ตอนที่14 หนูไม่เปลี่ยนพ่อแล้ว
เก็บมา?
เหลียวเจียงพูดสองคำนี้ซ้ำๆ ในใจ ก่อนจะกล่าวติดตลกว่า “ไปเก็บมาจากไหนกันหนอ ? ถ้ามีโอกาส ผมจะได้ไปเก็บลูกสาวแบบนี้มาเลี้ยงบ้าง”
หนูน้อยคนนี้ทำให้ผู้ที่พบเห็นใจอ่อนได้ง่ายแม้จะยังอายุไม่มาก แต่กลับเก่งกาจไม่เบา
เมื่อนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้เขาหยิบบัตรเครดิตอีกใบออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้เธอ “หนูน้อยนี่คือของขวัญขอบคุณจากลุง ขอบคุณมากสำหรับความช่วยเหลือในวันนี้”
โจวโจวจำบัตรแบบนี้ได้
ก่อนหน้านี้คุณย่าเคยให้เธอมาแล้วใบหนึ่งเหมือนกัน
เธอจึงหันไปขอความเห็นจากฉินเลี่ยเมื่อเห็นว่าเขาพยักหน้าให้ หนูน้อยถึงได้รับบัตรมา หลังจากคิดครู่หนึ่งเธอก็ดึงยันต์ออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้เหลียวเจียงอีกหนึ่งแผ่น “คุณลุงเอายันต์แผ่นนี้วางไว้ใต้หมอนของพี่ชายตัวน้อยนะคะ เขาเพิ่งผ่านความเป็ความตายมาจิตยังไม่มั่นคง ถ้ามียันต์แผ่นนี้ เขาจะไม่เป็อะไรแน่นอน”
“คุณลุงไม่ต้องเป็ห่วงเื่คนร้ายที่ลักพาตัวพี่ชายตัวน้อยไปเธอกำลังจะถูกจับแล้ว ไม่มีโอกาสกลับมาทำร้ายพี่ชายได้อีกแล้วล่ะ”
“ดีเลย”เมื่อได้ยินแบบนี้ เหลียวเจียงรับยันต์มาด้วยมือทั้งสองข้างอย่างไม่ลังเล“ขอบคุณมาก”
“ไม่ต้องเกรงใจค่ะ”โจวโจวแกว่งบัตรเครดิตในมือ “ถือว่าแลกกันค่ะ”
หนูน้อยยังเด็กแต่กลับพูดจาได้อย่างฉะฉาน ทำให้เหลียวเจียงรู้สึกประทับใจในตัวเธอยิ่งขึ้น
หลังกลับมาถึงโรงแรมแล้วโจวโจวไปที่ห้องอาหารเพื่อกินอาหารโต๊ะใหญ่ให้อิ่มท้องแล้วเดินตามฉินเลี่ยกลับห้อง
หลังจากอาบน้ำโจวโจวเดินออกมาจากห้องน้ำเพื่อหยิบผ้าเช็ดตัวที่ผืนใหญ่กว่าตัวเธอมาเช็ดหัวที่โล้นโล่งโจ้งของตนเองและเมื่อหนูน้อยเงยหน้าขึ้นมานั้น เธอก็เห็นว่าฉินเลี่ยกำลังคุยโทรศัพท์เสียงของปลายสายดูคุ้นหูมาก หนูน้อยตาเป็ประกายเธอวิ่งไปเขย่งเท้าเรียกปลายสายอย่างตื่นเต้น “คุณย่า ! ”
อีกด้านของปลายสายคุณนายฉินได้ยินเสียงของหนูน้อยเช่นกัน เธอร้อง ‘อร๊าย’ ออกมาด้วยความดีใจแล้วรีบรบเร้าฉินเลี่ย “เปิดกล้องเร็วเข้า แม่อยากเห็นหน้าหลานสาวสุดที่รัก”
