สองวันถัดจากนั้น ณ ไนต์คลับหรูแห่งหนึ่งในย่านสังคมชั้นสูง
งานวันเกิดของเจสสิก้า แบเรียล ถูกจัดขึ้นแบบส่วนตัวภายใต้คอนเซ็ปต์ของงานที่หรูหราสมฐานะ ผู้อยู่ในงานมีทั้งเพื่อนและครอบครัวของเธอ ต่างเข้ามาแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง รวมทั้งชายหนุ่มอย่าง ราฟาเอล บิซอฟ กอนซาเลสด้วย
เขาเดินเข้ามาในงานด้วยท่าทางสง่างามและภูมิฐาน รูปร่างสูงใหญ่ของเขาเด่นสะดุดตา ท่าทีที่สุขุม ใบหน้าหล่อเหลามีเสน่ห์อย่างร้ายกาจต่อสตรีเพศเป็ที่สุด เจสสิก้ายิ้มร่า เดินเข้าไปทักทายและพาเขาไปพบบิดาของเธอ
"สวัสดีครับ" ชายหนุ่มยื่นมือััอีกฝ่ายเพื่อเป็การทักทายบิดาของเธอคือนายอัลฟา แบเรียล ผู้มีอิทธิพลคนหนึ่งในประเทศนี้
"โอ้ว! ในที่สุดก็ได้เจอตัวจริง มิน่า ลูกสาวผมชมคุณไม่ขาดปาก" นายอัลฟาเอ่ยพลางหันไปมองลูกสาว เธอยืนคล้องแขนข้างกายชายหนุ่มอย่างสนิทสนม
"ครับ ขอบคุณมากครับ เป็เกียรติอย่างยิ่งที่ได้พบท่านเช่นกันครับ" ชายหนุ่มเอ่ยอย่างสุภาพ
"เป็ไงบ้างธุรกิจของคุณ ได้ข่าวปีนี้กำไรมหาศาล" นายอัลฟาเอ่ยชม
"ก็พอเลี้ยงคนในบริษัทได้ครับ ผมคงสู้ท่านไม่ได้ คงต้องศึกษาจากท่าน" นายอัลฟาหัวเราะชอบใจเมื่อได้ยินคำชม
"เห็นคุณสนใจธุรกิจเหมืองแร่ ถ้าสนใจจริง ๆ ผมมีข้อเสนอดีๆ จะแนะนำ"
"ขอบคุณครับ ผมคงต้องศึกษารายละเอียดก่อนที่จะลงทุนทำอะไรสักอย่าง ไม่อยากให้เกิดความผิดพลาดขึ้นทั้งทางตรงและทางอ้อม" เขาเอ่ยเสียงราบเรียบ
"อะไรกันคะ งานวันเกิดนะคะไม่ใช่เจรจาธุรกิจ" เจสสิก้าขัดขึ้นท่ามกลางการสนทนาของบุคคลทั้งสอง นายอัลฟาหัวเราะถูกอกถูกใจที่ลูกสาวแซะ
"งั้นตามสบาย พอดีผมมีแขกพิเศษ ถ้าว่างผมจะแนะนำให้รู้จัก คิดเสียว่าคนกันเอง" นายอัลฟาหันมาพูดกับชายหนุ่ม
"ครับท่าน" เขาเอ่ยรับสั้น ๆ
"ดูแลคุณราฟาเอลด้วยนะลูก" นายอัลฟาหันมาพูดกับบุตรสาว
"ได้คะพ่อ รับรองว่าคืนนี้จะเป็คืนพิเศษสำหรับเรา!" หญิงสาวหันมาส่งสายตาเป็ประกายแฝงความเย้ายวนให้ชายหนุ่ม จากนั้นจึงพาเขาไปรู้จักกับกลุ่มเพื่อนของเธอ
