“ฮึ นี่ต่างหากจุดอ่อนที่แท้จริงของแก...”
ฟิ้ว!
สิ้นเสียงหัวเราะแ่เบาเรียบนิ่ง ฉู่เหินก็ขว้างกระบี่ที่ฉวยมาจากมือของอวี๋เฉินอวี้ออกไปกระบี่แหลมคมฉีกกระชากอากาศธาตุ ล่องลอยดุจลำแสง พริบตาก็แทงเข้าไปในปากอันใหญ่ั์ของหมีพิโรธเกราะเกล็ด
กรร!!!
เสียงคำรามโกรธเกรี้ยวและเ็ปดังสะท้อนไปทั่วทั้งสังเวียนชั่ววินาทีนั้น สายตาตะลึงนับคู่ไม่ถ้วนก็มองตรงมาหมีพิโรธเกราะเกล็ดที่อ้าปากกางเล็บอยู่เบื้องหน้าอวี๋เฉินอวี้กลับถอยกรูด
พริบตาต่อมา อวี๋เฉินอวี้ััได้ว่าน้ำหนักที่ไหล่ของนางเบาลงไม่ทันได้ตอบโต้อะไร ร่างบุรุษหนุ่มข้างกายของนางก็กระโจนออกไปเร็วไวดุจลูกธนูดีดจากคันศร
“หมัดดาวมืดเจ็ดสังหาร!”
ฉู่เหินโจนทะยานขึ้นไป พลังหยวนแท้เข้มข้นรวมตัวที่หมัดขวาเร็วรี่แรงลมกระโชกดลกระแสอากาศให้ปั่นป่วนอลหม่าน
ตูม!
เสียงอันหนักหน่วงดังสะท้านอยู่ข้างหูของทุกผู้ทุกนามหมัดกำลังเท่าวัวเก้าตัวของฉู่เหินต่อยใส่ตำแหน่งใต้คางหมีพิโรธเกราะเกล็ดเข้าอย่างจัง
การโจมตีอันทรงพลังทำปากที่อ้ากว้างของหมีพิโรธหุบเข้าหากันเสียงแหลมดังลั่นขึ้น เืสาดกระเซ็นในอากาศ ทุกคนในที่นั้นเบิกตาค้างเห็นเพียงปลายกระบี่แหลมคมแทงทะลุปากของหมีพิโรธเกราะเกล็ดทะลวงออกมาจากหลังคอของมัน
“นี่มัน...”
คนรอบด้านขนลุกซู่ไปตามๆ กัน ต่างคนต่างใปากอ้าตาค้าง
ฉู่เหินปากระบี่อวี๋เฉินอวี้เข้าปากหมีพิโรธเกราะเกล็ด จากนั้นจึงบุกโจมตีคางของมันทำให้ปากของมันหุบเข้าหากัน พอปากหุบเข้าหากัน พลังจะบีบอัดให้กระบี่คมเฉียบแทงทะลุคอมันออกมาได้
“อย่างนี้นี่เอง...”
เหล่าอาจารย์คุมสอบหลายคนเข้าใจในทันใด กระทั่งอาจารย์หลักอย่างลู่ซู่ยังไม่วายทึ่ง
หมีพิโรธเกราะเกล็ดมีการป้องกันแกร่งจริงแต่ก็ปกป้องได้เพียงภายนอกเท่านั้น แต่ฉู่เหินกลับแทงสวนบุกโจมตีหมีพิโรธเกราะเกล็ดจากด้านใน เคลื่อนไหวรัดกุมไร้จุดบอด พลิ้วไหวดุจสายน้ำจับโอกาสประจวบเหมาะเข้าด้วยกันได้อย่างพอดิบพอดี
“อุก...”