ฉินเลี่ยขมวดคิ้วตอนแรกเขาตั้งใจจะตัดสายอยู่แล้วเชียวแต่คิดไม่ถึงเลยว่าหนูน้อยจะวิ่งมาหาในเวลานี้ เด็กอะไรหูดีจริง ๆ
ได้ยินเสียงเร่งเร้าของคุณนายฉินฉินเลี่ยจึงเปิดวีดีโอแล้วโยนโทรศัพท์มือถือให้โจวโจว
“คุณย่า”โจวโจวมองคนในโทรศัพท์ด้วยความดีใจ
ทำเอารอยยิ้มบนใบหน้าของคุณนายฉินดูมีความสุขเข้าไปใหญ่“โจวโจว วันนี้หลานเป็อย่างไรบ้าง สนุกไหม ? ถูกใครรังแกหรือเปล่า”
ขณะที่พูดสายตาของเธอก็ชำเลืองมองออกไปอย่างมีเจตนา
ฉินเลี่ยกำลังอ่านเอกสารโครงการในคอมพิวเตอร์พอได้ยินแม่ของตนพูดมาแบบนี้ เขาก็ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมา
โจวโจวกล่าวอย่างมีความสุขว่า“สนุก ! ไม่มีใครแกล้งหนูหรอก พ่อใจดีมาก หนูชอบพ่อมาก ๆ เลย ! ”
ฟังจากน้ำเสียงร่าเริงของเธอก็รู้แล้วว่าเธอไม่ได้โกหกคุณนายฉินก็ยิ่งพอใจมากขึ้น
แม้ว่าเธอ้าให้โจวโจวอยู่ในทะเบียนบ้านฉินเลี่ยแต่ไม่ได้หมายความว่าหญิงชราจะยอมให้โจวโจวได้รับความน้อยเนื้อต่ำใจเพราะลูกชายของเธอ
“หากเขาทำตัวไม่ดีกับหนูพวกเราก็จะไม่เอาพ่อคนนี้แล้ว แล้วย่าจะหาพ่อที่ดีกว่าเขาให้หลานเอง” เธอพูด
“ไม่เอาค่ะ”โจวโจวกลับปฏิเสธ “พ่อดีแล้ว หนูไม่เปลี่ยน ! ”
เมื่อได้ยินแบบนี้ปลายนิ้วของฉินเลี่ยที่กำลังแตะคอมพิวเตอร์พลันหยุดชะงักไปเล็กน้อยแล้วมองไปด้านข้าง
คุณนายฉินได้ยินแบบนั้นยิ่งยิ้มหน้าบานเข้าไปใหญ่“ตกลง ย่าไม่เปลี่ยนให้แล้วจ้ะ”
ระหว่างที่พูดๆ อยู่นั้น เธอก็จงใจพูดเสียงดังว่า “โจวโจวชอบพ่อของเธอขนาดนี้ลูกในฐานะพ่อของเธอช่างโชคดีจริง ๆไม่รู้ว่าชาติที่แล้วพ่อที่ทำให้โจวโจวชอบสั่งสมพรอะไรไว้ถึงได้มีลูกสาวอย่างหนูย่าชักจะอิจฉาเขาแล้วสิ งั้นโจวโจวชอบใครมากที่สุดล่ะ”
ได้ยินแบบนั้นโจวโจวหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ: คำถามนี้เธอตอบได้ !
เมื่อก่อนพวกศิษย์พี่ต่างก็แย่งกันถามคำถามนี้กับเธอ
“พ่อทำให้โจวโจวกินอิ่ม คุณย่าซื้อเสื้อผ้าสวยๆ ให้โจวโจวใส่ ทั้งพ่อและคุณย่าต่างก็ดีกับโจวโจวทั้งนั้น โจวโจวชอบทั้งสองคนเลย !”
