ในวันรุ่งขึ้นผมแปลกใจที่ตนเองไม่ได้มีพฤติกรรมเปลี่ยนไปแม้แต่น้อยแม้ไปเห็นสิ่งใหม่ ๆ มามากแค่ไหน ตื่นสายเช่นเดิม เล่นเกมแบตเทิลเอิร์ธทั้งวัน่เบื่อก็สลับมาออกล่าสัตว์ประหลาดบนดวงจันทร์ของดาวยูเรก้าในเกมเดย์ฮันต์ ชีวิตผมวกวนอยู่กับการใช้เครื่องทำอาหารอัตโนมัติซักผ้า ชมวิวที่ระเบียง กินข้าวผัดกะเพรา แล้วก็วนมาเล่นเกมในโลกประดิษฐ์ ผมทดลองหยิบบันทึกแอปมายไดอะรีมาสแกน อ่านอย่างรวดเร็วก่อนพบว่าไม่ได้เพิ่มความกระตือรือร้นผมรู้สึกว่าตนเองเป็เด็กดื้อที่แค่อยากเอาชนะคำชักชวนของธรณี เอาชนะความคาดหวังของธรณีที่ทำให้ผมหันมาสนใจการเมืองและสนใจสังคม
แต่นั่นไม่ใช่ตัวตนของเรา ทำไมเราต้องฝืนตัวเองด้วย
ห้องธรณียังคงล็อกเช่นเคยผมรู้มาว่าวันอาทิตย์เป็วันอิสระของเขา จะไม่มีโปรแกรมตายตัวเมื่อวานนี้เขาบอกคร่าว ๆ ว่าจะนัดคุยกับกลุ่มเพื่อนที่ชื่อว่ากลุ่มคลับซันเดย์ (Club Sunday) เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันแต่ไม่ยอมระบุรายละเอียดว่าเกี่ยวกับอะไรและเขาเองก็คงรู้ว่าบอกผมไปก็เข้าหูซ้ายทะลุหูขวาอยู่ดี
{ ผมวางมือถือไว้บนโต๊ะก่อนจะเปลี่ยนใจหยิบขึ้นมาอีก กลัวว่าธรณีจะถามถึงตอนเขากลับมาถ้าพบว่าผมไม่สนใจเขาคงยึดคืนอย่างแน่นอนผมรู้มาจากธรณีว่าโทรศัพท์มือถือในยุคนี้แม้รุ่นใหม่สุดก็ไม่ได้พัฒนาสิ่งใดที่ดูแตกต่างอย่างก้าวะโจากยุคผมมากนักเหมือนมาถึงทางตันที่ยิ่งคิดไปไกลยิ่งเลยเถิดเกินกว่าจะใช้ในชีวิตประจำวันได้ผู้ผลิตจึงเปลี่ยนแนวทางมาทำเป็โมดูลาร์[1]สามารถถอดประกอบได้ตามใจ อยากเพิ่มเซนเซอร์ตรวจวัดชีพจรหรือเก็บตัวอย่างเืก็ทำได้ หรือจะเพิ่มเครื่องฉายฮอโลแกรมก็ทำได้จะซื้อมาแบบถอดได้ หรือจะสั่งโรงงานทำตามตัวเลือกที่เราอยากได้ก็ทำได้เพราะอย่างไรการซื้อเครื่องพิมพ์สามมิติมาทำเองก็มีต้นทุนสูง ไม่คุ้มค่าอยู่ดีส่วนโทรศัพท์เครื่องเก่าธรณีที่ผมได้มาก็เทียบเท่ากับสมาร์ทโฟนทั่ว ๆ ไปในยุคของผมทำให้เข้าใจการใช้งานได้เกือบในทันที
ผมลองพิมพ์กดหาข้อมูลเพลย์ลิสต์เพลงท็อปฮิตติดชาร์ตรายชื่อเพลงเด้งมาเป็ตับ แน่นอนว่าทุกอันเป็ชื่อที่ไม่คุ้นหู แถมยังมีหลากหลายภาษาไม่ใช่แค่ไทยกับอังกฤษผมลองค้นหาเพลงที่ตนเคยฟังในยุคมิลเลนเนียมก็ยังเจอสามารถแถมยังสามารถดาวน์โหลดได้ เดาว่าน่าจะหมดลิขสิทธิ์ไปแล้วแบบเดียวกับโดราเอมอน