หมีพิโรธเกราะเกล็ดส่งเสียงคำรามโหยหวนและต่ำเบามันกระเสือกกระสนอยู่บนพื้นสองสามครั้ง ที่สุดก็นอนหมอบลงกับพื้นสิ้นเรี่ยวแรงเือุ่นร้อนหลั่งไหลพร้อมกับชีวิตที่หลุดลอย
่เวลานี้ ทั้งสนามเงียบสงัดเป็เป่าสาก
สายตาที่มองไปยังฉู่เหินเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงเดิมนึกว่าเป็พวกขี้ขลาดตาขาวขอส่วนบุญเสียอีก ตอนนี้เห็นทีจะมองผิดไปอย่างมหันต์
เห็นหมีพิโรธเกราะเกล็ดล้มลงไปแล้ว ศิษย์กลุ่มแรกทั้งหลายก็โล่งอก
อวี๋เฉินอวี้แววตาซับซ้อนเต็มเปี่ยม นางมองฉู่เหินไม่ไกลออกไป ละอายแก่ใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
...
หลังความเงียบสงัดชั่วครู่ผ่านพ้นไป อาจารย์ผู้รับผิดชอบการทดสอบอย่างพวกลู่ซู่ก็เดินขึ้นเวทีแสดงยุทธไปเป็ลำดับ
ทุกคนเบื้องล่างสติกลับคืนมา
เหล่าศิษย์กลุ่มแรกมองไปยังลู่ซู่ด้วยแววตาวาดหวัง ลู่ซู่เพียงยิ้มน้อยๆเท่านั้น ตาหยุดมองที่ฉู่เหินและอวี๋เฉินอวี้ตามลำดับ ประกาศเสียงดังฟังชัด“การทดสอบกลุ่มแรกเสร็จสิ้นลงแล้ว พรุ่งนี้ก่อนเที่ยงวันพวกเราจะติดประกาศรายชื่อสมาชิกที่ผ่านการทดสอบ...”
ลู่ซู่หยุดลงแล้วว่าต่อ“ผู้เข้าร่วมการทดสอบสามารถอยู่ดูการทดสอบที่ใต้สนามก่อนได้หรือจะกลับบ้านพักผ่อนก็ย่อมได้เช่นกัน จากนี้เป็การทดสอบศิษย์กลุ่มที่สองเชิญทุกคนเตรียมตัวได้!”
เพราะผู้เข้าทดสอบมีเยอะจนเกินไป สำนักมหาหัสดีจึงจะรวบรวมรายชื่อผู้ที่ผ่านการทดสอบหลังจากที่การสอบเสร็จสิ้นทั้งหมดแล้วเป็ปกติ
ศิษย์กลุ่มแรกเดินลงจากเวทีมาตามๆ กัน
ศพของหมีพิโรธเกราะเกล็ดก็ได้คนภายในสำนักมหาหัสดีเก็บกวาดลากไปอย่างดีจากนั้น กรงเหล็กสูงสิบกว่าเมตรก็ถูกลากมาด้วยกำลังคนสองสามคน
กรร...
กรงเหล็กบรรจุพญาเสือสีขาว เทียบกันกับเสือทั่วไปแล้วเสือตัวนี้ไม่เพียงสูงเกือบสิบเมตรเท่านั้น แม้แต่ขนยังเป็สีทองอร่ามกลิ่นอายดุร้ายโเี้ไม่ด้อยไปกว่าหมีพิโรธเกราะเกล็ดเลย
“พยัคฆ์อัคคีทอง มหาปีศาจขั้นหนึ่งอีกตัวแล้ว!”
“ตัวนี้การป้องกันไม่เท่าหมีพิโรธเกราะเกล็ด แต่เร็วกว่ามาก”
“แม่โว้ย อย่าเรียกให้ข้าเป็กลุ่มที่สองเชียวนะ”
...
