“เป็คุณหนู! คุณหนูเพียงหนึ่งเดียวของคฤหาสน์ตระกูลมู่ มู่อวิ๋นฮวา คุณหนูของข้าคือบุตรีคนโตโดยชอบธรรมเสมอมา! นางเพียงผู้เดียวที่เป็ทายาทแท้จริงและคุณหนูใหญ่ของตระกูลมู่ มู่อวิ๋นฮวา!” ข้อเท็จจริงนี้ได้ถูกจารึกไว้ในใจของแม่นมตลอดสิบหกปีที่ผ่านมา ไม่เคยลืมแม้แต่วินาทีเดียว วันนี้ในที่สุดนางก็ได้ป่าวประกาศได้อย่างภาคภูมิใจเสียที ทุกคนสามารถจินตนาการได้ถึงความตื่นเต้นที่แล่นผ่านในตัวนาง
ในทางตรงข้าม ใบหน้าของอนุว่านกลับซีดเผือด... แม้อยากจะขัดขวาง แต่ก็สายเกินกว่าจะแทรกแซง สายเกินไปแล้ว ลูกเต๋าถูกโยนออกไปแล้ว
มู่อวิ๋นฮวารู้สึกสะใจกับการชี้แจงของแม่นม นางพยักหน้าแล้วกวาดสายตามองผู้ชม “ข้าขอเตือนพวกเ้าอีกครั้ง หลี่ว่านไม่ใช่ฮูหยินของคฤหาสน์ตระกูลมู่ แต่เป็นางอนุ มู่อวี่ซีมากความสามารถแล้วอย่างไร ความชอบธรรมไม่สามารถแทนที่ด้วยความรู้เพียงอย่างเดียว ลูกสาวที่เกิดจากนางอนุไม่มีวันได้สถานะคุณหนูใหญ่! ตระกูลมู่มีคุณหนูใหญ่ที่แท้จริงเพียงคนเดียว และนั่นก็คือข้า มู่อวิ๋นฮวา!”
คำพูดเหล่านี้ทำให้ฝูงชนเงียบลงด้วยความงุนงงเต็มที... พวกเขาเรียกมู่อวี่ซีว่าคุณหนูใหญ่มาหลายปีแล้ว บัดนี้ความจริงกลับตาลปัตรและถูกเปิดเผยต่อหน้าพวกเขา มู่อวี่ซีไม่ใช่คุณหนูใหญ่ที่แท้จริงของคฤหาสน์ตระกูลมู่ แต่เป็อีกคน
พักประเด็นที่ว่าคุณหนูมู่อวี่ซีคือใครไว้ก่อน แค่พิจารณาเหตุการณ์ล่าสุดที่จวนิอ๋องร่วมกับพระราชโองการที่ให้จัดพิธีสมรสระหว่างคุณหนูใหญ่ของตระกูลมู่กับิอ๋อง
มู่อวิ๋นฮวาในฐานะคุณหนูตัวจริงของตระกูลมู่ไม่ได้แต่งงานกับิอ๋องด้วยความทะเยอทะยานหรือละโมบ ทว่านางได้ปฏิบัติตามพระราชโองการอันศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเป็ภรรยาโดยชอบธรรมของิอ๋อง
เื่นี้ไม่มีข้อกังขาแต่อย่างใด ไม่มีแม้แต่น้อย!
แล้วเหตุใดมู่อวิ๋นฮวาถึงโดนใส่ร้ายป้ายสีมาตลอดเล่า ทั้งถูกสาปแช่ง ถูกปาโคลนใส่ จุดประสงค์ทั้งหมดนี้เพื่ออะไร
ความสับสนครอบงำฝูงชน ทว่าท่ามกลางความสับสน บางคนที่มีไหวพริบก็เชื่อมโยงเื่นี้เข้ากับการโต้เถียงอันดุเดือดเื่เ้าสาวตัวแทนก่อนหน้านี้ได้อย่างรวดเร็ว
มู่อวี่ซีเข้าใจผิดว่าพระราชโองการสั่งให้นางแต่งงานกับิอ๋องจึงคัดค้านเต็มที่ อาศัยความฉลาดหลักแหลม นางตัดสินใจส่งตัวมู่อวิ๋นฮวาไปที่จวนิอ๋องแทน อย่างไรก็ตาม พระราชโองการของฮ่องเต้ก็มีพระประสงค์ให้มู่อวิ๋นฮวาเป็เ้าสาวมาโดยตลอดอยู่แล้ว มู่อวี่ซีไม่จำเป็ต้องเข้ามาแทรกแซง
หากมู่อวี่ซีได้แต่งงานเองจริง ๆ ก็คงเป็หายนะ!
