ตอนที่ยี่สิบเจ็ด สายฟ้าจาก์ กังฟูแพนด้า
พลังไฟฟ้า โลกนี้ยังมองว่าพลังไฟฟ้าเป็ของจากฟากฟ้าแดน์ ไม่ใช่อย่างโลกเก่าของผม ที่มองว่าคือของใช้ในชีวิตประจำวัน
แน่นอน แม้แต่โลกเก่าของผมเอง กว่าจะมีการใช้ไฟฟ้าแบบปรกติทั่วไปใช้กันนั้น ใน่สมัยแรกๆ ก็มีการต่อต้านว่าการใช้ไฟฟ้านั้นเป็เื่อันตราย ไม่ควรเอามาใช้ในประเทศ คนอาจถูกไฟดูดตาย ไฟไหม้ต่างๆนานา
แต่พอมาถึงปัจจุบัน หากบอกว่าห้ามใช้ไฟฟ้าเพราะมีอันตราย คนทั่วไปคงมองเราแปลกๆ นั่นคือพัฒนาการของยุคสมัยและการผันแปรของใจมนุษย์
โลกปัจจุบัน ทำให้การใช้ไฟฟ้าเป็เื่ของมนุษย์ไม่ใช่ของเทพเ้าอย่างที่เคยเป็มา
การเอาเทคโนโลยีและแิเื่ไฟฟ้ามาใช้ในโลกนี้เรียกว่าผลลัพธ์นั้นผสมกัน
ทั้งสำเร็จและ...เรียกว่าประหลาดละกัน
สายฟ้าไหลไปมารอบตัวของผม
บริสุทธิ์มากขึ้น ควบคุมได้ดีขึ้น
เต๋าคือทุกสิ่ง ทุกสิ่งคือเต๋า
ธรรมชาติสรรค์สร้าง
ไฟฟ้าไม่ใช่ของแปลกมันมีอยู่ในร่างกายมนุษย์ของเรา
ไม่จำเป็ต้องมีพลังมากมาย ควบคุมให้ละเอียดขึ้นดีขึ้นแม้เพียงเล็กน้อยก็พอ
ปึ่ง
ทันใดนั้นร่างกายของผมราวกับผ่านการเปลี่ยนแปลงในทางโครงสร้าง แบบเดียวกับที่ผ่านมาที่มีควันสีดำไหลออกจากร่างกาย
แต่คราวนี้ควันสีดำที่ไหลออกกลับกลายเป็ควันจุดเล็กๆ ออกมาแทบทุกสัดส่วนของร่างกาย
ไม่มากเท่ากับ”ของเสีย”ในตอนแรกที่ฝึก แต่ก็มากพอที่ออกจากสัดส่วนและแง่มุมที่ไม่เคยนึกถึงมาก่อน
ผมรู้สึกถึงไฟฟ้าในร่างกายของผมได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น พลังงานจากอาหารที่เปลี่ยนเป็ไฟฟ้าเคมี
พลังงานไฟฟ้าในร่างกายบริสุทธิ์ขึ้นอีกขั้นหนึ่งที่ส่งผลถึงส่วนอื่นในร่างกายด้วยแบบเดียวกับโดมิโน่เอฟเฟค
ที่กล้ามเนื้อ กระดูกเื ทุกส่วนที่ใช้ไฟฟ้าราวกับเรียนรู้การพัฒนาร่างกายขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง
ผมสามารถควบคุมประสาทให้สามารถมองได้ช้าเร็วตามใจนึกและรับรู้ได้ถึงทุกส่วนที่พลังไฟฟ้าไปถึง แม้แต่ในสมองกล้ามเนื้อส่วนเล็กน้อยที่ผมไม่เคยนึกถึงมาก่อน
กระแสไฟฟ้าไหลไปทั่วทั้งร่างของผม ััได้ถึงััที่ไม่เคยััและรับรู้มาก่อน
การััถึงกระแสไฟฟ้าในร่างนั้นได้ผลดีมากๆ
ส่วนการัักระแสไฟฟ้านอกร่างนั้น
เกิดจากการที่รู้ว่าโลกนี้ไม่ใช่เื่ง่ายดายอย่างที่ผมคิด
แต่สิ่งหนึ่งที่ผมได้ตอบแทนกลับมาคือผมรู้ว่าผมพลาดได้อย่างไรหรือด้อยกว่าตรงไหน
