ซูหมิงเยว่ : ทะลุมิติมาเป็นยอดหญิงหมอเทวดา [จบ]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 80 ถูกสายตาดึงดูด

            จ้าวอวี้ถิงเลิกคิ้ว ริมฝีปากแดงยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างสดใสทุกคนต่างถูกคำพูดของนางดึงความสนใจแล้วค่อยๆ หันไปมองซูหมิงเยว่ 

            ซูหมิงเยว่ชะงักไป คำพูดเปรยของจ้าวอวี้ถิงทำให้นางตกเป็นเป้าหมายของทุกคนในงานเลี้ยง

            นางวางจอกสุราลง พอสบสายตากับจ้าวอวี้ถิงก็เห็นความท้าทายในแววตาของอีกฝ่าย

            จ้าวอวี้ถิงรู้จักนางมาตั้งแต่เด็ก นางรู้ว่าซูหมิงเยว่เล่นฉินไม่ค่อยเป็นตอนนี้กลับจงใจพูดเช่นนี้เพื่อทำให้นางขายหน้าไม่ใช่หรือ

            แต่สายตาของทุกคนต่างจับจ้องมาที่ตัวนางในเวลานี้แม้แต่ฮ่องเต้เองก็เอ่ยปาก “ในเมื่อเป็นเช่นนี้เช่นนั้นคุณหนูซูก็ขึ้นมาดีดสักเพลงเถิด เพื่อเพิ่มความบันเทิงให้กับทุกคน”

            เสี่ยวอวี่ที่ยืนอยู่ด้านข้างซูหมิงเยว่ร้อนใจขึ้นมานางรู้ว่าซูหมิงเยว่เล่นเครื่องดนตรีพวกนี้ไม่ค่อยเป็น เนื่องจากฮูหยินซูจากไปไวปกติแล้วซูโม่เองก็ไม่ค่อยสนใจซูหมิงเยว่สักเท่าไร นางจึงไม่เคยเรียนเรื่องพวกนี้มากเท่าไรนัก

            ในเมื่อตอนนี้ซูหมิงเยว่ขึ้นหลังเสือแล้วจึงลงยาก จะปฏิเสธต่อหน้าทุกคนก็ทำไม่ได้

            ดวงตาจ้าวอวี้ถิงฉายความสะใจจนแทบจะปิดไว้ไม่มิด นางเฝ้ารอดูเรื่องสนุกที่จะเกิดขึ้น

            ถึงแม้จะถูกสายตาของทุกคนจ้องมอง แต่ซูหมิงเยว่ก็ยังคงหน้านิ่งดั่งเก่า ตอนที่จ้าวอวี้ถิงคิดว่านางจะปฏิเสธซูหมิงเยว่กลับยืนขึ้นพร้อมรอยยิ้มสดใสก่อนจะตอบรับอย่างมั่นใจ “ได้สิเพคะ”

            จ้าวอวี้ถิงตกใจไปครู่หนึ่ง

            เสี่ยวอวี่เองก็ตะลึงไป

            ซูหมิงเยว่เดินไปยืนตรงกลางเวทีด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง นางย่อตัวเล็กน้อย“หม่อมฉันจะแสดงหนึ่งเพลง อาจจะแสดงได้ไม่ดีเท่าไหร่นะเพคะ”

            เพียงครู่เดียวนางกำนัลที่อยู่ด้านข้างก็ยกฉินมาให้ซูหมิงเยว่ นางก้มตัวนั่งลงทุกคนต่างจ้องการเคลื่อนไหวของนาง

            ซูหมิงเยว่ดีดฉินไม่เป็นจริงๆ แต่เมื่อชาติก่อนหลังจากที่นางคบกับองค์ชายห้า

            เพื่อที่จะทำให้องค์ชายห้าเพลิดเพลิน นางจึงร่ำเรียนมาเล็กน้อยคิดไม่ถึงเลยว่าจะได้ใช้ในวันนี้ จ้าวอวี้ถิงคิดว่านางดีดฉินไม่เป็นจึงอยากทำให้นางขายหน้าเช่นนั้นนางจะไม่ให้เป็นไปตามที่อีกฝ่ายต้องการ

            สายตาของทุกคนต่างมองไปยังร่างที่อยู่ตรงกลางลานเวที

            ปลายนิ้วขาวดีดลงไปแผ่วเบา แค่เสียงเดียวภายในงานเลี้ยงก็เงียบลงทันตา

            ซูหมิงเยว่ยกมุมปากขึ้น กวาดสายตาไปทั่วสุดท้ายก็ไปหยุดที่ใบหน้าของจี๋โม่หานที่กำลังมองมาทางนี้ด้วยท่าทางสนอกสนใจ