หลังจากพูดคุยทำความรู้จักกับเพื่อน ๆ ของเจสสิก้าสักพัก ราฟาเอลจึงขอตัวย้ายไปนั่งโซฟาในมุมหนึ่ง ในมือถือแก้ววิสกี้สีอำพัน นักดนตรีกำลังขับกล่อมเพลงหลากหลายสไตล์ ชายหนุ่มปล่อยอารมณ์ไปตามเสียงเพลง เขากำลังนึกถึงใบหน้าสวยในชุดกาวน์สีขาวกับท่าทีของเธอที่แสดงต่อเขา อยากจะรู้นักว่าเธอรู้สึกเช่นไรเมื่อเจอหน้ากัน
ภาพนั้นทับซ้อนกับอีกภาพของเด็กสาวคนหนึ่งที่หน้าตาเหมือนกัน เธอถักเปียสองข้าง ผ้าผูกผมสีฟ้าขับใบหน้าอ่อนเยาว์ให้ดูน่ารักเหลือเกิน ดวงตาเรียวสวย ั์ตาสีอำพันเป็ประกาย เธอมักถามเขาเสมอ
'นี่นาย ทานข้าวรึยัง เอานี่! คุกกี้รสช็อกโกแลตของโปรดของนาย ฉันเอามาให้'
ในความทรงจำนั้น เด็กสาวยิ้มจนเห็นฟันแล้วรีบวิ่งออกไป ภาพเ่าั้ไม่เคยเลือนหายไปจากความทรงจำ
"ผู้ชายอะไรจะหล่อน่ากินขนาดนั้น เขาเป็ใครกัน หนุ่มที่ยืนคุยกับพ่อเธอน่ะ" หนึ่งในเพื่อนสนิทของเจสสิก้าเอ่ยถามขึ้น
"อ้อ! คุณราฟาเอล บิซอฟ กอนซาเลส อภิมหาเศรษฐีติดอันดับต้น ๆ เชียวนะ" เจสสิก้ายืนกอดอกจีบปากจีบคอพูด ปรายตามองไปทางชายหนุ่มพลางแกว่งแก้วไวน์ในมือไปมา
"ตายจริง ไม่เคยเห็นเลย" เพื่อนสาวทำตาโต เจสสิก้าเบ้ปากหยักไหล่
"เขาทำธุรกิจหลายประเทศ เดินทางไปทั่วโลก ไหนจะไร่องุ่นผลิตไวน์ชั้นเลิศ พวกเธอถึงไม่เคยเห็นเขาไง อีกอย่าง เขาเพิ่งย้ายสำนักงานใหญ่มาประจำที่นี่ และถ้าเป็ไปตามคาด คิดว่าเขาจะมาลงทุนเื่โรงไฟฟ้ากับคุณพ่อ"
"แล้วคืนนี้จะลากเขาขึ้นเตียงรึเปล่า" เพื่อนอีกคนแกล้งแซะ พร้อมยิ้มมีเลศนัย
"บ้าสิพวกเธอ เพิ่งรู้จักกันไม่กี่วัน" เจสสิก้าหัวเราะร่วนแบบมีจริต
"อย่างเธอนี่นะแค่ส่งสายตาให้ หนุ่ม ๆ ขี้คร้านจะคลานขึ้นเตียงแทบไม่ทัน" เมื่อเพื่อนคนหนึ่งแซะ คนอื่นก็พลอยหัวเราะกันคิกคักตาม
"บ้าสิ! พวกเธอ" เจสสิก้าเขินอาย หน้าแดงเมียงมองไปทางชายหนุ่ม พลางคิดว่าถ้าเป็ผู้ชายคนอื่น ป่านนี้คงถึงไหนต่อไหนแล้ว
แต่สำหรับราฟาเอลกลับไม่ใช่แบบนั้น เขาเป็คนดูยากพอสมควร เธอไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรแต่เชื่อว่าเขาไม่รอดเงื้อมมือเธอไปได้แค่ต้องอาศัยเวลาทำความรู้จักไปอีกสักพัก เมื่อคิดได้ดังนั้นหญิงสาวจึงผละจากกลุ่มเพื่อนก่อนจะเดินออกไปหาเขา
