หลังจากที่เบลตื่นเธอก็ไม่ได้นอนอีกเลยตลอดทั้งคืน เธอรู้สึกทั้งดีใจ มึนงงและสงสัยในเวลาเดียวกัน ร่างบางยืนจ้องมองคนที่อยู่ในกระจกตลอดเวลาจนถึงเช้า สมองทำงานอย่างหนักเพื่อประติดประต่อเื่ราวต่างๆที่เกิดขึ้นจนเข้าใจในที่สุด เป็เวลากว่าหนึ่งอาทิตย์ที่เบลใช้เวลากับร่างกายใหม่จนคุ้นชิน หลังจากที่คิดว่าตัวเองพร้อมแล้วเบลก็ตัดสินใจที่จะกลับไปบ้านเด็กกำพร้าเพื่อเยี่ยมแม่และน้องๆ
ก่อนเดินทางกลับเบลก็ไม่ลืมที่จะแวะซื้ออาหารและขนมเพื่อไปฝากเด็กๆ ั้แ่เบลออกจากร้านของลุงอีวานก็ขาดการติดต่อกับทางบ้านไป และเมื่อเริ่มตั้งตัวได้จากการขายภาพเบลก็ฝากให้คริสจัดการส่งเงินกลับไปให้แม่ที่บ้านเด็กกำพร้า ทว่าตลอดเวลาั้แ่ออกมาข้างนอกแล้วเบลไม่เคยได้กลับไปที่บ้านเลยสักครั้ง ไม่ใช่เพราะเธอไม่อยากกลับแต่เป็เพราะเหตุผลส่วนตัวที่ทำให้ไม่อยากกลับไปในตอนนั้น รถแท็กซี่ขับแล่นไปตามทางเป็เวลาหลายชั่วโมงบนถนนที่มีปลายทางไปนอกเมือง เมื่อเดินทางมาถึงก็เป็เวลา่เย็นแล้ว
เธอลงจากรถแล้วยืนมองดูบ้านที่เคยอยู่ในตอนเด็กอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะมีร่างของหญิงชราเปิดประตูออกมา มองตรงมายังหน้าบ้านเห็นว่ามีคนยืนอยู่หญิงชราก็รีบเดินออกมาต้อนรับ เบลเห็นสภาพของแม่ที่มีร่างกายแย่ลงน้ำตาก็ไหลออกมาเอง ก่อนที่หญิงชราจะเข้ามาใกล้เบลก็รีบเช็ดน้ำตาออกเสียก่อน
“สวัสดีค่ะ”
“สวัสดีจ้า หนูมาหาใครเหรอคะ”
“อ่อ หนูชื่อ เซล่าค่ะ เป็เพื่อนของเบล”
“เบล!ตอนนี้เบลเขาอยู่ไหนเหรอหนู”
แม่ถามพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมา สำหรับเธอแล้วเด็กๆทุกคนต่างก็เหมือนลูกแท้ๆของเธอ ที่เบลต้องโกหกไม่บอกความจริงก็เป็เพราะหากเล่าไปแล้วคงไม่มีใครเชื่อเื่ที่เกิดขึ้น เอาไว้หากถึงเวลาที่เหมาะสมแล้วค่อยบอกก็ยังไม่สาย เห็นท่าทีเศร้าของแม่เบลเองก็รู้สึกหวั่นไหวในใจ แม่คงจะคิดถึงพวกเด็กๆที่ออกไปจากบ้านอย่างมาก มีหลายคนที่ยังแวะเวียนกลับมมาเยี่ยมบ้าง แต่ก็มีหลายคนที่ห่างหายไปเลยก็มี
“พอดีตอนนี้เบลเขาอยู่ต่างประเทศ ไปทำงานนะคะ เบลเลยฝากให้หนูมาเยี่ยมแทน”
“เบลสบายดีสินะ”
“เบลสบายดีคะ เอ่อ!นี่คะ เบลฝากซื้อของมาให้ด้วย”
“ขอบคุณจ๊ะหนู ข้างนอกอากาศเย็นแล้ว เข้ามาด้านในกันก่อนดีกว่า”
เบลหยิบถุงขนมก่อนที่จะเดินตามแม่เข้าไปในบ้านติดๆ เมื่อเข้ามายังด้านในก็สังเกตเห็นหลายอย่างที่ดูผิดปกติ ตัวบ้านที่มีสภาพทรุดโทรมเป็อย่างมาก เสื้อผ้าของแม่ที่ดูเก่ามีบางส่วนที่ขาดหรือเป็รู เดินเข้ามาอีกหน่อยก็พบเด็กๆประมาณสิบกว่าคนกำลังนั่งทานอาหารกันอยู่ แต่เมื่อเห็นสิ่งที่เด็กๆกำลังกินกันอยู่เบลก็ต้องแสดงความใออกมา ตรงกลางโต๊ะมีถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปวางอยู่สองถ้วย ด้านหน้าของเด็กๆมีจานข้าวสวยคนละจาน ภาพที่เบลเห็นคือเด็กๆกำลังตักบะหมี่กินกับข้าวเห็นแล้วก็อดที่จะเวทนาไม่ได้