เ้าเด็กคนนี้
คุณนายฉินเองก็ไม่อยากแกล้งหนูน้อยแล้วเธอจึงพูดว่า “เยี่ยมมาก ในเมื่อโจวโจวชอบ งั้นก็อยู่กับพ่อเขาไปก่อนนะถ้าอยากกลับมาหาย่าก็โทรหาย่าก่อน ย่าจะทำของอร่อยไว้ให้หนูกิน”
“ค่ะ! ” โจวโจวได้ยินเื่ของกินดวงตาของหนูน้อยพลันเปล่งประกายสดใส ยิ่งได้มองก็ยิ่งน่าเอ็นดู
ทั้งสองคุยกันนานกว่าหนึ่งชั่วโมงก่อนที่จะวางสายอย่างไม่เต็มใจ
ฉินเลี่ยไม่รู้ว่าพวกเธอทั้งสองคนไปหาเื่คุยมาจากไหนเขาขมวดคิ้วและยื่นแก้วน้ำให้เธอ
โจวโจวไม่ได้รับแก้วมาหนูน้อยจิบน้ำจากแก้วในมือของเขา แล้วเงยหน้ายิ้มแฉ่งโชว์ฟันขาวให้เขาดู
“ขอบคุณค่ะพ่อ”
ฉินเลี่ยตอบ“อืม” อย่างไม่ใส่ใจเขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตนเองได้ยอมรับคำเรียกนี้จากหนูน้อยไปแล้ว
เมื่อเห็นว่าเธอยังไม่เข้านอนแต่กลับเอนตัวไปที่โต๊ะแล้วหยิบกระดาษยันต์และปากกาชาดออกมา เขาขมวดคิ้วแล้วถามว่า“ทำอะไร ? ”
“วาดยันต์ให้พ่อไง”โจวโจวตอบแบบไม่เงยหน้ามอง “เรายังไม่ได้จัดการคนเลวที่ขโมยความโชคดีของพ่อไปเลย”
ได้ยินแบบนั้นฉินเลี่ยเองก็นึกถึงเื่ของฉินรุ่ยขึ้นมาทันที จากนั้นเขาก็คิดปะติดปะต่อกับเื่ที่โจวโจวสามารถดูโหงวเฮ้งจากใบหน้าของเหลียวเจียงจนรู้ความทุกข์ใจของเขาและยังช่วยประธานเหลียวตามหาเหลียวอวี่จนเจอเพียงเท่านี้เขาก็รู้แล้วว่าหนูน้อยต่างจากเด็กคนอื่น
เขาขมวดคิ้วถามเธออีกครั้ง“ฉินรุ่ยเลี้ยงิญญาร้ายไว้ที่บ้านจริง ๆ หรือ ? ”
เมื่อนึกถึงฉากนั้นเขาก็พลันรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย
เพราะเขาไม่คิดเลยว่าฉินรุ่ยผู้เรียบง่ายและซื่อตรงจะทำเื่เช่นนี้
“ใช่แล้ว”พอพูดถึงเื่นี้ หนูน้อยโจวโจวขมวดคิ้วขึ้นเช่นกัน “ทั้งตัวของิญญาร้ายตนนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นเหม็นยิ่งกว่าอุนจิอีก เ้าคนเลวคนนั้นไม่เพียงแต่มีนิสัยเลวเท่านั้นแต่ยังโง่มากอีกด้วย ใครเขาเชิญิญญาร้ายกลับมาบ้านตามใจชอบกัน ? ”
ว่ากันว่า‘เชิญเทพเข้าบ้านนั้นแสนง่าย แต่ส่งกลับไปนั้นยากแสนยาก’ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการเชิญิญญาร้ายเลยเดิมทีสิ่งพวกนี้หลอมตัวขึ้นมาจากความชั่วร้ายอยู่แล้ว หากเครื่องบูชาถูกทำลายลงมันก็จะแก้แค้นคืนอย่างมุ่งร้ายเป็เท่าตัว
ิญญาร้ายไม่ใช่สิ่งที่รับมือได้ง่ายขนาดนั้น
โจวโจวจับแก้มตนเองพลางพูดต่อ“ตอนนี้หนูช่วยตัดพันธะไม่ให้พ่อถูกขโมยความโชคดีไปแล้วเมื่อิญญาร้ายไม่ได้ดูดซับความโชคดี มันก็จะไปดูดซับโชคจากแหล่งอื่นแทนและคราวนี้เ้าคนเลวนั่นจะต้องโชคร้ายแล้ว”
หนูน้อยเชิดหน้าอย่างพอใจที่เห็นว่าเ้าคนเลวนั่นกำลังจะได้รับผลกรรมแล้ว:เฮอะ ใครใช้ให้เขามาทำร้ายพ่อของเธอล่ะ คนใจคดต้องถูกเอาคืนแบบนี้แหละ !
