บนชั้นสองนี้มีคนอยู่ไม่มากนัก จี้หนิงเดินตามหมายเลข 12 ขึ้นมาและนั่งลงตรงโซฟาที่มุมหนึ่ง
เมื่อเธอสงบใจลงได้ จี้หนิงก็รู้สึกไม่ค่อยดีไปทั้งตัว หมายเลข 12 นั้นแต่งตัวเรียบร้อย ในขณะที่เธอต้องใส่ชุดชั้นในแนว BDSM วาบหวิวที่เด่นสะดุดตาอยู่ต่อหน้าเขา
จี้หนิงยกมือขึ้นมาบังร่องอกที่ยื่นออกมาจากหน้าอกของเธออย่างไม่ตั้งใจ
อย่างไรก็ตาม ทันทีที่เธอยกมือขึ้นมาได้แค่ครึ่งทาง หมายเลข 12 ก็จับมือของเธอเอาไว้ทันทีและดึงเธอลงมานั่งบนตักของเขา โดยที่แขนของเขายังโอบรอบเอวของจี้หนิงที่รัดด้วยสายรัดสุดลามก
หมายเลข 12 ขยับเข้าใกล้หูของจี้หนิงราวกับว่าจะจูบติ่งหูของเธอ แต่จริงๆ แล้วเขากระซิบในระดับเสียงที่มีแค่พวกเขาสองคนเท่านั้นที่ได้ยิน “อยากตายรึไง?”
จี้หนิงแอบใและตระหนักถึงสถานะของเธอในฐานะผู้หญิงไซด์ไลน์ ที่ไม่สามารถทำอะไรที่ไร้เดียงสาเช่นนั้นได้
ด้วยความสงสัย จี้หนิงจึงได้วางมือของเธอไว้บนไหล่ของหมายเลข 12 และโอบรอบคอของเขา แล้วถามเขาด้วยเสียงที่แ่เบา “พูดได้ด้วยเหรอ?”
“ได้ มีเพียงการกระทำเท่านั้นที่ถูกจำกัด และจะไม่ผิดกฎถ้าไม่ได้พูดให้ NPC ได้ยิน”
เพื่อให้แน่ใจว่าการกระทำนั้นเหมาะสม หมายเลข 12 จึงเอามือลูบหลังและเอวของจี้หนิงด้วยมือขวา เมื่อถูกััด้วยฝ่ามือของเพศตรงข้าม ก็ทำให้เธอรู้สึกจักจี้ จี้หนิงตัวสั่นขึ้นมา แต่แล้วก็พบว่าดวงตาของหมายเลข 12 นั้นยังคงสงบนิ่ง
ที่ชั้นสองของเรือสำราญจะเล็กกว่าชั้นแรก ซึ่งจากตำแหน่งของจี้หนิงแล้ว จะเห็นได้ว่าชายและหญิงที่พบในชั้นแรกนั้นได้เริ่มถอดเสื้อผ้าออกและเริ่มลงมือกันในที่สาธารณะแล้ว
แน่นอนว่าเพราะนี่คือ ‘เรือสำราญเริงรมย์’ ยังไงล่ะ
จี้หนิงก็คาดเดาได้อยู่แล้วว่าตัวเธออาจจะต้องมีเซ็กส์กับผู้เล่นชายหมายเลข 12 คนนี้ แม้ว่าเธอจะยังไม่สามารถยอมรับความสัมพันธ์ทางกายโดยปราศจากความรักได้ แต่เธอก็ทำได้เพียงเชื่อฟัง เพราะอันตรายมันกำลังคุกคามชีวิตของเธออยู่
แต่เธอก็ไม่อยากที่จะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับคู่เซ็กส์ของเธอเลย จึงกระซิบข้างหูของเขาแล้วถาม “ฉันชื่อจี้หนิง หนิงที่มาจากเลมอน แล้วคุณล่ะชื่ออะไร”
หมายเลข 12 ที่เห็นจี้หนิงกำลังพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะสงบจิตสงบใจ แต่ใบหน้าของเธอก็ยังคงแดงแจ๋อยู่ดี ก็จับจ้องไปที่หน้าอกของเธอที่ขาวเสียจนเหมือนส่องแสงได้ และอยู่ภายใต้ชุดชั้นในสีฟ้าน้ำทะเล หน้าอกคู่นั้นแม้จะไม่อวบอั๋น แต่ก็เต่งตึงและมีร่องอกตื้นๆ ให้เห็น
เนื่องจากเธอยังสวมชุดชั้นในแนว BDSM อยู่ทำให้สัดส่วนของเธอไม่ได้ถูกโชว์ออกมาเต็มที่ แต่ก็จะเห็นได้ว่าร่างกายของเธอนั้นยังไม่เติบโตเต็มที่
