อาซันเรียนวิชาการโรงแรมเบื้องต้นเสร็จ ก็เดินออกจากตึกคราวนี้ รุ่นพี่มากกันนับร้อย ั้แ่ปี 2 ถึงปี 5 บางคนอยู่ปี 6 ก็มาด้วย ทุกคนมาไล่ต้อนรุ่น้องทุกคนไปกลางสนาม อาซันเลยไหลไปตามพวกเขา แล้วพอไปถึง ก็ได้ยินเสียงรุ่นพี่หลายคน ะโสั่งให้ รุ่นน้องชุดแรกไปนั่ง และตะคอกเหมือนแสดงอำนาจว่าข้าใหญ่ ไม่รู้มันคิดกันได้อย่างไร อาซัน เห็นแล้ว ไม่อยากสนใจเลยเดินออกไปตรงๆ
มีรุ่นพี่คนหนึ่งท่าทางเป็นักมวย เข้ามาตั้งใจบิดแขนอาซัน เจออาซันตบเข้าบ้องหู ลงไปนอนสลบ เป็คนแรก รุ่นพี่ทีเหลือหันมามองกันทุกคน อาซันเตะเข้าไปที่ชายโครงอีกที ร่างรุ่นพี่ที่สลบไปแล้วกระเด็นออกไป รุ่นพี่อีกกว่า สิบคนเข้ามาคิดว่าต้องสั่งสอนหน่อยเสียแล้ว เจอหมัด เท้า เข่า ศอก ของอาซัน ล้มไปนอนสลบพร้อมกันทั้งสิบคน ที่เหลือ คราวนี้พุ่งเข้ามาพร้อมกันเกือบ สามสิบคน อาซันพุ่งเข้าไล่ตบที่หัวจนล้มทิ่มพื้นไปทีละคน จนครบทั้งสามสิบคน ลงไปนอนเกลื่อน สนามฟุตบอล
อาซันไล่เตะให้ไปกองที่ประตูฟุตบอล แล้วหันไปมองรุ่นพี่ที่เหลือ เหมือนจะถามว่า มีใครคนไหนที่กล้ายุ่งอีกกับตนอีกไหม แค่อาซันมองไปทุกคนก็หลบสายตากันหมด ยิ่งคนที่ส่งเสียงดังตะคอกรุ่นน้องเสียงดังกว่าใคร เวลานี้หายหน้าไปไหนแล้วก็ไม่รู้ คราวนี้ทุกคนมองอาซันด้วยความหวาดกลัว แม้กระทั่ง สี่สาวที่อาซันเจอที่โรงอาหาร และที่ยืนตื่นตะลึงที่สุดก็คือ เ้าเอส กับ เ้าบิ๊ก
อาซันเดินกลับไปที่โรงแรม แล้วเปลี่ยนชุด คืนนี้ จะต้องบุกไปบ้านของอาจารย์ไลลา ไม่ว่ามันจะเป็อะไร ต้องกำจัดพวกมันให้หมดไปจากโลกใบนี้
กลางดึกคืนนั้น อาซันก็แบมือออกมาดู มีเข็มเงา โผล่ขึ้นมาบนฝ่ามือ มันเคลื่อนไป ทางทิศใต้ อาซันขี่เมฆสีดำ พุ่งไปตามที่เข็มชึ้ อาซันมาโผล่ที่บ้านริมน้ำแห่งหนึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับโรงแรม แถวนี้เรียกว่าฝั่งบางกอบัว อาซันมายืนตรงต้นไม้ใหญ่ข้างบ้าน จากนั้นก็พุ่งวับเข้าไปในบ้าน อาซัน ขึ้นบนบ้านทันทีเพราะรู้ว่าบนบ้านมีเพียงอาจารย์ไลลาเพียงคนเดียว จากนั้นอาซันก็เห็น อาจารย์ไลลานุ่งผ้าเช็ดตัวอาบน้ำผมเปียกเดินออกมา อาซันแทบกำเดาไหลออกมาที่เห็นผ้าขนหนูไม่สามารถเก็บหน้าอกของอาจารย์ไลลา ได้ทั้งหมด อาซันหายตัวเข้าไปใกล้วอาจารย์ไลลา แล้วก็เป่ามนต์ให้อาจารย์ไลลาสลบไสล จากนั้นอาซันก็ก้าวเข้ามาในห้องนอน แล้วมองไปที่กระจก เพราะเข็มที่มือชี้ไปที่กระจกโบราณอันหนึ่งขนาดเท่าตัวคนที่ตั้งไว้ในห้องนอนอาจารย์ไลลา
