พอหลุดพ้นจากป่าเรืองแสงได้ไม่นานเบื้องหน้าของนักแข่ง กลับกลายเป็น เส้นทางแห่งทะเลทรายวิบาก เส้นทางนี้ท้าทายด้วยผืนทรายที่กว้างใหญ่และเนินทรายสูงต่ำสลับซับซ้อน
นักแข่งต้องเผชิญกับลมพายุทรายที่พัดแรงเป็นระยะๆทำให้การมองเห็นยากลำบากและการควบคุมรถเป็นไปอย่างท้าทายนักแข่งทุกคนเริ่มใช้พลังพิเศษ บ้างก็โจมตี บ้างก็กางม่านพลังป้องกัน แต่ด้วยความเร็วของรถ รวมกับการฝุ่นของทะเลทรายทำให้ไม่สามารถมองเห็นอุปสรรคที่เกิดขึ้นจากระยะใกล้ได้
“ตูม!!” ๆ ๆ
รถแข่งอีกหลายคันเริ่มตกลงไปในหลุมทะเลทรายทำให้รถติดหล่มขยับเขยื้อนไม่ได้ พื้นทรายค่อยๆ ดูดรถจมหายไปเสียสิทธ์การแข่งขันไปในทันที
ผู้ชมต่างเฝ้าดูอย่างตื่นเต้นบางคนถึงกับลุกขึ้นยืนเมื่อเห็นฉากทรายที่ดูดรถลงไปใต้ดิน
พวกเขาได้ติดตามเหตุการณ์ผ่านจอกลไกขนาดยักษ์ที่แสดงภาพการแข่งขันสดๆจากโลกมิติที่น่าตื่นตาตื่นใจ ราวกับพวกเขาอยู่ในสนามแข่งจริงๆ
การแข่งรถในโลกมิติเป็นไปอย่างดุเดือดมีนักแข่งหลายคนสูญหายไปจากสนามแข่งขัน และเหลือระยะทางอีก 50 กิโลเมตรก่อนถึงเส้นชัย
เข้าสู่การแข่งขันช่วงสุดท้ายเหลือนักแข่งที่อยู่ในเกณฑ์ ไม่ถึง 10 คัน ทุกคนล้วนแล้วแต่เป็นผู้มากประสบการณ์ในการขับขี่ มีขั้นพลังที่สูง ร่างกายและประสาทสัมผัสที่ฉับไวหลบเลี่ยงอุปสรรคจนถึงช่วงสุดท้ายก่อนถึงเส้นชัยและเบื้องหน้าของพวกเขาคือ
“เส้นทางแห่งยอดเขาน้ำแข็ง"เส้นทางนี้พานักแข่งพุ่งขึ้นไปสู่ยอดเขาสูงที่ปกคลุมด้วยหิมะและน้ำแข็ง
ผู้ชมที่เฝ้าดูอยู่ต่างส่งเสียงฮือฮา เมื่อเห็นภาพภูเขาน้ำแข็งสูงเสียดฟ้าและเต็มไปด้วยหิมะปกคลุม ขาวโพลนไปทั้งภูเขา
นักแข่งทุกคนเร่งปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ในรถเพิ่มก้อนพลังขับเคลื่อนเข้าไปเปิดใช้ระบบทุกอย่างที่สามารถเพิ่มความเร็วให้ตัวรถได้อย่างเต็มกำลัง
และรวบรวมพลังในร่างกายเตรียมใช้พลังพิเศษที่มีทำลายอุปสรรคในช่วงสุดท้าย รถแข่งพุ่งทะยานไปตามเส้นทางขึ้นภูเขาอย่างรวดเร็ว
แต่คนหรือจะสู้ธรรมชาติได้ อยู่ๆเกิดพายุก่อตัวขึ้นอย่างฉับพลันพัดกระหน่ำเข้ามา
“เปรี้ยง!!” ๆ “ตูม!!” ๆ
รถแข่งหลายคันสูญเสียการควบคุม ปลิวหายหลุดออกจากเส้นทาง ส่วนนักแข่งที่เหลือพยายามควบคุมรถแข่งอย่างสุดความสามารถ
เส้นทางสุดท้ายก่อนเข้าสู่เส้นชัยนักแข่งจะต้องผ่านอุโมงค์น้ำแข็งที่ส่องประกายแสงสีฟ้า มีหยดน้ำที่แข็งตัวดังมีดที่แหลมคม เรียงรายอยู่เต็มไปหมด
รถแข่ง 4 คันสุดท้าย เรียงเป็นหน้ากระดานเร่งความเร็วพุ่งทะยานเข้าอุโมงค์น้ำแข็งอย่างพร้อมเพรียงกัน
รถแข่งสี่คันสุดท้ายกลายเป็นฉากการต่อสู้สุดเดือดที่ผู้ชมทุกคนต่างจับตาดูอุโมงค์น้ำแข็งเป็นเส้นทางที่ท้าทายที่สุดในสนามแข่งขันรอบคัดเลือกในโลกมิติแห่งนี้
ผนังน้ำแข็งโปร่งใสสะท้อนแสงสีทำให้ดูเหมือนนักแข่งกำลังขับผ่านท่อแห่งแสงที่เยือกเย็นและน่าพรั่นพรึง
