เช้าตรู่วันใหม่ แสงอรุณสีทองสาดส่องลงมาอาบไล้จวนสกุลหลิวให้ดูอบอุ่นและมีชีวิตชีวา หลิวเหมยตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่น แม้ร่างกายจะยังคงระบมเล็กน้อยจากบทรักอันเร่าร้อนที่ดำเนินไปตลอดคืน แต่หัวใจของนางกลับเปี่ยมล้นไปด้วยความสุขสมที่เพิ่งค้นพบ นางลุกขึ้นจากเตียงอย่างเชื่องช้า สวมอาภรณ์เรียบง่าย ก่อนจะเดินไปยังเรือนพักของอาชางด้วยรอยยิ้มบางเบาบนริมฝีปาก
เมื่อมาถึงเรือนพัก นางพบว่าอาชางไม่อยู่ที่นั่น หลิวเหมยยิ้มอย่างเข้าใจ นางรู้ดีว่าอาชางยังคงอยู่ที่จวนสกุลซู เพื่อสอนบทเรียนรักอันลึกซึ้งให้แก่ซูหลินเพื่อนสนิทของนาง หลิวเหมยเดินไปยังสวนดอกไม้เบื้องหน้า นั่งลงบนม้านั่งหินอ่อน ปล่อยให้สายลมยามเช้าพัดผ่านใบหน้าอย่างอ่อนโยน ความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยยังคงอบอวลอยู่ในใจของนาง ราวกับว่าอาชางยังคงอยู่เคียงข้างนางไม่ห่าง
ในขณะที่หลิวเหมยกำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศยามเช้าอยู่นั้น เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบก็ดังขึ้นจากทางเดิน ก่อนที่ร่างระหงของหญิงสาวผู้หนึ่งจะปรากฏขึ้นที่หน้าเรือนพัก นางคือจางซิน เพื่อนสนิทอีกคนของหลิวเหมย ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความกังวลและเร่งรีบ
"เหมยเอ๋อร์!" จางซินร้องเรียกด้วยน้ำเสียงร้อนรน
หลิวเหมยหันไปมองนางด้วยความประหลาดใจ "ซินเอ๋อร์ มีอะไรหรือ?" หลิวเหมยถามด้วยความสงสัย
จางซินเดินเข้ามาใกล้ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้างๆ หลิวเหมย "ข้า... ข้ามีเื่จะขอความช่วยเหลือเ้าค่ะ"
"มีอะไรหรือ?" หลิวเหมยถามด้วยความกังวล
"คือว่า... ม้าตัวใหม่ที่ท่านพ่อเพิ่งซื้อมามันค่อนข้างดื้อเ้าค่ะ" จางซินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง "มันพยศมาก ไม่มีใครในบ้านข้าสามารถจัดการมันได้เลย"
"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับข้าหรือ?" หลิวเหมยถามด้วยความสงสัย
"คือว่า... ข้าเห็นว่าลุงกัวดูแข็งแรงกำยำมาก" จางซินกล่าวพร้อมกับเหลือบมองไปยังลุงกัวที่กำลังเดินผ่านไปทางโรงครัว "ข้าเลยอยากจะขอยืมตัวลุงกัวไปช่วยจัดการปราบม้าให้หน่อยเ้าค่ะ"
หลิวเหมยพยักหน้าอย่างเข้าใจ "อืม... ลุงกัวเป็คนแข็งแรงจริงอย่างที่เ้าว่า" นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อ "อาชางยังไม่กลับมาจากบ้านซูหลิน คงต้องรบกวนลุงกัวไปช่วยเ้าแล้วกระมัง"
จางซินยิ้มกว้างด้วยความดีใจ "จริงหรือเ้าคะ! ขอบคุณมากเ้าค่ะเหมยเอ๋อร์!"
