“ก็ไม่รู้สินะอยากได้รางวัลค่าหัวฉันขนาดยอมเอาตัวมาตายเลยงั้นหรือไง”
ศิลาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียเย็นเฉียบพร้อมั์ตาแดงดุจเืวาวโรจน์ไปมารังสีสังหารกลับเข้มข้นจนแทบหายใจไม่ออกพลังธาตุความมืดปกคลุมทั่วร่างส่งเสริมให้ศิลาดูคล้ายกับร่างอวตารของจอมมารไม่ผิดเพี้ยน
“อย่ามาตลกนะเวยพวกฉันแต่ละคนระดับสี่สิบทั้งนั้น อีกเดี๋ยวกิลด์นักล่าของฉันจำนวนยี่สิบคนก็จะมาถึงแล้วแต่ไม่ต้องห่วงแกจะได้ตายก่อน”
ชายปริศนาเอ่ยพร้อมกับเคียวในมือยกขึ้นเหนือหัวส่องแสงสีส้มธาตุสายฟ้าแล่นแปล๊บปร๊าบไปมาเสียงเสียงเสียดหูพร้อมกับสายฟ้าสีส้มสดแตกกระเซน ออกมาจากเคียวสีดำ
เคร๊ง...
ศิลาดีดตัวต้านรับไว้ได้อย่างง่ายดายแต่ทว่าพลังธาตุสายฟ้าพลันแล่นปราดจากเคียวเข้าสู้ดาบของเขาอย่างรวดเร็วแต่ทว่าวินาทีที่ศิลาจะต้องรับการโจมตีอย่างจังร่ำไห้ราวกับมีชีวิตมันทอแสงสีแดงเืวิบวับไปมาเสี้ยววินาทีต่อปรากฎคลื่นพลังงานสีแดงเืราวกับหมอกหนาแน่นเข้าสกัดพลังธาตุสายฟ้าเอาไว้ราวปฏิหาริย์ศิลาเองถึงกับฉงน
ตูม....
แรงจากขุมพลังทั้งสองปะทะกันทำให้ทั้งสองกระเด็นถอยหลังไปคนละสามเมตร
ฟึบ...
ศิลาไม่เปิดโอกาศดีดเท้าปราดในอากาศพุ่งทะยานตัวราวภูติผีดาบในมือขวาฟันใส่อากาศส่งคลื่นความมืดแหลมคมนับร้อยสายเข้าใส่ชายปริศนาวินาทีต่อมาศิลาพลันหันไปฟันส่งคลื่นความมืดใส่เหล่าสัตว์อสูรอีกราวร้อยสาย
ตูม...ตูม....เคร๊ง...
เกิดประกายไฟลุกไหม้พร้อมกับเสียงะเิดังสนั่นป่าทว่าชายปริศนากลับใช้เคียวในมือฟันส่งคลื่นสายฟ้าเข้าต้านทานอย่างเฉียบคม
วินาทีต่อมาศิลาพลันเข้าประชิดตัวด้วยความเร็วระดับสุดยอดแม้แต่ชายปริศนาเองก็ยังตลึงตาเบิกกว้างมันไม่รู้เลยว่าตกอยู่ในสกิลเวลา์ของศิลา
ชายคนดังกล่าวรับมือกับศิลายังไม่ถึงสองนาทีพลันโดนศิลาประชิดตัววงศ์ในและด้วยสกิลของร่ำไห้ยิ่งเข้าสู้นานเท่าไหร่พลังโจมตีจะยิ่งเพิ่มทำให้ตอนนี้ร่ำไห้มีพลังโจมตี1250 หน่วยบวกกับพลังโจมตีของศิลาเข้าไปอีกมันจึงมากพอที่จะสังหารชายปริศนา
ฉึก....