การทดสอบของสำนักมหาหัสดีมีเพียงด่านเดียวเท่านั้นแต่ระดับความยากของด่านเดียวนี้เท่ากับการทดสอบเป็ชุดของสำนักยุทธอื่นทีเดียว
ก่อนหน้านี้ก็หมีพิโรธเกราะเกล็ด บัดนี้เป็พยัคฆ์เพลิงทองไม่มีใครกล้าประมาททั้งนั้น
ศิษย์ที่ทดสอบเสร็จแล้วจะกลับไปพักผ่อนก็ได้หรือจะอยู่ดูต่อก็ย่อมได้เช่นกัน
ฉู่เหินเดินไปหลังเวที ไม่ได้คิดจะหยุดอยู่ที่นี่นานเขาเดินตรงไปยังประตูใหญ่สำนัก
เมื่อเริ่มขานชื่อศิษย์ที่จะเข้าทดสอบกลุ่มที่สองแล้ว ใต้สนามคนภายในสำนักยุทธเดินไปยังข้างกายของอวี๋เฉินอวี้อย่างเคารพนบนอบเอื้อนเอ่ยมีมารยาท “คุณหนูเฉินอวี้ กระบี่ของท่านยังติดอยู่ในปากของหมีพิโรธเกราะเกล็ดกว่าพวกเราจะนำออกมาได้ต้องใช้เวลา หากท่านใคร่จะกลับไปพักผ่อนก่อนเย็นวันนี้พวกเราจะส่งกระบี่กลับถึงจวนท่านให้เอง”
“ไม่ต้องลำบากถึงเพียงนั้นหรอก ข้ารออยู่ที่นี่ก็พอแล้ว”
อวี๋เฉินอวี้ตอบไม่ยี่หระ ดวงตาคู่งามกลับมองหาอะไรบางอย่างยามเห็นฉู่เหินหายไปจากหัวมุมก็กลับคำ “ท่านช่วยส่งกลับจวนแม่ทัพของข้าให้ด้วยแล้วกัน! ข้าไปก่อน...”
“คุณหนูเฉินอวี้...”
ไม่รอให้คนภายในสำนักมหาหัสดีเอ่ยปากอะไรอวี๋เฉินอวี้ก็หันหลังผลุนผลันจากไป
...
“นี่ นั่นใครน่ะ? ช่วยรอก่อนสิ”
ฉู่เหินที่เพิ่งก้าวขาข้างแรกออกนอกประตูสำนักได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วดังมาจากข้างหลังเขาจึงหันกลับไปถามกลับด้วยไม่เข้าใจ “ท่านเรียกข้าหรือ?”
“อื้ม!”
อวี๋เฉินอวี้กึ่งเดินกึ่งวิ่งมาหาฉู่เหินอย่างสง่างาม นางเปิดบทกระดากอาย“เมื่อครู่ขอบคุณนะ”
หากพูดกันจริงๆ แล้ว ก่อนหน้านี้ฉู่เหินได้ช่วยนางจากหมีพิโรธเกราะเกล็ด
“ไม่ใช่อะไรหรอก เื่เล็กน้อยเท่านั้น หากท่านไม่มีธุระอะไรข้าขอตัวก่อน”
“รอเดี๋ยวสิ...” อวี๋เฉินอวี้เรียกเขาไว้อีกครั้ง ดวงตาโตช้อนมองขึ้นตาคู่งามฉายแววบางอย่าง “เื่นั้น เื่ที่ข้าพูดออกไปนั่น ข้าขอโทษด้วย”
‘ขอโทษหรือ?’
ฉู่เหินประหลาดใจเล็กน้อย คิ้วคลายออกอีกฝ่ายเป็ถึงธิดาของแม่ทัพผู้เรืองนามแห่งนครหลวงแต่กลับมาขอโทษปุถุชนไร้ชื่อเสียงเรียงนามคนหนึ่ง พลันนั้นฉู่เหินมองอวี๋เฉินอวี้เปลี่ยนไปหลายส่วนทีเดียว
“ไม่เป็ไร ข้าไม่ได้เก็บมาใส่ใจเลย” ฉู่เหินน้ำเสียงละมุนละม่อมลงมาก
อวี๋เฉินอวี้ยิ้มบาง ยื่นมือหยกขาวผ่องเป็ยองใยออกไป“ข้าชื่ออวี๋เฉินอวี้ ยินดีที่ได้รู้จัก...”
