เวทิดา ตื่นขึ้นมาในตอนเช้า มีอาการแพ้ท้องอย่างหนัก ทั้งวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียนเอาอาหารออกมาจนหมด ดีว่าเธอได้ซื้ออาหาร ขนม และผลไม้มาไว้ที่ห้องเมื่อวานตอนเย็น ไม่งั้นเธอคงไปไหนไม่ได้แน่
“อย่าแกล้งแม่นักสิคะลูก” เวทิดา เอ่ย ลูบไล้ท้องของตนไปมา ความคิดหวนนึกไปถึงผู้ชายที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็พ่อของลูกขึ้นมา แล้วน้ำตาก็ไหลพรั่งพรูออกมา
“ไม่นะ! เราต้องไม่คิดถึงเขา ต้องลืมเขาให้ได้” เวทิดา กล่าวกับตัวเองพลางสะบัดศีรษะไปมา เพื่อไล่ความคิดออกไป
เวทิดา สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วผ่อนออกอย่างช้าๆ จากนั้นก็ลุกขึ้นเดินเข้าไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำแต่งตัว แล้วเดินทางไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจเช็คร่างกายและทำการฝากครรภ์
เมื่อถึงโรงพยาบาล เวทิดา ก็เดินเข้าไปยังจุดลงทะเบียนของคนไข้
“สวัสดีค่ะ มีประวัติที่นี่หรือยังคะ?” เ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลถาม เวทิดา
“มีแล้วค่ะ” เวทิดา ตอบเ้าหน้าที่โรงพยาบาลนางนั้นไป “งั้นขอทราบชื่อและนามสกุลด้วยค่ะ” เ้าหน้าที่โรงพยาบาลถามขึ้นอีกรอบ
“ชื่อเวทิดา ไกรสุวรรณค่ะ” เวทิดา แจ้งชื่อและนามสกุลให้รับทราบ
“เป็อะไรมาคะ? วันนี้” เ้าหน้าที่นางเดิมถามถึงอาการพร้อมกับส่งยิ้มมาให้
“เอ่อ! มาตรวจร่ายกายและฝากครรภ์ค่ะ” เวทิดา แจ้งความประสงค์ที่มาที่โรงพยาบาล
“นั่งรอสักครู่นะคะ” เ้าหน้าที่บอกพร้อมกับยิ้มส่งให้
เมื่อ เวทิดา ได้เข้าไปพบหมอและตรวจร่างกายเรียบร้อยแล้ว ก็รอฟังผลตรวจที่หน้าห้อง
“คุณเวทิดา ไกรสุวรรณ เชิญพบคุณหมอค่ะ” พยาบาลหน้าห้องขานเรียกชื่อ เวทิดา เธอจึงลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้องเพื่อรับฟังผลตรวจ
“คุณเวทิดานะคะ” คุณหมอถามขึ้น
“ใช่ค่ะ” เวทิดา ตอบรับ
“คุณพ่อไม่มาด้วยกันเหรอคะวันนี้” คุณหมอถามขึ้นอีกรอบ ซึ่งคำถามนั้นเป็คำถามที่จี้จุดแห่งความอ่อนไหว และเจ็บจี๊ดลงในหัวใจของ เวทิดา เป็ยิ่งนัก เธอพยายามบังคับตัวเองให้เป็ปกติที่สุด
“เอ่อ! ไม่มาค่ะ” เวทิดาตอบกลับหมอไป
“โอเคค่ะ งั้นเรามาฟังผลกันเลยนะคะ จากการตรวจทุกอย่างเป็ปกติดีค่ะ แต่คุณแม่ต้องอดทนนิดหนึ่งนะคะ เพราะ่สองถึงสามเดือนแรก จะมีอาการแพ้ท้อง แต่บางคนก็อาจจะไม่มีเลยก็มีคะ แต่บางคนก็อาจจะแพ้มาก หรือแพ้น้อยก็มีเช่นเดียวกัน และใน่นี้สภาพจิตใจอาจจะอ่อนไหวได้ง่ายหน่อยนะคะ คุณแม่ต้องเข้าใจนะคะ และหากไม่สบายห้ามคุณแม่กินยาก่อนได้รับอนุญาตจากหมอนะคะ และเดี๋ยวหมอจะจัดยาบำรุงครรภ์ และบำรุงเืให้ค่ะ และหมอขอนัดให้มาพบหมอเดือนหน้าเพื่อมาตรวจอีกทีค่ะ”
หมอได้แจ้งผลตรวจและอธิบายสิ่งที่คุณแม่ควรจะรู้ให้ เวทิดา รับทราบ
“ค่ะคุณหมอ ขอบคุณค่ะ” เวทิดา กล่าวขอบคุณแล้วลุกขึ้นเดินออกไปนั่งรอจ่ายเงินและรับยาตามที่หมอแจ้ง
“คุณเวทิดา ไกรสุวรรณ เชิญรับยาค่ะ” เ้าหน้าที่ประกาศแจ้งชื่อ เวทิดา ให้รับยา เวทิดา จึงลุกขึ้นเดินเข้าไปรับยาตรงจุดรับยาของโรงพยาบาล จากนั้น เวทิดา ก็เดินออกจากโรงพยาบาล เธอมุ่งหน้าไปที่ห้างสรรพสินค้าที่อยู่ใกล้คอนโด เพื่อหาของกิน
เวทิดา กำลังทานอาหารยู่ในร้านอาหาร สายตาหญิงสาวเหลือบมองไปเห็น ครอบครัวหนึ่ง ซึ่งกำลังเดินซื้อของกัน มีพ่อแม่และลูกพร้อมหน้าพร้อมตา เธอรู้สึกเหมือนมีก้อนแข็งๆ วิ่งเข้ามาจุกที่หน้าอก และน้ำตาแห่งความอ่อนแอก็ถาโถมเข้ามา
“ถึงแม้หนูจะไม่มีพ่อ หนูก็มีแม่นะลูก หนูคือครอบครัวของแม่ และแม่ก็คือครอบครัวของหนูนะ”
เวทิดา กล่าวพึมพำกับลูกน้อยที่อยู่ในท้อง ยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาที่ไหลออกไป สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกความเข้มแข็งกลับคืนมา แล้วลงมือทานอาหารตรงหน้าต่อ
๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