"สวัสดีครับ เติมเต็มเห็นคุณลุงคนนั้น หยิบของของคุณป้าคนสวยไปครับคุณแม่สอนว่าขโมยของคนอื่นเป็คนนิสัยไม่ดี เติมเต็มเลยต้องช่วยคุณป้าครับ"
เด็กชายตัวน้อยยกมือเรียวเล็กขึ้นมาพนมไหว้อย่างนอบน้อมกริยาคำพูดที่น่ารักน่าเอ็นดูทำเอาคุณหญิงดาริกาตื้นตันใจจนเนื้อตัวสั่นหล่อนโอบกอดร่างกลมป้อมไว้ด้วยความเอ็นดูสุดหัวใจ
"ปากหวานเหลือเกินลูก...แล้วหนูเป็ลูกเต้าเหล่าใครจ๊ะทำไมถึง..."
คุณหญิงเริ่มตั้งคำถามด้วยความสงสัย คาใจว่าทำไมหน้าเหมือนภูดิศเหลือเกิน
"เติมเต็ม! อยู่ไหนลูก!"
ยังไม่ทันที่คุณหญิงดาริกาจะซักไซ้ไล่เลียงจบเสียงทุ้มขรึมของธราธรก็ดังแทรกขัดจังหวะ ชายหนุ่มชาวสวนเดินเร่งรีบตามหาหลานด้วยความร้อนใจหนูน้อยเติมเต็มเห็นลุงทิวก็ดีใจร่าเริง สะบัดตัววิ่งหน้าตั้งเข้าไปให้ธราธรอุ้มเข้าแนบอกทันทีภาพการเข้ามากอดอย่างสนิทสนมนั้นทำให้คุณหญิงดาริกาเข้าใจผิดว่า ชายผิวเข้มคนนี้คือ‘พ่อ’ ของเด็กน้อย ธราธรอุ้มเติมเต็มเดินกลับไปที่ร้านซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลมาก
คุณหญิงดาริกาขยับตัวก้าวเดินตามมา เข้ามาหาทิวที่ร้านทันที เผยรอยยิ้มอบอุ่นแบบชื่นชม
"คุณเป็พ่อของเด็กคนนี้ใช่ไหมคะ? ลูกชายคุณน่ารัก แสนรู้และกล้าหาญมากเลยนะคะ ช่วยจับขโมยให้ฉันเมื่อครู่"
ธราธรชะงักไปเล็กน้อยแต่ก็พยักหน้ารับสมอ้างตามละครฉากเก่า
"ครับ...ขอบคุณครับคุณผู้หญิง"
"แล้วนี่มาทำอะไรที่โรงพยาบาลล่ะจ๊ะ" คุณหญิงถามต่อ พลางเหลือบมองป้ายหน้าร้าน
"อ๋อ... มาดูงานร้าน ‘มนัสขนมไทย’ ใช่ไหม ฉันเป็หนึ่งในบอร์ดบริหารที่นี่นะ... บอกตามตรงว่าฉันชอบลูกคุณมากเลย ชื่ออะไรนะ อ้อ... เติมเต็ม ชื่อน่ารักมาก ถ้าวันหลังคุณพาหนูเติมเต็มมาที่โรงพยาบาลนี้เมื่อไหร่ ช่วยบอกเลขาฯให้พาแกขึ้นไปหาฉันที่ห้องผู้บริหารส่วนตัวทันทีเลยนะจ๊ะ ฉันอยากเจอแกอีก"
คุณหญิงดาริกาเอ่ยปากด้วยความเอ็นดูโดยไม่รู้เลยสักนิดว่าร้านขนมไทยโบราณแห่งนี้แท้จริงแล้วเป็ของมนัสวีผู้หญิงที่เธอเคยเอาเงินฟาดหัวไล่ออกจากชีวิตลูกชาย หลังจากพูดคุยเสร็จหญิงสูงศักดิ์ก็หมุนตัวก้าวเดินขึ้นลิฟต์ผู้บริหารไปทันที มันเป็จังหวะที่คลาดกันเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด...เพราะทันทีที่ประตูลิฟต์ของคุณหญิงดาริกาปิดลง บานประตูอีกฝั่งก็เปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของ ‘มนัสวี’ ที่โผล่หน้ามาพอดีหญิงสาวซอยเท้าก้าวเดินมาที่ร้านขนมไทยเพื่อตรวจดูความเรียบร้อยโดยที่ไม่รู้เลยว่าลูกน้อยของเธอเพิ่งจะทำความดีและสยบหัวใจของคุณย่าจอมบงการไปเมื่อครู่ใหญ่ในร้านอาหารฝั่งตรงข้าม
++++++++++
หลังจากคลาดกับคุณหญิงดาริกาไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด‘มนัสวี’ ในชุดผ้าฝ้ายสีครีมละมุนตาก็เดินมาถึงหน้าร้าน ‘มนัสขนมไทย’ของเธอ
หญิงสาวแสนดีพยายามปัดเป่าความกังวลในใจทิ้งไปแล้วหันไปพูดคุยถามไถ่ ตรวจดูความเรียบร้อยรอบ ๆ ร้านอย่างใส่ใจ พร้อมทั้งจัดแจงแนะนำระเบียบการทำงานให้แก่พนักงานสาวทั้งสองคนที่จ้างมาช่วยดูแลหน้าร้านด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนหวานทว่า...บรรยากาศอันสงบเงียบกลับถูกจับจ้องด้วยสายตาคู่หนึ่งจากฝั่งตรงข้าม