"น่าเบื่อรึเปล่าคะ" เจสสิก้าถือแก้วไวน์เดินมานั่งข้าง ๆ แทบจะเรียกว่านั่งเบียดก็ว่าได้ ซึ่งเขาก็ไม่ได้ขยับหนีหรือปฏิเสธ ปล่อยให้เธอใช้หน้าอกเบียดกับท่อนแขนของเขา
เขาเจอผู้หญิงในลักษณะนี้มานักต่อนัก แต่ไม่เคยสักครั้งที่จะสนใจ เจสสิก้าเองก็เป็ผู้หญิงที่สวยจัดคนหนึ่ง มีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้ามอยู่ไม่น้อย ที่สำคัญเธอยังเป็ประโยชน์ในธุรกิจของเขา ชายหนุ่มจึงไม่อยากตัดรอนเสียทีเดียว
"ไม่น่าเบื่อครับเพราะมีของสวย ๆ งาม ๆ ให้มอง" เจสสิก้าแอบยิ้มเมื่อได้ยินคำของของเขา หญิงสาวพยายามแนบชิดกับร่างกายของชายหนุ่มอย่างจงใจ ใช้นิ้วมือลากไปตามต้นขาอย่างแ่เบา จุดประสงค์เพื่อปลุกความเป็ชายของชายหนุ่ม ก็แค่เผื่อเท่านั้น
"พูดแบบนี้ระวังจะเข้าตัวเองนะคะ" หญิงสาวเอ่ยยิ้ม ๆ ดวงตายั่วยวนอย่างเห็นได้ชัด
"หวังว่าคุณคงไม่เมาไวน์"
เจสสิก้าหัวเราะคิก ตั้งใจอิงแอบซบไหล่ชายหนุ่ม ถ้าซบอกได้คงซบไปแล้ว เธอรู้สึกพออกพอใจอย่างมาก ใช้มือลากผ่านไปที่หน้าอก ถึงแม้จะมีเสื้อผ้ากั้น แต่เธอสามารถจินตนาการได้ว่ากล้ามเนื้อหน้าอกของเขาคงเต็มไปด้วยมัดกล้าม
"ถ้าบอกว่าเมา ไม่ทราบว่าคุณราฟาเอลจะทำยังไง" เธอทำเสียงออดอ้อน ใส่จริตเต็มที่ มือเรียวสวยลูบไล้ไปตามหน้าอกและแขนของเขาอย่างเบามือ
"ผมคงเรียกพ่อคุณมารับตัวคุณกลับบ้าน" จะบอกว่าเขาเองก็ไม่ใช่พระอิฐพระปูนที่จะไม่รู้สึกอะไร แต่ก็พยายามไม่ให้เลยเถิดไปกว่านี้เพราะไม่้าสานต่อความสัมพันธ์กับเธอ
เจสสิก้าหัวเราะคิกใส่จริตเต็มที่ "แหม! ใจร้ายจังนะคะ" เธอตัดพ้อแสร้งทำเสียงงอน ๆ
"ทำไมล่ะครับ ผมว่าค่อยเป็ค่อยไปน่าจะดีกว่า มันดูมีเสน่ห์ดี" ชายหนุ่มออกตัวอย่างสุภาพ
และนั่นทำให้สาวสวยอย่างเธอยิ้มออกมาได้ ก่อนหน้านั่นอาจจะรู้สึกว่าชายหนุ่มค่อนข้างจะไว้ตัว แต่ดูเหมือนจะไม่ได้เป็แบบนั้น เจสสิก้าหลงคิดว่าเธอมีเสน่ห์อย่างมากที่ทำให้ผู้ชายอย่างราฟาเอล บิซอฟ กอนซาเลส ยอมสยบให้กับเธอ
