ผ่านไปหนึ่งวันเต็ม จางหลิงก็ยังไม่กลับมา ทว่าสวี่หยางรู้ดีว่าจางหลิงไม่ใช่คนที่จะมาสาย คาดว่าคงจะมีเหตุผลอะไรบางอย่างที่ทำให้ล่าช้า
น่าเสียดายที่ยุคสมัยนี้ไม่มีโทรศัพท์มือถือ ไม่มีวีแชต มิเช่นนั้นแค่โทรไปสายเดียวก็รู้เื่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น
"รอจนถึงตอนค่ำค่อยว่ากันอีกที" สวี่หยางนั่งรอจางหลิงอยู่หน้าประตู แต่จนกระทั่งยามจื่อกลางดึก จางหลิงก็ยังไม่กลับมา
เมื่อเห็นว่าคืนนี้จางหลิงคงไม่กลับมาแน่แล้ว สวี่หยางจึงไปพักผ่อน เช้าตรู่วันต่อมา สวี่หยางก็มารอจางหลิงแต่เช้าอีกครั้ง ทว่าจนกระทั่งถึงตอนเที่ยงเขาก็ยังไม่กลับมา
"แปลกจริง" ในเวลานี้แม้แต่สวี่หยางเองก็ยังรู้สึกแปลกใจ จางหลิงเป็คนตรงต่อเวลาและรักษากฎระเบียบมาโดยตลอด
ทันใดนั้น จู่ ๆ ก็มีร่างร่างหนึ่งปีนขึ้นเขามาด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลน เขาร้องะโเสียงดัง "ท่านใด! ท่านใดคือหัวหน้าผู้คุมสวี่!"
"ข้าคือหัวหน้าผู้คุมสวี่ เ้าเป็ใคร?"
"หัวหน้าผู้คุมสวี่ ข้าเป็คนบ้านเดียวกันกับจางหลิง เขาใช้ให้ข้ามาบอกข้อความแก่ท่านประโยคหนึ่ง"
"จางหลิงหรือ?" สวี่หยางขมวดคิ้วพลางกล่าว
"ข้าอนุญาตให้เขาลางานหนึ่งสัปดาห์ ตอนนี้วันหยุดหมดลงแล้ว เมื่อวานเขาควรจะกลับมาได้แล้ว ตอนนี้มันเกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่?"
ชายบ้านเดียวกันกับจางหลิงเอ่ยปาก "หัวหน้าผู้คุมสวี่ จางหลิงให้ข้ามาบอกท่านว่า เขาจะไม่กลับมาแล้ว เขาบอกว่าทำงานที่นี่มันลำบากเกินไป เขาหางานใหม่ได้แล้ว บอกให้ท่านไม่ต้องเป็ห่วงเขา"
สวี่หยางยิ่งรู้สึกแปลกใจมากขึ้นไปอีก จางหลิงทำงานที่นี่อยู่ดี ๆ เหตุใดถึงบอกว่าจะไม่ทำก็ไม่ทำเสียอย่างนั้น อีกทั้งนี่ก็ไม่ถูกต้องตามกฎระเบียบด้วย
ต่อให้ผู้คุมจะเป็เพียงแค่ลูกจ้างชั่วคราวที่ไม่มีตำแหน่งขุนนาง แต่ก็เป็ไปไม่ได้ที่จะบอกว่าไม่ทำก็ไม่ทำ การจะลาออกต้องได้รับการอนุมัติจากท่านพัศดีที่รับผิดชอบเสียก่อน จึงจะปล่อยตัวไปได้
ยิ่งไปกว่านั้น จางหลิงก็ทำผลงานได้ดีมาตลอด มนุษยสัมพันธ์ที่นี่ก็ไม่เลว เขาไม่เคยมีท่าทีรังเกียจหรือเบื่อหน่ายเลย
เื่ราวผิดปกติเช่นนี้ย่อมต้องมีเื้ั สวี่หยางขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางจ้องมองชายที่อยู่ตรงหน้า "เ้าพูดความจริงกับข้ามาเถอะ จางหลิงเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แล้วตัวเขาอยู่ที่ใด? ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่นึกอยากจะมาก็มา นึกอยากจะไปก็ไปได้หรอกนะ