ผมดีใจน้ำตาแทบไหลเมื่อได้ทดลองฟังเพลง“ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ” ของ ป๊อบ ดาเพลงโปรดที่ผมเล่นกีตาร์บ่อยที่สุด แน่นอนว่าร้องตามได้จนจบเพลงแต่โชคดีที่ไม่มีใครฟังเสียงแหบพร่าอันหาความไพเราะมิได้นี้เพลงหลังจากยุคนี้ไม่มีเพลงไหนที่ทำให้ผมอินจนซาบซึ้งได้อีก อย่างว่าคนเราส่วนใหญ่ก็จะชอบเพลงในยุคของตนเอง มันเป็อคติของนอสทัลเจีย[2]}
ผมเห็นโลโกของแอปที่ชื่อว่า ‘เอ็นทีเอฟ’หรือ ‘นีโอไทยเฟรนด์’ (NTF: Neo-Thai Friend) อยู่บนหน้าจอมือถือ เมื่อกดรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีอักษรเอ็นตรงกลางหน้าจอก็เข้าสู่หน้าล็อกอิน ให้กรอกชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน เพิ่งนึกคำพูดธรณีได้ว่าถ้าจะสมัครบัญชีของโซเชียลมีเดียของรัฐก็ต้องยืนยันตัวตนหากจะสร้างของปลอมได้ จึงต้องเลี่ยงไปใช้โซเชียลมีเดียเว็บอื่นแทนแต่จะมีประโยชน์อะไร ในเมื่อเขาไม่มีเพื่อนหรือถ้าจะสมัครเพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารก็รู้สึกว่าเสพเอาจากทีวีง่ายกว่า
ผมทดลองใช้อินเทอร์เน็ตดูแล้ว จริง ๆแล้วมีคำถามมากมายเกี่ยวกับโลกใบนี้ซึ่งสามารถค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต ได้แต่เขาไม่รู้จะหาข้อมูลไปทำไม ในเมื่อวันนี้หรือพรุ่งนี้เขาอาจถูกส่งกลับโลกเดิมแล้ว อยู่ไปวัน ๆ ให้มีความสุขจะดีกว่า ไม่ต้องเปลืองสมองผมเลยทดลองเข้าร้านค้าหาวิธีดาวน์โหลดแอปใหม่ ๆ แต่ไม่รู้จะทำไปทำไมอีกในเมื่อเครื่องมือสร้างโลกประดิษฐ์ก็ตอบโจทย์ทุกอย่างผมสามารถดูข่าว ท่องเที่ยว ดูหนัง เล่นเกม เปิดหน้าจอท่องโลกอินเตอร์เน็ตก็ได้และสนุกกว่าการเล่นมือถือ ก่อนมาโลกนี้ผมใช้มือถือแค่โทรเข้าออกอยู่แล้ว บัญชีโซเชียลมีเดียถูกทิ้งร้างเหมือนเ้าของไม่มีตัวตนสาเหตุที่ผมไม่เสพติดอาจมาจากอายุที่เริ่มได้มือถือครั้งแรกกว่าพ่อแม่จะเก็บเงินซื้อให้ได้ก็ปาเข้าไปตอนใกล้จบ ม.ปลาย อีกอย่างผมเคยถูกความคิดเห็นบนโลกออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์จนจิตตกบางคนตำหนิทั้งที่เห็นแค่หัวข้อโดยไม่อ่านเนื้อหาบางคนเจอหน้าเราก็ด่าแล้วทั้งที่ไม่เคยฟังเราพูดจนจบด้วยซ้ำ ข้อสรุปคือไม่รับรู้สบายใจที่สุด