"ผมว่ามันจะทำให้ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นขึ้น ผมหมายถึงความสัมพันธ์โดยทั่วไปของหนุ่มสาว" ราฟาเอลเชยคางเธอขึ้นหอมแก้มไปหนึ่งทีเพื่อไม่ให้เธอเสียน้ำใจที่อุตส่าห์ยั่วยวนเขา
"ตอนนี้ก็ดึกแล้ว ผมว่าเดี๋ยวผมขับรถไปส่งดีกว่า ท่าทางเพื่อนๆ คุณน่าจะทยอยกลับกันแล้ว" ชายหนุ่มมองนาฬิกาที่ข้อมือบอกเวลาเที่ยงคืน เขาขันอาสาเพื่อเป็การขอแยกตัวอย่างมีชั้นเชิง
"ตกลงค่ะ" เจสสิก้าตอบตกลงอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก แต่ก็ไม่อยากให้เขามองว่าเธอรุกเขามากเกินไป
รถยนต์คันหรูแล่นออกจากไนต์คลับวิ่งไปตามถนนเพื่อส่งหญิงสาวที่คฤหาสน์สุดหรูของตระกูลแบเรียล พอส่งถึงที่ หญิงสาวก้าวลงจากรถอย่างแสนเสียดาย
แต่ถึงแม้คืนนี้จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างที่หวัง อย่างน้อยเธอก็ได้รู้ว่าชายหนุ่ม้าสานต่อความสัมพันธ์กับเธออยู่ไม่น้อย เธอพยายามเข้าข้างตัวเองจึงหอมแก้มเขาเบา ๆ ชายหนุ่มยิ้มบาง ๆ ให้เธอเพื่อเป็การไม่เสียน้ำใจ
กลางดึกในมุมนั่งเล่นกลางสวนที่แสนจะเงียบสงัดภายในโรงพยาบาล...
มีร่าเดินออกมาจากห้องผ่าตัด วันนี้ศัลยแพทย์สาวสวยอยู่เวรทั้งวันและเพิ่งผ่าตัดเคสสุดท้ายเสร็จ เธอเหลือบมองนาฬิกาที่ข้อมือแล้วถอนหายใจเบา ๆ เวลานี้เธอควรจะอยู่บนเตียงที่นุ่มสบายมากกว่า นึกแล้วได้แต่ปลงในสิ่งที่ตัวเองเลือก
หญิงสาวเดินออกมาเรื่อย ๆ จนมาหยุดนั่งที่เก้าอี้ข้างตึก ซึ่งมีมุมพักผ่อนจัดไว้ในสวนให้คนที่มารับบริการในโรงพยาบาลได้นั่งพัก ตอนนี้มีคนเดินผ่านไปมาไม่กี่คนเพราะดึกมากแล้ว
มีร่านั่งเหม่อมองออกไป รู้สึกเหนื่อยล้าแต่ก็ไม่อยากจะท้อเพราะถ้าเป็เช่นนั้นคนที่จะซ้ำเติมคือมารดาของเธอ ขณะที่กำลังเงยหน้ามองดูท้องฟ้ายามค่ำคืน เหตุการณ์เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา กับการได้เจอชายหนุ่มอย่างราฟาเอล บิซอฟ กอนซาเลสก็หวนกลับมาให้นึกถึง ภาพความทรงจำในหัวไหลบ่าดึงเธอให้ย้อนกลับไปในความทรงจำ...
