เื่จัดงานนั้นคงไม่มีปัญหา ทุกวันนี้แค่มีเงินทุกอย่างก็จัดได้ราวเนรมิต แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่ทางเขาตามตัวเ้าบ่าวยังไม่พบนี่สิ
“ ไม่แกล้งหรอกลูก แม่ไปค้นดูหนังสือสัญญาที่น้าเขยของณัฐได้ทำไว้แล้ว ในนั้นระบุไว้ว่าต้องจัดงานแต่งงานขึ้นภายในเจ็ดวันหลังวันเกิดครบยี่สิบห้าปีของเ้าสาว”
“ แล้วนี่...”
“ ใช่จ๊ะ นี่คือวันเกิดของเด็กคนนั้น และนับไปจากนี้อีกเจ็ดวันเราต้องจัดงานแต่งงาน”
“แล้วเราจะต่อรองอะไรกับเขาบ้างไม่ได้เลยหรือครับ คิดจะมาเกี่ยวดองกันแท้ๆอะลุ่มอล่วยให้กันบ้างไม่ได้หรือไง ผมจะไปเจรจากับเขาเอง”
ณัฐพลชักโมโหที่ทางโน้นทำเหมือนไม่ให้โอกาสกันเลย อย่างนี้มันบีบกันทางอ้อมชัดๆ
“ บ้านเขาอยู่จังหวัดสงขลา เขาทำธุรกิจเรือประมงอยู่ที่นั้น แต่แม่ไม่เห็นด้วยที่ณัฐจะทำอย่างนั้น เราจะไปบอกเขาว่ายังไงละลูก”
คุณนลินีทักท้วงอารมณ์วู่วามของหลานชาย
“ ก็บอกว่านายนนท์ไม่สบายมาก หรือว่าติดธุระเื่งานอยู่ต่างประเทศก็ได้นี่ครับ แล้วระหว่างนี้เราก็รีบตามหาตัวนายนนท์ให้พบ”
“ แต่ถ้าเลยเวลาแล้วยังไม่พบ แล้วพวกนั้นมารู้ทีหลังว่าเราโกหก เขาต้องเข้าใจว่าเรามีเจตนาจะผิดสัญญาแน่ๆ แล้วจากนั้นเราก็ต้องเสียทรัพย์สินที่หามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงให้เขาไปฟรีๆโดยที่ไม่มีอะไรไปโต้แย้งได้ ณัฐอย่าลืมนะลูกว่าตานนท์เขาจงใจหลบเพื่อไม่ให้เราตามตัวเขาพบและเราก็มีเวลาแค่ไม่กี่วันเท่านั้น”
คุณนลินีแย้งออกมาทำให้ชายหนุ่มต้องยอมรับความคิดที่สุขุมกว่าของผู้สูงวัย แล้วทั้งสองน้ากับหลานก็ช่วยกันขบคิดหาวิธีในการที่จะแก้ปัญหาที่กำลังเผชิญอย่างเคร่งเครียด ผ่านไปครู่ใหญ่คุณนลินีจึงได้กล่าวออกมา
“ แม่ว่าจะไปตามตัวนายนนท์ที่ญี่ปุ่น ส่วนทางนี้ก็ให้ณัฐดำเนินการเตรียมจัดงานแต่งไว้รอ”
“ใช้เวลาแค่เจ็ดวันแม่นีคิดว่าจะหาพบหรือครับในเมื่อเรามั่นใจว่านายนนท์จงใจหลบอย่างนี้”
คิ้วหนาเข้มขมวดเข้าหากันอย่างกังวล แต่คำพูดต่อมาของคุณนลินีก็ทำให้เขาถึงใ
“ถ้าหากครบเจ็ดวันแล้วแม่ยังตามตัวนายนนท์กลับมาไม่ได้ แม่ก็อยากขอร้องให้ณัฐรับสมอ้างเป็นายนนท์แล้วเข้าพิธีแต่งงานแทนไปก่อน”
“ อะไรน่ะครับแม่นี”
“ ณัฐยังไม่มีแฟนเป็ตัวเป็ตนไม่ใช่หรือลูก”
แม่นีของเขาเริ่มอ้อนวอน
“ ก็ใช่ครับ แต่ว่า...”
ชายหนุ่มไม่รู้จะพูดอย่างไรดี เขาอยากบอกแม่นีว่านี่มันไม่ใช่เื่เล็กๆเหมือนตอนที่เขาเคยทำการบ้านส่งครูแทนนนทพัทธ์เวลาที่ญาติผู้น้องของเขาไม่สบายเมื่อยังอยู่ในวัยเด็ก
“ แม่ขอร้องเถอะนะณัฐ แม่ไม่รู้จะทำอย่างไรดีแล้ว ถ้าหากต้องเสียทรัพย์สมบัติส่วนนั้นไป แม่ยกให้ณัฐเสียดีกว่า แม่สัญญาว่าถ้าณัฐต้องเข้าพิธีแต่งงานแทนนายนนท์จริงๆเมื่อกลับมาแม่ก็จะยกสมบัติครึ่งหนึ่งที่แม่มีให้ณัฐไปเลย”
น้ำตาของผู้มีพระคุณปริ่มขอบตาทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนต้องแบกูเาไว้บนบ่าซักสามลูกก็ไม่ปาน
“ แม่นีครับ ข้อนั้นไม่ใช่เื่สำคัญ แต่...”
ณัฐพลนึกถึงคำพูดของนนพัทธ์ที่ว่าเขาไว้ว่า ถ้าเจอเข้ากับตัวแล้วจะขำไม่ออก ตอนนี้เขาเริ่มซาบซึ้งกับความหมายของคำนั้นแล้ว เพราะเขาไม่อาจบอกปฏิเสธกับแม่นีไปได้โดยเด็ดขาด แต่มันก็เป็เื่ที่ทำใจยากจริงๆที่จู่ๆก็จะต้องเข้าพิธีแต่งงานกับใครไม่รู้ เหตุผลนานัปการมันอาจใช้ได้กับเื่อื่นๆแต่สำหรับการแต่งงานแล้วเป็ใครก็คง้าเหตุผลอยู่ข้อเดียวเท่านั้นคือความรัก