"แต่ว่า... ลุงกัวจะไปอยู่บ้านเ้ากี่วันหรือ?" หลิวเหมยถามด้วยความสงสัย
"ข้า... ข้าคิดว่าประมาณสองถึงสามวันเ้าค่ะ" จางซินตอบด้วยใบหน้าที่แดงระเรื่อ "คือว่า... ข้าอยากจะให้ลุงกัวช่วยสอนขี่ม้าให้ข้าด้วยเ้าค่ะ"
หลิวเหมยพยักหน้าอย่างเข้าใจ "เช่นนั้นก็แล้วแต่เ้าเถิด"
จางซินยิ้มกว้างด้วยความดีใจ ก่อนจะหันไปมองลุงกัวที่กำลังเดินกลับมาจากโรงครัว "ลุงกัวเ้าคะ! รบกวนท่านไปช่วยข้าที่บ้านหน่อยได้หรือไม่เ้าคะ?"
ลุงกัวมองไปยังจางซินด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะหันไปมองหลิวเหมยเพื่อขอความเห็น หลิวเหมยพยักหน้าให้ ลุงกัวจึงหันกลับมามองจางซินด้วยรอยยิ้ม "ได้ขอรับคุณหนูจางซิน ข้ายินดีช่วยเหลือขอรับ"
จางซินยิ้มกว้างด้วยความดีใจ "เช่นนั้น... เราไปกันเลยดีไหมเ้าคะลุงกัว?"
ลุงกัวพยักหน้า "ได้ขอรับคุณหนู"
ทั้งสองลุกขึ้นจากที่นั่ง ก่อนจะเดินออกจากจวนสกุลหลิวไปพร้อมกัน หลิวเหมยมองตามหลังทั้งสองไปจนลับสายตา ก่อนจะหันมามองสวนดอกไม้เบื้องหน้าอีกครั้ง แสงอรุณยามเช้ายังคงสาดส่องลงมาอย่างอ่อนโยน บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยความสงบและอบอุ่น
จางซินและลุงกัวเดินทางมาถึงจวนสกุลจางในเวลาไม่นานนัก ระหว่างทางจางซินแอบเหลือบมองไปยังลุงกัวอยู่เนืองๆ นางสังเกตเห็นว่าร่างกายของเขาแข็งแกร่งและกำยำอย่างน่าทึ่ง กล้ามเนื้อแขนที่ใหญ่โตปูดโปนใต้เสื้อผ้าเรียบง่าย ไหล่กว้างที่แสดงถึงความแข็งแกร่ง และท่าทางเดินที่มั่นคงเต็มไปด้วยพลัง
เมื่อก้าวเข้าสู่บริเวณคอกม้า เสียงฮี้ฮี้อย่างเกรี้ยวกราดก็ดังขึ้น ม้าสีดำทะมึนตัวหนึ่งกำลังพยศอย่างรุนแรง มันเตะขาหน้าและสะบัดหัวไปมาอย่างบ้าคลั่ง พยายามจะหลุดพ้นจากเชือกที่ผูกมัดไว้กับเสาไม้ขนาดใหญ่ คนเลี้ยงม้าหลายคนพยายามเข้าใกล้ แต่มันก็ส่งเสียงขู่และเตะขาหลังใส่จนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้
"นั่นแหละเ้าค่ะลุงกัว ม้าตัวนี้แหละที่ท่านพ่อเพิ่งซื้อมา" จางซินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เจือด้วยความกังวล "มันพยศมาก ไม่มีใครในบ้านข้าสามารถจัดการมันได้เลย มันเตะใส่คนเลี้ยงม้าจนาเ็ไปแล้วสองคน"
ลุงกัวมองไปยังม้าพยศด้วยสายตาที่คมกริบ ใบหน้าของเขาปราศจากความหวาดกลัว มีเพียงแววตาที่มุ่งมั่นและแข็งกร้าว เขาเริ่มถอดเสื้อผ้าชั้นนอกออก เผยให้เห็นร่างกายอันกำยำที่ปกคลุมไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่ง
จางซินอ้าปากค้างเมื่อเห็นร่างกายของลุงกัว กล้ามเนื้อหน้าอกที่แน่นตึงราวกับแผ่นเหล็ก กล้ามเนื้อแขนที่ใหญ่โตเหมือนท่อนซุง เส้นเืสีเขียวปนดำที่ผุดขึ้นมาตามลำแขนและลำคอ กล้ามเนื้อหน้าท้องที่เรียงตัวเป็ลอนสวยงามราวกับสลักเสลาจากหินอ่อน และที่สำคัญที่สุดคือส่วนที่ตุงนูนออกมาอย่างชัดเจนใต้กางเกงของเขา มันใหญ่โตจนน่าใ ทำให้จางซินรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วใบหน้า
ลุงกัวก้าวเข้าไปใกล้คอกม้าอย่างไม่รีบร้อน แต่ทุกย่างก้าวกลับแฝงไว้ด้วยพลังที่น่าเกรงขาม กล้ามเนื้อทั่วร่างของเขาเกร็งตึงเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ คนเลี้ยงม้าพยายามจะห้ามปราม แต่เขาก็โบกมือเป็เชิงบอกให้พวกเขารออยู่ห่างๆ ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยอำนาจ "ถอยไป!"