รถที่นำอยู่คันแรกในเส้นทางนี้คือรถสีเหลืองแดงที่ทันสมัยและปราดเปรียวเบื้องหลังเขาคือรถสีน้ำเงิน รถสีดำและรถสีขาวตามมาเป็นคันที่สี่
ระยะทางที่วิ่งมาเกือบ 500 กิโลเมตร แต่เสียงเครื่องยนต์ของรถแข่งแต่ละคน ยังกระหึ่มก้องในอุโมงค์ที่เยือกเย็นล้อของรถแข่งสาดน้ำแข็งกระจายเป็นฝอยเมื่อพวกเขาเร่งเครื่องยนต์เข้าสู่ทางตรงที่ยาวและลื่นทุกการเลี้ยวต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุดเนื่องจากน้ำแข็งที่ลื่นทำให้ควบคุมรถได้ยาก
คันที่นำอยู่เครื่องเพิ่มความเร็วอย่างต่อเนื่องขณะที่คู่แข่งสีน้ำเงินพยายามแซงเขาเข้ามาใกล้ ทั้งสองข้าง เสียงล้อเสียดสีกับพื้นน้ำแข็งทำให้เกิดเสียงกรีดแหลมอยู่ๆ คันสีน้ำเงินตัดสินใจเลี้ยวโค้งอย่างเฉียบคมแซงหน้าคู่แข่งในช่วงที่เลี้ยวโค้งหนักไปทางขวา
ในขณะเดียวกัน รถสีดำก็ไม่ยอมแพ้เขาพยายามบุกเข้าขนาบข้างคันสีน้ำเงิน
แต่ในทางโค้งเบื้องหน้าเกิดเหตุไม่คาดฝัน นักแข่งในรถสีขาวที่ตามหลังมาตลอดใช้เทคนิคพิเศษเพิ่มความเร็วอย่างฉับพลันเลี้ยวเข้าโค้งอย่างน่าทึ่ง ราวกับเต้นรำบนแผ่นน้ำแข็งสามารถควบคุมรถแซงหน้ารถทั้งสามไปได้ ทำให้รถคันขาวขึ้นมาอยู่ในอันดับที่หนึ่ง
การต่อสู้ในอุโมงค์น้ำแข็งยิ่งดุเดือดขึ้นเรื่อยๆในช่วงสุดท้ายก่อนพ้นอุโมงค์น้ำแข็ง สู่เส้นชัย รถทั้งสี่คันขับเคียงข้างกัน เริ่มเปิดใช้พลังพิเศษของแต่ละคนเพื่อต้านทานอุปสรรคต่างๆที่เริ่มมีมากขึ้น
เสียงเชียร์จากผู้ชมที่ติดตามการแข่งขันผ่านจอภาพกลไกยิ่งดังขึ้นทั้งสี่คันเร่งเครื่องยนต์ให้เร็วที่สุด มือบิดคันเร่งจนมิด พุ่งทะยานไปข้างหน้า
เมื่อรถทั้ง 4 คันพุ่งทะยานออกจากอุโมงค์น้ำแข็ง เข้าสู่เส้นชัย ภาพที่เห็นคือ รถทั้ง 4คันพุ่งออกมาจากโลกมิติ ลงสู่สะพานทางขึ้นสีทอง
ผู้ชมทุกคนต่างตื่นเต้นกับสิ่งที่เห็นหลายคนถึงกับหายใจไม่ทั่วท้องเสียงเชียร์และเสียงปรบมือดังก้องไปทั่วสนามแข่ง
“เฮ!!!”ๆ ๆ
แต่เมื่อรถทั้งสี่คัน ลงจากสะพานสีทองกลับสู่จุดเริ่มต้นแล้ว ความยินดีที่คาดหวังกลับกลายเป็นความสงสัยและความกังวลผู้ควบคุมการแข่งขันประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงว่า
"นักแข่งทั้งสี่คันสุดท้ายนี้ทำเวลาได้ไม่ผ่านเกณฑ์ในรอบคัดเลือกโดยเข้าสู่เส้นชัยในเวลา 1ชั่วโมงกับ 2 นาที"
ทั้งสี่คนหยุดรถ แต่ละคนดึงหมวกโลหะออกเหงื่อไหลซึมจากหน้าผาก หันไปมองรถของคู่แข่งทั้งหมดที่จอดอยู่ข้างๆ กัน สายตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความผิดหวังนักแข่งหญิงในรถสีขาวสบตากับคนที่เหลือพยายามยิ้มให้กำลังใจแม้ว่าในดวงตาจะมีน้ำตาคลอ
นักแข่งสีน้ำเงินลงจากรถและกระทืบพื้นอย่างหงุดหงิดส่วนคนขับรถสีดำยืนนิ่ง ดูดุดันแต่กลับซ่อนความผิดหวังไว้ลึกๆทุกคนรู้สึกถึงความพยายามที่สูญเปล่า ความฝันที่พังทลายไปในชั่วพริบตา