วันหนึ่ง.....ในความทรงจำ
เด็กสาวผมยาวถักเปียสองข้าง ผ้าผูกผมสีฟ้า ใบหน้ากระจ่างใส โดดเด่นด้วยหน้าตาที่สวยงามั้แ่เด็ก เธอกำลังยืนรอรถที่บ้านมารับกลับหลังเลิกเรียน แต่จู่ ๆ เด็กสาวก็ร้องะโเสียงดังลั่น
“โอ๊ย! เจ็บนะไอ้พวกบ้า” เด็กหนุ่มวัยใกล้เคียงกันประมาณสามสี่คนหัวเราะชอบใจที่ได้แกล้งเธอ เพราะเด็กสาวตระกูลกรีนคาร์กเป็ดาวเด่นของโรงเรียน หนึ่งในนั้นมีเด็กผู้ชายผมสีทองหน้าตาดี เขาเดินวนรอบ ๆ ตัวเธอแล้วมาหยุดตรงหน้า ก่อนจะยิ้มแบบมีเลศนัย
"คืนนี้ไปบ้านฉันไหม มีอะไรสนุก ๆ จะให้เล่น"
เด็กสาวรีบเดินหนี แต่เขายังตามตอแยอย่างไม่ลดละ วันนี้เด็กหญิงมิเชลขออนุญาตกลับบ้านค่ำเพราะเธอมีซ้อมดนตรีกับเพื่อน มีร่าจึงต้องกลับบ้านคนเดียวในเวลานี้
"ถ้ายังเดินตามไม่หยุดแบบนี้ฉันจะฟ้อง" เด็กสาวหยุดเดินก่อนจะหันหลังกลับไปพูด แต่เพียงเท่านั้นก็ต้องใเมื่อจู่ ๆ กระโปรงของเธอก็ถูกเปิดจากด้านหลัง เด็กสาวทั้งโกรธทั้งอายในคราเดียว ต่างจากเด็กผู้ชายพวกนั้นที่พากันหัวเราะชอบใจ
"พวกนายทำอะไรน่ะ! ถอยออกไป อย่าหาว่าฉันไม่เตือน" เสียงของเด็กผู้ชายตัวโตดังขึ้น ร่างผอมสูง ผมสีน้ำตาลเข้ม ั์ตาสีเฮเชลและใบหน้ากร้านแดดเดินเข้ามายืนขวางไว้ แต่เด็กผู้ชายที่เป็หัวโจกกลับเดินเข้าไปผลักหน้าอกของเขาจนล้ม
เมื่อเด็กผู้ชายผมสีน้ำตาลเข้มลุกขึ้นได้ เขาก็เหวี่ยงหมัดใส่เด็กชายผมสีทองทันที แล้วเหตุการณ์ชุลมุนชกต่อยกันวุ่นวายก็เกิดขึ้น จนในที่สุด คุณครูผ่านมาเห็นจึงร้องะโลั่น เด็กพวกนั้นใรีบวิ่งหนีไป เหลือเพียงเด็กชายราฟาเอลที่นอนเอามือกุมหัว เนื่องจากโดนรุมกระทืบจากเด็กผู้ชายพวกนั้น
"เป็ไงบ้าง" เด็กสาวย่อตัวลงนั่งยอง ๆ มองเด็กหนุ่มที่นอนตะแคงเอามือกุมท้องอยู่บนพื้น มีเืซึมที่มุมปาก มีรอยแดงบนใบหน้าจากการถูกชก เสื้อผ้ามีแต่รอยเท้า ใบหน้าเหยเกแสดงความเ็ปแต่ก็ยังยิ้มได้
"ไม่เป็ไร...สบายมาก" เขาพยายามลุกขึ้นโดยมีเด็กสาวช่วยพยุง ที่แขนมีแผลจากการโดนข่วน เืซึมเป็ทางยาว มีร่าเห็นดังนั้นจึงแกะผ้าผูกผมสีฟ้าพันปิดแผลให้ เืค่อย ๆ ซึมติดผ้าผูกผมเส้นนั้น
หญิงสาวก้มหน้าหลับตานิ่ง ปล่อยใจให้ล่องลอยไป ภาพความทรงจำเก่า ๆ ย้อนกลับมาเป็ฉาก ๆ ความเหนื่อยล้าฉายชัดทั่วใบหน้า ภาพทุกอย่างทับซ้อนพร่ามัวระหว่างเด็กผู้ชายใบหน้ากร้านแดดกับชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลา
ไม่ใช่สิ!
มีร่าบอกใจตัวเองให้สงบ
แต่จู่ ๆ จมูกก็ได้กลิ่นกาแฟลอยเข้ามา มันช่างหอมกรุ่นเย้ายวน ชวนให้ร่างกายตื่นตัวกระปรี้กระเปร่า หญิงสาวไม่รู้เลยว่ามีแก้วกาแฟถูกยื่นมาตรงหน้าของเธอ
"หอมจัง!"