“สิงเยี่ย” เขาละสายตาที่สอดส่องไปมา และกลับมาจับจ้องที่ดวงตาของจี้หนิง พูดออกมาสั้นๆ สองคำ
ในบรรดาผู้เล่นใหม่ที่สิงเยี่ยเคยพบ มีน้อยกว่าครึ่งที่จะสามารถอยู่รอดวันหนึ่งไปได้ในด่านแรกนี้ แม้ว่าหญิงสาวตรงหน้าเขาจะปรับตัวได้เก่ง แต่เธอก็ยังดูเยาว์วัยและไร้เดียงสา อ่อนต่อโลกเกินไป จึงไม่รู้ว่าเธอจะมีชีวิตอยู่ไปได้อีกนานแค่ไหน
ถ้าไม่จำเป็สิงเยี่ยก็ไม่อยากที่จะเข้าใกล้ผู้เล่นใหม่แบบนี้มากเกินไปนัก
ในขณะที่จี้หนิงกำลังจะถามประโยคที่สอง ทันใดนั้นก็มีเสียงกรีดร้องของผู้หญิงดังมาจากชั้น 1 ของเรือสำราญ เมื่อเธอมองไปยังที่มาของเสียงก็พบว่าเป็หมายเลข 7 ที่เธอรู้จักที่กำลังเจอกับปัญหา!
ตัวเธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ในเวลานี้หมายเลข 7 ได้ถูกบอดี้การ์ดชุดดำสองคนประคองตัวไป คนหนึ่งหิ้วปีกซ้ายและอีกคนหนึ่งหิ้วปีกขวา แล้วเดินลงไปยังบันไดหัวเรือที่ยังเปิดอยู่ จากนั้นก็ผลักเธอลงไปในทะเลอย่างง่ายดาย
แล้วจี้หนิงก็ได้ยินคำว่า “สายลับ” มาจากเสียงเชียร์ของผู้คน
หลังจากที่ผู้เล่นหญิงหมายเลข 7 ตกลงไปในทะเล ก็มีฉลามสองตัวว่ายออกมาจากไหนก็ไม่รู้ และกัดกินร่างของหมายเลข 7 อย่างโเี้
หมายเลข 7 พยายามดิ้นรนเพื่อหนีขึ้นจากน้ำ แต่ก็ถูกฉลามกัดกินและลากเธอลงไปทะเล พร้อมกับส่งเสียงร้องที่โหยหวนชวนใจสลายออกมา
ภายในเวลาไม่ถึงนาทีก็มีคราบเืลอยขึ้นสู่ผิวน้ำ และคราบเืจำนวนมากนั้นก็จางหายไปกับน้ำทะเล ฉากนองเืที่เหมือนกับในหนังนั้นเพิ่งจะเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาของเธอ
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนทำให้เธอไม่มีเวลาที่จะได้คิดอะไรเลย ก่อนที่จี้หนิงจะทันตอบสนองอะไร หมายเลข 7 ก็ตายคาปากฉลามไปแล้ว
เหล่ากองเชียร์ที่พอเห็นคนตกลงไปตายในน้ำแล้วก็พากันแยกย้ายและกลับสู่สภาพปกติ
จี้หนิงที่นอนอยู่บนไหล่ของสิงเยี่ย ก็หวาดกลัวเสียจนอยู่ในสภาพไร้เรี่ยวแรง
“ถ้าละเมิดกฎ ก็จะถูกลบ”
เมื่อมีเสียงที่แ่เบาดังขึ้นในหูของเธอ จี้หนิงก็ตกตะลึงและยกหัวออกมาเล็กน้อย เพื่อมองสิงเยี่ยที่กำลังพูดอยู่
สิงเยี่ยลูบหัวของจี้หนิงราวกับสนิทสนม บีบที่ปลายจมูกของเธอและอธิบายให้ฟัง “ถ้า NPC พบว่าผู้เล่นนั้น OOC คนคนนั้นก็จะถูกมองว่าเป็ ’สายลับ’ และจะถูกทรมานจนตายด้วยวิธีการที่โหดร้ายต่างๆ นานา และคราวนี้คนคนนั้นก็จะได้ตายจริงๆ ซึ่งระบบเรียกมันว่า…’การลบ’“
ด้วยคำแนะนำของสิงเยี่ย ทำให้จี้หนิงรู้ว่าตัวเธอนั้นอยู่ในเกมที่น่ากลัวแบบไหน
