ้นมาก กองทัพปีศาจก็เลี่ยงที่จะล่มสลายไม่ได้แน่ๆ””
“ข้าไม่ยอมรับหรอก!!! เพราะพวกเจ้าโชคดี จะพูดอะไรก็ถูกไปหมดอยู่ดี เพราะแบบนั้น..!!”
“ลองดูไหมล่ะคะ?” ลูน่าพูดขึ้นมาก่อนเรย์ที่กำลังจะตอบคำท้าทายนี้
ก่อนหน้านี้สามหน่วยที่ถูกเรย์กับลูน่าฝึกมา ทุกหน่วยจะมีเหตุการณ์แบบนี้เสมอ ตอนแรกก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดี จึงได้ไปปรึกษาท่านซาชิ สรุปก็คือ ใช้วิธีการหลอกล่อให้อีกฝ่ายนั้นโมโห และทำการ…เชือดไก่ให้ลิงดู! แต่ในที่นี้อาจจะเรียกใหม่ว่า “เชือดปีศาจเฒ่าหัวแข็งให้เด็กมันดู” ก็ได้
การจะล้มคนที่ดูท่าทางเก่งที่สุดในกลุ่มเพื่อให้คนอื่นยอมรับ เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดที่จะทำให้ปีศาจนั้นเข้าใจถึงระบบปกครองซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมรับโดยทั่วกัน แต่ประเด็นหลักของวันนี้คือ มันต้องเป็นตาของเรย์ที่จะแสดงฝีมือ
“ลูน่า!! วันนี้ตาของเรย์นี่นา!!!”
“อ่ะ!!! ขอโทษนะเรย์ ลูน่าลืมตัว!!!”
สองที่น้องขอโทษขอโพยกันอย่างเงียบๆ แต่ปีศาจเฒ่ากลับเห็นเป็นการเมินเฉยต่อเขา ซึ่งเป็นการดูหมิ่นอย่างแรง
“ยัยเปี๊ยก!!!”
“ออกมาสิค่ะ…ท่านลุง!” ลูน่ายิ้มย่องใส่ ราวกลับจะดูถูกด้วยสายตา แต่มือนั้นกลับกำลังยื่นกล่องข้าวของนายท่านให้เรย์ไปเพื่อเป็นการขอโทษ
ปีศาจเฒ่าเดินออกมา มือกำคทาสั่นไปด้วยความโมโห และตั้งใจว่าคราวนี้จะฆ่ามันเสีย และจะไปบอกท่านผู้นำว่าเป็นอุบัติเหตุระหว่างฝึกซ้อม
“เอาล่ะทุกคน!! ไหนๆ ก็ไหนๆ ลูน่าจะสาธิตเวทมนตร์หว่างซ้อมต่อสู้ไปด้วยเลยนะค้า!!!”
ลูน่าประกาศให้ทุกคนได้ทราบ ไม่สนใจปีศาจเท่าที่ดูราวจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ ส่วนเรย์ก็ออกมายืนกอดอกดูอย่างข้างนอกพร้อมกับกล่องข้าวที่ได้มา
“เริ่มสาธิตได้!!!” เรย์ประกาศออกมาเมื่อเห็นว่าทุกฝ่ายพร้อมอยู่แล้ว
“ขอบอกไว้ก่อนนะว่าลูน่าใช้เวท [ลม] กับ [ดิน] นะคะ” ลูน่าเอ่ยเสียงดังพอสมควรเพื่อให้ทุกคนในที่นี้ได้ยิน
“ข้าใช้เวท [ไฟ] เพราะอย่างนั้นก็ตายไปซะ! [ลูกไฟปีศาจ] !!!!” ปีศาจเฒ่าประกาศเวทมนตร์หลักออกมาเช่นกัน แต่ก็ไม่ได้ยั้งสิ่งที่คิดไว้ในใจจนพูดออกมา พร้อมทั้งร่ายเวทออกมาโดยทันที
“[กำแพงดิน]!!!” ลูน่าพูดสั้น ๆ เพื่อตั้งรับเวท [ลูกไฟปีศาจ] “ทุกคน ดูให้ดีนะคะ นี่คือวิธีการร่ายเวทอย่างง่าย โดยที่ไม่ต้องทำอะไรล่วงหน้า เราจะสามารถเวทมนตร์ด้วยความเร็วที่มากก็จริง แต่ประสิทธิภาพก็จะขึ้นอยู่กับพลังเวทของผู้ใช้ด้วยน้าาา!”
