เทียนหลง ดันเจี้ยน สเลเยอร์

    บทที่ 12

    สถานที่นี้มันพร้อมที่จะทำเป็นร้านอาหารหรือคาเฟ่ขนาดใหญ่ได้เลย หลังจากที่ได้รับชมสถานที่ต่างๆไม่ว่าจะเป็นห้องครัว โซนหน้าร้าน ระเบียง สวน ห้องน้ำ และที่จอดรถสำหรับลูกค้า มันเหมือนกับว่าพวกมันพร้อมที่จะเปิดให้บริการ ไอซ์ยิ่งดูก็ยิ่งสงสัยจึงเอ่ยถามกับสาวสุดน่ารักตรงหน้า“ร้านก็เหมือนกับว่าพร้อมที่จะเปิดให้บริการขนาดนี้ ทำไมคุณปังปอนถึงต้องการที่จะขายมันล่ะครับ” ไอซ์กล่าวถามออกไปตรงๆ ทำเลทองอย่างนี้ไม่ใช่ว่าจะหากันได้ง่ายๆในอนาคตอีกแล้ว“จริงๆปอนจะย้ายไปอยู่ต่างประเทศกับสามีน่ะค่ะ และดูเหมือนว่าจะได้ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นู่นเลย ถึงไม่อยากจะขายมากแค่ไหน แต่การกลับมาดูแลที่ดินมันก็เป็นเรื่องยาก จะปล่อยเช่าก็คิดหนักเหมือนกันค่ะ เพราะการโอนเงินข้ามประเทศมันก็กินเงินไม่น้อย อีกอย่างครอบครัวของปอนก็อยู่ที่ต่างประเทศกันหมดแล้ว เหลือแต่ปอนนี่แหละค่ะที่ยังยึดติดกับที่นี่อยู่..”ปังปอนอธิบายให้ไอซ์ฟัง จริงๆแล้วเท่าที่เธอดู ไอซ์น่าจะมีอายุพอๆกับเธอ การที่เธอพูดออกมาอย่างนี้ หลายครั้งที่ผู้ชายหลายคนมักจะเข้าหาเธอด้วยวิธีการต่างๆ และเธอก็ยังไม่ได้สนิทใจอะไรกับคนที่เพิ่งจะรู้จักกัน หรืออาจจะเรียกได้ว่าเป็นคนที่ไม่รู้จักเสียมากกว่าด้วยซ้ำ แล้วทำไมเธอจะต้องบอกอะไรทุกๆอย่างของเธอด้วยล่ะ สิ่งที่บอกไปก็เป็นแค่เรื่องแต่งเพื่อให้ฝ่ายนั้นตัดใจก็เพียงเท่านั้น“อย่างนั้นเหรอครับ ผมเข้าใจแล้วครับ กลับมาที่เรื่องร้านกันต่อดีกว่านะครับ สำหรับราคาร้านผมว่ามันไม่ค่อยจะสมเหตุสมผลสักเท่าไร..ราคาเท่านี้ผมว่าเหมาะสมกว่ามากครับ” ไอซ์ตอบกลับอย่างเข้าใจก่อนจะกลับมาคุยเรื่องราคาที่ดินผืนนี้ ก่อนที่เขาจะยกสองนิ้วขึ้นมาเพื่อบ่งบอกราคาที่ตัวเองจะซื้อ“12 ล้านเหรอคะ.. อื้ม คงไม่ไหวหรอกค่ะ ราคานี้มันถูกเกินไปสำหรับฉัน..” ปังปอนที่เห็นไอซ์แสดงตัวเลขก็ปฏิเสธทันควันในทันที เพราะราคาที่ดินตรงนี้เพียงแค่ 1 ไร่มันก็ต้องจ่ายที่ราวๆเกือบ 10 ล้านบาท แล้ว ถ้ารวมกับสิ่งปลูกสร้างที่เธอทุ่มทุนไปอีกเกือบ 3 ล้านบาท มันก็นับว่าขาดทุน“เปล่าหรอกครับ.. ผมหมายถึง 20 ล้านบาทน่ะครับ แต่ผมก็มีเงื่อนไขนะครับคุณปังปอน คุณจะต้องเป็นคนเดินเอกสาร และออกค่าดำเนินการเองทั้งหมด ตกลงไหมครับ” ไอซ์พูดด้วยรอยยิ้ม ราคานี้เขาคิดว่ามันสมเหตุผลแล้วกับที่ดินมูลค่าขนาดนี้ และอีกอย่างพี่สาวของเขาจะได้ไม่ต้องมาเหนื่อยกับอะไรจุกจิกอีก นอกจากการซื้อของมาตกแต่งร้าน“คุณพูดจริง?..” ปังปอนกล่าวออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อหูของตัวเอง เธอยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าได้ยินถูกต้องทั้งหมดหรือไม่“จริงซิครับ หลังจากที่เซ็นสัญญากันครั้งหน้า ผมยินดีที่จะจ่ายเงินให้เต็มจำนวนในทันทีครับ.. เออ อีกอย่างยังไงก็ยินดีกับการใช้ชีวิตคู่ด้วยนะครับ” ไอซ์กล่าวพร้อมกับรอยยิ้มที่สดใส ถึงแม้ว่าเธอตรงหน้าจะตรงสเปค แต่เธอก็มีสามีแล้ว เขาก็คงต้องตัดใจ และแสดงความยินดีในฐานะเพื่อนร่วมโลก“เออ.. จริงๆแค่ 15 ล้านก็น่าจะพอแล้วนะคะ อย่างนี้ฉันก็ลำบากใจแย่เลยซิคะ” ปังปอนกล่าว“ได้ยังไงกันครับ ผมก็แค่ให้ราคาที่สมเหตุสมผลเพียงเท่านั้น ผมเข้าใจดีว่าคุณรีบที่จะขายมัน เพราะอยากจะไปต่างประเทศเร็วๆ ถ้าผมจ่ายเท่านั้นมันก็เหมือนเป็นการดูถูกสถานที่จนเกินไป ผมไม่ได้คิดจะเอาเปรียบใครก็เลยให้ราคานี้นะครับ” ไอซ์ยังคงกล่าวกับปังปอนออกมาตามความคิดของตัวเอง“ถ้าคุณไอซ์ว่ามาอย่างนั้น ปอนก็ตกลงค่ะ.. เออ แต่ว่าเรื่องก่อนหน้านี้ ปอนแค่รู้สึกผิดที่โกหกคุณไป ไม่คิดว่าคุณจะเป็นคนดีมากขนาดนี้ จริงๆแล้วที่ปอนรีบขายที่ดินผืนนี้เพราะว่าคุณแม่ของปอนเป็นโรค ‘มะเร็งเต้านม’ น่ะค่ะ การรักษามันก็ค่อนข้างที่จะใช้เงินสูง..”“ถึงพี่สาวของปอนจะออกหาเงินโดยการไปเป็นนักล่าแล้วก็ตาม เงินมันก็ยังไม่พอใช้จ่ายในแต่ละเดือน ไหนจะค่าชุดเกราะ ไหนจะค่ารักษาพยาบาลของคุณแม่ ปอนก็เลยตัดสินใจที่จะขายที่ดินผืนนี้ไป พี่สาวจะได้ไม่ต้องลำบากเจ็บตัวกลับบ้านมาอีก.. ต้องขอโทษจริงๆนะคะที่โกหกคุณ” ปอนที่รู้สึกผิดก็เอ่ยขอโทษไอซ์ไป ส่วนเจ้าตัวก็ได้แต่ยิ้มรับคำขอโทษของเธอเบาๆ แน่นอนว่ามันเกิดสิ่งที่เรียกว่า ‘dead air’ ไปชั่วขณะหนึ่ง สำหรับไอซ์แล้วนั้นแปลว่าเขายังมีโอกาสที่จะสานสัมพันธ์กับหญิงสาวตรงหน้า แต่สำหรับปังปอนแล้วเธอรู้สึกผิดกับคู่ค้าของเธอ“ผมเข้าใจครับ.. ที่ผ่านมาคงจะลำบากกันน่าดู คนหน้าตาน่ารักอย่างคุณไม่ว่าใครก็อยากจะได้มาครอบครองทั้งนั้น ระมัดระวังตัวไว้ก็ดีแล้วครับ..” ไอซ์กล่าวพร้อมกับเกาแก้มของตัวเอง ในสถานการณ์เช่นนี้เขาก็ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรดี“ขอบคุณที่เข้าใจปอนนะคะ แล้วก็ขอบคุณที่ช่วยซื้อที่ดินผืนนี้.. ยังไงปอนก็ขอช่องทางติดต่อกับคุณไอซ์ไว้ด้วยเผื่อปอนจัดการเรื่องสัญญาเสร็จแล้ว ปอนจะติดต่อไปหาค่ะ” ปังปอนยิ้มอ่อนๆอย่างน่ารัก มันเป็นจังหวะที่ไอซ์อยากจะโอนเงินให้ใช้ไปเลยสักร้อยล้านบาท เด็กสาวตัวน้อยๆจะให้ลำบากได้อย่างไร แต่ถ้าให้ไปเลยโดยไม่มีสิ่งใดแลกเปลี่ยนอย่างนี้มันก็อาจจะดูแปลกๆ และมันอาจจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ที่ดูไม่ดีให้กับเขาอีกด้วย แต่จู่ๆเขาก็นึกอะไรขึ้นได้“เอ๊ะ!! จริงสิ.. นี่อาจจะใช้ได้ คุณปอนครับ ผมขอเวลาสักครู่นะครับ ผมมีอะไรจะให้คุณ” ไอซ์ทำท่าเดินไปที่รถเพื่อไม่ให้ผิดสังเกต ทรัพย์สมบัติจากดันเจี้ยนที่เขาเก็บไว้อย่างละนิดอย่างละหน่อย น่าจะมีประโยชน์ในตอนนี้ โพชั่นรักษาระดับA-S ที่มีอยู่อย่างละ 5 ขวด แม้ว่าปังปอนจะงงๆกับกิริยาของไอซ์ แต่เธอก็เลือกที่จะรอเขาอยู่บริเวณหน้าร้าน และเมื่อออกมาไกลพอสมควรเขาก็เอ่ยถามกับมัวในทันที“มัว ถ้าจะรักษาโรคมะเร็งให้หายจะต้องใช้โพชั่นระดับเท่าไรเหรอ..” ไอซ์กล่าวถาม ‘ถ้าจะรักษาให้หายขาดจากโรคมะเร็งจะต้องใช้โพชั่นระดับ S ค่ะผู้ใช้งานระบบ นอกจากนี้ยังสามารถรักษาอาการแทรกซ้อนอย่างอื่นได้ และคนธรรมดาที่ได้รับโพชั่นนี้จะไม่ป่วยเป็นโรคอื่นๆอีก 5 ปีเป็นอย่างต่ำอีกด้วย’ ข้อความใสๆปรากฏขึ้นต่อหน้าไอซ์ เมื่ออ่านแล้วเขาก็พยักหน้าเข้าใจก่อนจะกล่าวขอบคุณมัว และหยิบไอเทมโพชั่นระดับ S ออกมาเตรียมที่จะให้หญิงสาวที่เขาถูกใจตรงหน้า ไอซ์ทำท่าเหมือนค้นของในรถ และปิดประตูลงก่อนจะเดินเข้ามาหาปังปอน“อันนี้ผมให้เป็นของขวัญก็แล้วกันนะครับ มันเรียกว่าโพชั่นรักษา ถึงระดับจะไม่ได้เท่ากับที่เขาประมูลกันก็ตาม แต่อย่างน้อยๆผมคิดว่ามันน่าจะช่วยแม่ของคุณได้ครับ..” ไอซ์ยื่นขวดแก้วใสสวยงามให้กับปังปอน เธอเองก็รับมาอย่างงงๆ แต่เมื่อเธอได้ยินว่ามันเป็นอะไรก็รีบยื่นคืนมาให้กับไอซ์ในทันที“ฉันรับของที่มีค่ามากขนาดนี้ไว้ไม่ได้หรอกค่ะ คุณไอซ์เอากลับคืนไปเถอะนะคะ” แม้ว่าเธออยากได้ แต่กลัวการที่จะต้องมาชดใช้ด้วยสิ่งอื่นเป็นการแลกเปลี่ยนทีหลัง เธอจึงเลือกที่จะปฏิเสธของชิ้นนี้“..ไม่เป็นไรหรอกครับ คุณปังปอนเคยได้ยินสิ่งนี้ไหมครับ.. ไม่ใช่ว่าคนเราจะมาเจอกันได้ภายใต้โลกที่มันมีกว่าพันล้านคน มันเป็นวาสนาที่เราได้เจอกัน และผมเห็นว่าคุณเป็นคนที่กตัญญู ผมบอกแล้วว่าให้มันเป็นของขวัญให้กับมิตรภาพของเรา ผมไม่ต้องการสิ่งอื่นเป็นการแลกเปลี่ยน.. หรือถ้าอยากจะตอบแทนจริงๆ ครั้งหน้าขอนัดเป็นที่ร้านอาหารแล้วก็เลี้ยงข้าวผมสักมื้อเป็นยังไงครับ..”ไอซ์กล่าว และไม่ยอมให้ปังปอนได้มีโอกาสที่จะพูดแทรกใดๆเลย จากนั้นเขาก็หยิบกระดาษมาเขียนเบอร์โทรของตัวเองเอาไว้ให้ และโบกมือลาในทันที“เดี๋ยวก่อนซิคะ.. เขาเป็นคนยังไงกันแน่ล่ะเนี่ย” ปังปอนที่ยังมึนงงก็ได้แต่มองรอยยิ้มของไอซ์ที่กำลังโบกมือขึ้นรถไปด้วยความมึนงง หลายคนที่เข้าหาเธอก็หวังจะได้ตัวของเธอกันทั้งนั้น แต่ผู้ชายคนนี้นั้นแปลกไปจากพวกผู้ชายหัวงูเหล่านั้นมากจริงๆ...