ผมเป็คนธรรมดาที่ได้รับการศึกษามาตามปรกติของคนปัจจุบัน
มาอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยความยิ่งใหญ่ ฟ้ากว้างใหญ่ สายน้ำคดเคี้ยวดั่งัหมอบ สัตว์อสูรตัวมหึมาบินกลางท้องฟ้า
แต่ผมเป็แค่คนธรรมดาในหมู่คนมีความสามารถนั้น
แต่เพราะการที่ผมพล่ามสอนเอง คำสอนนั้นก็เข้ามาในหัวของผมเองเช่นกัน
ว่าเราไม่ใช่อัจฉริยะ ไม่จำเป็ต้องทำได้อย่างอัจฉริยะอย่างอี้จิง
เราเป็แพนด้าที่อ้วนๆเพราะไขมัน
ไม่ต้องให้ปราดเปรียวอย่างเสือ คล่องแคล่วอย่างงูหรือตั๊กแตน
เมื่อไม่มีหนทางที่เหมาะสมกับเรา เราก็ทำได้เพียงสร้างมันขึ้นมาเองเท่านั้น
เพราะพลังปราณยุทธเปิดโอกาสที่ไม่เคยมีมาก่อนให้เราแล้ว
ไม่ใช่เื่ที่จะท้อแท้หรือละความพยายาม
เราไม่ใช่อัจฉริยะ เราเป็เพียงคนธรรมดาที่มีข้อเสียเปรียบและได้เปรียบของเราเอง
การไม่มีอะไรโดดเด่น มีอะไรที่เป็เื่ไม่ดี? มันแปลว่าเราไม่มีจุดอ่อนที่คนอื่นสามารถหาช่องโหว่ได้
แต่แน่นอนนั่นก็ตามมาด้วยความที่ไม่มีจุดเด่นทำให้ไม่สามารถรับการโจมตีที่เกินขีดจำกัดได้
แต่นั่นก็เป็สิ่งที่ทำให้เราสามารรถเปลี่ยนแนวทางและจุดยืนของเราเองได้เช่นกันเมื่อหนทางนั้นตีบตันก็เืเดินทางอื่น
ขอเพียงแค่ทำความเข้าใจตลอดเส้นทาง
ทุกก้าวที่เดินไปก็จะไม่มีสูญเปล่า
แพนด้าอ้วนก็ต้องถูกล่อด้วยอาหารคือสัจธรรมของยุทธภพ
แพนด้าอ้วนก็ต้องมีวิชาของแพนด้าอ้วนๆโดยเฉพาะ
ถ้าอี้จิงคืออาลี ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด
ผมก็ต้องพัฒนาฝีมือในฐานะ จอร์จโฟร์แมน ผู้ที่มีหมัดที่ทรงพลังที่สุด ที่เคยเกือบจะคว่ำอาลีลงมาแล้ว
พลัง
พลังที่ไร้เหตุผล
พลังที่ทำเอาอัจฉริยะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไม่สามารถหลบพ้นมาแล้วได้
การคุกคามที่อาลีเรียกว่าทนได้เพราะพลังใจล้วนๆ ไม่ใช่เทคนิค ไม่ใช่การฟุตเวิร์กดุจผีเสื้อ
เมื่อไม่สามารถคาดหวังไหวพริบที่ฉับไวของตนเองในการที่จะเทียบเท่าเหล่าอัจฉริยะในเชิงยุทธ ที่ผมจะทำได้คือเตรียมตัวทุกอย่างที่เป็ไปได้นอกเหนือจากการต่อสู้นั่นเอง
ผมไม่คิดจะแข่งกับอัจฉริยะในสังเวียนที่พวกเขาถนัดเลยแม้แต่น้อย
ผมจะแข่งในสังเวียนที่ผมถนัด
คำสอนที่ผมกล่าวสอนอี้จิง ผมเอามาสอนตนเอง
อี้จิงเหมือนกับคนที่อยู่เหนือกราฟรูประฆังคว่ำในการเรียนรู้ของโลกนี้ ส่วนผมอยู่ระดับระฆังที่ต่ำกว่ามาตรฐานในไหวพริบด้านการต่อสู้