เสียงดังขึ้นเป็เสียงริงโทนของเพลงคลาสสิกสักเพลงพร้อม ๆกับโทรศัพท์ที่สั่นอยู่ในมือผม ชื่อธรณีปรากฏใต้รูปเงาคนเปล่า ๆที่ไม่ได้ใส่รูปโพรไฟล์ไว้ผมกดปุ่มรับสายกลางหน้าจอ ผมดูเวลาบนนาฬิกาข้อมือแล้วแปลกใจ นี่แค่เที่ยงครึ่งอยู่
“ท่านรับสายช้านะ นึกว่าฝึกไว้แล้ว”นี่คือประโยคแรกที่เขาทัก ผมเห็นรูปกล้องที่มีเครื่องหมายกากบาททับไว้อีกฝ่ายน่าจะปิดกล้องไว้ ผมไม่รู้ว่าปุ่มปิดเปิดกล้องฝั่งผมอยู่ตรงไหนเลยหันกล้องไปบนเพดานเพื่อความปลอดภัย
“เออน่า กดรับถูกก็ดีแล้ว.. มีอะไรจะกลับมาเร็วเหรอ”
“เปล่า แค่ถามว่าจะเอาอะไรวันนี้ไม่ออกไปนอกแล้วนะ” ผมลืมไปซะสนิทเช้านี้ธรณีกดสั่งวัตถุดิบอาหารส่งมาผ่านท่อลมเพิ่มแค่นิดเดียวเพราะราคาแพงกว่าการซื้อข้างนอกแล้วถือเข้ามา
“อะไรก็ได้ กินเหมือนนายนั่นแหละ”คำตอบผมสิ้นคิดเช่นเดิม
“ว่าแล้ว ไม่มีอะไรละแค่ขออนุญาตเป็ทางการเฉย ๆ” ธรวางหูไป
ผมถอนหายใจนึกถึงเหตุการณ์ตอนที่มาโลกนี้ใหม่ ๆ แล้วไม่เชื่อว่าที่นี่คือประเทศไทยไม่เชื่อว่าสังคมจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็หลังมือได้ขนาดนี้เลยกล่าวหาธรณีว่ากำลังรวมหัวกับคนอื่น ๆ หลอกผมอยู่รึเปล่าแบบในหนังเื่เดอะทรูแมนโชว์[3]ซึ่งตัวเอกพบว่าชีวิตตนเองั้แ่เกิดจนโตคือรายการเรียลลิตี้ทีวีรายการหนึ่งบางทีนี่อาจจะเป็เกม ๆ หนึ่ง หรือไม่ก็เป็ความฝันที่ยาวนานก็ได้
“หา... เราจะหลอกท่านได้ยังไงท่านก็อยู่มาตั้งหลายวันแล้วน่าจะเห็นหลาย ๆ อย่างท่านหลอกเรายังน่าเชื่อกว่าอีก ถ้ามันเป็ความฝันจริงถามเราก็ไม่ได้คำตอบหรอกเพราะคำตอบเราก็จะเป็ส่วนหนึ่งของความฝันอยู่ดี ” ธรณีตอบดูเอือม ๆ
“แล้วผมควรทำยังไงดี”ในเวลานั้นผมลุกลี้ลุกลน ขัดกับท่าทีธรที่นิ่งสงบ
“ง่าย ๆ ไม่เห็นต้องสนใจเลยสิ่งรอบตัวที่ท่านเห็นมันเป็ไปแล้ว”
เมื่อคิดเช่นนั้น ผมก็กินอาหารเที่ยงให้เสร็จหย่อนจานชามช้อนส้อมลงในเครื่องล้างจานอัตโนมัติ ก่อนกลับไปสวมหมวกเล่นเกมตามเดิม
“นอนอีกแล้วเหรอ”ธรณีทักตอนที่เดินเข้ามา ผมเผลอหลับไปหลังจากชนะติดกันสามตารวดเลยไม่ได้สั่งเปลี่ยนโซฟาเป็เตียงนอน ผมลุกมานั่งสะลึมสะลือแถบคาดศีรษะยังวางอยู่ข้าง ๆตัว เหตุการณ์แบบเมื่อวานนี้ฉายซ้ำอีกรอบ
“เพิ่งเก็บเลเวลให้นายเนี่ยวันนี้ก็ได้ขึ้นมาตั้งหนึ่งเลเวลนะ” ผมแก้ตัว วันนี้เพื่อนผมกลับมาเร็วกว่าปกติเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าไม่ใช่วันทำงานของเขา “นายคาดหวังจะเห็นอะไร...”
ผมสะดุดตาที่ความว่างเปล่าบนอกเสื้อด้านซ้ายของเพื่อนเข็มกลัดสีทองที่มีรูปตราครุฑซึ่งเคยติดตลอดเวลาไม่ว่าจะชุดทำงานหรือชุดไปรเวทได้อันตรธานหายไป
“แล้วเข็มกลัดที่อยู่บนเสื้อนายหายไปไหน”ผมถามต่อด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไร้อาการเดือดเนื้อร้อนใจใด ๆ มันคงเป็แค่แฟชั่นสไตล์การแต่งตัวแปลกแหวกแนวของคนยุคนี้
“ติดไม่ได้เลย เก็บไว้แล้ว”ธรณีตอบเพียงเท่านี้ก่อนจะเดินไปที่ครัวสีหน้าเขาดูหงุดหงิดเป็ไปได้ว่าเข็มกลัดอาจจะเสียแต่ผมก็ไม่อยากคะยั้นคะยอเอาคำตอบต่อไป เพื่อนผมสั่งให้ไอรินทำน้ำส้มคั้นให้เหมือนทุกครั้งแต่ครั้งนี้เครื่องมันทำงานเองโดยไม่ต้องพูดหรือใช้สัญญาณมือเพื่อนฝึกการสั่งงานด้วยความคิดผ่านเอวีเอสอีของเขาสำเร็จแล้วเพื่อนผมคงฝึกตลอดคืนตามที่บอก เขาได้นอนหลับบ้างไหมนี่เขาหยิบแก้วน้ำส้มไปนั่งกินบนโซฟาเยื้องผม
“เราคาดหวังอะไรจากท่านเหรอ”ธรณีทวนคำถามที่ผมลืมไปแล้ว น้ำเสียงเขาดูเ็า “นั่งดูข่าว อ่านหนังสือ สนใจเหตุการณ์บ้านเมืองอะไรก็ได้ที่มีสาระ ท่านรู้ไหมว่าถึงจะเลเวล 99 ก็ไม่ได้เงิน ถ้าไม่ได้ทำเป็อาชีพ หรือไปแข่งอีสปอร์ตชนะ“
“อ้าว นายเป็คนจ้างฉันเองไม่ใช่เหรอ”
“เราจ้างท่านก็แต่แรกก็ไม่รู้จะให้ท่านทำอะไรเอาจริง ๆ เราแค่อยากคุยกับคนอื่นให้รู้เื่ แค่อยากปลดล็อกอะชีฟเมนต์[4] แต่ี้เีเล่นก็แค่นั้นสุดท้ายมันก็แค่ความบันเทิงที่ไม่ต้องมีก็ได้” ธรณีเน้นประโยคสุดท้ายผมเจ็บแปลบขึ้นสมอง รู้สึกเป็คนด้อยโอกาสที่ได้รับการสงเคราะห์
“แล้วนายมีอะไรจะให้ฉันทำไหม”เสียงผมเริ่มดังขึ้น ตามความโกรธ
“ไม่มีหรอก” เขายักไหล่“ก็เสนออะไรท่านก็ไม่เอาอยู่ดี ท่านเคยเล่าว่าเมื่อก่อนเป็แอกทิวิสต์ เป็นักกิจกรรมที่เคยต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยเห็นเล่าว่าไปพูดบนเวทีบ่อย ๆ แต่สิ่งที่เราเห็นก็แค่พวกอิกนอร์[5]ที่สนใจประชาธิปไตยน้อยกว่าเด็กคนหนึ่งซะอีก”