“ ปรากฏตัวออกมาซะ” อาซันเอ่ยกับกระจกโบราณ ปรากฏว่ามีอักขระยันต์ปรากฏออกมาเต็มไปหมด บนหน้ากระจกคล้ายกรงขังิญญา มีหญิงสาวถูกขังอยู่ในกระจก แต่งชุดไทยโบราณ หน้าตาสวยงามจนอาซันตะลึง ว่าโลกนี้จะมีสาวงามอยู่เช่นนี้ นางยิ้มให้กับอาซัน ดูแล้วอายุไม่น่าเกิน 20 ปี ผิวพรรณเนียนนุ่ม น่าััเป็ยิ่งนัก
“ ท่านเป็ใคร ทำไมสามารถััถึงเราได้” แม่นางในกระจกเอ่ยเสียงเย็นๆออกมา ทำเอาอาซัน ถึงกับตะลึงกับเสียงที่ไพเราะเหมือนเสียง์ที่ใครได้ยินล้วนตกอยู่ในภวังค์
“ ข้าชื่อซูซัน เป็ยมทูต จะมาส่งตัว เอ่อ...ว่าแต่ท่านเป็ใครทำไมถูกขังอยู่ในกระจกบานนี้ได้” อาซันไม่พูดว่าจะส่งตัวไปยมโลก แต่เปลี่ยนใจกลับถามเื่ของนางแทน นางที่อยู่ในกระจกลุกขึ้นจากที่นั่งพยายามเดินเข้าใกล้อาซันให้มากขึ้น แต่ไม่สามารถออกจากกรงขังิญญานี้ได้
“ จริงหรือ ท่านเป็ยมทูต ั้แ่ข้าตายไป ข้าไม่เคยเห็นยมทูตมารับิญญาข้าไปเลย ได้โปรดนำิญญาข้าออกไปจากที่นี่เสียที ข้ายอมรับโทษทัณฑ์ทุกอย่าง ขอเพียงปลดปล่อยข้าจากที่นี่ด้วยเถิด” นางเอ่ยปากอ้อนวอน ทำให้อาซันอยากจะเข้าช่วยเธอทันที
“ ท่านเป็ใครกันแน่ ทำไมถึงได้ถูกขังเอาไว้เช่นนี้ บอกข้ามาก่อน” อาซันเริ่มสงสัยทำไมิญญาดวงนี้ถึงได้ถูกขังไว้ ด้วยมนต์คาถาระดับสูงขนาดนี้
“ ข้าชื่อ บัวผัน เมื่อวัย 13 ปี ก็ถูกส่งตัวมาเป็พระสนมของพระไชยาาธิราช เพราะว่า ข้าเป็หลานของสมเด็จรามาาธิราช ราชวงศ์อู่ทอง เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ จึงได้ตำแหน่งเป็ ท้าวศรีสุดาจันทร์ หลังจากนั้น ข้าก็มีโอรสกับพระไชยาา คือพระยอดฟ้า กับ พระศรีศิลป์ แต่มาวันหนึ่งพระไชยาากลับมาจากาเชียงใหม่ ระหว่างทางท่านประชวรแล้วก็ต ชีวิตพวกเราเริ่ม เปลี่ยนไป ระหว่างนั้น กรุงศรีอยุธยา แบ่งออกเป็ 4 กองกำลังเพื่อที่จะแย่งชิงอำนาจกันคือราชวงศ์พระร่วง สุโขทัย ราชวงส์สุพรรณภูมิ ราชวงศ์ อู่ทองและราช์วงศ์ศรีธรรมาโศก
ตัวข้าและโอรสทั้งสองก็ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครได้ต่างถูกผู้มีอำนาจ ต่างมุ่งเข้ามาใช้พวกเราแม่ลูก เป็เครื่องมือในยึดอำนาจ จนกระทั่งวันหนึ่งข้าได้ถูกมนต์เสน่ห์ ของพราหมณ์หนุ่มคนหนึ่งซึ่งเป็ตัวแทนราชวงศ์อู่ทอง ทำให้ข้าตกอยู่ในมนต์สะกดของมัน ตกเป็ทาสบำเรอให้กลับมัน แถมมันยังวางยาพิษพระยอดฟ้าเพื่อข่มขู่ข้า