หนึ่งคมดาบสุดแสนเรียบง่ายธรรมดาแต่กลับรวดเร็วร้ายกาจงดงามถึงขีดสุดคมดาบของศิลาแทงจากเสยคางทะลุขึ้นหัวของชายหนุ่มคนดังกล่าวและนั่นมันคือจุดตาย
ติ๊ง...ติ๊ง
เืสีแดงสดไหลออกมาจากคางไหลย้อยลงสู่ดาบของศิลาร่ำไห้ส่องแสงสีแดงเืกระพริบถี่ยิบพร้อมกับโลหิตสีแดงฉานค่อยๆถูกดูดซึมหายเข้าไปในตัวดาบ ชายปริศนาตาเบิกกว้างแสดงถึงความไม่อยากจะเชื่อกับเื่ที่เกิดขึ้น
“ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวเพื่อนนายได้ตามไปแน่แล้วเจอกันฉันจะรอนายฟื้น”
ศิลาเอ่ยพร้อมจ้องมองั์ตาชายปริศนาในระยะหนึ่งวาคำพูดของศิลามันทำเอาชายปริศนาหัวใจแทบแตกสลายพร้อมกลับกรีดร้องและสำนึกคิดเสียใจเป็ที่สุดที่เขาไม่เชื่อข่าวลือของศิลาแต่ทว่าคิดได้ก็เมื่อสายไปเสียแล้วร่างของชายปริศนาค่อยๆกลายเป็แสงหายไป
“อเล็ก...หนอยแก”
ปรากฎร่างของคนอีกราวๆยี่สิบคนอาวุธครบมือมาถึงพอดีกลับเวลาที่เพื่อนของเขาตายจากไป ศิลาหันไปมองด้วยั์ตาคมกล้าสีแดงฉาน
เยี้ยงปีศาจจากขุมนรก
“ไม่ต้องกลัวเดี๋ยวพวกคุณก็จะตามไป”
วูบ...
พูดจบร่างของศิลาก็หายไปพริบตาสร้างความแตกตื่นให้กับผู้มาใหม่ทั้งยี่สิบเป็อย่างมาก
“มันสายนักฆ่าหรือไงถึงได้ไวแบบนี้”
หญิงสาวคนเดิมเอ่ยขึ้นคนที่ร้องเรียกเพื่อน
อ๊าก....เคร๊ง....อ๊าย...
ศิลาปรากฎร่างกลางกลุ่มของผู้มาใหม่ก่อนจะไร่ฟันเรียงตัวเสียงโหยหวนเสียงร่ำไห้ดังระงม ศิลาตวัดดาบฟันไปถึงไหนเืสีแดงสดสาดกระจายไปถึงนั่นอย่างช่วยไม่ได้
เศษซากไอเท็มกองกลับพื้นเกลื่อนกราดพร้อมกับผืนหญ้าเขียวขจีถูกย้อมจนแดงฉานเพียงเวลาไม่นานคนทั้งยี่สิบคนก็ไปรอเกิด แต่ทว่าเื่พิศดารพลันอุบัติขึ้นเมื่อร่ำไห้ดาบคู่ใจของศิลาเกิดอาการสั่นระลิกราวกับมีชีวิตพร้อมส่งเสียงดังถี่ยิบแสงสีแดงเืกระพริบวูบวาบถี่ยิบ
กริ๊ช....กริ๊ช....กริช...
“ผู้เล่นศิลา ปฏิบัติตามเงื่อนไขบรรลุดาบระดับSร่ำไห้ได้รับการวิวัฒนาการ”
“ผู้เล่นศิลาปฏิบัติตามเงื่อนไขบรรลุได้รับอาวุธมารระดับS+1ดาบมารโลหิตร่ำไห้”
ศิลายืนงงพักหนึ่งพร้อมกับตัวดาบปรากฏเพชรสีแดงเืขึ้นบนที่กั้นดาบพร้อมกับที่กั้นดาบเปลี่ยนเป็ตัวัสีแดงแบบจีนรัดพันเป็วงกลม
เพชรสีแดงกลมเท่าลูกแก้วเมื่อศิลามองก็พบเข้ากับละอองแสงสีขาวระยิบระยับส่องสว่างไปมาในความมืดมันยิ่งดูลึกล้ำ
แต่ทว่าศิลายังจ้องมองลึกลงไปเขาสังเกตุเห็นสิ่งที่ไม่คาดฝันนอนขดตัวอยู่ในลูกแก้วสีแดงเืมันคือัสีแดงสดตัวเท่าเมล็ดถั่วเขียวกำลังนอนขดตัวแต่มีสัญญาณการหายใจแน่นอน
“นี่มัน...ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า..”