“แม่คะ บอกให้เด็กๆหยุดทานกันก่อนนะคะ เดี๋ยวหนูสั่งอาหารมาให้ใหม่”
หญิงชราเดินไปตรงหัวโต๊ะแล้วก็พูดกับเด็กๆ เมื่อเด็กๆได้ยินต่างก็ส่งเสียงดีใจกันออกมา และเมื่อถามว่าอยากกินอะไร ก็มีหลากหลายเมนูที่ถูกนำเสนอออกมา แม่พาเบลในชื่อของเซล่ามาแนะนำให้กับเด็กๆได้รู้จัก ดูแล้วเบลน่าจะเป็ที่ชื่นชอบของเด็กๆไม่น้อย เบลเลือกสั่งเมนู ไก่ทอด และทะเลเผามาเป็มื้อเย็นวันนี้ รวมไปถึงเครื่องดื่มอีกสองสามอย่าง ระหว่างที่รออาหารอยู่นั้นเบลก็ขอคุยกับแม่ตามลำพัง เบลอยากจะรู้เื่ราวที่เกิดขึ้นที่นี่และสภาพความเป็อยู่รวมไปถึงสภาพทางการเงินของบ้านด้วย
“แม่คะ แม่ช่วยเล่าเื่ราวให้หนูฟังหน่อยคะ”
หญิงชราค่อยๆเล่าเื่ราวให้กับเบลฟัง เมื่อเล่าจบแล้วเบลก็พอจะเข้าใจเื่ราวต่างๆที่เกิดขึ้น จากตอนแรกที่ปลงกับอะไรหลายๆอย่างแล้ว แต่เมื่อได้ฟังเื่ของคริสที่เบลฝากจัดการเื่เงินที่ต้องส่งมาให้ที่บ้านมันก็อดที่จะโกรธไม่ได้ แม่บอกว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาที่บ้านไม่เคยได้รับเงินของเบลสักครั้ง เบลเข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น เื่ของคริสเบลจะเอาไว้จัดการในภายหลัง ในตอนนี้เธอต้องแก้ไขปัญหาตรงหน้าเสียก่อน
ราว15นาทีรถส่งอาหารก็มาถึง ถุงบรรจุกล่องอาหารหลายถุงถูกนำมาวางอยู่บนกลางโต๊ะ ทุกๆคนต่างก็ช่วยกันจัดวางอาหารจนเต็มโต๊ะ ประกอบไปด้วยหลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็ไก่ทอด กุ้งเผา ปลาหมึกลวกจิ้ม ต้มยำปลากะพง เมนูยำต่างๆ และยังมีอีกหลายอย่าง เด็กๆเห็นอาหารที่อยู่ตรงหน้าต่างก็แสดงความดีใจกันออกมา
“ดูท่าเด็กๆคงจะหิวกันแย่แล้ว รีบให้ทานกันตอนที่ยังอุ่นๆดีกว่าคะ”
ได้รับอนุญาตเด็กๆก็รีบทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย เบลลุกขึ้นเดินไปตักข้าวผัดและกับข้าวบางอย่างเอามาให้แม่ แม่รับมาด้วยมือที่สั่นเครือ หญิงชราค่อยๆตักข้าวทานอย่างช้าๆ ประมาณหนึ่งชั่วโมงต่อมาก็ทานกันเสร็จครบทุกคน เด็กๆช่วยกันเก็บกวาดทำความสะอาดเสร็จแล้วก็ไปอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอนกัน หลังจากเด็กๆแยกย้ายกันไปแล้ว เบลก็มาคุยกับแม่อีกครั้ง เบลหยิบมือถือขึ้นมาดูยอดเงินของตนในบัญชี เห็นว่าเหลือจำนวนไม่มากแล้วประมาณหนึ่งแสน
