เจียงฟางหลานตื่นเช้าอีกแล้ว ทันทีที่เขาตื่น เขาก็ล้างหน้าแปรงฟัน และทำกิจวัตรประจำวันคล้ายเมื่อวาน ในเมื่อความจริงแล้วเขาก็ค่อนข้างว่างงาน อืม ก็ไม่มีการมีงานทำนี่นะ ก็จะถืออาชีพเป็สตรีมเมอร์ไปเลย
เขาเดินเข้าไปในสวนเหมือนเมื่อวาน เมื่อมาถึงใต้ต้นผิงกั่ว ก็จัดการเก็บกวาดถางหญ้ารอบๆ เล็กน้อย เคลียร์พื้นที่แล้วเอาเสื่อปูกับพื้น เอาอาหารที่ห่อกลับมาเมื่อวานจัดใส่จาน
“โห ข้าวยังร้อนอยู่เลย ช่องเก็บของนี่เป็ของดีจริงๆ นะ” เจียงฟางหลานทึ่งมาก สมกับเป็นวัตกรรมไฮเทคล้ำมิติไปเลย
‘แน่นอนครับโฮสต์ ของไม่ดีเป่าเปาไม่เอามาขายหรอกครับ’
“เป่าเปาเก่งที่สุดเลย” เขาเอ่ยชม
หลังจากจัดอาหารใส่จานหมดเรียบร้อย เขาก็ต้มชาอู่หลงไว้จิบด้วย เมื่อทุกอย่างพร้อมกิน เขาก็นั่งอยู่บนเสื่อ มองอาหารหลายจานตรงหน้า จากนั้นก็ส่งสัญญาณให้เป่าเปาเริ่มสตรีมได้
3..2..1..ติ๊ด
“สวัสดีครับทุกคน ผมสตรีมเมอร์เจียงนะครับ พบกันตอนเช้าอีกแล้ว วันนี้ผมจะมากินอาหารเช้ากับทุกคนนะครับ” เจียงฟางหลานพูดไปก็เริ่มลงมือกินข้าว ตอนนี้เขาคิดได้แล้วว่า แนวทางไลฟ์ของเขา ถ้าไม่ขายของก็กินอาหารยั่วน้ำลายคน... ไม่มีสอนทำอาหาร สอนทำอะไร แต่เป็การไลฟ์ให้ดูว่าเขาทำอะไรบ้างดีกว่า ถ้าให้เขาคิดคอนเทนต์อื่น เขาก็คงคิดไม่ออก
[ข้าคือพญาปักษา : กรี๊ด! ข้ามาทันคนแรก! <ข้าคือพญาปักษา> โดเนทให้คุณ 50 ตำลึง]
[ผิงกั่วหวานฉ่ำจงเจริญ : ในที่สุดผลของความพยายามไม่หลับไม่นอนของข้า สุดท้ายข้าก็มาทันเป็คนที่สอง! สตรีมเมอร์รับโดเนทไป! <ผิงกั่วหวานฉ่ำจงเจริญ> โดเนทให้คุณ 50 ตำลึง]
[ข้าจะฝึกเหาะกระบี่เพื่อแม่นางไป๋ : วันนี้ข้ารู้สึกว่าข้าดวงดี ข้าต้องได้สิทธิ์ซื้อผิงกั่วหวานฉ่ำแน่ๆ]
[พี่ใหญ่ตาเดียว : คนที่มาเร็วเนี่ยไม่นอนกันหรือไง]
[ม่านม่านไม่ใช่ผ้าม่าน : เ้าก็มาเร็วเหมือนกันนั่นแหละ...]
[หมีแพนด้าคือขอบตาของข้า : สภาพของข้าก็ตามชื่อ...]
เพียงครู่เดียวก็มีผู้ชมหลั่งไหลเข้ามาหลายรอยคน ราวกับจดจ้องอยู่หน้าจอรอคอยตลอดเวลา แต่เจียงฟางหลานก็ไม่ได้ใอะไร เขาเริ่มกล่าวแนะนำเมนูอาหาร “ผมกำลังจะกินมื้อเช้า ใครที่ยังไม่ได้กินมื้อเช้าโปรดรักษาสุขภาพด้วยนะครับ วันนี้ผมมีเมนูหลากหลายกว่าเมื่อวาน จานนี้คือเป็ดปักกิ่ง จานนี้คือไก่ผัดถั่วลิสง จานนั้นคือเต้าหู้ทรงเครื่อง ส่วนจานนั้นคือหมูทอดราดซอสเปรี้ยวหวาน และถ้วยสุดท้ายคือซุปเกี๊ยวปูนะครับ ส่วนในมือของผมคือข้าวสวยหอมๆ ครับ มาเริ่มกินข้าวกันเถอะ ผมหิวแล้ว” เจียงฟางหลานลงมือกินข้าวทันที
[แม่นางปากสีชาด : ลักพาตัวสตรีมเมอร์ได้ไหม?]