คำดูิ่ของธรณีทำผมรู้สึกเจ็บถึงทรวงแม้ว่ามันจะมีส่วนจริงไม่น้อย ธรณีเคยเล่าว่าเกลียดคนที่ไม่สนใจการเมืองเพราะคนเ่าั้เป็ตัวแทนของการยอมจำนนต่อความอยุติธรรมพวกเขาแค่การอ้างความเป็กลางเพื่อไม่อยากเปลี่ยนแปลง ถ้าเป็เมื่อก่อนคงโกรธเป็ฟืนเป็ไฟแต่ตอนนี้กลับไม่รู้สึกเช่นนั้น ผมแค่รำคาญ อยากหนีออกจากที่นี่ให้จนแล้วจนรอดแต่ก็อดกังวลถึงความทุกข์ยากที่จะตามมาไม่ได้ค่าตอบแทนจากการเล่นเกมคือที่พักและอาหาร ไม่ใช่เงิน ผมไม่มีเก็บเลยสักบาท
"นั่นมันเื่นานมากแล้ว"ผมตอบเพียงสั้น ๆ เราทั้งคู่เงียบกันครู่หนึ่ง ธรณีจงใจจิบน้ำส้มทีละน้อยผมพยายามจะเปลี่ยนเื่ จนเผลอถามโง่ ๆออกไป
“วันนี้ออกไปกินข้างนอกอีกไหม”คำถามนี้เริ่มทำธรณีฉุนเฉียว สีหน้าเขายียวนกวนประสาทพอ ๆ กับคำตอบ
“แสดงว่าท่านไม่ได้ฟังเราตอนกลางวันเลยอยากไปก็ไปเอง เราจะทำงาน แค่ออกไปเมื่อวานกับท่านเราก็อดเป็ซูเปอร์โหวตเตอร์ (Supervoter) แล้วเอาจะเอาเงินเราไปก็ตามใจ ยังไงเราก็เช็กได้ว่าใช้จ่ายไปเท่าไหร่”
“อะไรคือซูเปอร์โหวตเตอร์”
“หาคำตอบเองบ้างสิ!อินเตอร์เน็ตในมือถือก็มี” ธรณีขึ้นเสียง สีหน้าดุดันแม้อยู่ใต้แว่นตาเอวีเอสอีดูเหมือนตอนนี้เพื่อนเองก็เริ่มคุมอารมณ์ไม่อยู่แล้ว
“พอฉันถาม นายก็ไม่เห็นตอบดี ๆ เลย” ผมประชดราวกับอยากเอาชนะพอไม่สนใจก็เอาแต่บ่น ทีตอนอยากรู้ก็ดันไม่บอก
“ท่านเคยถามคำถามนี้ไป ั้แ่ วันที่ 23 ตุลาคมและเราก็ตอบท่านไปแล้ว”
ผมอึ้ง ไม่กล้าพูดอะไรต่อความจำชายผู้นี้เหนือกว่าผมหลายชั้น ธรณีส่ายหน้าแล้วลุกขึ้นไปหย่อนแก้วน้ำเปล่าลงในเครื่องล้างจานเตรียมจะเดินเข้าห้อง แต่ผมพูดรั้งไว้
“ตำแหน่งที่นายเสนอเมื่อวานยังมีอยู่ไหม”
“ทำไม สนใจเหรอ”เพื่อนเหล่ตามองอย่างเ้าเล่ห์
“แค่ขอข้อมูลประกอบการตัดสินใจเฉย ๆ”ผมแสร้งทำเป็วางมาด แท้จริงแล้วไม่เหลือตัวเลือกอะไรอีก
