นี่ก็หลายวันมาแล้วนับั้แ่เปิดเทอมไปเรียนกลับบ้านมีแอบโดดเรียนหนีไปเล่นเกมบ้างตามประสาแต่ก็โดนพี่มาร์คจับได้โดนบ่นจนหูชาไปหลายวัน จนหลัง ๆขี้เกรียจฟังพี่มันบ่นเลยเพลา ๆ เื่นี้ไปบ้างแต่หลัง ๆมานี้พี่มาร์คยุ่งแทบทุกวันไม่มีเวลามาเล่นกับผมเมื่อแต่ก่อนเลยแต่ก่อนพี่มาร์คยังมากินข้าวเที่ยงด้วยบางที่ถ้าว่าง ๆพี่มันก็จะแวะมาที่ชมรมมาเป็คู่ซ้อมให้แต่ดูสิ่นี้นอกจากเจอที่บ้านกับไปกลับโรงเรียนด้วยกันผมแทบจะไม่เจอหน้าพี่มันเลยสักนิดไม่รู้จะธุระเยอะอะไรกันนักหนา พอผมจะเป็ฝ่ายไปหาพี่มันก็บอกว่าไม่ให้ไปเพราะเดี๋ยวไปนั่งรอผมจะเบื่อ ผมก็เบื่อพี่มาร์คจริง ๆชอบคิดแทนผมอยู่เรื่อยไม่เคยบอกสักคำว่าเบื่อเวลาได้อยู่กับพี่
“อ้าวแบมแบมมานั่งหงอยอะไรตรงนี้ไม่กลับบ้านเหรอ”
“พี่จินยองมารอพี่มาร์คน่ะพี่เลิกเรียนตั้งนานแล้วทำไมยังไม่ออกมาอีกพี่เห็นบ้างไหม”ผมถามพี่จินยองที่เดินลงมาจากตึกเรียนนี่ก็เริ่มเห็นพี่คนอื่น ๆทยอยลงมากันแล้วแต่ยังไม่เจอคนที่ผมมานั่งรอเลยสักนิด
“เอ่อ...ก็เห็นอยู่นะเดี๋ยวสักพักคงลงมาแหละ”พี่จินยองดูอึกอักเวลาที่ตอบผม หน้าพี่จนยองดูไม่ค่อยสบายใจนักเวลาที่ตอบผม
“งั้นเดี๋ยวผมขึ้นไปตามเลยแล้วกันนั่งรอตั้งนานแล้วไม่ลงมาสักที”ผมลุกพรวดขึ้นจะเดินขึ้นไปบนตึกเรียนแต่พี่จินยองก็ขัดขึ้นมาเสียก่อน
“เดี๋ยวแบมแบม!พี่ว่าอย่าพึ่งขึ้นไปดีกว่า คนมันเยอะเดี๋ยวจะเดินสวนทางกันเปล่า ๆ”สีหน้าพี่จินยองดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่สายตาพี่จินยองก็ดูเลิ่กลักแปลก ๆ
“ไม่เป็ไรหรอกพี่พี่มาร์คมันเด่นจะตายผมเห็นนิดเดียวก็จับได้แล้ว”ว่าจบผมก็เดินขึ้นบันไดไปแต่ขึ้นมาได้ไม่กี่ก้าวก็แต่คนที่ผมตามหาผมยกยิ้มกว้างกำลังจะเอ่ยปากเรียกแต่ก็ต้องหุบยิ้มลงเมื่อเห็นใครบางคนที่เดินลงมาพร้อมกัน
ผมจะไม่คิดอะไรมากเลยถ้าคนที่เดินลงมาพร้อมกับพี่มาร์คไม่ใช่ผู้หญิงแถมสวยมากเสียด้วยและพอสองคนนั้นเดินเคียงคู่กันมามันปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทั้งสองคนดูเหมาะสมกันแค่ไหนพอมองเห็นดังนั้นใจผมก็รู้สึกเจ็บแปร๊บขึ้นมาอยากจะยกมือมากำที่หน้าอกเผื่อจะช่วยบรรเทาอาการบ้า ๆนี่ได้แต่ร่างกายมันดังไม่ขยับสักนิด
“แบมแบม”
เสียงพี่จินยองที่เรียกตามหลังมาไม่ได้เข้าหูผมสักนิดสายตาผมยังคงจ้องทั้งสองคนที่เดินลงมาด้วยกันถึงหน้าพี่มาร์คจะยังคงเรียบนิ่งมีติดรอยยิ้มนิดๆ ตามแบบฉบับของเขาแต่ครั้งนี้ผมไม่ชอบเลยไม่ชอบให้พี่มาร์คยิ้มถึงแม้จะรู้อยู่แล้วว่าพี่มาร์คแค่ยิ้มตามมารยาทเท่านั้น