[พี่ใหญ่ตาเดียว : ไม่ได้!]
[อ้วนแล้วหนักหัวใคร : ขอประท้วงเวลาสตรีมของสตรีมเมอร์ ทำไมต้องเลือกเช้าตรู่ขนาดนี้ด้วย!]
[ข้าจะฝึกเหาะกระบี่เพื่อแม่นางไป๋ : อาหารของสตรีมเมอร์หอมมากจริงๆ แค่ได้กลิ่นข้าก็รู้ว่ามันต้องอร่อยแน่ๆ!]
[อยากลักตัวสตรีมเมอร์มาไว้ที่บ้าน : ข้าอยากเปลี่ยนอาชีพเป็โจร...]
[อ้วนแล้วหนักหัวใคร : ข้าแทบกลืนล้นตนเองอยู่แล้ว อาหารเลิศรสนี่มันอะไรกัน ในอาณาจักรมีร้านอาหารรสเลิศขนาดนี้ั้แ่เมื่อใด ทำไมข้าไม่รู้เื่!]
[คุณหนูรองเ้าเสน่ห์ : ไม่รู้ว่าสตรีมเมอร์อยู่ที่ไหน?]
[แม่นางน้อย : สตรีมเมอร์รับสมัครคนใช้ไหมเ้าคะ? ข้าน้อยทำงานบ้านได้ทุกอย่างเลยเ้าค่ะ อุ่นเตียงก็ได้!]
[แม่นางปากสีชาด : ไร้ยางอายจริงๆ อยากได้บุรุษก็ต้องเปย์สิ ขอฟรีๆ ได้อย่างไร <แม่นางปากสีชาด> โดเนทให้คุณ 1 เหรียญเงิน]
[จอหงวนคือความฝันของข้า : ข้าน้ำลายไหลไม่หยุดเลย อับอายขายหน้ายิ่งนัก สตรีมเมอร์ช่างโหดร้ายจริงๆ]
[มาวที่ไม่ใช่แมว : ชีวิตสตรีมเมอร์ช่างมีความสุข มีอาหารอร่อยๆ กินไม่ขาด ได้โปรดเปิดร้านเถิด!]
[อ้วนแล้วหนักหัวใคร : +1]
[ม่านม่านไม่ใช่ผ้าม่าน : +2]
[พี่ใหญ่ตาเดียว : +3]
[ปลาอะไรไม่น่ารัก ปรากฏว่าเป็เ้า! : +4]
[ไป๋เหลียนไม่ได้เหมือนดอกบัว : +5]
[…]
เจียงฟางหลานยังคงกินอาหารราวกับอยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้แสนสวย ไม่ใช่นั่งอยู่กลางสวนรกๆ
[คุณหนูรองเ้าเสน่ห์ : เ้าไม่มีบ้านรึ?] ที่คุณหนูโม่วหลิวหลินเอ่ยถามดังนี้ ก็เพราะสตรีมเมอร์ถ่ายอยู่ที่ป่ารกๆ นี่ที่เดียว ไม่เห็นสิ่งก่อสร้างอื่นๆ เลย ยิ่งจำกัดมุมมองตามสตรีมเมอร์แล้ว นางเห็นเพียงอาหารที่ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจเท่านั้น นางเองก็เหมือนคนอื่นๆ ที่ลิ้มรสอาหารแสนอร่อยด้วยความสุข แอบ +1 อยู่ในใจเงียบๆ
[อ้วนแล้วหนักหัวใคร : รสชาติที่ไม่รู้จะบรรยายอย่างไรนี่มันคืออันใดกัน เกิดมาข้าไม่เคยกินอาหารที่อร่อยขนาดนี้มาก่อนเลย สตรีมเมอร์อยู่ดินแดนเทพเซียนรึ!]