นี่เป็ความผิดพลาดครั้งใหญ่!
ผู้ชมมองมู่อวี่ซีอย่างรู้ทัน นางได้รับการยกย่องว่าเป็อัจฉริยะผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งอาณาจักรต้าซีไม่ใช่หรอกหรือ สติปัญญาของนางควรจะไม่มีใครเทียบได้ไม่ใช่หรือ แต่บัดนี้นางกลับทำให้ตนเองตกอยู่ในสภาพน่าอับอายอย่างที่สุด พูดอย่างถนอมน้ำใจสักหน่อยก็คือนางมั่นใจในตนเองเกินไป
หากพูดอย่างหยาบคาย... ก็เป็ตามที่มู่อวิ๋นฮวาอธิบาย นางเปรียบได้กับนกยูงที่โอ้อวดขน เต็มไปด้วยความรักที่ไม่สมหวัง
“ไม่...” มู่อวี่ซีตั้งท่าจะประท้วง ทว่าพูดไปได้เพียงคำเดียวก็จำต้องปิดปากเงียบทันที ความพยายามในการอธิบายตอนนี้รังแต่จะทำให้นางกลายเป็ตัวตลก ความเงียบอาจจะยังรักษาศักดิ์ศรีและเศษหน้าของนางเอาไว้ได้บ้าง
คุณหนูใหญ่ของตระกูลมู่เกิดจากฮูหยินหรือนางอนุกันแน่... ช่างน่าขันเสียจริง
มู่อวี่ซีอดสบถในใจไม่ได้ นางไม่เคยคิดเลยว่าจะสะดุดล้มอย่างแรงเพราะความประมาท การพลั้งพลาดชั่วครู่ทำให้ความเฉลียวฉลาดตลอดชีวิตของนางดูย่ำแย่ยิ่งนัก
คิดดู... นางถูกคนจากอดีตเอาชนะเสียได้!
เอาเถิด คำพังเพยโบราณกล่าวไว้ว่า ‘อยู่บ้านเชื่อฟังบิดา ออกเรือนเชื่อฟังสามี’ ทั้งหลักศีลธรรมสำหรับสตรี ฐานะของฮูหยิน ทายาทโดยชอบธรรมและไม่ชอบธรรม... แม้มู่อวี่ซีจะดูถูกแิเหล่านี้ ทว่านางก็ไม่กล้าฝันจะเปลี่ยนแปลงหรือท้าทายบรรทัดฐานทางสังคมในยุคสมัยนี้
หลายปีที่ผ่านมามู่อวี่ซีได้รับการยกย่องถึงฟากฟ้า กระทั่งขึ้นเหนือศีรษะของนาง นางเผลอลืมไปว่าแม้ตนเองจะเป็ิญญาสมัยใหม่จากอีกพันปีข้างหน้า ซึ่งมีอาวุธเป็ความรู้ที่ผู้คนในสมัยโบราณไม่อาจหยั่งถึง แต่นางก็ยังเป็เพียงสตรีคนหนึ่งในยุคสมัยที่เพศของนางถูกกำหนดให้ต่ำต้อยกว่าบุรุษ ไร้ซึ่งสถานะหรือสิทธิใด ๆ
การคิดว่านางจะพลิกกระแสได้ด้วยตัวคนเดียวเป็เื่โง่เขลา
แววตาลึกซึ้งจ้องทะลุไปยังมู่อวิ๋นฮวา อีกฝ่ายยืนสง่างามและโดดเด่นดุจนกกระเรียนท่ามกลางไก่ ความอิจฉาริษยาพลุ่งพล่านอย่างรุนแรงในใจมู่อวี่ซี! นางไม่ใช่พระเมสสิยาห์ และมิได้ปรารถนาจะปฏิวัติมุมมองของโลกที่มีต่ออิสตรี การเปลี่ยนแปลงเพียงอย่างเดียวที่นางแสวงหาคือภายในตัวเอง
นาง่ชิงความโดดเด่นจากบุตรสาวของตระกูลขุนนางทั้งหลายมาอย่างง่ายดาย โดยอ้างสิทธิ์ในตำแหน่งสตรียอดอัจฉริยะแห่งอาณาจักรต้าซีโดยยากจะหาใครเทียบได้
นางหลงระเริงไปกับชื่อเสียงและการได้รับความสนใจอันมาจากตำแหน่งของนาง
ทว่ายามนี้นางเห็นแล้วว่ามันไร้ความหมายโดยสิ้นเชิง มันเป็เพียงเกียรติยศที่ว่างเปล่า วันนี้เป็ของนาง พรุ่งนี้ก็อาจตกเป็ของผู้อื่นได้
มีเพียงสถานะและอิทธิพลเท่านั้นที่จะทำให้ทุกคนสยบแทบเท้าของนาง!