แต่เหมือนเสียงพี่จินยองจะดังอยู่พอสมควรพี่มาร์คที่อยู่ห่างออกไปถึงได้ยินแล้วหันมาทางนี้พอเห็นหน้าผมพี่มันก็ยกยิ้มให้และพอพี่มันยิ้มแบบนั้นผู้หญิงที่อยู่ข้าง ๆพี่มาร์คก็หน้าแดงขึ้นมาเสียอย่างนั้นพี่มาร์คไม่เห็นแต่ผมนี่เห็นเต็มสองตาเลยทำไมต้องมาทำหน้าแดงพี่มาร์คด้วยพี่มาร์คยิ้มให้ผมไม่ได้ยิ้มให้เขาสักหน่อย
“ไม่ต้องมมายิ้มเลย”จู่ ๆ ผมก็รู้สึกโกรธพี่มันซะงั้น
“เป็อะไรอีกเนี่ยไอ้เด็กดื้อ”พี่มาร์คหุบยิ้มลงเปลี่ยนมาเลิกคิ้วขึ้นแล้วเดินตรงดิ่งมาหาผม
“ไม่เด็กแล้วก็ได้ดื้อด้วย”ผมโวยใส่ทำไมชอบคิดว่าผมเป็เด็กอยู่เรื่อยก็ไม่รู้ผมโตแล้วนะ
“ไม่เด็กแล้วทำไมยังชอบงองแงอยู่ล่ะหืม”ไม่ต้องมาทำหน้าล้อเลียนใสเลย แล้วนั่นจะมองอะไรนักหนา
“ผมมารอตั้งนานแล้วหิวก็หิวพี่แหละมัวแต่ทำอะไรกับใครอยู่ก็ไม่รู้”ผมว่าพลางมองไปยังผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ พี่มาร์คไม่รู้จะเดินตามมาทำไมบ้านไม่มีให้กลับเหรอ
“โทษทีพอดีคุยงานกับเพื่อนนิดหน่อยอ่อนี่น้ำข้าวพี่เขามาแลกเปลี่ยนที่นี่หนึ่งเทอม” พี่มาร์คแนะนำให้ผมรู้จักผมก็ยกมือไหว้ตามมารยาทแต่ไม่ได้แนะนำตัวเองออกไป จนพี่มาร์คต้องแนะนำให้
“นี่แบมแบมน้องชายผม”
“สวัสดีจ้าน้องแบมแบมเอ๊ะหน้าไม่เห็นเหมือนมาร์คเลย” พี่ผู้หญิงคนนั้นพยายามชวนผมคุยแต่ผมไม่สนรู้แหละว่ามันไม่ดีแต่ผมรู้สึกไม่อยากตอบอ่ะ
“น้องชายข้างบ...”แต่พอพี่มาร์คจะตอบว่าผมเป็แค่น้องชายข้างบ้านปากไม่รักดีก็พูดแทรกขึ้นมา
“น้องชายคนสนิทน่ะ”ผมเชิดหน้าขึ้นนิด ๆเพราะพี่เขาสูงกว่าผมอยู่นิดหน่อยเริ่มเกลียดความเตี้ยของตัวเองก็วันนี้แหละผมแอบเห็นว่าพี่มาร์คทำหน้าแปลกใจด้วยตอบที่ผมพูดออกไปแบบนั้น
“อ๋อ”น้ำข้าวพยักหน้าเหมือนจะเข้า
“จะกลับกันหรือยังให้น้ำข้าวไปส่งไหม”พี่ผู้หญิงคนนั้นยิ้มหวานให้ ยิ้มให้พี่มาร์คนะไม่ใช่ผม แหมจะไปส่งอวดรวยชะมัดเลย
“ไม่ต้องลำบากหรอกเราสองคนกลับกันเองได้”พี่มาร์คหันไปปฏิเสธเสียงเรียบน้ำเสียงที่ใช้ต่างกับผมลิบลับนั่นทำให้ผมแอบพอใจนิดๆ
“งั้นไป...”เหมือนพี่น้ำข้าวจะพยายามชวนพี่มาร์คไปที่ไหนสักที่ผมเลยรีบพูดและลากพี่มาร์คออกจากตรงนั้น ลืมพี่จินยองไปเสียสนิทเลย
“พี่มาร์คไปกันเถอะผมหิวจะตายอยู่แล้วเนี่ย”และก็เป็เื่ดีที่พี่มาร์คสนใจผมมาร์คกว่าและยอมให้ผมลากออกมาแต่โดยดีไม่ได้สนใจเพื่อนตัวเองทั้งสองคนที่ยืนทำหน้าแปลกๆ ตามหลังเลยสักนิด