เบลทำการโอนเงินไปให้แม่จำนวน5หมื่นบาทก่อน ส่วนที่เหลือเธอจะไว้ใช้และส่วนนึงจะนำไปลงทุน แม่เห็นจำนวนเงินที่แจ้งเตือนจากมือถือน้ำตาก็พรั่งพรูออกมาด้วยความโล่งใจ เบลมีแผนที่จะหาเงินในอนาคตแล้ว แต่ตอนนี้จำเป็จะต้องแก้ไขปัญหาตรงหน้าให้ผ่านไปเสียก่อน มองดูเวลาเห็นว่าดึกแล้วเบลจึงจะขอตัวกลับไปก่อน แม่เห็นว่ามันดึกแล้วจึงเอ่ยปากชวนเบลให้นอนที่นี่เพราะกลัวอันตรายหากต้องเดินทางตอนนี้
หลังจากที่เดินพาเบลมาส่งห้องแล้วแม่ก็กลับไป เข้ามายังในห้องว่างขนาดเล็กเบลก็รู้สึกคิดถึงความหลัง เธอค่อยๆเดินไปนั่งลงบนเตียงสายตาก็กวาดมองไปรอบๆ สมองก็คิดเื่ต่างๆไปพร้อมกัน ด้วยความเหนื่อยล้าไม่นานนักร่างของหญิงสาวก็เอนลงบนที่นอนเข้าสู่ห้วงนิทราไป เช้าของวันใหม่หลังจากที่ตื่นแล้วเบลก็ไปลาแม่กับพวกเด็กๆแล้วก็เดินทางกลับไป
วันนี้ทั้งวันเบลเดินทางไปหลายที่ทำธุระต่างๆ เงินส่วนหนึ่งถูกนำไปใช้จนจำนวนตัวเลขในบัญชีเหลือเพียงแค่หลักพัน หลังจากที่ได้สิ่งที่้าครบแล้วเบลก็เดินทางกลับห้องพัก หลังจากที่กลับมาถึงเธอก็ลงมือวาดรูปทันที ก่อนหน้านี้เบลได้ทำการสืบค้นหาเกี่ยวกับภาพวาดของเธอแล้ว พบว่าผลงานของเธอนั้นยังคงเป็ที่้าของผู้คนอยู่เสมอ เหล่านักสะสมต่างแย่งชิงผลงานที่มีหลุดมาในตลาดอยู่ตลอด จากตอนแรกเป็แค่รูปงานศิลปะแต่ตอนนี้กับกลายเป็ทรัพย์สินไปแล้ว
พู่กันขนาดเล็กใหญ่สลับกันวาดลวดลายลงสู่ผ้าใบผืนกว้าง เสมือนว่าหญิงสาวกำลังอยู่ในมนต์สะกด เธอกวัดแกว่งพู่กันติดต่อกันหลายชั่วโมงซ้ำไปซ้ำมา 10ชั่วโมงผ่านไปการกระทำของหญิงสาวก็หยุดลง เบื้องหน้าของเธอปรากฏภาพของัสีทองตัวเขื่องกำลังแหวกว่ายสายลมลอยอยู่กลางนภา ด้านล่างของสัตว์ในตำนานประกอบไปด้วยเหล่าสรรพสัตว์น้อยใหญ่มากมายที่กำลังแสดงท่าทีหวาดกลัวอยู่ ความรู้สึกครั้งแรกที่เห็นภาพเป็ความรู้สึกถึงพลังอำนาจ การปกครอง หวาดกลัว และเคารพ นี่เป็สิ่งที่เบลอยากจะสื่อออกมา หลังจากที่ใช้พลังงานไปจนหมดเบลก็เดินฟุบลงนอนที่เตียงทันที
1 เดือนต่อมา ณ โรงแรมพาราดีฮีล วันนี้มีงานนิทรรศการงานศิลปะต่างๆหลากหลายแขนง มีศิลปินจำนวนมาก้าจะนำผลงานของตนเข้าร่วมงานนี้ แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะสมหวัง หาก้าเข้าร่วมแสดงผลงานจำเป็ต้องส่งผลงานเข้ามาให้คณะกรรมการประเมินเสียก่อน หากผ่านการประเมินก็จะสามารถเข้าร่วมงานได้ นาฬิกาขนาดใหญ่แสดงตัวเลขเวลา 09.09น. งานนิทรรศการก็ได้เริ่มขึ้น มีผู้คนมากมายหลั่งไหลเข้ามาที่งานกันอย่างไม่ขาดสาย มีั้แ่คนทั่วไปจนไปถึงระดับเศรษฐี หากผลงานเป็ที่ถูกใจก็สามารถเสนอต่อรองกับเ้าของได้เลย