การกระทำเช่นนี้ของเขาจะต้องถูกจับตัวกลับมาลงโทษ และเ้าผู้มีความผิดฐานให้ที่พักพิงก็ต้องรับโทษเช่นเดียวกัน"
ชายผู้นั้นถูกสวี่หยางข่มขู่จนใกลัว เอ่ยตะกุกตะกักว่า "ข้าเป็แค่คนบ้านเดียวกันกับจางหลิงจริง ๆ เมื่อหลายวันก่อนเขากลับบ้าน ข้าได้พบเขาครั้งหนึ่ง ต่อมาได้ยินว่าเขากำลังยุ่งอยู่กับการซ่อมแซมบ้าน บอกว่าหาเงินได้จากเรือนจำ
เมื่อวานนี้ข้าได้พบเขาอีกครั้ง แต่สภาพจิตใจของเขาดูแย่มากเลยทีเดียว ตอนกลับบ้านยังดูเบิกบานใจอยู่เลยแท้ ๆ ...
เขาให้เศษเงินข้ามาครึ่งตำลึง เพื่อให้ข้ามาแจ้งท่าน... ใต้เท้า ข้ารู้เพียงเท่านี้จริง ๆ ข้าไม่ได้หลอกท่าน หากข้ามีคำโป้ปดแม้แต่ครึ่งคำ ข้ายินดีรับการลงทัณฑ์"
สวี่หยางปั้นหน้าเ็าจ้องมองชายผู้นี้อยู่นาน แม้แววตาของชายผู้นี้จะมีความหวาดกลัว ทว่าก็ไม่ได้หลบเลี่ยงสายตา เป็การพิสูจน์ว่าสิ่งที่เขาพูดเป็ความจริง
"บ้านเกิดของจางหลิงอยู่ที่ใด เ้าพาข้าไปเดี๋ยวนี้ ข้าจะไปถามเขาด้วยตัวเอง"
จากพฤติกรรมของจางหลิง ประกอบกับคำพูดของชายผู้นี้ เกรงว่าคงจะมีเื่อะไรที่ยากจะเอ่ยปาก หากเป็คนอื่นเขาก็คงจะปล่อยผ่านไปแล้ว แต่สำหรับเด็กที่ชื่อจางหลิงผู้นี้ สวี่หยางยังคงมีความเอ็นดูอยู่บ้าง จึงตัดสินใจที่จะยื่นมือเข้าไปสอดเื่นี้สักหน่อย
หากเขาได้งานใหม่ที่ดีจริง ๆ ตนเองก็คงจะไม่ขัดขวาง เพียงแต่ขั้นตอนที่สมควรทำก็ต้องทำ มิเช่นนั้นคนที่ต้องรับผิดชอบก็คือตัวเขาเอง
ไม่ว่าจะเป็ด้วยเหตุผลหรือความรู้สึกส่วนตัว อย่างไรเขาก็ต้องไปเยือนสักครา
"พวกเราอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านอู่ฟางในเมืองสือฟาง ข้าจะพาท่านไปเดี๋ยวนี้"
สวี่หยางหันไปกำชับผู้คุมเอาไว้ว่า หากพัศดีเจียงบังเอิญถามหา ก็ให้บอกว่าตนเองไปที่มหาเรือนจำสยบอสูรแห่งอื่น อย่าได้พูดอะไรให้มากความ
แน่นอนว่าผู้คุมเหล่านี้ย่อมต้องเชื่อฟังสวี่หยาง ยิ่งไปกว่านั้น หากจางหลิงไม่กลับมา พวกเขาก็จะไม่มีโอกาสได้อู้งานอีก ทุกคนจึงรับปากเป็มั่นเป็เหมาะว่าจะไม่พูดอะไรแม้แต่ประโยคเดียว
สวี่หยางเดินตามคนบ้านเดียวกันกับจางหลิงไป หากไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายเดินช้าเกินไป การเดินทางไปยังหมู่บ้านอู่ฟางแห่งนี้คงไม่จำเป็ต้องใช้เวลาถึงสามชั่วยามอย่างแน่นอน
"บ้านของจางหลิงคือหลังใด?"