ผู้เล่นเหล่านี้เป็เหมือนเครื่องมือที่ตกเป็เบี้ยล่างของผู้อื่น ถ้าพวกเขาไม่ทำตามใจระบบแล้ว ก็จะต้องพบกับความตายอันแสนเ็ปอีกหน
อย่างไรก็ตามเกมดังกล่าวนี้ก็มอบชีวิตที่สองให้กับเธอเช่นกัน
จี้หนิงจึงถามสิงเยี่ยเสียงค่อย “แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเคลียร์เกมได้”
สิงเยี่ยที่สังเกตเห็นว่าสีหน้าที่ตื่นกลัวของจี้หนิงสงบลงไปมากแล้ว ก็รู้สึกประหลาดใจขึ้นมา แล้วพูดกับเธออย่างจริงจัง “มีชีวิตรอดให้ได้สิ แล้วคุณจะรู้เองเมื่อผ่านด่านนี้ไปได้แล้ว”
การตายของคนรู้จักและชะตากรรมที่คลุมเครือนี้ ทำให้จี้หนิงตระหนักได้อย่างลึกซึ้งว่านี่ไม่ใช่เกมธรรมดาๆ อีกต่อไปแล้ว อย่างที่สิงเยี่ยกล่าว เธอจะต้องรอดไปให้ได้เสียก่อน มีเพียงการมีชีวิตรอดอยู่ต่อไปเท่านั้นถึงจะทำให้มีโอกาสมากขึ้น
ด้วยหัวใจที่แตกสลาย เธอก็โน้มตัวจูบลงที่ใบหน้าด้านข้างของสิงเยี่ย จากนั้นก็จับมือของเขาและวางไว้บนหน้าอกของเธอ
สิงเยี่ยจึงรู้ว่าจี้หนิงนั้นคิดได้แล้วและกำลังเล่นตามบทบาทของตัวเอง
บทบาทของเขาก็คือ ‘ทายาทเศรษฐีผู้เสเพล’ ถ้าตัวเขาไม่อยากที่จะ OOC ตัวเองก็แค่ต้องเล่นสนุกกับผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเขาเท่านั้น
เกิดความฮือฮาขึ้นในกระดานข้อความของเว็บถ่ายทอดสด
“เบอร์ 6 ไม่ได้โง่จริงๆ ด้วย เธอปรับตัวได้ไวมาก”
“ส่วนที่ยากที่สุดของเกมนี้ก็คือผู้เล่นใหม่นี่แหละ เพราะพวกเขาจะไม่รู้อะไรเลย ผู้มาใหม่จำนวนมากจึงได้ดูเหมือนกับคนโง่สำหรับพวกเรา”
“ได้เวลาของการมีเซ็กส์ที่เข้มข้นและน่าตื่นเต้นแล้ว พวกคุณยังจะมีเวลามามัวพูดมากกันอยู่อีกเหรอ?”
“่เวลาสวมบทบาทสุดสยิวกิ้ว ฮืดฮาดๆ”
บนโซฟาของเรือสำราญ สิงเยี่ยยังคงนั่งตัวตรง ในขณะที่จี้หนิงนั่งอยู่บนตักของเขาโดยหันข้างให้ ขาที่เรียวงามของเธอไขว่ห้างเพื่อปกปิดความตื่นตระหนก
จี้หนิงมีประสบการณ์เพียงสองครั้งกับแฟนเก่าที่เป็รักครั้งแรกของเธอ และครั้งแรกนั้นก็ไม่ประสบความสำเร็จเสียด้วย ในเวลานั้นทั้งคู่ต่างก็ประหม่าและไร้ซึ่งประสบการณ์ จี้หนิงจึงไม่ได้รู้สึกประทับใจแต่อย่างใด
ทำให้เธอคิดว่าความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างชายหญิงนั้นไม่ได้มีอะไรพิเศษเลย
จนกระทั่งในขณะนี้ จี้หนิงได้ตระหนักแล้วว่าเธอเข้าใจผิด
มือของสิงเยี่ยที่ลูบไล้หน้าอกของเธอผ่านชุดชั้นในที่เสริมด้วยแผ่นเสริมหน้าอก ทำให้ทั้งตัวของจี้หนิงนั้นต้องอ่อนระทวยและหายใจปั่นป่วนไปหมด
อีกฝ่ายเป็ชายตัวสูงใหญ่ที่มีมือใหญ่ นิ้วทั้งสิบที่เรียวงามมองเห็นข้อต่ออย่างชัดเจน ในขณะที่เขาลูบไล้หน้าอกของเธอ เขาไม่ได้ออกแรงมากนัก แต่เหมือนมีพลังอะไรบางอย่างที่ทำให้จี้หนิงรู้สึกดีมาก