ศิลาหัวเราะลั่นทันทีเขาทราบได้ทันทีว่ามันคือสัตว์อสูรที่ได้มาคู่กับการวิวัฒนาการของดาบหรืออีกในหนึ่งก็คือมันคือสัตว์อสูรพิทักษ์ของเขานั่นเอง
“เืคนสินะแก้าเืคนสินะเืคนมันจะทำให้แกเติบโต ไม่ต้องห่วงลูกพ่อ พ่อจะหาอาหารมาป้อนเ้าเลื่อยๆเอง”
ทว่าความดีใจกลับอยู่ได้ไม่นานเมื่อปรากฎแมลงป้องตัวสีดำขนาดสองเมตรนับร้อยตัวขึ้นมาจากพื้นดิน
ย๊าก....
ศิลาไม่รอช้าะโพุ่งเขาสังหารอย่างบ้าเืทันที
“ผู้เล่นศิลาปฏิบัติบรรลุตามเงื่อนไขเลื่อนระดับเป็18...20...23..24..26ค่ะ”
หลังเวลาผ่านไปสามชั่วโมงเหล่าสัตว์อสูรที่ถูกศิลาฆ่าตายร่างหายไปทันทีแต่ทว่ามันไม่ได้หายไปรอเกิดใหม่แต่มันหายกลับเขาคลังกองทัพะของศิลา
ศิลาเองก็ไม่ได้คิดว่าจะใช้เวลานานขนาดนี้แต่ทว่าพอสู้ไปจริงๆพวกมันกลับเรียกพี่น้องเครือญาติมาจากไหนไม่รู้ไม่จบไม่สิ้น
“ขอพักก่อนแล้วกัน”
ศิลาทิ้งร่างลงพิงต้นไม้ขนาดใหญ่ทั่วทั้งป่ากลับมาเงียบสงบอีกครั้งเขารีบหยิบน้ำขึ้นมาดื่มดับกระหายจนศิลาหันไปมองรอบๆพบว่าต้นไม้แต่ระต้นตำแหน่งของมันเคลื่อนที่ผิดแปลกไปจากเดิมเพราะเขาสังเกตุต้นมะขามและต้นมะพร้าวใหญ่ตระหง่าตอนนี้ตำแหน่งของมันเปลี่ยนไปแน่นอนไม่ใช่เพราะเขาขยับแต่อย่างใด
ศิลากางแผ่นกระดาษออกมาดูก่อนจะค่อยๆเดินไปตามทางตลอดตามทางศิลายังคงไล่สังหารสัตว์อสูรไปเลื่อยๆ แต่ที่แปลกคือมันแทบไม่ดร็อปไอเท็มสักชิ้นหรือเหรียญทองก็แทบไม่มี
ศิลาพลันรู้สึกหนาวสะท้านไปทั่วร่างแปลกวินาทีต่อมาพลันร้อนราวถูกไฟเผาพร้อมกับทั่วทั้งป่าปรากฎแสงสีส้มของเปลวเพลิง
“เห่ย....
ศิลาหันขึ้นไปมองบนท้องฟ้าถึงกับอ้าปากค้างตาเหลือกบนท้องฟ้า
ปรากฎอุกาบาตลูกเท้าช้างแมมอธเส้นผ่านศูนย์กลางสองร้อยเมตร ปล่อยรังสีความร้อนเผาจนป่าไม้มอดไหม้ส่งเสียงเปรี๊ยะปร๊ะของไม้แตกสนั่นป่า
ตูม......
อ๊าก...
อุกาบาตตกสู่พื้นเกิดะเิเป็วงกว้างพื้นดินะเืเลื่อนลั่นราวฟ้าถล่มดินถลายคล้ายวันโลกแตกเสียงะเิดังจนแทบหูดับศิลาวินาทีนั้นใช้พลังธาตุถึงสุดขีดสร้างเกราะกันกายขึ้นมาอย่างรีบเร่ง เมื่อทุกอย่างจบลงปรากฎร่างของศิลานอนอยู่ใจกลางหลุ่มกว้างขนาดสามกิโลเมตรลึกสามร้อยเมตร ทั่วตัวชุ่มไปด้วยเืเสื้อเกราะแตกเป็เสี่ยงๆพร้อมกับแสงการฟื้นพลังชีวินและชุดเกราะที่เริ่มซ่อมแซมตัวเอง
แฟก....แฟก...
