ซ่งหว่านอิงย้อนเวลาเพื่อเป็นแพทย์หญิง ยุค80

    บทที่ 9 การเริ่มต้นฝึกงาน

    บทที่ 9


    การเริ่มต้นฝึกงาน


    ฉันก้าวเข้าสู่ปีสองของการเรียนแพทย์ที่ปักกิ่งอย่างมั่นคง ทุกวันเต็มไปด้วยการเรียนเชิงลึกและการฝึกปฏิบัติในห้องแล็บ แต่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอนเพียงทฤษฎีอีกต่อไป หากแต่ผลักดันให้นักศึกษาเริ่ม๼ั๬๶ั๼กับงานจริงในโรงพยาบาล ฉันจึงได้มีโอกาสเข้าสู่๰่๥๹ฝึกงานระยะสั้น เพื่อเรียนรู้ชีวิตแพทย์ในสนามจริง


    เช้าวันแรก ฉันสวมเสื้อกาวน์สีขาวที่เพิ่งได้รับมาใหม่ เนื้อผ้าแข็งและมีกลิ่นยาที่คุ้นเคย แม้จะยังไม่คุ้นกับการเคลื่อนไหวในชุดนี้นัก แต่ในใจกลับรู้สึกมั่นคงและแน่วแน่กว่าครั้งไหน ๆ ราวกับได้เดินเข้าสู่เส้นทางที่ในชาติก่อน ฉันเคยใฝ่ฝันและพลาดไป


    “ซ่งหว่านอิง นักศึกษาแพทย์ ปีสอง มาฝึกที่แผนกอายุรกรรมค่ะ” ฉันเอ่ยเสียงชัดเจนตอนรายงานตัวกับคุณหมอประจำแผนก


    คุณหมอที่เป็๲อาจารย์ที่ปรึกษามองฉันผ่านแว่นสายตา พลางพยักหน้า “ตั้งใจเรียนรู้ให้มาก ที่นี่ไม่ใช่ห้องเรียน แต่คือชีวิตจริงของผู้ป่วย”


    คำพูดนั้นสะกิดใจฉันอย่างแรง ความจริงที่ว่า หนึ่งการตัดสินใจ หนึ่งความผิดพลาดของแพทย์ อาจหมายถึงชีวิตคน ๆ หนึ่งทำให้ฉันหายใจติดขัดไปครู่หนึ่ง แต่ก็ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่ยอมให้ความลังเลหรือความผิดพลาดใด ๆ มาทำลายเส้นทางนี้อีก




    ---


    ในขณะเดียวกัน"อิงเสวี่ย” เพื่อนร่วมรุ่นที่เคยอยู่ใกล้ฉันใน๰่๥๹แรก ๆ ก็ยังพยายามเข้ามาเกี่ยวพัน เธอมักยิ้มแย้ม พูดหวาน และทำเหมือนเป็๲เพื่อนสนิท แต่ความจริงกลับค่อย ๆ เปิดเผยว่า เธอมักชอบเอาความลับหรือความพยายามของคนอื่นไปใช้เป็๲ของตัวเอง


    ก่อนหน้าฉันเคยคิดว่าเธอเป็๲เพียงคนที่อยากอยู่รอดในสังคมแข่งขัน แต่ยิ่งเวลาผ่านไป ฉันก็ยิ่งเห็นชัดเจนว่า เธอไม่ลังเลที่จะเหยียบย่ำคนอื่นเพื่อก้าวขึ้นไป


    วันหนึ่ง หลังเลิกเรียน เธอเดินมาหาฉันที่หน้าหอพัก


    “หว่านอิง เธอจะไปฝึกงานที่แผนกอายุรกรรมใช่ไหม? ได้ข่าวว่าอาจารย์ที่นั่นเข้มงวดมากเลยนะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงกึ่งห่วงใยกึ่งเยาะเย้ย


    ฉันเพียงยิ้มตอบ “ใช่ ก็แค่ตั้งใจเรียนรู้ก็พอ”


    แต่ในใจ ฉันเริ่มชัดเจนแล้วว่า การปล่อยให้คนอย่างอิงเสวี่ยอยู่ใกล้ ๆ อาจกลายสิ่งบั่นทอนกำลังใจและเป็๲หอกทิ่มแทงในอนาคต


    ---


    ๰่๥๹ฝึกงานผ่านไปไม่กี่สัปดาห์ ฉันได้เจอทั้งผู้ป่วยที่เพิ่งฟื้นจากความเจ็บป่วยร้ายแรง และครอบครัวที่หลั่งน้ำตาเมื่อสูญเสียคนที่รัก บางวันกลับหอพัก ฉันรู้สึกเหมือนแบกความหนักหน่วงของโลกทั้งใบไว้บนบ่า แต่ทุกครั้งที่มองเสื้อกาวน์สีขาว ฉันก็จะเตือนตัวเองว่า นี่คือเส้นทางที่ฉันเลือก นี่คือสิ่งที่ฉันต้องทำให้ได้


    อาจารย์หมอคนหนึ่งเดินมาบอกฉันหลังการตรวจผู้ป่วยเสร็จ


    “เธอมีสายตาที่มั่นคงและใจที่อ่อนโยน ซ่งหว่านอิง ถ้าเธอรักษามันไว้ได้ เธอจะกลายเป็๲แพทย์ที่แท้จริง”


    คำชื่นชมเล็ก ๆ นั้นเหมือนพลังที่ทำให้ฉันก้าวต่อไป


    ---


    การฝึกงานทำให้ฉันเหน็ดเหนื่อยแทบทุกวัน แต่ก็เต็มไปด้วยความหมาย ฉันเริ่มเรียนรู้การสื่อสารกับผู้ป่วย เข้าใจว่าการเป็๲หมอไม่ได้มีเพียงทักษะการรักษา แต่ยังต้องมีหัวใจที่พร้อมรับฟังและยืนเคียงข้างผู้คนใน๰่๥๹เวลาที่อ่อนแอที่สุดของชีวิต


    ทุกย่างก้าวในโรงพย

    าบาลคือบทพิสูจน์ และฉันก็พร้อมจะก้าวต่อไป