นิ้วหัวแม่มือของสิงเยี่ยคลำเจอตำแหน่งหัวนมของจี้หนิง จากนั้นได้ถูวนเป็วงกลมสองหน ทำให้จี้หนิงอดไม่ได้ที่จะครางและหยุดจูบที่ต้นคอของสิงเยี่ย
อากาศที่เธอหายใจออกมารดลงที่ต้นคอของเขา ทำให้สิงเยี่ยรู้สึกคันขึ้นมา เขาจับคางของจี้หนิงด้วยมือข้างหนึ่งเพื่อเชิดหน้าเธอขึ้นมา จากนั้นก็ใช้มือจับไปที่หลังศีรษะและใช้ริมฝีปากของเขากดลงทับริมฝีปากของเธอ
เมื่อถูกสิงเยี่ยทั้งเลียทั้งดูดด้วยริมฝีปากของเขาแล้ว หัวของจี้หนิงก็ถึงกับเบลอ พลันรู้สึกราวกับว่าการจูบทั้งหมดที่ผ่านมาในชีวิตไร้ความหมายไปเลย
กลิ่นมินต์อบอวลอยู่ในปากของเขา อีกทั้งริมฝีปากของเขาก็ทั้งเย็นและนุ่มนวล ในขณะที่เขาจูบอย่างเร่าร้อนนั้น ก็มีเสียงเฉอะแฉะดังออกมาเบาๆ ซึ่งได้กระตุ้นให้จี้หนิงต้องส่งเสียงครางขึ้นจมูกอย่างอดไม่ได้ ในเวลานี้ริมฝีปากของเธอก็เผยอออกจากกันเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว สิงเยี่ยที่พบช่องว่างนั้นก็สอดลิ้นที่อ่อนนุ่มและยืดหยุ่นของเขาลงไป กวนลิ้นน้อยๆ สีม่วงอ่อนของจี้หนิงให้เข้ามาพัวพันกับลิ้นของตัวเอง และเลียส่วนที่บอบบางภายในปากของเธอ
ด้วยคลื่นแห่งความสุขที่ทำให้หัวของเธอต้องชาระลอกแล้วระลอกเล่านั้น ทำให้จี้หนิงหน้าแดงั้แ่หูซ้ายจรดหูขวา และแทบจะเป็อัมพาตอยู่บนตักของสิงเยี่ย
ด้วยความที่เธออยู่ในท่านี้ สิงเยี่ยจึงไม่สามารถัักับหน้าอกของเธอได้อีก เขาจึงอุ้มเธอยกขึ้นด้วยมือทั้งสองข้าง และจับเธอหันหน้าเข้าหา แยกขาออก แล้วให้นั่งคุกเข่าคร่อมขาทั้งสองของเขาเอาไว้
ร่างกายท่อนบนของจี้หนิงกดทับอยู่ที่หน้าอกของสิงเยี่ย บั้นท้ายของเธอจึงัักับอากาศ และในขณะที่ก้นของเธอรู้สึกเย็นขึ้นมานั้น มืออันอบอุ่นของสิงเยี่ยก็โอบมันเอาไว้
หน้าอกของเธอนั้นไม่ใหญ่นัก เพราะขนาดแค่คัพ B เท่านั้น แต่บั้นท้ายกลับอวบอิ่มและเต่งตึง ซึ่งทำให้รู้สึกดีมากเมื่อัั
สิงเยี่ยที่ัับั้นท้ายของเธอ ก็รู้สึกใเล็กน้อยในความสมบูรณ์แบบของมัน จนต้องชะโงกหัวไปมอง
จี้หนิงมองตามสายตาของเขาไปและก้มลงมองที่่ล่างของตัวเอง เพียงแค่มองผ่านๆ เธอก็ต้องรีบชักสายตากลับมาทันที และใบหน้าของเธอก็แดงยิ่งขึ้นไปอีก
เพราะตรงเป้ากางเกงในที่เธอใส่อยู่นั้นเปียกอย่างเห็นได้ชัด
จี้หนิงจ้องมองไปที่สิงเยี่ยอย่างระแวดระวัง หวังว่าเขาจะไม่สังเกตเห็น แต่ก็พบว่าคิ้วและดวงตาของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เธอจึงหันหน้ามามองอย่างอ้อนวอน และพูดด้วยเสียงที่แ่เบา “คุณไม่เห็นอะไรใช่ไหม?”
สิงเยี่ยเลิกคิ้วขึ้น “ไม่เห็นแต่ััได้”