มู่อวี่ซีรู้สึกขอบคุณมู่อวิ๋นฮวาที่ทำให้นางได้ตระหนักถึงความปรารถนาที่แท้จริงของตนในโลกนี้ แต่ความขอบคุณนั้นก็มาพร้อมกับความขุ่นเคืองที่เท่าเทียมกัน มู่อวิ๋นฮวากล้าดีอย่างไรมาทำลายความภาคภูมิใจของนาง ช่างอวดดียิ่งนัก!
นางสาบานว่าสักวันหนึ่งจะเป็คนที่อยู่เหนือกว่า ให้มู่อวิ๋นฮวาต้องหมอบกราบแทบเท้านาง ต้องเคารพนบนอบต่อนางอย่างแรงกล้า
นาง มู่อวี่ซี มุ่งมั่นที่จะเป็สตรีที่หาใครเทียบได้!
ใช่แล้ว!
มู่อวิ๋นฮวาไม่รู้เลยว่าการตอบโต้ในวันนี้จะทำให้เกิดคู่แข่งที่น่ากลัว ทว่าต่อให้รู้จะทำอย่างไรได้ ทหารมาจัดทัพสู้ น้ำมาสร้างทำนบกั้น ไม่ว่าจะเป็ลาหรือม้าก็ต้องลากออกมาใช้ ลองดูว่าพอจะทำอะไรได้บ้าง ถ้อยคำปลุกใจว่างเปล่าล้วนไม่ได้ผล หลักฐานพิสูจน์อยู่ที่การเผชิญหน้า!
“มู่อวี่ซี คุณหนูรองของคฤหาสน์ตระกูลมู่ พี่สาวของข้า” มู่อวิ๋นฮวากล่าวด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ขณะจ้องตามู่อวี่ซี “วันนั้น ข้าถูกไล่ออกจากจวนิอ๋องเพราะอาการไข้และเพ้อคลั่ง เป็พี่สาวที่ช่วยข้าไว้ ข้าจดจำบุญคุณนี้เอาไว้แล้ว แต่ตอนนี้ข้าขอถามว่าหลังแต่งงานกับิอ๋องตามพระราชโองการโดยไร้ซึ่งความผิด เ้าจะกล่าวหาข้าได้อย่างไรว่าข้าอับจนหนทางจนวาดหวังในความมั่งคั่งและสถานะ คิดแสวงหาความเป็ใหญ่ในจวนิอ๋อง”
“คุณหนูรองคงไม่มีปัญญาเข้าใจเนื้อความในพระราชโองการได้อย่างถ่องแท้ หรือไม่นางก็คงมีความแค้นต่อข้า หรือบางทีนางอาจจงใจบิดเบือนพระราชดำรัสของฮ่องเต้ หืม คุณหนูรอง เื่นี้เ้าติดหนี้คำอธิบายต่อข้าอยู่กระมัง”
ผ้าเช็ดหน้าไหมในมือของมู่อวี่ซีถูกบิดจนเกือบขาด!
คำอธิบายหรือ มู่อวี่ซีจะสามารถให้คำอธิบายทางใดได้อีก นางควรยอมรับในความโง่เขลาและความเข้าใจผิดครั้งใหญ่ของตัวเอง หรือนางควรจะยอมรับว่าตนดูิ่พระราชโองการของฮ่องเต้
ไม่ว่าทางใดก็ไม่อาจยอมรับได้!
หากนางยอมรับในข้อแรก ไม่ทันสิ้นวันมู่อวี่ซีก็จะกลายเป็ตัวตลกของคนทั้งเมืองหลวง!
ส่วนข้อหลังไม่จำเป็ต้องใช้เวลาทั้งวัน เพียงคำเดียวจากองค์รัชทายาทที่อยู่ข้างหลังนาง ศีรษะของนางคงหลุดจากบ่าโดยไม่ชักช้า!
แต่ละข้อกล่าวหาที่มู่อวิ๋นฮวาตราหน้านางนั้นช่างโเี้และร้ายกาจยิ่งกว่าก่อนหน้านี้เสียอีก!
มู่อวิ๋นฮวา ให้ตายเถิด มู่อวิ๋นฮวา นาง มู่อวี่ซี กลับพ่ายแพ้สิ้นท่าในครานี้แล้วจริง ๆ!