            ปลายนิ้วของซูหมิงเยว่ดีดที่ฉินเบาๆ ทำนองสง่างามเหมือนกับดอกไม้มากมายบานสะพรั่งเริ่มดังขึ้นตามการร่ายปลายนิ้วที่พลิ้วไหวดั่งสายน้ำของนางในชั่ววินาทีนั้นเหมือนมีภาพวาดอันงดงามปรากฏขึ้นตรงหน้าทุกคน

            ท่วงทำนองบ้างก็ช้า บ้างก็เร็วขึ้นเล็กน้อย ทุกคนต่างหลับตาจดจ่ออยู่กับเสียงเพลง

            ความรู้สึกยามที่ฟังนั้นสัมผัสไปถึงจิตวิญญาณ ความรู้สึกที่ได้รับนั้นงดงามกว่าจ้าวอวี้ถิงเมื่อครู่อยู่ไกลโขใบหน้าของทุกคนล้วนแสดงออกถึงความสุข

            ซูหมิงเยว่มั่นใจในตัวเอง สีหน้าที่แสดงออกมานั้นทั้งอบอุ่น ทั้งอ่อนโยนทุกท่วงท่าล้วนพลิ้วไหวราวกับสายน้ำไหล ดูแล้วสบายตาสบายใจ นางในตอนนี้นั้นราวกับอยู่ในภาพวาด

            จ้าวอวี้ถิงเก็บภาพทั้งหมดนี้ไว้ในสายตา นางกัดริมฝีปากแน่น ไม่พอใจเป็นอย่างมาก

            เป็นไปได้อย่างไร ทั้งๆ ที่นางนี่ไม่มีทางดีดฉินเป็นเหตุใดตอนนี้ถึงได้เป็นเช่นนี้อีกแล้ว

            หนึ่งเพลงจบลง ซูหมิงเยว่ก็หยุดมือแต่ทุกคนในงานเลี้ยงยังคงไม่ได้สติกลับมา หลายคนยังหลับตาจมอยู่กับบทเพลงเมื่อครู่ทุกสิ่งจึงตกอยู่ในความเงียบสงบ

            “แปะ แปะ แปะ”

            ท่ามกลางความเงียบของงานเลี้ยง เสียงปรบมือไม่เร็วไม่ช้าก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ

            เมื่อทุกคนเริ่มได้สติจากเสียงปรบมือนั้น ทั่วทั้งงานเลี้ยงก็เริ่มมีเสียงดังขึ้น

            ซูหมิงเยว่หันไปทางเสียงปรบมือนั้นแล้วก็เลิกคิ้วมุมปากของจี๋โม่หานประดับไปด้วยรอยยิ้ม เขาวางมือลงพร้อมเอ่ยปากพูดเสียงเรียบเฉย“คุณหนูซูมีความสามารถไม่ธรรมดาเลย วันนี้เป็นวาสนาของเปิ่นหวังที่ได้ฟังจริงๆ”

            “ท่านอ๋องก็ชมเกินไปเพคะ” ซูหมิงเยว่ยกยิ้มแล้วยืนขึ้นมองไปทางฮ่องเต้ที่อยู่ตำแหน่งสูงกว่า“หม่อมฉันได้แสดงฝีมืออันน่าอายออกมาแล้วเพคะ”

            ฮ่องเต้ที่เพิ่งได้สติกลับมา ใบหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกพอใจมากมาย“ไม่เลว ไม่เลว ดีมาก เพลงในวันนี้ของคุณหนูซูไม่ธรรมดาเลย เจิ้นจะประทานรางวัลให้อย่างงาม”

            ซูหมิงเยว่ประหลาดใจเล็กน้อย นางรู้ว่าปกติแล้วฮ่องเต้ไม่ชอบตนแต่คิดไม่ถึงว่าพอฟังเพลงที่นางเล่นแล้ว เขาจะพูดขึ้นมาเองว่าจะประทานรางวัลให้นาง

            “ขอบพระทัยเพคะฝ่าบาท”

            ซูหมิงเยว่เดินกลับไปนั่ง ทุกคนยังพูดคุยถึงการแสดงของนางเมื่อครู่เดิมทีการเต้นระบำของจ้าวอวี้ถิงก็เพียงพอทำให้คนตกใจจนกลายเป็นอันดับหนึ่งของวันนี้แต่เพลงนั้นของซูหมิงเยว่กลับยิ่งทำให้คนตกใจมากกว่า ด้วยเหตุนี้จึงกลบทับการเต้นรำของจ้าวอวี้ถิงภายในชั่วพริบตา

