หลังจากสืบข้อมูลของมู่หรงเจี้ยนจนละเอียดรอบคอบแล้ว จางอี้เทียนก็ไม่ติดใจอะไรอีก สามารถวางใจให้เขาเป็เลขาของเซียวอี้เฟยต่อไปได้ จริงๆ แล้วเขาแอบรู้สึกโล่งใจที่เซียวอี้เฟยเลือกมู่หรงเจี้ยนคนนี้ เพราะถ้าไม่ใช่ว่าเขาเป็คนของอี้เฟย จางอี้เทียนเองก็อยากจะดึงตัวคนคนนี้มาใช้งานอยู่ข้างกาย
ประวัติครอบครัวที่อบอุ่น ผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ดีมาก นอกจากนี้เขายังเป็นักกิจกรรมตัวยงสมัยเรียนในมหาวิทยาลัย ความสัมพันธ์เชิงชู้สาวก็ไม่มีด่างพร้อย มู่หรงเจี้ยนมีคู่หมั้นแล้ว และก็รักคู่หมั้นของเขามากๆ อีกด้วย จางอี้เทียนจึงสบายใจที่จะให้มู่หรงเจียนอยู่ข้างกายอี้เฟย
หากสิ่งที่ทำให้เขาต้องเร่งรัดคุณพ่อให้ไปเจรจาสร้างความสัมพันธ์กับบ้านตระกูลเซียวก็เพราะเขารู้ดีว่าเหลือเวลาอีกไม่นาน เขากำลังจะเรียนจบชั้นมัธยมปีที่หกแล้วต้องไปเรียนต่อต่างประเทศอย่างที่คนทั่วไปเข้าใจกัน ความจริงแล้วจางอี้เทียนกำลังศึกษาในระดับปริญญาโทด้านการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เขาเรียนจบมัธยมปลายั้แ่อายุ 14 ปีและจบปริญญาตรีเมื่ออายุ 16 ปี เขาคาดว่าตัวเองจะคว้าปริญญาโทมาได้ปีหน้าซึ่งก็คือตอนอายุ 18 ปี เขาเพียงมาโรงเรียนแก้เบื่อแค่นั้นเอง
แต่การที่เขาจะจบปริญญาโทได้ จะต้องทำวิทยานิพนธ์ให้เสร็จ ซึ่งเขาต้องพัฒนาโปรแกรมนี้ร่วมกับศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยในต่างประเทศ ถึงจะไม่อยากแยกจากเซียวอี้เฟยไปนานๆ แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น
..............
เช้าวันจันทร์ ในห้องเรียนชั้นมัธยมปีที่ 4 ห้อง 1
“อีฟ เธอรู้เื่ข่าวลือนั่นรึเปล่า” แมรี่รีบเอ่ยขึ้นทันที่ที่เห็นเซียวอี้เฟยเดินเข้าห้องมา
“ข่าวลืออะไรเหรอ” เซียวอี้เฟยถามด้วยความงุนงง
“ก็ข่าวลือที่ว่าเธอหมั้นกับอีตาอัจฉริยะจางแล้วน่ะสิ เื่นี้มันหมายความว่ายังไง แล้วหวังอวี้ล่ะ เธอจะหักอกหวังอวี้อย่างนี้ไม่ได้นะ”
“เขาลือกันให้ทั่ว ว่าทางผู้ใหญ่ของบ้านจางไปตกลงเื่สินสอดเรียบร้อยแล้ว และเธอจะย้ายไปเรียนที่ต่างประเทศพร้อมกันกับรุ่นพี่จางน่ะ” ชิงชิงพูดเสริมตามข้อมูลที่เธอได้ยินมา
“จะบ้ากันไปใหญ่แล้ว ไม่มีการหมั้นหมายอะไรทั้งนั้นแหละ จางเกอก็คงต้องไปเรียนต่อต่างประเทศคนเดียว เพราะฉันยังต้องเรียนให้จบมัธยมที่โรงเรียนนี้ต่อไป และนี่คือเื่จริงที่สุดแล้ว” เซียวอี้เฟยกล่าวเสียงดังให้ได้ยินกันทั้งห้อง เพราะเธอรู้ดีว่าคนอื่นๆ ก็แอบฟังการสนทนาของพวกเธออยู่ก่อนแล้ว
“ส่วนเื่ที่ฉันไปหักอกหวังอวี้นี่ก็อีกเื่นึง ในเมื่อฉันไม่ได้เป็อะไรกับหวังอวี้ ฉันจะไปหักอกเขาได้ยังไง” เซียวอี้เฟยหันไปถามเพื่อนสนิทของเธอ
“ใครๆ ก็รู้กันทั้งนั้นว่าหวังอวี้น่ะชอบเธอ คอยตามเกี้ยวเธอมาั้แ่ตอนม.ต้น แล้วเธอสองคนก็สมกันอย่างกับกิ่งทองใบหยก” แมรี่พยายามอธิบาย
“ฉันไม่มีเวลาว่างจะไปสนใจเื่รักๆ ใคร่ๆ ของใครหรอกนะ ไม่ว่าหวังอวี้จะคิดยังไงกับฉัน ฉันก็ให้เขาได้แค่ความเป็เพื่อนเท่านั้น” เซียวอี้เฟยพูดเสียงดังฟังชัด
โครม!