ม้าพยศเห็นลุงกัวเดินเข้ามาใกล้ มันก็ยิ่งส่งเสียงฮี้ฮี้อย่างเกรี้ยวกราดและเตะขาหน้าใส่ราวกับจะข่มขู่ แต่ลุงกัวก็ยังคงก้าวเข้าไปใกล้เรื่อยๆ ด้วยท่าทีที่มั่นคงและสงบนิ่ง เมื่ออยู่ห่างจากม้าเพียงไม่กี่ก้าว เขาก็หยุดยืนนิ่ง จ้องมองเข้าไปในดวงตาของม้าพยศด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความท้าทาย
จางซินยืนมองอยู่ห่างๆ ด้วยความตื่นเต้นระคนหวาดกลัว นางไม่เคยเห็นใครกล้าเข้าใกล้ม้าพยศตัวนี้มาก่อน ทุกคนในบ้านต่างก็ยอมแพ้และปล่อยให้มันพยศไปตามลำพัง สายตาของนางไม่อาจละออกจากร่างกายอันกำยำของลุงกัว กล้ามเนื้อหน้าอกที่แน่นตึงเป็ลอนๆ เหงื่อเม็ดเล็กๆ ที่เริ่มซึมออกมาจากไรผมและไหลลงมาตามลำคอที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ แสงแดดยามบ่ายที่ส่องกระทบิัของเขาทำให้ดูเหมือนเขาเป็เทพเ้าแห่งาที่ลงมาจาก์
ทันใดนั้นเอง ลุงกัวก็พุ่งตัวเข้าหาม้าพยศอย่างรวดเร็วราวกับพยัคฆ์ร้ายที่จู่โจมเหยื่อ เขาคว้าเชือกที่ผูกมัดม้าไว้ด้วยมือข้างเดียว ก่อนจะออกแรงดึงรั้งอย่างสุดกำลัง ม้าพยศส่งเสียงฮี้ฮี้อย่างใ มันพยายามจะสะบัดตัวให้หลุดพ้น แต่ก็ไม่สามารถต้านทานพละกำลังอันมหาศาลของลุงกัวได้
ลุงกัวออกแรงดึงรั้งเชือกอย่างต่อเนื่อง กล้ามเนื้อแขนของเขาปูดโปนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เส้นเืสีเขียวปนดำผุดขึ้นมาตามลำแขนที่แข็งแกร่ง เหงื่อกาฬไหลซึมออกมาจากไรผมของเขา ก่อนจะไหลลงมาตามใบหน้าและลำคอที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อหน้าอกของเขาเกร็งตึงจนเห็นเส้นแบ่งอย่างชัดเจน กล้ามเนื้อหน้าท้องที่เรียงตัวเป็ลอนสวยงามก็กระตุกเกร็งไปตามจังหวะการออกแรง
จางซินจ้องมองภาพนั้นด้วยความตะลึงงัน หัวใจของนางเต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกจากอก นางไม่เคยเห็นผู้ชายที่แข็งแกร่งและดุดันเช่นนี้มาก่อน ร่างกายของลุงกัวที่เต็มไปด้วยพลังและความเป็ชาย ความดิบเถื่อนที่แฝงอยู่ในทุกการเคลื่อนไหวของเขา ทำให้ความปรารถนาที่ซ่อนเร้นอยู่ในกายของนางเริ่มปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง
ม้าพยศยังคงพยายามดิ้นรน แต่ลุงกัวก็ไม่ยอมแพ้ เขากระชากเชือกอย่างรุนแรงอีกครั้ง ก่อนจะใช้เท้าข้างหนึ่งยันเข้าที่ลำตัวของม้าพยศอย่างแรง เสียงคำรามที่น่าเกรงขามดังออกมาจากลำคอของเขา "ยอมจำนนซะ!"