[ผู้ฝึกตนวัดเส้าหลิน : เ้าคนโง่! ดินแดนเทพเซียนจะไปมีพลังงานบริสุทธิ์ต่ำขนาดนี้ได้อย่างไร!]
[เสี่ยวมาวไม่ชอบกินปลา : ใช่ บางทีอาจจะเป็ดินแดนลึกลับสักที่ก็เป็ได้ อาณาจักรต้าหลง (ัั์) ของข้าไม่มีสถานที่ที่พลังงานบริสุทธิ์ต่ำขนาดนี้ ไม่เคยได้ยินเื่ดินแดนลึกลับด้วย]
[ปลากระบี่บินได้ : อาณาจักรต้าซง (หมีั์) ก็ไม่มี]
[พี่ใหญ่ตาเดียว : อาณาจักรต้าเซี่ยง (ช้างั์) ก็ไม่มี]
[คุณหนูรองเ้าเสน่ห์ : อาณาจักรต้าหู่ (เสือั์) ก็ไม่มี]
[สาวกผิงกั่วหวานฉ่ำ : อาณาจักรต้าหลาง (หมาป่าั์) ก็ไม่มี]
[…]
ท่ามกลางเสียงคิดวิเคราะห์ของผู้ชม เจียงฟางหลานก็นั่งกินไปอ่านคอมเมนต์ไปอย่างเพลิดเพลิน สนุกดีจริงๆ จนกระทั่งเขากินอิ่มแล้ว เขาก็เริ่มจิบชาต่อ
[คุณหนูรองเ้าเสน่ห์ : อึก ชาชั้นเลิศ ข้าซื้อ! อึก... ข้าซื้อ 500 เหรียญเงิน ไม่สิ 1 เหรียญทอง!]
[แม่นางปากสีชาด : ชาดีมากจริงๆ ดูเหมือนอาหารและน้ำของสตรีมเมอร์เจียงจะไม่มีรสขมเหมือนในอาณาจักรต่างๆ เลย 10 เหรียญทองสำหรับชาของสตรีมเมอร์ ได้โปรดแบ่งขายให้ข้าด้วยเถอะ <แม่นางปากสีชาด> โดเนทให้คุณ 100 เหรียญเงิน]
[อ้วนแล้วหนักหัวใคร : ช่องคฤหาสน์ตระกูลเจียง ในอาณาจักรมีตระกูลเจียงกี่ตระกูลกันนะ... หากสตรีมเมอร์ขายแบ่งชาขาย ได้โปรดขายให้ข้าด้วยเถอะ! <อ้วนแล้วหนักหัวใคร> โดเนทให้คุณ 100 เหรียญเงิน]
“พวกคุณจะอยากซื้อทุกอย่างที่ผมกินไม่ได้นะ...” เจียงฟางหลานเอ่ยเบาๆ เขาอยากจะขำแต่ก็ต้องนึกถึงใจผู้อื่นบ้าง ในโลกลมปราณที่มีแต่รสขม ได้เจอกับรสชาติอื่นๆ ของโลกเขา ย่อมสนใจเป็ธรรมดา มีลูกค้า เราก็ต้องทำตัวเป็พ่อค้าที่ดีสิ หึหึ
[อาจื่อท่องยุทธภพ : ตัวสตรีมเมอร์ก็อยากซื้อ]
[ใครจะเก่งกว่าข้าหามีไม่ : เ้าตัดแขนเสื้อรึ!]
[ชายงามแห่งอาณาจักรต้าหลง : ตัดแขนเสื้อแล้วทำไมรึ?]
[ใครจะเก่งกว่าข้าหามีไม่ : เปล่าจ้า ข้าจะบอกว่าข้าก็ตัดแขนเสื้อเช่นกัน]
[แม่นางปากสีชาด : เบื่อนัก ผู้ชายไปรักกันเองหมด ข้าคงต้องมองหาสาวงามบ้างแล้วสิ]
“ชาที่ผมดื่มอยู่ มีชื่อว่าชาอู่หลงนะครับ ตอนนี้ผมมีอยู่แค่สองถุง แต่ผมไม่ขายนะครับ จะขอแลกเปลี่ยนเป็ของอย่างอื่นกัน แต่เอาไว้ทีหลังนะครับ ตอนนี้เรามาสุ่มผู้โชคดีได้สิทธิ์ซื้อผิงกั่วหวานฉ่ำ 20คนก่อน” เจียงฟางหลานเอ่ย เขาคิดว่าเขาจะเอาชาสองถุงแลกกับยาชำระล้างไขกระดูกขั้นต้นแทน จริงๆ ก็สามารถไปซื้อกับสตรีมเมอร์ที่เป็หมอยาได้ แต่เอาแบบนี้แหละ ง่ายดี อีกอย่าง เขามีเป่าเปาที่สามารถตรวจสอบสินค้าได้ว่าดีหรือไม่ดี
[แม่นางปากสีชาด : สตรีมเมอร์้าอะไรข้าจะหามาให้]
[คุณหนูรองเ้าเสน่ห์ : ...]