เธอหลับตาพริ้มสูดกลิ่นกาแฟอย่างกระหาย ปากจิ้มลิ้มน้อย ๆ พึมพำเบา ๆ กลิ่นหอมเย้ายวนของมันชัดเจนจนเธอเดาว่ามันน่าจะอยู่ตรงหน้าเธอ
'สงสัยจะเป็หมออเล็กซ์เอามาให้'
เมื่อคิดได้แบบนั้น หญิงสาวจึงลืมตาอย่างไม่เต็มที่นัก ภาพตรงหน้าพร่ามัวเพราะความง่วง มีร่ามองแก้วกาแฟที่มีควันพวยพุ่งเป็สายก่อนจะยื่นมือออกไปรับ เธอยกแก้วกาแฟขึ้นจิบอย่างสบายใจโดยไม่สนอะไรทั้งสิ้น
"ขอบคุณมากหมออเล็กซ์ กำลังอยากได้สักแก้วอยู่พอดี" ราฟาเอลได้ยินแบบนั้นถึงกับเลิกคิ้วเข้มขึ้น ยิ้มบาง ๆ แต้มริมฝีปาก นึกขันกับท่าทางของเธอ
หลังจากมีร่าได้จิบกาแฟไปหลายอึก ร่างกายจึงเริ่มตื่นตัว หญิงสาวลืมตาขึ้น ปรับโฟกัสลานสายตา พลันเหลือบไปเห็นรองเท้าหนังราคาแพง
'เอ๊ะ!?' รองเท้าหนังแบรนด์เนมเสียด้วย’
เธอส่ายหน้าไปมาช้า ๆ ลังเลในความคิด
'ไม่สิ ปกติหมออเล็กซ์ไม่ใส่รองเท้าแบรนด์เนมมันปลาบราคาแพงขนาดนี้ ไหนจะกางเกงสีกรมท่าเนื้อผ้าอย่างดี’
มีร่าพยายามหรี่ตามอง สายตาไล่เรียงขึ้นไปเรื่อย ๆ จนถึงหน้าอกกว้าง รูปร่างสูงใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนเสื้อถึงข้อศอก
'อย่าบอกนะว่า... อย่านะ ได้โปรดพระเ้าช่วยลูกด้วย ลูกผิดไปแล้ว' มีร่าคิดอยากหายตัวไปจากตรงนี้เหลือเกิน เมื่อนึกถึงว่าจะเป็ใครไปไม่ได้นอกจากราฟาเอลที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอ
ชายหนุ่มกลั้นขำเมื่อเห็นปฏิกิริยาของหญิงสาว ใบหน้าสวยหวานสลับซีดสลับแดง ดูน่าขันและน่าสงสารในเวลาเดียวกัน
"ว่าแต่หมออเล็กซ์นี่... เพื่อนหรือแฟน" จู่ ๆ ราฟาเอลก็เอ่ยขึ้นท่ามกลางความงุนงงของเธอ
แค่ก ๆ ๆ
เสียงไอสำลักกาแฟจากมีร่าดังขึ้นทันทีเมื่อจบคำถามจากชายหนุ่ม
"ค่อย ๆ จิบก็ได้ ไม่เห็นต้องรีบ"
หลังจากได้ยินเสียงทุ้มนุ่มติดจะขบขันของราฟาเอลที่บอกเธอ หญิงสาวก็อ้าปากค้าง ก่อนจะรีบกลืนทั้งกาแฟและน้ำลายลงคอ ช่างยากเย็นเสียเหลือเกิน ที่สำคัญเขากำลังส่งสายตาล้อเลียนมายังเธอ แถมยังทำหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกด้วย
ราฟาเอลถือโอกาสที่มีร่ากำลังมึนงง นั่งลงข้าง ๆ หญิงสาว
กลิ่นน้ำหอมจากเรือนกายหนุ่มแตะจมูก มีร่าปรายตามอง
'ไม่เห็นจะต้องนั่งชิดกันขนาดนี้'
"คุณมาได้ไง" หญิงสาวถามออกไปเสียงห้วน