ทุกคนในห้องหันไปตามเสียง เห็นโต๊ะตัวหนึ่งถูกถีบล้มลง ก่อนที่จะเห็นแผ่นหลังของหวังอวี้ไวๆ ออกไปทางประตูหลังห้อง
“เธอพูดบ้าอะไรออกมา หา? เซียวอี้เฟย ดูสิ หวังอวี้โกรธแล้วรู้ไหม” แมรี่ตะคอกใส่เซียวอี้เฟย ก่อนจะวิ่งตามหวังอวี้ออกไป
...........
หวังอวี้ที่ได้ยินสิ่งที่เซียวอี้เฟยพูดเื่ของเขาเต็มสองหู ก็รู้สึกทั้งโกรธทั้งผิดหวัง แต่ที่รู้สึกมากที่สุดในตอนนี้ก็คือความอับอาย
เขาได้ยินข่าวลือระหว่างรุ่นพี่จางกับเซียวอี้เฟยั้แ่เมื่อวาน จะว่าไปเื่นี้ไม่ถือเป็เพียงเื่ความสัมพันธ์ของเด็กนักเรียนมัธยมสองคน แต่มันเป็เื่ของความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างกลุ่มบริษัทั์ใหญ่อย่างตระกูลจางกับบริษัทของตระกูลเซียว เื่ใหญ่ระดับนี้หากผู้ว่าการมณฑลจะไม่ทราบเื่ก็คงเป็ไปไม่ได้
ถึงจะได้ยินข่าวลือจากคนเป็พ่อ แต่เขายังไม่ปักใจเชื่อ หวังอวี้ยังแอบหวังลึกๆ ว่าเื่นี้ไม่เป็ความจริง เพราะเซียวอี้เฟยไม่น่าจะชอบคนอย่างรุ่นพี่จาง ถึงจะหน้าตาดี แต่คนที่มีนิสัยไม่น่าคบหาอย่างนั้น คงหาคนมาชอบได้ยาก
หวังอวี้ขว้างหมัดเข้าไปที่กำแพงอย่างแรง พร้อมกับน้ำตาที่ไหลลงอาบแก้ม เพื่อระบายความอัดอั้นในใจ
“หยุดนะ หวังอวี้! หยุดทำอะไรบ้าๆ สักที เธอจะทำร้ายตัวเองไปทำไม ต่อให้เธอเจ็บมากกว่านี้ อี้เฟยก็ไม่สนใจเธอหรอก” แมรี่พูดเตือนสติ
“ออกไป เธอไม่ต้องมายุ่ง”
“หวังอวี้ ฉันหวังดีกับเธอจริงๆ นะ ฉันหลงรักเธอมาตลอด แต่เธอกลับไม่เคยมองเห็นฉันในสายตา เธอก็ได้แต่มองยัยอี้เฟย แล้วเป็ไงล่ะ อี้เฟยเคยสนใจเธอบ้างรึเปล่า” แมรี่เผยความในใจของเธอจนหมดสิ้น
“ฉันทนเห็นเธอเป็อย่างนี้ต่อไปไม่ได้จริงๆ หวังอวี้ ตัดใจจากอี้เฟยเถอะนะ”
“เธอไม่ต้องมายุ่ง ฉันจะรักใครชอบใครก็ไม่ใช่เื่ของเธอ ต่อให้อี้เฟยไม่รักฉัน แต่ยังไงฉันก็ไม่มีทางหลงผิดไปชอบเธอได้หรอก เธอกลับไปซะเถอะแมรี่” หวังอวี้พูดออกไปตรงๆ
“ฮึก.... ได้ ฉันจะไป แต่ฉันจะไม่ยอมหยุดแค่นี้หรอกนะ และฉันจะไม่ยอมให้ยัยอี้เฟยได้ทุกอย่างไปง่ายๆ หรอก” แมรี่แค่นเสียงบอกไป
..........
