ภาคินอาศัยสัญชาตญาณคว้าท่อนไม้ใกล้มือยกขึ้นขวางบล็อกใบมีดไว้ได้ทันเขาใช้แรงทั้งหมดที่มีดันมีดออกแล้วยันเท้าเข้ากลางลำตัวชาญชัยจนกระเด็นไปชนกรงเหล็ก ชาญชัยปล่อยมีดหลุดมือภาคินไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอย พุ่งเข้าล๊อกคอชาญชัยจากด้านหลัง บิดแขนล็อคข้อต่อแน่นจนกระดูกไหล่ของอีกฝ่ายเกิดเสียงดัง
“กร๊อบ!” "อ๊ากกกก!"ชาญชัยร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด หมดฤทธิ์เดชลงทันที สารวัตรนนท์และตำรวจอีกสองนายพุ่งเข้ามาล๊อกตัวชาญชัยใส่กุญแจมือไว้ได้อย่างแน่นหนาหมดสิทธิ์ขัดขืน
"หมดเวลาเล่นละครแล้วไอ้ชาญชัย"
"ปล่อยกู! พวกมึงรู้ไหมว่ากูเป็นใคร!" ชาญชัยคำรามอย่าบ้าคลั่ง
ภาคินหอบหายใจรวยรินเลือดสีแดงสดไหลซึมตามบาดแผลที่แขน แต่เขากลับไม่สนใจ ภาคินจัดปกเสื้อให้เข้าที่พลางก้าวเดินตรงไปยังกรงเหล็กแถบหลังสุดของโกดัง เขาใช้คีมตัดเหล็กที่เตรียมมาตัดแม่กุญแจออกแล้วเปิดประตูให้สุนัขพันทางตัวหนึ่ง ภายในกรงมืดมันค่อยๆ ก้าวออกมาด้วยท่าทางหวาดกลัว แต่เมื่อมันได้กลิ่นและเห็นหน้าภาคินมันก็จำได้ทันที.... เจ้าดุ๊กดิ๊กที่เนื้อตัวมอมแมมและมีบาดแผลเล็กน้อย วิ่งกระดิกหางสั่นระริกเข้ามาคลอเคลียขาเขาอย่างคุ้นเคยมันค่อยๆ ใช้จมูกเปียกชื้นมาดุนที่มือเปื้อนเลือดของภาคินอย่างรักใคร่
ภาคินย่อตัวลงอุ้มเจ้าดุ๊กดิ๊กขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนกอดไว้แน่น พลางลูบหัวมันเบาๆ แม้จะเจ็บระบมไปทั้งตัว แต่นัยน์ตาของชายหนุ่มกลับเต็มไปด้วยโล่งอก...บัดนี้ฝันร้ายได้จบลงแล้ว ชายหนุ่มถอนหายใจยาวความเจ็บปวดจากการถูกเข้าใจผิดและสายตาผิดหวังจากพิมพ์นลินก่อนหน้านี้ถูกแทนที่ด้วยความสบายใจเมื่อภารกิจลับเพื่อปกป้องคนที่เขารักและสุนัขที่น่าสงสารของเธอได้สิ้นสุดลงเสียทีและถึงเวลาที่เขาจะนำความจริงกลับไปบอกให้ทุกคนรู้
++++++++++
ย้อนไปช่วงค่ำก่อนที่ภาคินจะไปที่โกดังร้าง
พิมพ์นลินเมื่ออยู่ลำพังหญิงสาวคิดทบทวนเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นอย่างตั้งสติภาพในอดีตของภาคินกับเธอแว๊บเข้ามาในหัวราวละครหลังข่าวที่เอามารีรันใหม่หญิงสาวจึงแวะมาที่บ้านของภาคินเพื่อจะคาดคั้นหาความจริงเรื่องเจ้าดุ๊กดิ๊กที่หายตัวไปแต่บ้านกลับเงียบเชียบ มีเพียงร่องรอยการรีบร้อนออกไปของชายหนุ่มบนโต๊ะทำงานในห้องนั่งเล่น มีสมุดบันทึกเล่มหนาเปิดค้างไว้ พร้อมกับแผนที่ลายแทงที่ถูกขีดวงกลมสีแดงไว้ที่
"โกดังร้างริมชายป่าท้ายเมือง"
ข้างๆแผนที่นั้น มีกระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆ ที่เขียนด้วยลายมือหวัดของภาคินระบุพิกัด เวลาและข้อความสั้นๆ ว่า
"ล๊อตใหญ่ของชาญชัยคืนนี้ 19.00 น. ดุ๊กดิ๊กอยู่ที่นั่น ต้องพาออกมาก่อนตำรวจบุก"
วินาทีที่ได้เห็นชื่อ"ชาญชัย" มาเฟียค้าสัตว์เถื่อนที่มีข่าวลือหนาหู และชื่อของ"ดุ๊กดิ๊ก" หัวใจของพิมพ์นลินก็หล่นวูบไปที่ตาตุ่มความระแวงในใจแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกสายตาของเธอกวาดไปเห็นหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังไม่ดับซึ่งเปิดหน้าแชตลับที่ภาคินคุยกับสารวัตรนนท์ ค้างไว้ ข้อความสุดท้ายระบุชัดเจนว่าเขากำลังจะไปจับชาญชัยเพื่อช่วยสุนัขทั้งหมด
เหมือนม่านหมอกที่บดบังอยู่พลันถูกกระชากออกเพียงพริบตาเดียว... เธอก็เข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดได้ทันที... ภาคินไม่ได้เป็นพวกเดียวกับคนร้าย แต่เขากำลังจะไปเสี่ยงชีวิตเพียงลำพัง!