ให้ทำตามความประสงค์ของมัน ข้าเป็เพียงหญิงธรรมดา อายุ 13 ก็เข้าวัง ไม่รู้เล่ห์กลของใคร สุดท้ายก็ต้องทำตามคำสั่งมันทุกอย่าง จนสุดท้ายยอมแต่งตั้งให้มันเป็กษัตริย์ เพื่อแลกกับชีวิตลูกของข้าทั้งสอง แต่สุดท้ายมันก็ผิดคำพูด ไม่ยอมให้ยาแก้พิษทำให้ลูกของข้าต้องเสียชีวิต ข้าจึงได้แต่สาปแช่งให้พวกมันตายทั้งโคตรและอีกไม่กี่วัน ขุนวรวงศา พวกมันก็ตายเสียสิ้นไปจนหมด จากนั้นข้าก็ถูกจับมาอยู่ในที่ตำหนักลับแห่งหนึ่งกับลูกชายคนเล็ก ข้ารู้ พวกราชวงศ์ทั้งสาม ไม่ยอมปลดปล่อยข้าแน่ๆ ข้าเลยต่อรองให้พวกมันไว้ชีวิตลูกของข้า...” นางพูดแค่นี้นางก็เงียบเสียงไป อาซันสงสัยว่านางไม่ได้ตายไปพร้องกับขุนวรวงศาหรือหรือ ทำไมยังถูกจับมาอยู่ในที่ตำหนักลับได้
“ ทำไมในบันทึกโบราณบอกว่าท่านวางยาพิษพระไชยาาดและพระยอดฟ้า ดังนั้นพวกเขาจึงสังหารท่าน แล้วเห็นพระศรีศิลปยังเด็กเลยชุบเลี้ยง แต่พอเติบใหญ่ พระศรีศิลป กลับก่อการขบถ เลยถูกปืนยิงตาย เื่ไม่เป็เช่นนี้หรอกหรือ” อาซันถามด้วยความสงสัย
“ เฮอะ ผู้ชนะจะลงบันทึกเช่นไร ก็ได้ เขียนให้ข้าเป็มารร้าย เป็นางฟ้า ใครจะรู้ได้ ทั้งที่ความจริง ถ้าข้าไม่ต่อรองกับพวกมันหรือ ลูกชายข้าจะมีชีวิตรอด ถึง 13 ปี ข้าบอกพวกมันให้พาตัวพระศรีศิลป์มาพบข้าทุกสามเดือน แต่เพราะพระศรีศิลป์ ทนเห็นข้าลำบากไม่ได้ จึงได้พยายามพาผู้คนบุกเข้ามาเพื่อจะชิงตัวของข้าเขาถึงต้องตาย..” บัวผัน หรือ ท้าวศรีสุดาจันทร์ เอ่ยด้วยความเศร้าใจ
“ ขอถาม ท่านอาศัยอะไรไปต่อรองกับพวกเขา” อาซันสงสัยมาก บัวผันลุกขึ้นอีกครั้งแล้วค่อยๆเดินเข้ามาใกล้กับ อาซัน แล้วมองตาอาซันตรงๆ
“ ท่านคิดว่าตัวข้าจะมีสิ่งใดที่มีค่าที่สุดในการต่อรองกับพวกมัน ถ้าไม่ใช่เรือนร่างของข้า รายละเอียดข้าไม่อยากพูดถึงมันอีก..” บัวผัน เอ่ยพร้อมกับแอ่นอกนิดหนึ่ง
ทำให้อาซันเข้าใจเื่ราวทั้งหมด ว่านางต้องฝืนทนอัปยศแค่ไหน ที่ต้องใช้ชิวิตเช่นนี้ เพื่อลูกแท้ๆ กลับถูกตีตราว่าเป็หญิงชั่วช้า คบชู้สู่ชาย ฆ่าผัว ฆ่าลูก ทั้งที่นางไม่มีโอกาสแก้ต่าง ได้แม้แต่เพียงคำเดียว หนำซ้ำ ยังไม่มีใครได้รับรู้เื่ราวที่นาอัปยสอดสู ที่นางถูกกระทำย่ำยี แล้วสุดท้ายยังถูกกักขังิญญานับสี่ร้อยปีช่างน่าสงสารนางจริงๆ
“ แล้วใครขังิญญาท่าน ไว้ในกระจกแบบนี้” อาซันเอ่ยถามอีกครั้ง
“ หลักจากข้าไม่พบหน้าลูก ภายในสามเดือน ข้าก็รู้ว่า ลูกข้าคงไม่รอดแน่แล้วข้าจึงได้ฆ่าตัวตาย ก่อนตายข้าได้สาปแช่งพวกมันที่ทำร้ายข้า และลูกๆให้พวกมันพบแต่ความฉิบหาย ตกเป็ทาส สิ้นลูกสิ้นหลาน ตราบชัวกาลนาน” บัวผัน กัดฟัดพูดด้วยความแค้น นางคงไม่รู้ว่า คำสาปแช่งของนางนั้นได้สัมฤทธิผลเป็ที่เรียบร้อย แล้ว ทุกคนที่ทำร้ายนางต่างสิ้นลูกสิ้นหลานสิ้นราชวงศ์ไปทั้งหมด