เซียวอี้เฟยที่พยายามอธิบายข้อเท็จจริงมาตลอดทั้งวันและหวังว่าจะสยบข่าวลือของเธอและจางเกอได้ กลับต้องผิดหวัง เพราะนอกจากทุกคนยังปักใจเชื่อในข่าวลือและยังโหมกระพือออกไปมากกว่าเดิม ตอนนี้ทุกคนต่างเชื่อกันหมดแล้วว่าเธอได้รับสินสอดมูลค่ากว่า 100 ล้าน พร้อมบ้านหรูอีกหนึ่งหลังในต่างประเทศซึ่งจะถูกใช้เป็เรือนหอเมื่อทั้งสองคนไปเรียนต่อต่างประเทศด้วยกัน
บนดาดฟ้า เวลาพักเที่ยง
เซียวอี้เฟยรีบวิ่งไปหาจางอี้เทียนทันทีที่ก้าวเข้าไปบนดาดฟ้า
“จางเกอ ช่วยหน่อยสิ ทำยังไงดี ตอนนี้ทั้งโรงเรียนลือเื่ของเราแบบผิดๆ กันไปทั่วแล้วนะ”
“ผิดตรงไหน”
“ผิดทุกตรงนั่นแหละ เรายังไม่ได้คบกันเลยนะ จะหมั้นกันได้ยังไง แล้วจะยังค่าสินสอดอะไรนั่นอีก”
“ถ้าเธอคิดว่าสินสอด 100 ล้านกับบ้านหรูอีกหลังยังไม่พอ เดี๋ยวฉันให้เพิ่มไปอีกก็ได้ อันที่จริง ของข้างในจี้ที่ห้อยคอเธออยู่นั่น ก็มีมูลค่ามากกว่า 100 ล้านแล้วล่ะ”
“จางเกอ นี่ไม่ใช่เวลามาพูดเล่นนะ” เซียวอี้เฟยกล่าวอย่างจนใจ
แอ๊ด...เสียงเปิดประตูดาดฟ้าดังขึ้นมาพร้อมกับเสียงทักทายของหลูจงเหยียน
“ลูกพี่จาง พี่สะใภ้ สวัสดีครับ ยินดีด้วยนะครับ แหม ไม่บอกกันล่วงหน้าผมเลยไม่ได้เตรียมของขวัญมาแสดงความยินดี”
หลูจงเหยียนเดิมยิ้มกริ่มเข้ามาหาทั้งสองคนที่ดูเหมือนกำลังจีบกันกระหนุงกระหนิง
เพี๊ยะ!
เซียวอี้เฟยฟาดไปที่ไหล่ของหลูจงเหยียนอย่างแรง
“นี่แน่ะ ยังจะมาล้อเล่นอีก ไปเลยไปนั่งทบทวนบทเรียนของอาทิตย์ก่อนเดี๋ยวนี้เลย”
หลูจงเหยียนลูบแขนที่โดนตีป้อยๆ ขณะที่เดินตามเซียวอี้เฟยไปอย่างหงอยๆ แต่แอบยกนิ้วโป้งทั้งสองมือ พร้อมทั้งยักคิ้วให้กับจางเกอที่ยืมอมยิ้มอย่างผู้ชนะอยู่ไม่ไกล
...........
คาบเรียน่บ่าย
หวังอวี้ที่หายไปตลอด่เช้า ก็กลับมาเข้าห้องเรียนพร้อมผ้าพันแผลที่มือขวา ก่อนจะจัดการย้ายโต๊ะและเก้าอี้ของตัวเองไปอยู่หลังห้อง ปล่อยให้ข้างโต๊ะของเซียวอี้เฟยเป็ที่ว่าง
เซียวอี้เฟยไม่เดือดร้อนกับการกระทำนี้แม้แต่น้อย ดีเสียอีก ตอนที่นั่งข้างๆ กัน หวังอวี้เอาแต่จ้องหน้าเธออยู่นั่น รบกวนสมาธิในการเรียนจะแย่ เป็แบบนี้ดีกว่าเยอะ เธอไม่คิดว่าการนั่งคนเดียวโดดเด่นอยู่กลางห้องจะเป็ปัญหาอะไร
ขณะเดียวกัน อู๋เหม่ยหลิงก็เข้ามาพูดกระทบกระเทียบเธอทันที
“แหม ั้แ่มีคู่หมั้นคู่หมาย ก็ไม่คิดจะรักษาน้ำใจคนอื่นกันเลยหรือไง ถ้าเธอแน่จริง ต่อไปนี้ก็ไม่ต้องมีเพื่อนฝูงหรอกนะ เอาตัวเองให้รอดไปคนเดียวเถอะ”
เซียวอี้เฟยรู้สึกดีมากหลังจากได้ยินอดีตเพื่อนสนิทพูด เพราะเธอพยายามจะออกไปกลุ่มสวยปะานี้มานานแล้ว เธอไม่ชอบนิสัยและพฤติกรรมของยัยแมรี่นี่เลย และเธอก็ออกจะสงสารชิงชิงอยู่นิดหน่อย ต่อไปนี้เธอก็ไม่ต้องทำว่าสนิทสนมกับคนพวกนี้อีก ในที่สุดเซียวอี้เฟยก็เห็นข้อดีของข่าวลือในวันนี้
ไม่ว่าใครจะเป็ต้นตอข่าวลือ ขอบคุณค่ะ ขอบคุณจากใจ
########