เมื่อได้ยินลูน่าตั้งรับเวทมนตร์ของตัวเองง่ายๆ และยังทำท่าทีไม่สนใจตน แต่กลับหันไปหาปีศาจคนอื่น ๆ และอธิบายเรื่องไร้สาระ มันทำให้ปีศาจเฒ่าโมโหจนแทบบ้า
“ยังหนู!!! บังอาจนัก [หอกเพลิงผลาญ]” ปีศาจเฒ่าเพิ่มพลังเวท และร่ายเวทเปลี่ยน [ลูกไฟปีศาจ] สามลูกที่ตนร่ายไว้ เปลี่ยนรูปแบบเป็นหอกเพลิงที่มีพลังเจาะทะลวงสูงขึ้นมา และไม่ช้าหอกเพลิงก็พุ่งทยานออกไปด้วยความเร็วสูง
“[กำแพงลม]”
ตูม!! ตูม!! ตูม!!
ลูน่าเอ่ยขึ้นเบาๆ สร้างพายุที่ตนอยู่จุดศูนย์กลางขึ้นมารับหอกเพลิง หอกทั้งสามถูกปัดเบี่ยงออกไปด้านข้างแทน ไร้ซึ่งความเสียหายกับลูน่า
“แล้วนี่ก็คือการหน่วงพลังเวทค่ะ เพราะถ้าหากเราจะร่ายเวทมนตร์ทันที สิ่งที่ขาดไปก็คือพลังที่อยู่ในเวทมนตร์นั้นๆ ค่ะ ถ้าดูในยามปกติ [หอกเพลิงผลาญ] เป็นเวทมนตร์ทะลุทะลวงที่พลังทำลายสูง และป้องกันได้ยาก อย่าว่าแต่เวทมนตร์ [กำแพงลม] ของลูน่า [กำแพงดิน] สามชั้นก็ป้องกันไม่ได้ แต่ถ้าเราหน่วงเวทมนตร์แล้วใช้เวทมนตร์ จะทำให้เวทมนตร์ที่เราใช้แข็งแกร่งขึ้นมากกว่าเวทมนตร์ปกติที่เราใช้ได้นะคะ!”
“แก!!! ดูถูกข้าคนนี้!!”
ปีศาจเฒ่าเลือดขึ้นหน้าเมื่อเห็นท่าทีของลูน่าที่ดูถูก และไม่สนใจตนที่เป็นคู่ต่อสู้ จึงคิดไม่สนสิ่งที่จะเกิดกับปีศาจรอบข้างอีกต่อไป
“แด่องค์เทพีแห่งไฟ ขอท่านจงประทานพลังแห่งไฟ เพื่อให้ข้าได้ทำลายสิ่งกีดขวางทั้งหลาย เพื่อเบิกทางให้ได้รับชัยนี้ [อินเฟอร์โน] มหาลูกไฟพิฆาต” ลูกไฟความร้อนสูงที่มีขนาดใหญ่กว่าสามช่วงคน และใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ถูกสร้างขึ้นเหนือมือที่ชูขึ้นของปีศาจเฒ่า
เสียงบทร่ายเวทมนตร์ระดับสูงเสียดประสาทหูของปีศาจที่อยู่โดยรอบ จิตใจสั่วไหวด้วยความกลัวว่าตนอาจจะโดนลูกหลงของผู้เฒ่าผู้นี้เป็นแน่
“และนี่คือการผสานเวทมนตร์นะคะ [กำแพงลม]” ลูน่าไม่ได้ให้ความสนใจกับเวทระดับสูงที่ปีศาจเฒ่ากำลังร่ายออกมาอย่างสุดแรง แถมทั้งยังร่าย [กำแพงลม] มาโอบล้อมปีศาจเฒ่าเอาไว้ด้วยท่าทีสบายๆ
“ยัยเปี๊ยก แกทำอะไร!!!”
เพราะ [กำแพงลม] ของลูน่า ทำให้เวทมนตร์ที่ปีศาจเฒ่ากำลังสร้างเกิดความสั่นไหว และไม่สเถียน
“ต่อไปก็…[กระสุนดิน]” ลูน่าร่ายเวท [กระสุนดิน] ออกไปอย่างเบาแรง ทำให้เศษหินที่เกิดจากการร่ายเวทมนตร์หลอมรวมกับ [กำแพงลม] ทำให้เกิดพายุทรายขนาดย่อมที่ไม่ได้มีแค่ลมและฝุ่นทราย
“เดี๋ยวก่อน!!! ยัยเปี๊ยก!!!” ปีศาจเฒ่าเริ่มหวาดวิตกกับสิ่งที่เกิด ลูกไฟที่เกิดจากเวท [อินเฟอร์โน] ที่ใช้พลังทั้งหมดสร้างขึ้นกำลังสั่นไหวเปลี่ยนรูป และหลอมรวมกับพายุทรายอย่างไม่อาจควบคุม
“ต่อไปก็หล่อเลี้ยงพลังเวท และดึงพลังเวทจากธรรมชาติมาใช้ช่วยในการสร้างปรากฏการณ์ เราจะได้ไม่ต้องใช้พลังเวทจากตัวเองมากนะคะ!”