ม้าพยศส่งเสียงร้องอย่างเ็ป ก่อนจะทรุดตัวลงกับพื้นอย่างหมดท่า ลุงกัวไม่รอช้า เขาะโขึ้นไปบนหลังม้าพยศอย่างรวดเร็ว ก่อนจะใช้มือทั้งสองข้างจับบังเหียนไว้แน่น กล้ามเนื้อขาของเขาที่ใหญ่โตราวกับท่อนซุงหนีบเข้าที่ลำตัวของม้าพยศอย่างแรง
ม้าพยศพยายามจะสะบัดตัวให้เขาล้มลง แต่มันก็ไม่สามารถทำได้ ลุงกัวใช้ขาหนีบเข้าที่ลำตัวของม้าพยศอย่างแรงขึ้น กล้ามเนื้อต้นขาของเขาปูดโปนจนเห็นได้ชัดแม้จะปกคลุมด้วยกางเกง ส่วนที่ตุงนูนออกมาอย่างชัดเจนใต้กางเกงของเขาก็กดทับลงบนหลังม้าพยศ ทำให้จางซินรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วใบหน้า
"ยอมจำนนหรือยัง!" ลุงกัวคำรามด้วยเสียงที่ทุ้มต่ำและเต็มไปด้วยอำนาจ ก่อนจะกระชากบังเหียนอย่างรุนแรงอีกครั้ง
ม้าพยศส่งเสียงร้องอย่างเ็ปอีกครั้ง ก่อนจะยอมจำนนในที่สุด มันยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่พยศอีกต่อไป ลุงกัวะโลงจากหลังม้าพยศอย่างสง่างาม เหงื่อไคลไหลซึมทั่วร่างกายของเขา กล้ามเนื้อทุกส่วนยังคงเกร็งตึงจากการออกแรง
จางซินเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง นางไม่เคยเห็นใครปราบม้าพยศได้อย่างดุดันและรวดเร็วถึงเพียงนี้มาก่อน ร่างกายของลุงกัวที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่ง เหงื่อกาฬที่ไหลซึมออกมาจากไรผมของเขา และแววตาที่มุ่งมั่นและแข็งกร้าวของเขา ทำให้หัวใจของนางเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้
ลุงกัวหันมามองจางซินด้วยรอยยิ้มบางเบา "เรียบร้อยแล้วขอรับคุณหนู"
จางซินพยักหน้าอย่างเลื่อนลอย นางยังคงตกอยู่ในภวังค์ของภาพที่เพิ่งเห็นไปเมื่อครู่ ร่างกายอันกำยำและแข็งแกร่งของลุงกัว รวมถึงท่อนเนื้อส่วนล่างที่ตุงนูนออกมาอย่างเห็นได้ชัดใต้กางเกง ทำให้จางซินรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วใบหน้า
## การพักค้างคืนในคอกม้า
ลุงกัวหันมามองจางซินด้วยรอยยิ้ม "เช่นนั้น... ข้าขอพักในคอกม้าสักสองสามวันนะขอรับคุณหนู เพื่อสร้างความสนิทสนมกับมันให้มากขึ้น"
จางซินพยักหน้าอย่างรวดเร็ว "ได้เ้าค่ะลุงกัว! ได้เลยเ้าค่ะ!" นางตอบด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย
ลุงกัวยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะหันไปลูบหัวม้าพยศอีกครั้ง ม้าพยศก็ถูจมูกเข้ากับมือของเขาอย่างอ่อนโยน ราวกับจะบอกว่ามันมีความสุขที่ได้อยู่ใกล้เขา