ด้วยความกลัวและความเป็นห่วงที่ถาโถมพิมพ์นลินไม่รอช้า เธอคว้าแผนที่แผ่นนั้นมาไว้ในมือ ร่างบางวิ่งถลาออกไปเรียกรถแท็กซี่ทันที ยื่นเงินให้คนขับซึ่งน่าจะได้มากกว่าราคาปกติเพื่อให้เขาทำตามที่เธอต้องการอย่างไม่อิดออดแล้วบอกพิกัดด้วยน้ำเสียงละล่ำละลักว่า
"ไปที่นี่ด่วนที่สุดเลยค่ะพี่...!"
ตลอดระยะเวลาที่นั่งบนรถ หัวใจของเธอเต้นโหมกระหน่ำราวกับพายุร้ายที่ไร้ทีท่าจะสงบ ร่างน้อยสั่นระริกด้วยความตื่นตระหนกมือบางขยำเบาะรถแน่น ยิ่งเข็มนาฬิกาเคลื่อนไป หัวใจก็ยิ่งบีบรัดด้วยความกลัวว่าเวลาของเขาจะหมดลง
เสียงปืนและอิสรภาพที่แลกด้วยเลือด
เสียงเห่ากระโชกด้วยความหวาดกลัวของสุนัขหลายสิบตัวดังระงมไปทั่วโกดังร้างริมชายป่ากลิ่นอับชื้นและคราบเลือดโชยคละคลุ้งในอากาศ
"ดุ๊กดิ๊ก!ฉันมาช่วยแกแล้ว"
"แกคิดว่าจะรอดออกไปจากที่นี่ได้ง่ายๆเหรอ!"
ลูกสมุนของชาญชัยคนหนึ่งที่หลบตำรวจอยู่ในมุมมืดข้างกรงขังคำรามพลางลั่นไก
“ปัง!”
กระสุนเจาะเข้าที่สีข้างของภาคิน ร่างของเขาทรุดฮวบลงกับพื้นเลือดสีแดงฉานเริ่มไหลซึมผ่านเสื้อสีเข้ม ดุ๊กดิ๊กที่อยู่ในอ้อมกอดของภาคินตกใจวิ่งเตลิดไปยืนหลบตัวสั่นอยู่ไม่ไกลนักมันเดินย่างสามขุมเข้ามาหาเขา นัยน์ตากร้าวฉายแววอำมหิตเด่นชัด
ภาคินกัดฟันกรอดไม่ยอมแพ้ เขารวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายใช้ท่อนเหล็กใกล้ตัวฟาดเข้าที่ข้อเท้าของอีกฝ่ายจนล้มคว่ำปืนกระเด็นไปไกล ในวินาทีนั้นเอง เสียงไซเรนรถตำรวจก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณพร้อมกับการบุกเข้ามาของเจ้าหน้าที่คอมมานโดที่มาจับกุมตัวไว้ได้ทันควัน
พิมพ์นลินที่แอบนั่งรถแท็กซี่ตามมาด้วยความเป็นห่วงวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในโกดัง เธอเห็นชาญชัยกำลังถูกเจ้าหน้าที่กดตัวลงกับพื้นและใส่กุญแจมือเธอมองหาภาคิน แล้วเห็นเขาไกลออกไปด้านในสุดของโกดัง พิมพ์นลินวิ่งเข้าไปหาทันที ภาพที่เห็นคือภาคินนอนจมกองเลือดอยู่บนพื้นโดยมีเจ้าดุ๊กดิ๊กที่หลุดออกมาจากกรงคอยเลียใบหน้าของเขาเพื่อปลุกให้ตื่น
พิมพ์นลินถลาเข้าไปทรุดตัวลงคุกเข่าข้างร่างที่นอนหายใจรวยรินอย่างไม่สนว่าเสื้อผ้าจะเปื้อนคราบเลือด หญิงสาวสั่นสะท้านไปทั้งสรรพางค์กายเธอรีบสอดสองมือชื้นเหงื่อเข้าไปรองรับและประคองศีรษะของเขาขึ้นมาวางบนตักอย่างแผ่วเบาที่สุดด้วยความระมัดระวังหยาดน้ำตาไหลรินเปรอะแก้มเต็มไปหมดจนภาพตรงหน้าพร่ามัว สายตาจ้องมองบาดแผลฉกรรจ์ด้วยความตื่นตระหนกพลางละล่ำละลักร้องเรียกเขาเสียงหลง
"พี่คิน!เกิดอะไรขึ้น! พี่คิน พี่คิน"
หยาดน้ำตาแห่งความหวาดกลัวทะลักทลายออกมาพร้อมกับเสียงสะอื้นไห้ที่หลุดก้องออกมาจากลำคออันแหบพร่า หญิงสาวหันไปหาสารวัตรนนท์ หัวหน้าชุดจับกุมด้วยอาการช็อกจนทำอะไรไม่ถูก