“อ้ากกกกกกกกก!!!!!!!!!!!”
เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นจากภายในพายุ แต่ลูน่ากลับพูดด้วยท่าทางน่ารักสดใส ผิดกับเวทมนตร์ที่กำลังดำเนินไปอย่างบ้าคลั่ง
พายุทรายที่กำลังพัดโหมกระหน่ำ ได้หลอมรวมกับ [อินเฟอร์โน] ก่อให้เกิดพายุไฟลาวาความร้อนสูงขึ้น และไม่มีท่าทีว่าจะดับ กระแสลมรอบข้างถูกดูดยังพายุ แสงสว่างของพายุเพลิงสะท้อนใบหน้าของเด็กสาวที่ยิ้มเยาะอยู่ข้างๆ
“เรย์ว่าพอได้แล้วมั๊ง เดี๋ยวลุงเขาจะตายจริงๆ นา” เรย์พูดเตือนลูน่าไม่ให้สนุกเสียจนลืมไปว่า ใจกลางพายุนั่นยังมีปีศาจเฒ่าอยู่
“อ่ะ! นั่นสิน้าา…[สุญญากาศ]” ลูน่าพูดเพียงคำสั้น ๆ บาเรียทรงกลมก็ถูกสร้างขึ้นล้อมเปลวเพลิง และดับลงในพริบตา เหลือเพียงเศษเถ้าถ่าน และหินละลายที่ค่อยๆ ตกลง กับพื้นสีดำที่ยังคงมีควันลอยขึ้นเบาๆ
“ลุงจะเป็นไงบ้านน้า…” ลูน่ายกเลิกเวทมนตร์ ทำให้เกิดการสั่นไหวของอากาศเพียวชั่วครู่ และลมบางเบาค่อยๆ พัดควันไฟที่ยังตกค้างให้หายไป
กองเถ้าถ่านเป็นพื้นวงกลมตรงบริเวณที่เคยเป็นฐานของพายุ เศษหินละลายกองอยู่ที่พื้นราวกับเกิดภัยพิบัติมังกรไฟอาละวาด ถึงจะเป็นแบบนั้น ก็ยังคงมีร่างที่ดำเป็นตอตะโกนอนแนบพื้นอยู่ตรงนั้น
“[ฮิล]…” เสียงจากกองถ่านดังขึ้นอย่างแผ่วเบา แม้จะไม่มากพอให้ฟื้นพลังกลับมาอย่างเต็มที่ แต่ก็พอให้ยืนขึ้นได้อย่างทุลักทุเล
“แหม…ประสบการณ์จากการทำศึกหลายครั้งสินะคะ” แม้คำพูดนั้นเหมือนจะดูถูก แต่ลูน่าก็ได้เอ่ยขึ้นชื่นชมจากใจจริง
“อย่าอยู่อีกเลย [เอ็กซ์โพ…]”
ปีศาจเฒ่าใช้จังหวะที่เด็กสาวลดการป้องกันลง และร่ายเวทมนตร์ที่ใช้พลังชีวิตของตัวเองเข้าแลก เพื่อลบความอับอายในครั้งนี้ แต่ก็…ไม่สำเร็จ
ตุบ!!!!!!!
“และนี่คือบทเรียนสุดท้าย การจะร่ายเวทมนตร์ที่มีความรุนแรงมากๆ จำเป็นต้องใช้สมาธิ และเวลาในการหน่วงพลังเวท พร้อมทั้งการกำหนดปรากฏการณ์ก่อนหลังให้ชัดเจน เพราะถ้าหุนหันพลันแล่นจนไม่ระวังสิ่งรอบข้าง นอกจากจะร่ายไม่สำเร็จแล้ว ก็อาจจะโดนโจมตีกลับแบบนี้ด้วยนะคะ”
ลูน่าหันมาพูดกับเหล่าปีศาจที่ดูสถานการณ์อยู่ในขณะที่ตัวเองพุ่งเขาไปใช้ไม้เท้าฟาดที่หัวของปีศาจเฒ่าจนกองลงที่พื้นราวกับเป็นเรื่องแสนจะง่ายดาย ปีศาจที่เหลือก็พร้อมใจพยักหน้าอย่างเชื่อฟังไร้ข้อกังขาใดๆ