งานดำเนินไปอย่างราบรื่นจนถึง่เที่ยง ความวุ่นวายก็เริ่มเกิดขึ้นที่บูธผลงานแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ตรงกลาง ผลงานที่จัดแสดงอยู่ที่นี้เป็ภาพวาดของสัตว์เทพในตำนาน สัตว์ที่อยู่ในภาพแต่ละตนราวกับว่ามีชีวิตจริงๆ สีทองที่ใช้รังสรรค์ภาพขึ้นมายิ่งทำให้รู้สึกถึงพลังอำนาจและความมั่งคั่ง ในตอนแรกที่ผู้คนเริ่มมาชมผลงานยังไม่ได้เกิดความวุ่นวายสักเท่าไร แต่เมื่อมีบุคคลหนึ่งพูดว่านี่เป็ผลงานของศิลปินปริศนานาม “เซล่า” ที่หายตัวไปความวุ่นวายก็เกิดขึ้นทันที บรรดานักสะสมรวมไปถึงเหล่าเศรษฐีต่างรีบเดินทางเพื่อมาแย่งชิงผลงานชิ้นนี้
“ผมขอเสนอให้10ล้าน ขายให้ผมเถอะนะ”
“ฉันให้ 100ล้าน สำหรับภาพนี้”
“150ล้าน”
แต่ละคนเริ่มเสนอราคากันอย่างวุ่นวาย จากนั้นไม่นานก็มีคนมาสมทบอีก ราวกับว่าเป็งานประมูลราคาเริ่มขยับสูงขึ้นๆไปเรื่อยๆ เบลที่ยืนแฝงตัวอยู่ในฝูงชนก็ยืนตะลึงเมื่อได้ยินราคาเสนอ ตอนนี้มูลค่าของภาพสูงถึง 210ล้านบาท ตลอดเวลาที่ผ่านมาเบลไม่เคยรู้เลยว่าภาพของตนนั้นจะมีมูลค่าสูงถึงเพียงนี้ เป็เพราะคริสเป็คนจัดการเื่เงินของเธอทั้งหมด เมื่อผู้ดูแลทราบเื่ก็รีบมาเพื่อควบคุมสถานการณ์ทันที
“สวัสดีครับ ผมเนลสัน เป็ผู้ดูแลของงานวันนี้ อย่างที่ทุกท่านทราบกันดี ว่าผลงานภาพนี้เป็ชุดผลงานของคุณเซล่าศิลปินปริศนาที่หายตัวไปก่อนหน้านี้ คุณเซล่าได้มอบหมายให้ผมเป็คนจัดการดูแล ทีนี้ผมจะบอกเงื่อนไขนะครับ หากท่านใดที่จะ้าเป็เ้าของภาพ ให้เสนอราคามาได้เลยครับ ใครเสนอราคาสูงที่สุด ภาพนี้ก็จะตกเป็ของท่านั้นทันทีครับ”
“250ล้าน”
“270ล้าน”
“271ล้าน”
.
.
.
.
การประมูลดำเนินไปอย่างดุเดือด ผ่านไประยะเวลาหนึ่งผู้เข้าร่วมก็เริ่มเหลือน้อยลง ตอนนี้มีไม่ถึง 10 คนที่ยังต่อสู้กันอยู่ ราคาตอนนี้พุ่งสูงขึ้นเหยียบหลักพันล้านเป็ที่เรียบร้อย
“1,010ล้าน”
สิ้นเสียงเสนอราคาผู้คนต่างก็จับจ้องไปยังคนประมูล เขาเป็ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา รูปร่างสูง ด้านข้างมีหญิงสาวหน้าตาดียืนอยู่ด้วย สังเกตจากหน้าตาและการแต่งตัวทั้งสองดูแล้วคงจะเป็คนจีน
“1,050ล้าน”
“เราย้อมแพ้เถอะค่ะคุณหนู หากคุณท่านทราบจะต้องโกรธมากแน่ๆ”
“ไม่เป็ไรค่ะ หนูจะเป็คนอธิบายกับคุณพ่อเอง”
เป็หญิงสาวจากตระกูลผู้ดีเสนอราคามาอีกครั้ง เธอมีรูปร่างหน้าตาราวกับเ้าหญิง ผิวพรรณเปล่งประกาย กิริยามารยาทถูกสอนมาอย่างดี แต่ละการกระทำถูกระมัดระวังก่อนเสมอ เนลสันเห็นว่าไม่มีใครเสนอแล้วจึงเริ่มนับถอยหลัง
“1,050ล้าน ครั้งที่ 1”
“1,050ล้าน ครั้งที่ 2”
.
.
.
“1,100 ล้าน!!”