เสียงใส่เสียดสะท้านหูดังก้องกังวาลในความความเงียบท่ามกลางเปลวไฟทะเลเพลิง
ศิลาหันขึ้นไปมองบนฟ้าต้องตลึงอีกครั้งเมื่อพบเข้ากับวิหคตัวขนาดแปดเมตรเมื่อกางปีกมันบินวนไปมาในอากาศพร้อมกับทั่วตัวปกคลุมด้วยเปลวไฟสีส้มสดส่งเสียงร้องคล้ายเกรี้ยวกราดศิลาทราบทันทีว่ามันรู้ว่ามีคนบุรุกอานาเขตของมันเพราะสัตว์อสูรจะมีอาณาเขตของตัวเองและมันก็ออกมาปกป้องอานาเขตตามสัญชาตญาณ
“สัตว์อสูระดับราชัน วิหคะนกฟีนิกซ์ระดับ150ปรากฎตัวผู้ที่ถูกสังหารระดับลดลง20รอเกิดสามวันตามเวลาโลกจริง”
เสียงของระบบทำเอาศิลาสะท้านไปทั้งร่างมันราวกับเสียงพยายมไม่มีผิดเพี้ยน
“โถ้ไอ้ศิเวรกรรมเยอะจริงๆยังไม่อยากจะเจอแท้ๆพ่อก็ดันออกมาต้อนรับสะนี่ดูท่าพี่แกจะไม่ยอมให้หนีไปง่ายๆสะด้วย”
แฟ้ก.....
ฟินิกซ์บินวนไปมาส่งสระเกล็ดไฟตกกระจายเกิดไฟลุกไหม้ไปทั่ว ดวงตาดุร้ายแบบปักษาชาติ ปากแหลมคมที่ทำให้ชวนรู้สึกว่าแทงทะลุเหล็กได้สบาย เล็บที่พร้อมจะตะปบจับเหยื่อปีกคู่งามที่โบกสะบัดทีเดียวก็ส่งคลื่นแรงลมและเปลวเพลิงอย่างน่าหวั่นเกง
“เอาวะไหนๆก็หนีไม่ได้อยู่แล้ว”
ศิลาเอ่ยพร้อมกับยกร่ำไห้มากระชับในมือขวาแน่นพลังสีดำห่อหุ่มร่าง
วูบ...
เคร๊ง...ตูม....อ๊าก...
วินาทีเดียววิหคพลันโฉบด้วยความเร็วดุจะุปืนจนเห็นเพียงเส้นสีส้มพุ่งกระชากร่างของศิลาลอยเคว้งในอากาศพร้อมกลับเปลวไฟะเิใส่ร่างของศิลาอย่างจัง
ศิลาพลันคลุมพลังธาตุลมแสงสีเขียวสว่างไปมาพร้อมกับพลิกตัวหมุนกลางอากาศเหนือขึ้นไปสองร้อยหลาพร้อมกับใช้พลังธาตุลมประครองร่างให้ลอยกลางอากาศ
ดาบในมือขวาถูกยกขึ้นสองมือกำแน่นเบื้องหน้าคือวิหคเพลิงพุ่งใส่ด้วยความเร็วที่ตามองแทบไม่ทัน
ย๊าก..
ศิลาไม่หลบแต่อย่างใดเขาดีดเท้าใส่อากาศพร้อมกับยกดาบขึ้นเหนือหัวฟันปะทะเข้ากับปากแหลมคมห่อหุ่มเปลวเพลิงสุดร้องแรงจนเกิดคลื่นอากาศแตกเป็วงกลมกระจายไปทั่วบริเวณเหนือผืนฟ้า
เสียด...เปี๊ยะ...ครืนนน!....
คลื่นพลังสีส้มเพลิงปะทะกับคมดาบสีฟ้าสดธาตุน้ำของศิลาเกิดเป็ขุมพลังกระจายไปทางด้านหลังทั้งคนทั้งนกต้านทานใส่กันกลางอากาศอย่างไม่มีใครได้เปรียบเสียบเปรียบ
วินาทีต่อมาศิลาพลันต้องดีดเท้าพร้อมกับพุ่งตัวไปซ้ายทีขวาทีด้วยความเร็วสุดขีดพร้อมกับตวัดดาบไปมาขนนกเพลิงนับพันบินว่อนในอากาศพุ่งโจมตีศิลาทุกทิศทาง
เคร้ง...เคร้....ฉ๊วะ
ดาบในมือฟันใส่ขนนกเกิดเสียงโลหะกระทบกันที่ยิบพร้อมประกายไฟแลบไปมาทั่วผืนฟ้าและก็เป็ศิลาที่ถูกขนนกเพลิงแทงทะลุออกออกด้านหลัง
อ๊าก...