“ฉู่เหิน!” ฉู่เหินตอบกลับเสียงเรียบแตะมืออีกฝ่ายเล็กน้อย
“คุณหนูเฉินอวี้ ข้ายังมีเื่ต้องทำ ไม่สะดวกจะคุยต่อ ขอลา!”
“ได้ เจอกันที่สำนักมหาหัสดี!”
อวี๋เฉินอวี้แน่ใจว่านางกับฉู่เหินต้องได้เป็ศิษย์สำนักมหาหัสดีแน่นอนเป็ที่แน่นอนว่าใครก็มองว่าต้องเป็ตามนั้น
ฉู่เหินพยักหน้าตามมารยาท แล้วจึงหันหลังเดินจากไปทันที
...
ฉู่เหินผู้ลาจากสำนักมหาหัสดีกลับไปยังโรงเตี๊ยมตัวคนเดียว
ในห้องพักแขกอันเงียบสงบงามสง่า คล้ายอบอวลกลิ่นอายที่ดลให้ใจสงบนิ่ง
เขาหวนนึกถึงการทดสอบที่เข้าร่วมไปวันนี้แล้วแม้ฉู่เหินจะแสดงออกให้ทุกคนตาลุกวาวใน่สุดท้าย แต่ความจริงแล้วผลงานใหญ่ที่สุดยังต้องยกให้อวี๋เฉินอวี้และพรรคพวก
หากไม่มีพวกอวี๋เฉินอวี้เข้าบุกก่อนหมีพิโรธเกราะเกล็ดคงไม่สูญเสียพลังกายส่วนใหญ่ไปเป็แน่
ฉู่เหินย่อมจะไม่มีทางหาจังหวะโจมตีถึงตายใส่มันได้หากให้คนเพียงคนเดียวรับมือกับเ้านั่น แม้แต่ฉู่เหินก็มีหวังได้โกยอ้าวหนีตาย
“นครหลวงเป็ศูนย์รวมเพชรน้ำเอกจริงๆอัจฉริยะธรรมดาไม่ได้ราคาที่นี่เลย...”
ฉู่เหินกำหมัดแน่น ดวงตาเรืองแววตัดสินใจเด็ดขาดหากอยากเชิดหน้าชูตาในเมืองหลวงที่อัจฉริยะมากมายอย่างกับปุยเมฆบนฟ้านี้ เขาต้องแกร่งขึ้นอีกต้องทุ่มเทให้มากขึ้นอีก
พลันนั้น ฉู่เหินทำสมาธิเข้าสู่สภาวะฝึกฝนทันที
พรุ่งนี้สำนักมหาหัสดีจะประกาศรายชื่อแล้วถึงเวลาหลงชิงหยางกลับมาเทือกเขาสระ์มาเมื่อใด เชื่อว่าจะต้องดีใจแน่ที่เห็นน้องชายของตนอยู่สำนักเดียวกัน
...
หนึ่งราตรีผ่านไปไวราวโผบิน
แสงอรุโณทัยสาดส่องเข้าห้องมาจากนอกหน้าต่างฉู่เหินฟื้นตื่นจากสภาวะฝึกวิชา
“ฟู่!”
เขาถอนหายใจออกพรืดยาว รู้สึกถึงพลังกายที่อิ่มเต็ม จิตใจปลอดโปร่งแจ่มใสพลังหยวนแท้หลั่งไหลในเส้นปราณอย่างกระปรี้กระเปร่า
หลายวันผ่านมาฉู่เหินลองใช้พลังขีดจำกัดสายเืกายศักดิ์สิทธิ์เนตรปีศาจและกายโกลากลประสานกันกับพลังหยวนแท้ผลลัพธ์การฝึกวิชาเด่นชัดเห็นง่ายนัก
“อีกไม่นานก็เปิดชีพจรเส้นที่เก้าได้แล้ว”
ฉู่เหินดวงตาเรืองรองด้วยแสงแห่งความหวัง เขาลุกขึ้นจากเตียงอาบน้ำอาบท่าแต่งตัวเสร็จก็ออกจากโรงเตี๊ยม มุ่งหน้าสู่สำนักมหาหัสดี
...