“เสียใจด้วยนะ นิกรณ์บอกว่าเช้านี้มีคนมาสมัครแล้ว” ผมสบถในใจ นี่แค่24 ชั่วโมงเองเป็ไปได้ไหมที่เพื่อนแต่งเื่ขึ้นมาอำผมั้แ่แรก ก่อนที่ผมจะทันซักไซ้ต่อธรณีก็หันไปมองจอทีวีบนผนัง ในชั่วพริบตานั้นแสงก็สว่างวาบขึ้นราวกับมีิญญาสิงอยู่จากนั้นช่องทีวีเปลี่ยนไปตามคำสั่งความคิดของเขาอย่างน่าขนหัวลุกถ้าชายผู้นี้โกรธอาจสั่งเครื่องทำอาหารให้ปามีดใส่ผมก็เป็ได้ ภาพมาหยุดที่ประกาศของหน้าเพจของสำนักข่าวซัมนิวส์ ลูกศรเคอร์เซอร์สีแดงถูกบังคับวนไปมาก่อนไปหยุดที่ประโยคมุมล่างซ้ายในช่องติดตามข่าวสารเขียนว่าโปรดติดตามการรับสมัครงานตำแหน่งเพิ่มเติมได้ในเร็ว ๆ นี้
“สนใจไหม ตำแหน่งนักจับใจความท่านทำได้แน่ ๆ ไม่ต้องคุยกับคนเยอะ”
ผมกำลังจะถามความหมายของนักจับใจความแต่ฉุดรั้งตนเองไว้ สายตาเพื่อนยังคงจ้องเขม็งผ่านเลนส์ใสของแว่น
“สมัครงานได้ด้วยเหรอ ฉันไม่มีพอร์ตโฟลิโอ”
“ไม่จำเป็หรอกคนก่อนเขาไม่พลิกดูประวัติด้วยซ้ำ แค่เช็คว่าไม่มีคดีติดตัว และก็มีความสามารถ ”
ผมเงียบพลาง ครุ่นคิดในสมองความสามารถที่ว่าคืออะไร ฟังดูชื่อแล้วน่าจะต้องใช้ความรู้เยอะสมัครเป็ผู้ช่วยทั่วไปคงง่ายกว่าเห็น ๆ ขืนถามไปคงโดนไล่ไปค้นคำตอบเอง
“ถ้าสนใจอาจจะต้องรีบหน่อยเพราะบริษัทกำลังจะประกาศผ่านเว็บไซต์ไรต์จ็อบส์ในวันมะรืนนี้แล้ว ...แต่อย่าเข้าใจผิดนะ เราไม่ได้ใช้เส้นสาย เพราะบริษัทจะประกาศรับสมัครทันทีที่คนเก่าลาออกซึ่งเขาลาออกวันมะรืนนี้ แต่ก็ยังมีโอกาสที่เขาจะเปลี่ยนใจไง” เสียงของธรณีฟังดูไม่มั่นใจสายตาของเขาหลุบลงต่ำ แถมยังพยายามเล่นคำเพื่อบ่ายเบี่ยง ฟังอย่างไรก็เป็ระบบอุปถัมภ์ชัดๆ บางทีเขาอาจเกลียดสิ่งที่ตัวเองทำ ทว่าไม่มีหนทางอื่นที่จะช่วยผมได้
ชายหนุ่มหยุดยืนหน้าประตูรอคำตอบสร้างความกดดันแก่ผม ครั้งนี้ธรณีดูจริงจังยิ่งกว่าครั้งแรก
“ขอคิดดูก่อนได้ไหม”
“ว่าแล้ว ตอบแบบนี้แสดงว่าไม่สนใจ”ธรณีทำหน้าผิดหวัง ทำท่าจะเดินไปเข้าห้อง แต่ผมรั้งไว้อีก
“นายก็รู้ว่า ฉันไม่ใช่คนที่นี่ จะไม่สมัครงานได้ยังไงความรู้ก็ไม่มี” ผมคิดว่าเขาจะด่าว่า ที่ผ่านมามัวทำอะไรในเวลาว่าง เอาแต่เล่นเกมสั่งหนังสือพิมพ์มาให้ก็ไม่อ่าน ธรณีแสยะยิ้มเหมือนรู้ทัน