[อ้วนแล้วหนักหัวใคร : สตรีมเมอร์ไม่น่าจะอยากได้อาหาร เพราะอาหารของเขาดีกว่าของพวกเราเยอะ]
“เอาล่ะ สุ่มผู้โชคดีแล้วนะครับ 20 คน ได้แก่ คุณ [ผู้ฝึกตนวัดเส้าหลิน] [ชายงามแห่งอาณาจักรต้าหลง] [กระยาจกอันดับหนึ่ง] [ศิษย์พี่ใหญ่กรุณาอย่าไหน้ำส้มแตก [พี่ใหญ่ตาเดียว] [ข้าไม่จำเป็ต้องบอกเ้า] [คุณชายหน้าหยก] [กลับกูซูกับข้าเถอะเว่ยอิง] […] คนที่มีรายชื่อ เดี๋ยวทักผมมาจ่ายเงินให้เรียบร้อยด้วยนะครับ หลังจากนั้นผมจะจัดส่งผิงกั่วหวานฉ่ำให้ทันที”
[หนึ่งเดียวในใต้หล้า : ขอซื้อโชคดีต่อจากใครได้บ้าง?]
[ปลากระบี่บินได้ : ขอซื้อสิทธิ์ต่อ ข้าให้500เหรียญเงิน!]
“ต่อไปเป็ถุงชาจำนวนสองถุงนะครับ ผมจะแลกกับของสองอย่างเดียวเท่านั้น” เจียงฟางหลานหยิบถุงชาออกมาสองถุง แพ็กเกจไร่ชาดูสวยสะดุดตา เป็สิ่งแปลกตาสำหรับโลกลมปราณ
[ม่านม่านไม่ใช่ผ้าม่าน : ถุงชาสวยเหลือเกินเ้าค่ะ!]
[อยากรู้จักคำว่าฟ้าเหลือง : ตื่นเต้นยิ่งนัก สตรีมเมอร์จะอยากแลกอะไร?]
“ชาอู่หลงสองถุง ถุงหนึ่งชงได้อย่างต่ำสิบกา ถุงแรก ผมจะขอแลกกับยาชำระล้างไขกระดูกขั้นต้น ส่วนถุงที่สอง ผมจะขอแลกกับตำราฝึกตนระดับก่อกำเนิดกับระดับรากฐานครับ” เจียงฟางหลานตรวจดูแล้ว ยาชำระล้างไขกระดูกขั้นต้น ราคาอย่างน้อย 10 เหรียญทอง ไม่นับว่าแพงอะไรสำหรับคนรวย แต่สำหรับคนจน เงิน 10 เหรียญทอง ก็มากถึง 1,000 เหรียญเงิน หรือ 100,000 ตำลึงเลยทีเดียว ส่วนตำราฝึกตนก็ไม่ต่างกัน แต่ตำราระดับก่อกำเนิดแทบทุกบ้านแม้กระทั่งบ้านของชาวบ้านก็มีตำราเล่มนี้อยู่ ส่วนตำราระดับรากฐานก็จะมีราคาแพงเทียบเท่ายาชำระล้างไขกระดูกขั้นต้นนั่นแหละ
โลกลมปราณ ผู้คนส่วนใหญ่จะฝึกตนกัน แต่ส่วนมากจะอยู่ระดับแรกคือระดับก่อกำเนิดเท่านั้น แต่ละระดับแบ่งเป็9ขั้น ขั้นต้น 1-3 ขั้นกลาง 4-6 ขั้นสูง 7-9
ระดับก่อกำเนิดก็เป็เพียงระดับที่ทำให้แข็งแรงกว่าคนธรรมดาเล็กน้อยเท่านั้น ระดับนี้จะมีลมปราณสีแดงอันเป็สัญลักษณ์ ส่วนการจะผ่านไประดับรากฐานได้นั้น จะต้องกินยาชำระล้างไขกระดูกขั้นต้น เพื่อชำระล้างสิ่งสกปรกสารพิษตกค้างภายในร่างกายออกไป แต่ตามชื่อยานั่นแหละ ระดับต้น เมื่อฝึกตนในระดับสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ก็อาจพบสิ่งตกค้างได้อีก ก็จะมียาชำระล้างไขกระดูกขั้นกลางกับขั้นสูงรออยู่