ประตูใหญ่สำนักมหาหัสดี!
ผู้คนกระเบียดกระเสียด เสียงเซ็งแซ่ดังลั่น เทียบกันกับเมื่อวานแล้ว คนที่มาวันนี้เยอะกว่านักเสียงพูดคุยจอแจระงมไปทั่วฝูงชนมีเสียงยินดีปรีดาเมื่อได้รับคัดเลือกแทรกมากับเสียงถอนหายใจสิ้นหนทางยามล้มเหลว
เห็นภาพทุกผู้ทุกนามออกันอยู่หน้าป้ายประกาศหน้าประตูสำนัก
ป้ายประกาศติดกระดาษสีแดงไว้สามแผ่น เขียนรายชื่อผู้ถูกคัดเลือกไว้พร้อม
“ฮ่าๆ ข้าได้เข้าสำนักมหาหัสดีว่ะ”
“ดีใจเสียเถิด! เท่านี้เ้าก็ทำให้บรรพชนภูมิใจแล้ว”
“เฮ้อ ข้าตกอีกแล้ว”
“ไปสำนักอื่นเสียสิ!”
“ห้าสำนักข้าไปมาครบแล้ว ตกหมดทุกสำนักเลยทำได้แค่ต้องไปเรียนสำนักเรียนธรรมดาแล้ว ไม่ก็... รออีกทีปีหน้า”
...
บ้างสุขสมบ้างเศร้าสร้อย บ้างหัวเราะบ้างทุกข์ตรม!
บางครั้งบางคราชีวิตก็โหดร้ายเช่นนี้ ผู้เหนือกว่าชนะไป ผู้อ่อนแอแพ้พ่ายสิ้นผู้เหมาะสมจึงจะมีชีวิตอยู่รอด
“ดูนั่นสิ เขาคนนั้นมาแล้ว”
“ใครหรือ?”
“คนที่ฆ่าหมีพิโรธเกราะเกล็ดเมื่อวานอย่างไรเล่า”
...
เมื่อฉู่เหินปรากฏกาย ฝูงชนก็ส่งเสียงเซ็งแซ่เล็กน้อย ทุกคนต่างเบนความสนใจมาที่ตัวเขาแทน
ท่ามกลางสายตามากมายที่จับจ้อง ฉู่เหินเดินไปถึงหน้าประกาศเพื่ออ่านดู
“เขาชื่ออะไรน่ะ?”
“ฉู่เหิน เหมือนจะใช่”
“เขาต้องผ่านคัดเลือกแน่ เมื่อวานทำดีเสียปานนั้น”
...
ทุกคนเอ่ยพลางรีบสอดส่ายสายตาหาชื่อ ‘ฉู่เหิน’ บนรายชื่อที่ป้ายประกาศไปโดยไม่รู้สึกตัว
ฉู่เหินเห็นชื่อของ ‘อวี๋เฉินอวี้’ ที่หน้าแรกเป็อันดับแรก แต่กลับไม่เห็นชื่อตัวเอง ครั้นไปอ่านแผ่นที่สองซ้ำอีกรอบก็ยังไม่พบอยู่ดี
วินาทีที่ฉู่เหินอ่านรายชื่อแผ่นที่สามอย่างจริงจังจนจบนั้นเขาก็อึ้งงันไป รายชื่อผู้ถูกคัดเลือกผ่านแผ่นที่สามก็ไม่มีชื่อของเขาเลย
‘ถูกปฏิเสธหรือ?’
………………………..