"ข้าจะจัดเตรียมฟางและผ้าห่มให้ท่านเ้าค่ะ" จางซินกล่าวด้วยความกระตือรือร้น
"ขอบคุณขอรับคุณหนู" ลุงกัวตอบด้วยรอยยิ้ม
จางซินมองไปยังลุงกัวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชมระคนปรารถนา นางไม่เคยรู้สึกเช่นนี้กับชายใดมาก่อน ร่างกายอันกำยำและแข็งแกร่งของเขา รวมถึงท่อนเนื้อส่วนล่างที่ตุงกางเกงจนน่าใ ทำให้หัวใจของนางเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้
เมื่อลุงกัวปราบม้าพยศได้อย่างดุดันและเลือกที่จะพักค้างคืนในคอกม้าเพื่อสร้างความคุ้นเคยกับมัน จางซินก็เดินกลับเข้าจวนด้วยหัวใจที่เต้นระรัวและร่างกายที่ร้อนผ่าว นางพยายามสงบสติอารมณ์ แต่ภาพของลุงกัวที่เต็มไปด้วยเหงื่อไคล มัดกล้ามเนื้อที่ปูดโปนจากการออกแรง และแววตาที่แข็งกร้าวขณะปราบม้า ก็ยังคงวนเวียนอยู่ในห้วงความคิดของนางไม่จางหาย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนที่ตุงนูนออกมาอย่างชัดเจนใต้กางเกงของเขา มันใหญ่โตจนน่าใ ทำให้จางซินรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วใบหน้า นางไม่เคยเห็นสิ่งใดเช่นนั้นมาก่อน แม้แต่ในจินตนาการก็ไม่เคยนึกถึงว่าผู้ชายจะมีส่วนนั้นใหญ่โตเช่นนี้
นางเดินตรงไปยังห้องนอนส่วนตัว ปิดประตูลงกลอนอย่างแ่า ก่อนจะทิ้งตัวลงบนเตียงนอนอย่างอ่อนแรง แสงแดดยามบ่ายที่สาดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้องดูเหมือนจะยิ่งเพิ่มความร้อนรุ่มในกายของนาง
จางซินหลับตาลง พยายามขับไล่ภาพเ่าั้ออกไปจากความคิด แต่ยิ่งพยายามเท่าไหร่ ภาพของลุงกัวก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเท่านั้น นางนึกถึงตอนที่ลุงกัวพุ่งตัวเข้าหาม้าพยศอย่างรวดเร็วราวกับพยัคฆ์ร้ายที่จู่โจมเหยื่อ การกระชากเชือกอย่างรุนแรง กล้ามเนื้อแขนที่ปูดโปน เส้นเืที่ผุดขึ้นมาตามลำแขนที่แข็งแกร่ง เหงื่อกาฬที่ไหลซึมออกมาจากไรผมของเขา และเสียงคำรามที่น่าเกรงขามของเขาเมื่อม้าพยศยอมจำนน
ภาพเ่าั้ทำให้จางซินรู้สึกสั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ ความดิบเถื่อนและความเป็ชายชาตรีของลุงกัวได้ปลุกเร้าความปรารถนาที่ซ่อนเร้นอยู่ในกายของนางให้ปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง
"เขาช่างเป็บุรุษที่แข็งแกร่งและดุดันอะไรเช่นนี้" จางซินพึมพำกับตัวเอง