“นายจินยองใช่ไหม”น้ำข้าวที่มองตามหลังผู้ชายทั้งสองนั่นไปก็หันาทักทายคนที่ยืนอยู่ใกล้
“อืมเธอเพื่อนใหม่ที่มาแลกเปลี่ยนสินะ”จินยองก็ทักทายตามมารยาทเขาเองก็ใช่ว่าจะไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้คิดยังไงกับมาร์คผู้หญิงในโรงเรียนส่วนใหญ่ก็ชอบมาร์คทั้งนั้นแค่ไม่มีใครกล้าเข้าหาเพราะว่ามาร์คมันดูสูงเกินไปไปแปลกคนที่สมบูรณ์พร้อมไปด้วยทั้งการเรียน กีฬา กิจกรรมต่าง ๆแถมยังวางตัวดีจนแทบไม่มีที่ติ แบบนั้นจะมีคนหมายปองแต่เพราะว่าการวางตัวของมาร์คเองนั่นแหละทำให้คนที่พยายามเข้าหาเขาต้องล่าถอยออกไปเองมีเพื่อนแค่ไม่กี่คนหรอกที่จะรู้ว่ามาร์คมันไม่ได้เป็ใจดีอย่างที่มันแสดงออกมาให้คนอื่นเห็นและเขาก็เป็หนึ่งในนั้นอ๋อส่วนเื่นิสัยด้านอื่น ๆ ต้องไปถามแบมแบมเอาเองนะ
“ใช่แล้วจ่ะว่าแต่ขอถามอะไรสักอย่างได้ไหม” แต่ผู้หญิงคนนี้ต่างออกไป
“ถามอะไรเหรอ”
“สองคนนั้นเขาเป็อะไรกันเหรอทำไมมาร์คดูสนิทกับน้องคนนั้นจังเลย”
“อ๋อสองคนนั้นเหรอฉันว่าเื่นี้เธอต้องไปถามสองคนนั้นเอาเองนะแต่ถ้าถามว่าสนิทกันไหมคงต้องบอกว่ามากล่ะเพราะฉันก็ไม่เคยเห็นมาร์คมันยอมใครเท่าแบมแบมเลยนะเมื่อกี้เธอเองก็คงััได้นะ” จินยองว่าเพราะเขาก็คิดแบบนั้นจริง ๆ
“อื้มแค่เห็นมาร์คยิ้มให้น้องคนนั้นก็พอรู้แล้วแต่...ถ้าสองคนนั้นไม่ได้เป็อะไรกันฉันก็มีสิทธิสินะ”ประโยคท้ายน้ำข้าวพึมพำกับตัวเองเบา ๆ และยกยิ้มแบบยากที่จะอ่านออกว่าคิดอะไรในใจ
“เธอพูดว่าไงนะ”จินยองพอเห็นรอยยิ้มแบบนั้นก็รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ช่างคล้ายเพื่อนเขานักรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตาแบบนั้นมันน่ากลัวยิ่งกว่าคำพูดร้ายๆ เสียอีก
“โมโหหิวเหรอไง”
พี่มาร์คปล่อยให้ผมลากพี่มันมาจนเกือบจะถึงก็อดปากที่จะแหย่ผมไม่ได้
“เออหิวมากถ้ายังไม่เลิกพูดมากแล้วพาไปหาอะไรกินนะผมจะกินพี่แทนข้าวจริง ๆ ด้วย”ผมแกล้งทำเป็โมโหหิวกลบเกลื่อนไม่อยากให้พี่มันรู้หรอกว่าโมโหเื่อื่นอยู่เพราะขนาดตัวผมเองยังไม่อยากยอมรับบเลยว่าโมโหเื่แบบนี้
“หืมจะกินฉันเหรอกินแบบไหนล่ะ” ดูพี่มันยังมีอารมณ์มากวนประสาทอีกแล้วกินแบบไหนอะไรของพี่มันการกินมันมีแบบอื่นด้วยเหรือ ผมทำหน้างงจนพี่มาร์คยกยิ้มเ้าเล่ห์ให้ผมก็ถึงบางอ้อ ไอ้พี่มาร์คไอ้... ผมอ้าปากพะงาบ ๆจะด่าก็ด่าไม่ออกเพราะพึ่งจะแปลความหมายที่พี่มันจะสื่อออกหน้าผมงี้ร้อนวูบขึ้นมาทันทีจนยื่นมือไปพลักพี่มาร์คไปเต็มแรงจนพี่มาร์คหน้าเกือบคะมำใส่รถ