ศิลาร้องอย่างเ็ปเกินจักษ์ทนไหวพร้อมเืสีแดงสดสาดกระจายและระเหือยกลายเป็ไอในทันทีจากความร้อนในอากาศ การโจมตีไม่ใช่แค่เจ็บเพียงอย่างเดียวแต่กลับปวดแสบปวดร้อนราวกับถูกไฟไหม้ก็ไม่ปาน
แว๊ก...
ฟินิกซ์สะบัดปีกวูบร่างบินลิ่วๆมาแต่ไกลพร้อมระยะทางถูกร่นเหลือสองวาในพริบตากรงเล็บขาทั้งสองข้างขวาจับร้างของศิลาอย่างจังพร้อมเล็บแหลมคมแทงเข้าไปตามแขนซี่โครงลึกสามเซน
อ๊าก.....อ๊าก...
ศิลาร้องสุดเสียงอย่างโหยหวนมือร่างเท้าตะเกี่ยตะกายถึงขีดสุดเปลวเพลิงของฟีนิกซ์ได้แล่นปราดมายังขาทั้งสองเผาร่างศิลาทั้งเป็ราวหนึ่งนาทีก่อนที่มันจะบินวนพาร่างศิลาไปกระแทกกับูเาแตกหายไปครึ่งลูก
ตูม....
อ๊าก...
“ยังมันยังไม่จบ...ลุกสิวะร่างกายฉัน..พลังชีวิตเพิ่มไม่ทัน”
ศิลานั่งร่างไหม้เกรียมดำสนิทพร้อมกระดูกแตกทั้งร่างแสงสีแดงกระพริบไปมาแสดงถึงกำลังฟื้นฟูพลังชีวิตแต่มันก็ยังช้ากว่าความเร็วของฟีนิกซ์ที่บินพุ่งตรงเผยกรงเล็บราวคมดาบหมายจะเฉือนศิลาให้ขาดเป็สี่ส่วน
วิ่ง....วิ่ง...วิ่ง...
วินาทีความเป็ความตายร่ำไห้ดาบคู่ใจคู่หูขอศิลาพลันร้องเกรี้ยวกราวอย่างเร่งร้อนและร้อนรนราวกับกำลังบอกให้ศิลายืนมือไปจับมันขอแค่ศิลาจับมันแค่นั้นแต่ทว่าศิลากลับทำไม่ได้
ร่ำไห้ราวมีชีวิตรักศิลาถึงขีดสุดจู่ๆมันก็ลอยพุ่งเคว้งในอากาศเข้ามือขวาของศิลาอย่างจังวินาทีนั้นแสงสีแดงเืวาดไปทั่ว
แว๊ก.....
ฟีนิกซ์ถึงกับหยุดชะงักคำรามถึงขัดสุด ด้วยความไม่พอใจ
เส้นสายสีแดงคล้ายหลอดเืนับสิบเส้นปรากฎขึ้นจากร่ำไห้แทงใส่แขนของศิลาคลื่นพลังสีแดงเืไหลเข้าทางแขนขวาคล้ายการให้น้ำเกลือแต่มันไหลเร็วราวท่อแตกพลังชีวิตชองศิลาพุ่งพรวดกับมาเต็มในเวลาเพียงสามงินาที
ร่างกายกลับมาสมบูรณ์ถึงแม้ชุดเกราะจะแตกกระจายเป็เสี่ยงๆแต่มันก็กำลังสู้อยู่เหมือนกันชุดเกราะของศิลาทอแสงการซ่อมแซมตัวเองตลอดเวลา สายตาของศิลากลับมาคมกริบขึ้นอีกครั้งก่อนที่เขาจะยกร่ำไห้ขึ้นมามอง
“ขอบใจมากคู่หูมาซัดไอ้ไก่ฟ้านี่ให้ควั้มกันเถอะ”
ร่ำไห้คล้ายรับรู้เเสงสีแดงสาดวาบ