แล้วภาพของมัดกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งของเขาก็ผุดขึ้นมาในความคิดอีกครั้ง กล้ามเนื้อหน้าอกที่แน่นตึงเป็ลอนๆ ราวกับแผ่นเหล็กที่ถูกตีขึ้นรูป กล้ามเนื้อแขนที่ใหญ่โตราวกับท่อนซุง เส้นเืสีเขียวปนดำที่ผุดขึ้นมาตามลำแขนและลำคอเมื่อเขาออกแรง กล้ามเนื้อหน้าท้องที่เรียงตัวเป็ลอนสวยงามราวกับสลักเสลาจากหินอ่อน และที่สำคัญที่สุดคือส่วนที่ตุงนูนออกมาอย่างชัดเจนใต้กางเกงของเขา
มันใหญ่โตจนน่าใ ยาวและหนาราวกับแขนของเด็กเล็ก ตุงนูนออกมาจากกางเกงจนเห็นรูปร่างได้อย่างชัดเจน ทำให้จางซินรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วใบหน้า นางสงสัยว่ามันจะรู้สึกอย่างไรหากได้ัั จะแข็งแกร่งและร้อนแรงเช่นเดียวกับร่างกายส่วนอื่นของเขาหรือไม่
จางซินรู้สึกได้ถึงความร้อนรุ่มที่เริ่มก่อตัวขึ้นในกายของนาง นางบิดกายไปมาด้วยความกระสับกระส่าย ความปรารถนาที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนเริ่มปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง นางไม่เคยรู้สึกเช่นนี้กับชายใดมาก่อน แม้แต่องค์ชายที่รูปงามที่สุดในแคว้นก็ยังไม่สามารถทำให้นางรู้สึกเช่นนี้ได้
นางลุกขึ้นจากเตียง เดินไปยังหน้าต่าง เปิดม่านออกเล็กน้อย มองไปยังคอกม้าที่อยู่ห่างออกไป ลุงกัวกำลังนั่งอยู่บนกองฟางข้างๆ ม้าพยศตัวนั้น เขากำลังลูบหัวม้าพyศอย่างแ่เบา ราวกับว่ามันเป็สัตว์เลี้ยงที่น่ารักของเขา
แสงแดดยามบ่ายส่องกระทบร่างกายของเขาที่ยังคงเปลือยอยู่ครึ่งหนึ่ง ทำให้ิัสีแทนของเขาเปล่งประกายราวกับทองคำ เหงื่อที่ยังคงซึมอยู่ตามร่องกล้ามเนื้อทำให้เขาดูเซ็กซี่และดุดันยิ่งขึ้น
จางซินมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความชื่นชม ความปรารถนา และความอิจฉา นางอิจฉาม้าพยศตัวนั้นที่ได้รับความอ่อนโยนจากลุงกัว นางอยากจะเป็ม้าตัวนั้น อยากจะให้ลุงกัวลูบหัวนางอย่างแ่เบา อยากจะให้เขากอดรัดนางไว้ในอ้อมแขนที่แข็งแกร่งของเขา อยากจะให้เขาปราบนางด้วยความดุดันเช่นเดียวกับที่เขาปราบม้าพยศ
นางกลับมาที่เตียงนอนอีกครั้ง ทิ้งตัวลงนอนอย่างอ่อนแรง คืนนี้คงเป็อีกคืนที่นางต้องนอนไม่หลับ ภาพของลุงกัวยังคงวนเวียนอยู่ในห้วงความคิดของนางไม่จางหาย นางรู้สึกได้ถึงความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่าง ความปรารถนาที่รุนแรงจนแทบจะะเิออกมา
จางซินพลิกตัวไปมาบนเตียงนอน พยายามหาท่าที่สบายที่สุด แต่ก็ไม่สามารถข่มตาให้หลับลงได้ ความร้อนรุ่มในกายของนางยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ นางรู้สึกเหมือนมีไฟลุกไหม้อยู่ภายในร่างกาย