“ไม่ใช่ท่านกลัวว่าจะทำไม่ได้หรอกแต่ท่านกลัวว่าความลับจะแตกใช่ไหม”
เขาพูดตรงเผงเหมือนอ่านใจผมได้แท้จริงแล้ว ผมไม่เคยคิดลึก ๆ ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ที่แน่ ๆคือมันไม่ได้การันตีความปลอดภัยธรณีไม่มีทางเข้าใจความรู้สึกนี้เพราะตัวเองอยู่ในจุดที่ปลอดภัยอยู่แล้ว
ธรณีเห็นผมไม่ตอบจึงเปลี่ยนคำถาม "แล้วถ้าไม่เอาท่านวางแผนจะทำอะไรต่อ"
"หาทางกลับยุคของฉัน"ผมตอบส่ง ๆ
“เหรอ” ธรณีลากเสียงยาว “แต่สิ่งที่ท่านทำทุกวันนี้มีอะไรที่ทำให้ท่านได้กลับยุคของท่านบ้างล่ะ... เห็นแต่ท่านเล่นเกมของเรา กินอาหารของเราใส่เสื้อผ้าของเรา” ผมเกลียดนิสัยประชดประชันของเขา ธรณีกำลังจะบอกว่าผมเกาะเขากิน
“ถ้าเราเป็ภาระมากนัก...เราออกไปก็ได้นะ”ผมตอบเหมือนวันแรก ๆ ที่เราเจอกัน ต่างกันที่ผมเรียนรู้โลกนี้มากขึ้นแล้ว
“ท่านตอบชัด ๆ ได้ไหมว่าจะไปไหน กลับบ้านของท่านเหรอไม่เห็นมีใครรู้จักท่านเลย จะไปนอนข้างถนนเหรอ วันเดียวโดรนก็จะตรวจเจอท่าน แล้วก็โดนตำรวจสอบปากคำแล้วว่าเป็คนที่ไหนทำไมไม่มีบ้าน ทำไมไม่ได้สวัสดิการจากรัฐ”
คำดูถูกของธรณีเหมือนมีดที่กรีดลงบนแผลเก่าผมแอบกำหมัดแน่นเมื่อเห็นสายตาที่มองมาราวกับผมเป็คนไร้ค่าคนที่เกิดในโลกที่สุขสบายอย่างเขาจะไปเข้าใจอะไรแต่สุดท้ายผมก็ทำได้เพียงเบือนหน้าหนี ขืนเถียงสู้อย่างไรก็แพ้ผมพยายามตั้งสติเพื่อลดเพดานความโกรธลงมาสีหน้าฮึดสู้ของผมกลับมาหงอยเหงาอีกครั้งหลังจากไตร่ตรองดีแล้ว ธรณีพูดถูกทุกอย่างผมไม่เคยเห็นคนไร้บ้านเลยสักคน รู้มาว่ารัฐสามารถจัดหาปัจจัยสี่ให้ทุกคนได้หาบ้านให้อยู่ได้ ถ้าไม่มีกินก็ไปขอจากรัฐได้ติดอยู่อย่างเดียวคือการทำเช่นนั้นต้องเป็คนไทย ผมไม่สามารถยืนยันตัวตนเพื่อรับสิทธิได้และการทำเช่นนั้นคือเปิดเผยความลับ 100%
“เราขอเวลาตัดสินใจเื่งานที่ท่านเสนอหน่อยได้ไหมพรุ่งนี้เราจะให้คำตอบตอนท่านกลับมา”