คนบ้านเดียวกันกับจางหลิงเอ่ยปาก "ใต้เท้า ท่านเดินไปข้างหน้าเถิด บ้านของพวกเขากำลังซ่อมแซมอยู่ ท่านมองปราดเดียวก็เห็นแล้ว... ข้าขอตัวกลับก่อนนะ"
สวี่หยางพยักหน้ารับและปล่อยเขาไป ก่อนจะได้พบกับบิดามารดาของจางหลิง
บิดามารดาของจางหลิงผอมโซจนเห็นกระดูก สภาพดูเหมือนคนขาดสารอาหาร บ้านของพวกเขาเมื่อเทียบกับบ้านหลังอื่น ๆ ในหมู่บ้านแล้วดูซอมซ่อกว่ามาก
ทว่าตอนนี้มีเศษอิฐเศษปูนกองอยู่ด้านข้างไม่น้อย พวกช่างปูนช่างไม้กำลังช่วยกันซ่อมแซมบ้านกันอยู่ แม้บิดามารดาของจางหลิงจะดูซูบผอม แต่ความเบิกบานใจบนใบหน้ากลับไม่อาจปิดบังเอาไว้ได้
"ท่านทั้งสองคือบิดามารดาของจางหลิงใช่หรือไม่?" สวี่หยางก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวพลางเอ่ยถาม
ทั้งสองคนหันกลับมามองสวี่หยาง บิดาของจางหลิงมองดูสวี่หยางที่สวมชุดบุนวมสีกรมท่า ดูมีท่าทางสง่างามราวกับบัณฑิต ภายในใจก็เกิดความสงสัย เนื่องจากคนในบ้านไม่รู้จักคุณชายเช่นนี้
เขาจึงเอ่ยถามไปว่า "ท่านคือ?"
"ข้าเป็หัวหน้าของจางหลิง ชื่อสวี่หยาง เมื่อวานนี้เขาควรจะกลับไปที่เรือนจำ์แล้ว แต่จนถึงวันนี้เขาก็ยังไม่กลับไป ข้าจึงตั้งใจมาดูเสียหน่อย"
"อ้อ" ทั้งสองคนมองสวี่หยางด้วยความประหลาดใจพลางกล่าวว่า "ท่านก็คือหัวหน้าผู้คุมสวี่ที่จางหลิงพูดถึงนี่เอง ใต้เท้าสวี่ ลูกชายของพวกเราไปทำงานกับท่าน ต้องรบกวนท่านช่วยดูแลแล้ว..."
สวี่หยางโบกมือไปมาเพื่อให้ทั้งสองคนไม่ต้องพูดจาเกรงใจให้มากความ ปัญหาสำคัญในตอนนี้ก็คือจางหลิงอยู่ที่ใด
บิดาของจางหลิงเอ่ยต่อ "เมื่อวานนี้ั้แ่เช้าตรู่ จางหลิงก็ออกเดินทางไปแล้ว เขาไม่ได้กลับไปงั้นหรือ?"