นางหลับตาลงอีกครั้ง พยายามนึกถึงเื่ราวอื่นๆ เพื่อขับไล่ภาพของลุงกัวออกไปจากความคิด แต่ก็ไม่เป็ผล ภาพของเขา มัดกล้ามเนื้อของเขา และส่วนที่ตุงนูนออกมาอย่างชัดเจนใต้กางเกงของเขา ยังคงชัดเจนอยู่ในห้วงความคิดของนาง
นางจินตนาการถึงตอนที่ลุงกัวะโขึ้นไปบนหลังม้าพยศ ส่วนที่ตุงนูนของเขากดทับลงบนหลังม้า มันใหญ่โตและแข็งแกร่งจนน่าใ นางสงสัยว่าจะรู้สึกอย่างไรหากมันกดทับลงบนร่างกายของนาง
ความคิดนั้นทำให้จางซินรู้สึกสั่นะเืไปทั่วร่าง นางรู้สึกได้ถึงความชื้นแฉะที่เริ่มก่อตัวขึ้นในร่องรักของนาง ความปรารถนาที่รุนแรงจนแทบจะะเิออกมา
"อ๊า..." นางครางออกมาเบาๆ ด้วยความอึดอัด
จางซินไม่สามารถทนได้อีกแล้ว นางเอื้อมมือลงไปัักับร่องรักของตัวเองอย่างแ่เบาผ่านผ้าชั้นใน ความรู้สึกเสียวซ่านแล่นปราดไปทั่วร่าง นางไม่เคยทำเช่นนี้มาก่อน แต่ร่างกายของนางดูเหมือนจะรู้ว่าต้องทำอย่างไร
"อ๊า..." นางครางออกมาด้วยความสุขสม
นางค่อยๆ ถอดผ้าชั้นในออก เผยให้เห็นร่องรักที่ชื้นแฉะและบวมพองด้วยความปรารถนา นางใช้นิ้วกลางัักับปุ่มเนื้อเล็กๆ ที่อยู่้าของร่องรัก ความรู้สึกเสียวซ่านที่รุนแรงทำให้นางสั่นะเืไปทั่วร่าง
"อ๊า... อ๊า..." นางครางออกมาด้วยเสียงที่หวานเหมือนน้ำผึ้ง
จางซินขยับนิ้วเป็วงกลมรอบๆ ปุ่มเนื้อเล็กๆ นั้น ความรู้สึกสุขสมที่พุ่งพล่านทำให้นางลืมสิ้นซึ่งความอาย นางจินตนาการว่านิ้วที่กำลังัันางอยู่นั้นเป็มือใหญ่ที่หยาบกร้านของลุงกัว มือที่เต็มไปด้วยพลังและความแข็งแกร่ง
"อ๊า... ลุงกัว..." นางพึมพำชื่อของเขาด้วยเสียงที่สั่นเครือ
นางใช้นิ้วอีกข้างหนึ่งแหย่เข้าไปในร่องรักของตัวเอง ความรู้สึกแปลกใหม่ที่ไม่เคยััมาก่อนทำให้นางต้องกัดริมฝีปากเพื่อกลั้นเสียงครางที่จะดังออกมา ข้างในร่องรักของนางอบอุ่นและชื้นแฉะ กล้ามเนื้อรอบๆ หดเกร็งรัดนิ้วของนางไว้แน่น
"อ๊า... อ๊า... อ๊า..." นางครางออกมาอย่างต่อเนื่อง
จางซินขยับนิ้วเข้าออกในร่องรักของตัวเองอย่างช้าๆ ก่อนจะค่อยๆ เพิ่มความเร็วขึ้น ความรู้สึกสุขสมที่พุ่งพล่านทำให้นางลืมสิ้นซึ่งความอาย นางจินตนาการว่าสิ่งที่กำลังเข้าออกในร่องรักของนางไม่ใช่นิ้วของนางเอง แต่เป็ส่วนที่ใหญ่โตและแข็งแกร่งของลุงกัว
"อ๊า... ใหญ่จัง... แข็งจัง..." นางพึมพำด้วยเสียงที่หวานเหมือนน้ำผึ้ง