“ จากนั้นพวกมันก็กลัวคำสาปอาฆาตของข้า พวกมันก็ใช้ ปุโรหิต ทำพิธี สะกดิญญา ของข้าไว้ในกระจกส่องธรรม อันนี้ ทำให้ข้า ไม่ได้ไปผุดไปเกิดอีกต่อไปส่วนไลลา นั้นนางได้ กระจกนี้มาจากบรรพบุรุษของนาง บางทีไอปีศาจในตัวของข้า อาจทำให้ติดตัวไปกับนาง ทำให้เ้าััถึงตัวของข้าได้” บัวผันหรือท้าวศรีสุดาจันทร์ เอ่ยตามเป็จริง
“ ข้าจะช่วยท่านออกมา “ อาซันก็ยกมือซ้ายขึ้นใต้ยันต์ 8 ทิศ มีสิงห์คาบดาบอยู่อาซันหยิบเอาดาบออกมาจากปากสิงห์ แล้วกรีดเบาๆ ไปที่กระจก ยันต์ที่กักขังไว้ กลับถูกทำลายได้อย่างง่ายดาย จากนั้นิญญาของ บัวผัน ก็เผยร่างออกมา จากกระจกทันที อาซันเห็นตัวจริงแล้วตื่นเต้นเข้าไปอีก สมแล้วที่เป็หญิงงามอันดับต้นๆ ของแผ่นดิน
“ ขอบคุณท่านผู้มีคุณ หากท่าน้าอะไร จากตัวข้าขอให้ท่านเอ่ยมาได้ไม่ต้องเกรงใจ” อาซันได้ยินคำนี้ถึงกับอึ้งเืกำเดาแทบพุ่งออกมา พูดต่ออย่างลำบาก
“ ไม่เป็ไร ข้าจะส่งท่านไปแดนยมโลก จากนั้น ก็พาท่านไปยังสะพานทางเดินกฏธรรมชาติ จากนั้นก็สุดแล้วแต่วาสนาว่าท่านจะไปเกิด หรือร่างจะสลายหายไปข้าคงช่วยได้แค่นี้ ท่านเข้ามาพักในลูกแก้วดวงนี้ พอถึงยมโลกข้าจะปล่อยท่านออกมา จากนั้นอาซันก็ทำลายกระจกส่องธรรมทันที เปรี้ยง ! กระจกกลับไม่เป็อะไร อาซันเลยเก็บเอาไว้ในกระเป๋ามิติของเขา ที่เป็รอยสัก ที่เขียนไว้ที่แขนของเขา บัวผันจึงหายตัวเข้าไปลูกแก้ววิญญาของอาซันทันที จากนั้งอาซันก็มาอุ้มอาจารย์ไลลา ที่นอนกับพื้นโดยมีผ้าขนหนูผืนเล็กที่ปิดร่างแทบไม่หมด กลับไปไว้ที่เตียง แล้วห่มผ้าให้เรียบร้อย แล้วก็ขึ้นเมฆสีดำลอยกลับโรงแรมอย่างรวดเร็ว
“ หากว่าท่านชอบไลลา ข้าช่วยท่านได้นะ” บัวผันเอ่ยขึ้นยิ้มๆ
“ ข้าเห็นว่านางสวยดี แต่ไม่ถึงกับชอบแบบนั้น” อาซันรีบเอ่ยก่อนทันที
“ นางเป็กำพร้า อยู่กับน้องชายอีกคน หลังจากพ่อกับแม่ ถูกพวกมีอิทธิพลฆ่าตาย นางจึงต้องกลับมาจากต่างประเทศ ไม่มีใครคอยช่วยเธอ น้องชายก็แค่เด็ก8ขวบ อยู่กับคนใช้ พวกคนมีอิทธิพลส่งคนมาข่มขู่นางกับน้องให้ขายที่ดิน
ข้าอยากจะช่วยนาง ข้าสงสารไลลาเธอเป็เด็กดี แต่ข้าไม่มีอำนาจพอ ถ้าเ้าช่วยนางได้นางต้องซาบซึ้งใจอาจชอบพอเ้าก็เป็ได้” บัวผันกล่าวไปตามความคิดตัวเอง
“ ข้าคือยมทูต จะมีความรักได้อย่างไร แม่บัวผันก็พูดเกินไป เอาละ ข้าให้สัญญาข้าจะหาเวลามาช่วยไลลา ให้รอดพ้นกับพวกมีอิทธิพลให้ได้” อาซันให้สัญญา
“ ขอบใจท่านยมทูตน้อย” บัวผันเอ่ยอย่างจริงใจ