'เป็อย่างที่คิดไว้จริง ๆ '
'ต้องเกิดเื่อะไรขึ้นกับจางหลิงอย่างแน่นอน แต่ด้วยเหตุผลบางประการ เขาจึงไม่สามารถพูดได้ว่าตนเองเกิดปัญหาบางอย่าง บางทีการปรากฏตัวของคนบ้านเดียวกันผู้นั้นอาจเป็สัญญาณขอความช่วยเหลือ'
'ไม่ถูก บางทีอาจจะเป็การเตือนข้าว่ามีอันตราย'
สวี่หยางก้มหน้าครุ่นคิด กระทั่งมารดาของจางหลิงที่อยู่ด้านข้างร้องเรียกเขาสองครั้ง สวี่หยางถึงได้ดึงสติกลับมา
"ใต้เท้าสวี่... จางหลิงเป็อะไรไป ไม่ได้เกิดเื่อะไรขึ้นกับเขาใช่หรือไม่?"
"เปล่า ไม่มีอะไรหรอก" สวี่หยางหัวเราะพลางกล่าว
"ลูกชายของพวกท่านยอดเยี่ยมมาก ทำงานจริงจังและขยันขันแข็ง เขาสบายดีมาก จริงสิ ่ที่เขากลับมา เขาอยู่แต่ในบ้านไม่ได้ออกไปไหนเลยหรือ? หรือว่ามีใครมาหาเขาบ้างหรือไม่?"
บิดามารดาของจางหลิงพยายามนึกทบทวนพลางกล่าวว่า "ดูเหมือนจะไม่ได้ออกไปไหนเลยนะ... ลูกชายบ้านเราไม่ค่อยมีเพื่อนอยู่ที่นี่หรอก..."
"จริงสิ!" บิดาของจางหลิงนึกขึ้นได้ "เมื่อวานซืนเขาออกไปครั้งหนึ่ง ดูเหมือนบอกว่าจะไปที่วัดเทพูเา..."
"ใต้เท้า..." บิดาของจางหลิงหันไปมองสวี่หยาง ทว่ากลับไม่ทันเห็นแม้แต่เงาของสวี่หยาง ั้แ่ที่ได้ยินคำว่าวัดเทพูเา สวี่หยางก็ใช้วิชาตัวเบาะโพุ่งทะยานออกไปแล้ว
วัดเทพูเา... ตอนที่เดินมากับชายคนนั้น สวี่หยางเคยเห็นวัดแห่งนั้นมาก่อน
อารามมีขนาดไม่ใหญ่นัก ซ้ำยังทรุดโทรมเป็อย่างมาก มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็วัดร้างที่ขาดการซ่อมแซมมานานปี และไม่มีผู้ใดเหลียวแล แต่จางหลิงไปที่วัดร้างแห่งนั้นเพื่อทำสิ่งใดกัน?
เพียงชั่วครู่ สวี่หยางก็เดินทางมาถึงหน้าวัดเทพูเา
"มีปัญหาจริง ๆ ด้วย"
ด้านนอกวัดเทพูเาเต็มไปด้วยวัชพืชขึ้นรกชัฏ สวี่หยางสังเกตเห็นร่องรอยการถูกเหยียบย่ำของวัชพืชเ่าั้อย่างรวดเร็ว มีรอยเท้ามากมายและมีขนาดแตกต่างกันไป
"ด้านในต้องมีคนอยู่อย่างแน่นอน" สวี่หยางจ้องมองประตูวัดที่ทรุดโทรมด้วยสายตาเยือกเย็น ใบหน้าเคร่งขรึมค่อย ๆ เดินเข้าไปด้านใน
ทันทีที่ก้าวเข้าไปภายในวัด สวี่หยางก็เห็นจางหลิงนั่งเหม่อลอยอยู่ด้านข้าง ผมเผ้าของเขายุ่งเหยิง ดวงตาเหม่อลอยเหม่อมองอย่างไร้จุดหมาย สภาพจิตใจดูเลื่อนลอย
"หัวหน้าผู้คุมสวี่" จางหลิงเองก็สังเกตเห็นสวี่หยางเช่นกัน เขาเบิกตากว้างจ้องมองภาพตรงหน้าด้วยความไม่อยากจะเชื่อ เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดสวี่หยางถึงมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ได้ หรือว่าข้อความของเขา คนผู้นั้นไม่ได้นำไปบอกอย่างนั้นหรือ?