"คนเขาอุตส่าห์เอากาแฟหอม ๆ มาให้ จะพูดดีด้วยหน่อยก็ไม่ได้" เขาตัดพ้อแบบไม่จริงจังนัก แต่ก็แอบชำเลืองมองเสี้ยวหน้าของเธอ
"ก็ใครใช้ให้เอามา" มีร่าบ่นอุบอิบพลางขยับตัวออกห่าง
แต่เนื่องจากเก้าอี้ที่หนุ่มสาวนั่งกันอยู่ในเวลานี้ เป็ม้านั่งยาวเมื่อมีร่าขยับในขณะที่มือถือแก้วกาแฟ ราฟาเอลก็ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ขยับตาม และเมื่อเขาขยับเข้ามาใกล้ เธอก็ขยับออกไปอีก ขยับกันไปมาจนหญิงสาวจะตกเก้าอี้
'นี่จะตกเก้าอี้แล้วนะ จะขยับตามมาทำไมนักหนา' มีร่านึกค่อนขอดชายหนุ่มในใจขณะปรายตามองคนตัวสูงหน้ามึนที่ดูจะไม่ทุกข์ร้อนอะไร
"เอ๊ะ! ว้าย"
แล้วก็เป็ดังคาด เธอขยับจนเกือบจะตกเก้าอี้ แต่ด้วยความเร็ว ราฟาเอลตวัดแขนโอบรอบเอวหญิงสาวได้ทันก่อนที่เธอจะตกไปก้นจ้ำเบ้ากับพื้น
มีร่าเบิกตากว้างกับการกระทำของเขา จังหวะนั้นทำให้ใบหน้าของทั้งสองอยู่ห่างกันแค่คืบ ลมหายใจเป่ารดใบหน้า กลิ่นอาฟเตอร์เชฟบวกกับกลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ลอยแตะจมูก ผิวหน้าหญิงสาวเริ่มเห่อร้อนอย่างประหลาดเพราะไม่เคยใกล้ชิดผู้ชายคนไหนขนาดนี้
เธอพยายามใช้มือข้างที่ไม่ได้ถือแก้วกาแฟดันหน้าอกของเขาไว้ กาแฟในแก้วหกกระฉอกออกไปบางส่วน ชายหนุ่มยกยิ้มแบบมีนัย
ที่จริงเขาไม่ได้ตั้งใจ ก็แค่อยากแกล้งเพราะรู้สึกหมั่นไส้นิด ๆ ที่แสร้งตีหน้าเฉยชาใส่เขา แต่ไม่คิดว่าเธอจะขยับออกไปเรื่อย ๆ จนเกือบจะตกเก้าอี้ กลิ่นกายสาวบวกกับกลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ช่างเย้ายวนใจยิ่งนัก กระตุ้นอารมณ์เขาชะมัด แต่เขาคงไม่ทำอะไรให้เธอแตกตื่นแน่ ๆ
'คนสวย...มันจะมีอีกหลายยก นี่แค่น้ำจิ้ม!'
"ปล่อยได้แล้วคุณ ฉันอึดอัด"
เธอมองเขาด้วยสายตาขุ่นเคืองเล็กน้อย รีบปรับสีหน้าให้เรียบเฉยเ็า แววตาว่างเปล่า เขาจ้องลึกในดวงตาคู่นั้น รับรู้ถึงพลังงานบางอย่างจึงปล่อยมือทันที ก่อนที่เขาอาจจะโดนกาแฟที่เหลือในแก้วสาดใส่หน้า
"กลับไปได้แล้ว" น้ำเสียงหวานพูดห้วน ๆ อย่างไม่ไยดี พูดเสร็จก็รีบลุกเดินหนีไปดื้อ ๆ ปล่อยราฟาเอลไว้เพียงลำพังคนเดียว
ชายหนุ่มมองตามร่างสูงเพรียวในชุดกาวน์จนเธอนั้นลับสายตาแล้วถอนหายใจออกมาเบา ๆ
'เธอคงไม่อยากเห็นหน้าเขา'
ใบหน้าเศร้าแปรเปลี่ยนเป็เรียบเฉยเ็า ราฟาเอลขบกรามแน่นก่อนจะลุกเดินออกไปจากตรงนั้นทันทีเช่นกัน