นางจินตนาการถึงตอนที่ลุงกัวจะกดทับร่างกายของนางลงบนเตียง มัดกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งของเขาจะกดทับลงบนร่างกายอันอ่อนแอของนาง ส่วนที่ใหญ่โตและแข็งแกร่งของเขาจะแหย่เข้ามาในร่องรักของนางอย่างดุดัน เช่นเดียวกับที่เขาปราบม้าพยศ
"อ๊า... อ๊า... ลุงกัว... ข้า้าเ้า..." นางครางออกมาด้วยความปรารถนาที่รุนแรง
จางซินเพิ่มจำนวนนิ้วเป็สองนิ้ว ขยับเข้าออกในร่องรักของตัวเองอย่างรวดเร็วขึ้น ขณะเดียวกันก็ใช้นิ้วอีกข้างหนึ่งลูบไล้ปุ่มเนื้อเล็กๆ อย่างต่อเนื่อง ความรู้สึกสุขสมที่รุนแรงทำให้ร่างกายของนางสั่นะเืไปทั่ว
"อ๊า... อ๊า... อ๊า... ใกล้แล้ว..." นางครางออกมาด้วยเสียงที่สั่นเครือ
นางจินตนาการถึงแววตาที่แข็งกร้าวของลุงกัวขณะที่เขากำลังเคลื่อนไหวเหนือร่างกายของนาง เสียงคำรามที่น่าเกรงขามของเขาเมื่อเขาปลดปล่อยความปรารถนา กล้ามเนื้อทั่วร่างของเขาที่เกร็งตึงจากความสุขสม
"อ๊า... อ๊า... ลุงกัว... ข้ารักเ้า..." นางกรีดร้องออกมาด้วยความสุขสมที่พุ่งพล่าน
ร่างกายของจางซินกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง คลื่นความสุขสมที่รุนแรงซัดผ่านร่างกายของนางไปมา น้ำรักไหลทะลักออกมาจากร่องรักของนางอย่างไม่ขาดสาย นางกรีดร้องออกมาด้วยความสุขสมที่ไม่เคยััมาก่อน
"อ๊า... อ๊า... อ๊า... ลุงกัว..." นางครางชื่อของเขาอย่างต่อเนื่อง
คลื่นความสุขสมยังคงซัดผ่านร่างกายของนางต่อไปอีกหลายนาที ก่อนที่จะค่อยๆ สงบลง จางซินหอบหายใจอย่างหนัก ร่างกายของนางอ่อนปวกเปียกราวกับไร้เรี่ยวแรง เหงื่อไคลไหลซึมออกมาจากไรผมและไหลลงมาตามใบหน้าที่แดงก่ำด้วยความสุขสม
นางซบหน้าลงกับหมอนด้วยความสุขสม จินตนาการถึงอ้อมกอดอันแข็งแกร่งและร่างกายอันกำยำของลุงกัวที่กำลังบดเบียดเข้าหาตัวนางอย่างดุดันเหมือนตอนที่เขาปราบม้าพยศตัวนั้น นางรู้สึกเหมือนได้ัักับ์เป็ครั้งแรกในชีวิต
"ลุงกัว... ข้า้าเ้าจริงๆ..." นางพึมพำกับตัวเองด้วยเสียงที่อ่อนแอ
จางซินรู้ว่าหลังจากนี้ นางจะไม่สามารถมองลุงกัวด้วยสายตาเดิมได้อีกแล้ว ความปรารถนาที่ได้ปลุกเร้าขึ้นมาในคืนนี้จะติดตามหลอกหลอนนางไปตลอด นางต้องหาทางให้ได้สิ่งที่นางปรารถนา ไม่ว่าจะต้องทำอย่างไรก็ตาม
ด้วยความคิดนั้น จางซินค่อยๆ หลับไปด้วยรอยยิ้มบางเบาบนริมฝีปาก จินตนาการถึงวันที่นางจะได้อยู่ในอ้อมกอดของลุงกัวอย่างแท้จริง และได้ัักับความแข็งแกร่งและความดุดันของเขาด้วยตัวเองเอง