อย่างที่เคยบอกคนหัวทึบกับอัจฉริยะต้องแยกออกมาจากการฝึกแบบแผนปรกติ
อี้จิงคืออัจฉริยะ
ผมคือคนหัวทึบ
ใช้วิธีที่มีแต่คนหัวทึบเท่านั้นที่จะใช้ได้สร้างกระแสไฟฟ้าในมือและแค่วางมือออกไป
“หมัดเทพอสนี”
ทั้งร่างของผมเต็มไปด้วยสายฟ้าและสายฟ้านั้นพุ่งออกไปจากมือไปที่เป้าซ้อมมือของพวกเราที่อยู่จากระยะไกลออกไปมากกว่าห้าสิบก้าว
เป้าที่รองรับการฝึกที่มีร่องรอยดาบฟัน ธนูปักต่างๆนั้นกลายเป็ลุกไหม้ด้วยพลังไฟฟ้ามหาศาล
นี่คือคำตอบของผมในการต่อสู้กับคนอัจฉริยะ
เมื่อสู้กันในฐานะบุคคลได้ ผมจะคิดแบบกองทัพ
เมื่อไม่สามารถโจมตีบุคคลได้
ผมจะโจมตีทางพื้นที่และระยะ
ต่อหน้าพลังสายฟ้าจาก์ ไม่มีสิ่งไหนที่ไม่อาจสยบ
“เยี่ยมมากเลยค่ะ ท่านพี่ ท่านพี่ช่างอัจฉริยะจริงๆเลยค่ะ”
อี้จิงร้องชมอยู่ข้างๆอย่างะโโลดเต้นยินดี
ผมพยักหน้า
นี่คือขั้นตอนการต่อสู้ของผม เมื่อไม่สามารถสู้ได้ด้วยกระบวนท่าก็สู้ด้วยยุทธวิธีที่เปลี่ยนแิเื่การต่อสู้ั้แ่พื้นฐาน
เราไม่สามารถประลองยุทธวิธีกับสุดยอดนักกลยุทธแห่งยุคเช่นคนอย่างฮันนิบาลหรือขงเบ้งให้ชนะได้
ดังนั้นก็จงอย่าได้ประลองกับพวกนั้น
วิธีการของสุมาอี้เมื่อเจอคนที่เก่งเทพกว่าเราก็คือการหลีกเลี่ยงการปะทะโดยตรงนั้นถูกต้องแล้ว
อย่าสู้ในสมรภูมิที่พวกนั้นได้เปรียบ
ความจริงแล้วสังเกตเห็นว่านักการทหารตะวันตกของโรมัน ก็ใช้ยุทธวิธีดเดียวกับสุมาอี้ในการเผชิญหน้ากับฮันนิบาล
คือ เมื่อเผชิญกับสุดยอดนักการทหารแห่งยุคซึ่งๆหน้าแล้วจะแพ้ ก็อย่าได้เผชิญหน้า
ค่อยๆใช้ทรัพยากรที่เหนือกว่า บีบสุดยอดนักการทหารแห่งยุคไม่ให้มีหมากเดินจนขงเบ้งและฮันนิบาลพ่ายแพ้
มันไม่ใช่วิธีที่สวยงามหรือมีเกียรติยศ
และเป็วิธีที่คนใช้ต้องรู้ตัวดีว่าฝ่ายตนเองนั้นด้อยกว่าฝ่ายตรงข้าม
ผมเป็แค่แพนด้าอ้วนๆจึงทำใจอย่างนั้นได้ง่ายกว่า
สร้างสนามการต่อสู้ของเราเอง ที่ตัวเราเป็คนกำหนดกติกาเอง คือวิธีการต่อสู้กับพวกอัจฉริยะในประวัติศาสตร์
“อะเอ่อ ท่านพี่จะสอนวิชานี้ให้หนูหรือเปล่าคะ”
ผมไม่มีเหตุผลอะไรที่จะปฏิเสธ
“ได้สิ จะสอนให้”
ผมพยักหน้ารับ
“แล้วท่านพี่ไม่มีเคล็ดวิชาที่เก็บไว้เป็ความลับแบบสำนักอื่นๆหรือคะ?”
เอ๋ ของแบบนี้มันต้องมีด้วยหรือ?
หากอาจารย์ตายไปก่อนการสอนวิชาก็สาบสูญจากการถ่ายทอดน่ะสิ
“ฮืม เอาไว้ป้องกันหรือกำราบศิษย์ทรยศหรือ? หรืออี้จิงจะทรยศพี่?”