“ได้ พรุ่งนี้ยังทันอยู่เราขอคำชี้ขาดเลยนะว่าจะเอาอันไหน ตัวเลือกแรก อยู่แบบนี้ต่อไปเพื่อหวังว่าสักวันหนึ่งท่านจะได้กลับไปอยู่ในยุคที่ท่านบอกเองว่าไม่ดีเท่าไหร่เราก็นึกภาพไม่ออก แต่ถ้าท่านเล่นเกมทั้งสองจนถึงเลเวล 99 แล้วเราก็ไม่มีอะไรให้ท่านทำอีกแล้ว คงไม่มีทางเลือกนอกจากจะไม่ยุ่งกับท่านอีก”ธรณีโบกมือไปมาเป็สัญลักษณ์ลาก่อน ผมเข้าใจดีถ้าไม่สนใจผมเขาคงได้เวลาทำงานตนเองเพิ่มอีกมากเพื่อนเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนพูดตัวเลือกที่สอง
“หรือท่านจะลองมาใช้ชีวิตเป็ประชากรในโลกที่ท่านเคยบอกเราว่าเหมือนยูโทเปียล่ะ”
ธรณีผลุบเข้าห้องแล้วปิดกระแทกประตูตามหลังผมยังนั่งซึมบนโซฟาที่เดิมปาดเหงื่อที่ผุดเต็มหน้าก่อนล้มลงนอนทั้งที่ไม่ปรับให้เป็เตียงยังไม่ทันนอนหัวถึงหมอนดี บานประตูห้องเพื่อนก็ถูกเหวี่ยงเปิดออก
“อย่าลืมสวมกำไลอีเอ็มกลับไปด้วยนะ”นี่คือคำพูดสุดท้ายของธรณีก่อนจะขลุกตัวอยู่ในห้องทั้งคืน
[1]Modular การออกแบบที่ประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนย่อยๆ ที่แยกออกจากกันเป็อิสระ แต่สามารถทำงานร่วมกันได้ สามารถสับเปลี่ยนแต่ละชิ้นส่วนได้โดยไม่กระทบกับส่วนอื่นๆ เหมือนตัวต่อเลโก้
[2]Nostalgia "การโหยหาอดีต" หรือ ความอาลัยอาวรณ์เป็ความรู้สึกคิดถึง่เวลาหรือสถานที่ในอดีตที่มีความสุขหรือความทรงจำที่ดีอาจใช้เยียวยาจิตใจในปัจจุบัน
[3]The Truman show ภาพยนตร์ในปี 1998 นำแสดงโดยJim Carrey
[4]Unlock achievement การบรรลุเป้าหมายหรือเงื่อนไขพิเศษที่ผู้สร้างเกมได้กำหนดไว้ซึ่งมักอยู่นอกเหนือจากการเล่นเกมตามเนื้อเื่หลักให้จบ เปรียบได้กับ"การได้เหรียญตรา" หรือ “เข็มเกียรติยศ"
[5]พวกอิกนอร์ มาจาก Political ignorance ซึ่งถูกใช้เพื่ออธิบายคนที่ไม่สนใจหรือตื่นตัวทางการเมืองซึ่งแปลว่า ‘เมินเฉย’ มากกว่าความโง่เขลา แท้จริงแล้วจึงตรงกับคำว่า Apolitical (ไม่มีความสนใจหรือไม่เกี่ยวข้องใด ๆกับการเมือง) มากกว่า คำว่า ignoranceนิยมใช้ใน่ปีพ.ศ.2563