“เฮ้ยเล่นแรงไปแล้วเกือบล้มเลยเห็นไหมเนี่ย”พี่มาร์คร้องโวยวายใส่ไม่ไม่ทันได้เห็นหน้าที่เริ่มแดงของผม
“ก็ใครให้พี่กวนผมก่อนเล่าใช่สิเดี๋ยวนี้พี่ผู้หญิงแล้วไม่สนใจน้องชายข้างบ้านแบบผมแล้วนี่”ผมทำทีเป็งอนใส่เอาจริง ๆ ก็แอบน้อยใจพี่มันเหมือนกันแหละ
“แหนะไหนว่าไม่เด็กแล้วไง แล้วใครมายืนงอนตุ๊บป่องเป็เด็กแบบนี้เนี่ย”
“ไม่เด็กแล้วงอนไม่ได้หรือไง” ผมหันไปมองหน้าพี่มาร์คเห็นพี่มันแอบชะงักไปนิด
“งอนจริงเหรอนี่”
“เอองอนพอใจยัง” ว่าจบผมก็เชิดหน้าใจราวกับเด็กเอาแต่ใจ
“งอนทำไมงอนเื่อะไรเนี่ย” พี่มาร์คทำหน้างงใส่
“ก็ก็...” นั่นสิผมงอนพี่มันเื่อะไร เื่ที่พี่ผู้หญิงคนนั้นหน้าแดงใส่ก็ไม่ใช่ความผิดของพี่มันนี่หว่า
“ก็อะไร”พี่มาร์คมองผมอย่างคาดคั้น
“ก็พี่ให้ผมรอนานไงรับผิดชอบเลยมัวแต่ไม่ทำอะไรกันอยู่ก็ไม่รู้”
“นี่ถ้าไม่บอกนี่ฉันจะคิดว่านายหึงฉันกับน้ำข้าวนะเนี่ย”พี่มาร์คหัวเราะร่าขำมากนักหรือไง
“หึงอะไรบ้าเหอะ พี่เป็อะไรกับเขาล่ะทำไมผมต้องหึง”
“นายควรถามว่านายกับฉันเป็อะไรกันทำไมต้องหึงต่างหากล่ะ ไอ้เด็กบ๊อง”
“เชอะมันก็คล้ายๆ กันแหละ แล้วยังไงล่ะพี่กับเขาเป็อะไรกันทำไมเขาต้องยืนหน้าแดงใส่พี่ด้วย”
“อืมไม่รู้สิ” พี่มาร์คไหวไหล่นิด ๆ อย่างกวนประสาท
“ไม่ตอบได้ผมจะฟ้องน้าหลินว่าพี่แอบมมีแฟน”
เป๊าะ
พอพูดจบผมก็โดนพี่มาร์คดีดเข้าทีหน้าผากเสียงดังดีดดังแบบนี้คงแดงเถือกแน่ๆ ผมมองพี่มาร์คตาเขียว
“โอ๊ยพี่ มันเจ็บนะ”
“เพ้อเจ้ออะไรเนี่ย”พี่มาร์คส่ายหัวอย่างคนระอาเต็มที
“ว่าผมอีกแล้วนะ”
“ใครจะหน้าแดงยังไงฉันจะไปรู้กับเขาได้ยังไงเพราะฉันไม่ได้สนใจ แต่ที่ฉันอยากรู้น่ะ คือเมื่อกี้นายน่ะหน้าแดงใส่ฉันใช่ไหม”
อึก
ผมกลืนน้ำลายแทบไม่ลงคอลมหายใจก็สะดุดราวกับลืมวิธีหายใจไปแล้วเมื่อจู่ ๆ พี่มาร์คก็ทำหน้าจริงจังแล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้แล้วถามแบบนี้หัวใจที่สงบลงไปแล้วก็เหมือนจะทะลุเสื้อออกมา แพ้ทุกครั้งเวลาเขาใจดีด้วยพอได้ใกล้ชิดหัวใจแรงเต้นแบบนี้ ไม่ชอบเวลาเห็นเขาอยู่ใกล้กับคนอื่นแบบนี้ไอ้อาการแบบนี้ไม่ใช่ว่าผมชอบพี่มาร์คเข้าให้แล้วจริง ๆ หรอกนะ
ไม่สิถ้าไอ้อาการแบบนี้แปลว่าชอบผมคงชอบพี่มาร์คมาโดยตลอดเลยต่างหากล่ะ