ผมแกล้งล้ออี้จิง
“มะไม่มีวันค่ะ “
แต่พอเธอเห็นผมแอบยิ้มเธอก็งอนหันหน้าไปอีกทาง
“ไม่เอาแล้ว ท่านพี่ขี้แกล้ง”
ในหัวของผมคิดว่าอะไรที่ควรเป็วิชาลับของสำนัก
“อืมวิชาที่ว่าอันตรายมันก็มีแต่ก็เป็แค่ทฤษฎีล่ะนะ
“
ผมเทน้ำใส่ขวดเล็กๆและยื่นให้อี้จิง
“อี้จิงใช้ความเย็นทำให้น้ำเย็นที่สุดที”
อี้จิงเอามือมาจับขวดน้ำ
ตาของเธอเรืองแสงสีน้ำเงินและไอเย็นปกคลุมขวดน้ำจนมีไอน้ำปกคลุมขวดน้ำจางๆ
“จากนั้นเอาขวดน้ำไปวางไกลๆตรงเป้านั้นและถอยมาตรงนี้”
ร่างของอี้จริงกลายเป็เงาพลิ้วไหววินาทีหนึ่งและย้อนกลับมาด้วยความรวดเร็ว
นี่คือวิชาที่ผมคิดขึ้นได้หลังจากที่ัั”พลังคลื่น”ที่แสดงถึงการที่สมอง”ความคิด”นั้นควบคุมลมปราณต่างๆ
ความรู้สึกของผมััน้ำที่อยู่ในขวดที่ปิดจุกได้
ประกายััไฟฟ้าหนึ่งกระตุ้นให้น้ำแยกกลายเป็อ็อกซิเจนและไฮโดรเจน
บรึ้ม
เศษซากเป้าซ้อมที่ไหม้เกรียมเพราะหมัดเทพอสนี ถูกแรงะเิจากขวดน้ำดินเผากระจายกันเป็เสี่ยงๆ
ดีที่ผมเกร็งพลังเอาไว้ก่อนแล้ว
อี้จิงกลับหลบหลังผมอย่างหวาดกลัว..เธอกลัวเสียงดังและอุดหูไว้
นี่แม่คุณวรยุทธสูงยังกลัวของพรรค์นี้เรอะ?
แต่ผมก็กลับมาคิดได้ว่าเธอยังเด็กนี่นาและนางเอกชอบทำตัวอ่อนแอทั้งที่สามารถฆ่าได้เกือบทุกคนในเื่ได้ด้วยมือเปล่า แต่ก็ยังทำตัวอ่อนแอให้พระเอกมาช่วย ด้วยเหตุผลบางประการ
ผมอาจจะต้องฝึกเธอให้คุมสติให้ดีขึ้นแล้ว
คนเราไม่สามารถละเลยการฝึกจิตใจได้
“โอ๋ ไม่ต้องกลัวไม่เป็อะไรแล้ว”
“ท่านพี่คนบ้า คนบ้า ฮือ อุ้มหน่อย”
ผมอุ้มตามที่เธอบอก เฮ้อ ผมก็ผิดเอง
คนในยุคนี้อาจจะกลัวแสงสีแสงล่ะนะ
ดอกไม้ไฟเป็ของมูลค่าสูง แค่ประทัดก็นับว่าเป็ของดีมาก
ทันใดนั้นเหล่าผู้าุโก็ปรากฏตัวบนลานประลองหน้าตาเคร่งเครียด
“เ้า..เกิดอะไรขึ้น?”
ผมทำสีหน้าเงียบขรึมที่ผู้าุโร้อยวันพันปีไม่เคยโผล่ในความขัดแย้งของเด็กในตระกูลกลับมาโผล่ในตอนนี้
ััของผมว่ารอบข้างทีพั่กและในจวนเตรียมระวังความพร้อมเต็ที่เมื่อมีเสียงะเิขนาดย่อมๆดังขึ้น
“หวังลี่ขออภัยผู้าุโ เสียงะเิที่เกิดขึ้นเกิดจากวิชาของหวังลี่ที่ยังฝึกไม่สำเร็จ”
ผู้าุโที่เคราขาวมองดูเป้าฝึกซ้อมที่กระจายสภาพเป็เสี่ยงๆไม่เหลือซากสมบูรณ์
สูดลมหายใจและพูดราวกับไม่อยากเชื่อว่า
“วิชา..ที่ยังไม่สำเร็จ”
“ถูกแล้วท่านผู้าุโ หากฝึกสำเร็จจะกำจัดวงความเสียหายได้ ไม่กลายเป็สภาพเละเทะเช่นนี้ ขออภัยผู้าุโที่มาดูสภาพน่าทุเรศของหวังลี่แล้ว”
ผมก้มหัวขออภัยอีกครั้ง
ผมรู้สึกว่าไม่อยากจะหาเื่หรือข่มตนใส่ผู้าุโ
ภายนอกผู้าุโดูกังวลแปลกๆอาจจะเพราะผมฝึกสายตามาดี จึงดูพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงเล็กๆน้อยออก
บรรยากาศเงียบแบบแปลกๆไปพักหนึ่ง
“เอ ท่านผู้าุโ ขออภัยแต่พวกเราไม่มีเื่อันใดจริงๆ
ฮืมม
ผู้าุโส่งเสียงในลำคอ ยกมือทำสัญญาณและทุกคนจากไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกครั้ง
บ้านนี้มันสยองขวัญแบบแปลกๆจริงๆพับผ่าสิ
..