ได้ยินแบบนั้นฉินเลี่ยก็พยักหน้า “แล้วของที่ต้องใช้ในพิธีทำลายิญญาร้ายตัวนั้นมีอะไรบ้าง ? ”
“ต้องใช้ของที่มีออร่าเปล่งประกายออกมาเช่น คริสตัลหรือหยกก็ได้ พอล่อเ้าิญญาร้ายตนนั้นออกมาได้สำเร็จจากนั้นเราค่อยทำลายมัน”
ที่แท้ก็เป็แบบนี้นี่เอง
ฉินเลี่ยกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างจู่ ๆ เ้าก้อนเด็กตัวอ้วนก็โผเข้ามาหาเขา เขายื่นมือออกไปรับตัวเธอโดยไม่รู้ตัวพอก้มไปมองก็เห็นดวงตาที่เป็ประกายสุกใส
โจวโจวกอดคอเขาแล้วถามอย่างดีใจ“พ่อเชื่อคำพูดหนูแล้วใช่ไหม”
“เปล่า”สีหน้าของฉินเลี่ยยังคงไร้ซึ่งความรู้สึก เขาอยากจะปล่อยตัวหนูน้อยลงแต่โจวโจวกลับไม่ยอม
หนูน้อยกอดเขาไว้แน่นฝังแก้มอวบอ้วนของเธอไว้กับซอกคอของเขาแล้วถูไปมาอย่างออดอ้อนเหมือนลูกหมาตัวอ้วน“พ่อไม่ยอมรับไม่เป็ไร หนูรู้อยู่แล้ว”
“พ่อไม่ต้องกลัวโจวโจวจะปกป้องพ่อเอง ! ”
เมื่อได้ยินแบบนั้นมือของเขาที่วางอยู่บนบ่าของเธอพลันหยุดกึกไปชั่วขณะหนึ่งเขาดึงตัวเธอออกแล้วยัดเธอเข้าไปใต้ผ้าห่ม “รีบนอนได้แล้ว”
โจวโจวไม่ย่อท้อหนูน้อยกลิ้งตัวไปมาบนเตียงที่ห่อด้วยผ้าห่มนวมจนกลายเป็เหมือนดักแด้ตัวเล็ก ๆ เธอกลิ้งไปข้างๆ เตียงอีกครั้ง และมองเขาด้วยแววตาเป็ประกาย “พ่อไม่ต้องเขินหรอกเห็นกันอยู่ว่าพ่อชอบหนูมากใช่ไหมล่ะ ? ”
ฉินเลี่ยชำเลืองมองเธอในขณะที่เขากำลังจะพูดอะไรนั้น โจวโจวก็ดีดยันต์มาแปะบนตัวเขาแล้ว
กว่าที่ฉินเลี่ยจะเข้าใจสถานการณ์ปากของเขาก็พูดออกไปอย่างควบคุมไม่ได้แล้ว “หัวโล้นแบบนี้น่าลูบดี”
พูดจบสีหน้าของเขาพลันบึ้งตึงเข้าไปใหญ่
โจวโจวกลับฉีกยิ้มที่สดใสบนใบหน้าและก่อนที่เขาจะทันได้โมโห หนูน้อยก็รีบกลิ้งตัวไปอีกฟากของเตียงแล้วมุดตัวเข้าไปในผ้านวมผืนใหญ่สักพักก็โผล่หน้าออกมาพูด
“พ่อหนูได้ยินนะ พ่อบอกว่าชอบหนูแหละ ! ”