‘พาสกร’ หรือ ‘พีท’ ชายหนุ่มนักเรียนนอกจอมขี้เล่นในชุดเชิ้ตพับแขนเนี้ยบกริบกำลังเดินมาตรวจดูความพร้อมที่ร้านเบเกอรี่โมเดิร์นของตัวเองซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลกันนักทันทีที่สายตาของเขาเหลือบไปเห็นใบหน้าหวานล้ำและกิริยาอันงดงามของมนัสวีหัวใจของเชฟหนุ่มก็กระตุกไหว แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะเพิ่ง ‘อึ้ง’ไปเมื่อรู้จากปากพี่สาวว่าเธอมีแฟนและมีลูกแล้วแต่ประกายความหลงใหลในความสวยและเสน่ห์อันเป็ธรรมชาติของเธอกลับทำให้เขาไม่อาจห้ามใจชายหนุ่มขยับรอยยิ้มกรุ้มกริ่มรีบสาวเท้าก้าวเดินลิ่วตรงดิ่งข้ามโถงทางเดินเข้ามาหาเธอทันทีเพื่อแนะนำตัว
"สวัสดีครับคุณมนัสวี...ผมชื่อพาสกร เรียกพีทก็ได้ครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ"
พาสกรเอ่ยทักทายน้ำเสียงนุ่ม ปากหวาน แววตาระยับพราว พลางแสร้งทำเป็หันไปมอง ธราธร ที่ยืนอุ้มหนูน้อยเติมเต็มอยู่ข้างๆ แล้วก้มศีรษะทักทายตามมารยาท สายตาของหนุ่มเ้าสำราญที่ใช้มองธราธรนั้นแอบซ่อนความอิจฉาริษยา ชายหนุ่มแอบคิดในใจด้วยความขัดเคืองว่า
‘ผู้ชายคนนี้รูปร่างหน้าตาก็ดูเป็ชาวสวนทื่อๆ ผิวเข้มแดด ไม่เห็นจะคู่ควรกับผู้หญิงที่สวยหวานราวกับนางฟ้าอย่างคุณมนัสวีเลยสักนิดทำไมโชคดีได้เป็แฟนเธอ’
ท่ามกลางบทสนทนาแนะนำตัวของพาสกรทั้งตัวเขา มนัสวี และทิว ต่างก็จมดิ่งอยู่กับสถานการณ์ตรงหน้าโดยไม่มีใครรู้เลยสักนิดว่า ที่มุมอับของเสาโถงทางเดินยาวมีร่างสูงใหญ่ของคนสองคนกำลังเดินควงคู่ก้าวเดินตรงมา
‘ภูดิศ’ และ‘แพทย์หญิงลลิตา’ เดินเคียงคู่กันมาตรวจความเรียบร้อยก่อนวันเปิดโรงพยาบาลจริง
ทันทีที่สายตาคมกริบของภูดิศจับจ้องมองเห็นภาพบาดตา...ภาพที่พาสกร (น้องชายคู่หมั้น) กำลังส่งสายตาหวานเชื่อมยืนเจรจาอยู่กับมนัสวีในระยะประชิดวินาทีนั้นไฟหึงหวงที่ซ่อนอยู่ลึก ๆ ก็ะเิปะทุขึ้นซัดหัวใจของภูดิศทันที!
ชายหนุ่มแสดงอาการออกมาอย่างรุนแรงโดยที่เขาไม่รู้ตัว ทั้งใบหน้าคมคายที่บึ้งตึง หน้าถมึงทึงจนน่ากลัวั์ตาคู่คมวาวโรจน์ไปด้วยเพลิงโทสะจ้องเขม็งราวกับจะกินเืกินเนื้อและกริยาท่าทางที่เผลอสะบัดลำแขนออกจากการเกาะกุมของลลิตาอย่างแรงฝ่ามือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเืที่ลำคอปูดโปน รังสีความเหี้ยมเกรียมแผ่ขยายทำให้บรรยากาศรอบข้างอึดอัดไปหมด
ลลิตาชะงัก ร่างกายของเธอชาวาบหล่อนหันมาจ้องมองใบหน้าเดือดดาลคุมอารมณ์ไม่อยู่ของคู่หมั้นหนุ่มด้วยความรู้สึกผิดหวังและตระหนักรู้แจ้ง สายตาคู่สวยของคุณหมอยังมองเลยตัดผ่านโถงทางเดินไปจับจ้องที่ร่างของธราธรชายหนุ่มชาวสวนผู้เปลี่ยนความรู้สึกของเธอไว้กลางร่องสวนตลอดห้าวันที่ผ่านมา
ลลิตายืนนิ่งงัน กอดเก็บความสับสนงุนงงระคนกระอักกระอ่วนใจไว้เต็มอกทั้งผลตรวจ DNAปริศนาในมือถือ ทั้งพฤติกรรมหึงหวงเกินเหตุของภูดิศและท่าทีของน้องชายเธอที่กำลังทำตัวเป็มือที่สาม สัญชาตญาณอันเฉียบคมของแพทย์สาวประกาศก้องเตือนภัยในสมองของเธอทันทีว่า...
ต่อจากนี้ไป อาจจะเกิดเื่ราวที่มันวุ่นวาย โกลาหล ขึ้นมาบดบังความสงบสุขในโรงพยาบาลแห่งนี้อย่างแน่นอน