แน่นอนว่าชาวบ้านไม่มีทางซื้อยาชำระล้างไขกระดูกได้ แต่หากเด็กคนใดที่ฝึกตนระดับก่อกำเนิดขั้นสูง (ขั้น7-9) ได้เร็วก่อนอายุ10ปี ก็มีสิทธิ์ที่จะถูกสำนักต่างๆ รับตัวไปเป็ศิษย์และมอบทรัพยากรอย่างยาชำระล้างไขกระดูกให้
ซึ่งเื่แบบนี้พบได้สามคนจากสิบคน ก็ถือว่าเป็จำนวนเยอะพอตัว
ติ๊ด! 3…2…1…
เจียงฟางหลานนำชาสองถุงใส่ลงในช่องว่างของระบบเพื่อส่งสินค้าไปยังโกดังแลกเปลี่ยน ถุงชาสองถุงจะปรากฏเป็รูปถุงชาโชว์อยู่ในร้านค้าของเขา (จะมีโหมดร้านค้าให้สตรีมเมอร์ขายของได้) เขาใส่ข้อมูลไว้ว่าใครที่นำยาชำระล้างไขกระดูกขั้นต้นมาแลกเป็คนแรกก็จะได้รับถุงชาสองถุงไป งานนี้ใครเร็วใครได้จริงๆ
[แม่นางปากสีชาด : คิกคิก ไว้จะอุดหนุนใหม่นะสตรีมเมอร์เจียง <แม่นางปากสีชาด> โดเนทให้คุณ 10 เหรียญเงิน]
[คุณหนูรองเ้าเสน่ห์ : หึ ครั้งหน้าเอามาขายอีกด้วยล่ะ <คุณหนูรองเ้าเสน่ห์> โดเนทให้คุณ 10 เหรียญเงิน]
[อ้วนแล้วหนักหัวใคร : นี่มือหรืออะไร กดกันไวเหลือเกิน! ข้าขอประท้วง!]
[อย่าสามหาวกับข้า : ผู้หญิงช่างน่ากลัวจริงๆ ...]
[พี่ใหญ่ตาเดียว : กับเื่ของกิน ผู้หญิงทุ่มเทมากจริงๆ ...]
[ศิษย์พี่ได้โปรดปรานีข้าด้วย : ศิษย์พี่ของข้ากดจนจอแตก...]
“ขอบคุณทุกคนมากนะครับ ไว้เจอกันใหม่นะครับ สวัสดีครับ” เจียงฟางหลานเอ่ยปิดไลฟ์ง่ายๆ อย่างรวดเร็ว เสมือนหนีกองทัพคนดูที่ประท้วงกันใหญ่
เขาเก็บผิงกั่วลูกสวยๆ ยี่สิบลูกล้างน้ำเช็ดให้สะอาดแล้วให้เป่าเปาส่งให้ลูกค้า จากนั้นก็รอของที่ทำการแลกเปลี่ยน ตามกฎแล้ว หลังจากที่กดแลกเปลี่ยนของได้ จะต้องทำการส่งของแลกเปลี่ยนภายในเวลาครึ่งชั่วยาม หรือ 1 ชั่วโมง มิเช่นนั้นคนที่ไม่ทำการแลกเปลี่ยนจะถูกแบล็กลิสต์ทันที
เจียงฟางหลานเก็บของทั้งหมดใส่ในช่องเก็บของ กำลังเตรียมจะเดินกลับบ้าน ก็ได้ยินเสียงเตือนจากระบบว่าของที่ทำการแลกเปลี่ยนถูกส่งมาแล้วเรียบร้อย เขาจึงรีบกดรับและนำออกมาดูทันที
“ว้าว!”