            แต่ปกติแล้วซูหมิงเยว่ไม่ค่อยสนใจชื่อเสียงพวกนี้เท่าไรนางมองไปทางจ้าวอวี้ถิงแล้วเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะยกยิ้มมุมปากคนถูกมองเดิมทีก็ไม่พอใจอยู่แล้ว พอถูกท้าทายเช่นนี้สีหน้าก็ยิ่งแย่ลงกว่าเดิม

            “ว้าว คุณหนูเก่งจริงๆ เจ้าค่ะ”

            เสี่ยวอวี่ยื่นหน้ามาพูดเสียงเบาข้างตัวซูหมิงเยว่“คุณหนูดีดฉินเป็นได้อย่างไรเจ้าคะ เหตุใดหนูปีถึงไม่รู้เลย?”

            ซูหมิงเยว่แย้มยิ้มลึกลับ “ความลับ”

            งานเลี้ยงดำเนินต่อไปอย่างเป็นระเบียบ ตอนนี้ก็ถึงช่วงสุดท้ายของงานเลี้ยงแล้วทุกคนยังคงสนุกสนานและพูดคุยกันเสียงดัง

            ในตอนนี้เอง นางกำนัลคนหนึ่งก็รีบร้อนวิ่งเข้ามาในงานเลี้ยงด้วยสีหน้าลนลานในมือถือของบางอย่าง ทุกคนต่างพากันซุบซิบ สายตาถูกดึงดูดให้หันไปมอง

            ฮ่องเต้ขมวดคิ้วไม่พอใจ “เกิดอะไรขึ้น?”

            นางกำนัลคนนั้นคุกเข่าลงตรงหน้าแท่นสูง “แย่แล้วเพคะฝ่าบาท เมื่อครู่ตอนที่หนูปีไปทำความสะอาดในวังของไทเฮาเหนียงเหนียงก็พบเจ้านี่เพคะ”

            นางพูดจบก็เอาของในมือยื่นไปตรงหน้า ทุกคนต่างถูกสิ่งนั้นดึงดูดสายตาแล้วยื่นคอไปดูแต่ตอนที่เห็นของในมือนางกำนัลคนนั้นชัดเจนว่าคืออะไรสีหน้าก็เปลี่ยนไปในชั่วพริบตา

            ซูหมิงเยว่ที่อยู่ใกล้ที่สุดก็หยิบของในมือนางกำนัลขึ้นมาดูให้ชัดเจน สิ่งนั้นคือคนตัวเล็กขนาดเท่าฝ่ามือบนตัวยังแทงด้วยเข็มเงิน ด้านบนเขียนตัวหนังสืออะไรบางอย่าง นางไม่เคยเห็นของสิ่งนี้มาก่อนแต่ก็พอรู้ว่าคงจะเป็นพวกตุ๊กตาตัวเล็กเอาไว้ทำคำสาป

            ซูหมิงเยว่ขมวดคิ้ว เหตุใดของเช่นนี้ถึงได้มาปรากฏอยู่ในวังของไทเฮา

            สีหน้าของฮ่องเต้เปลี่ยนไปเป็นโกรธมากทันที “ชั่วช้านัก ของสิ่งนี้มาจากไหน?”

            นางกำนัลตอบด้วยท่าทางกล้าๆ กลัวๆ “หนูปีเองก็ไม่รู้เพคะเมื่อครู่ตอนที่หนูปีกำลังทำความสะอาดตำหนักก็เจอมันอยู่ในมุมหนึ่งตอนเช้ายังไม่มีเพคะ”

            สีหน้าของไทเฮาเองก็แย่ หน้าเข้มคล้ำแสดงว่ามีคนต้องการที่จะทำร้ายนาง

            ทุกคนก็เริ่มถกเถียงกันขึ้นมา พวกเขาต่างรู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไรแน่นอนว่าเข้าใจถึงการใช้งานมันด้วย

            ดวงตาเฉียบคมกวาดมองทั่วทุกคนในงานก่อนจะถามนางกำนัลเสียงเข้ม “ช่วงนี้มีใครเดินผ่านตำหนักเหรินโฉวหรือไม่?”

            นางกำนัลส่ายหน้า ยังไม่ทันได้ตอบ ทางด้านไทเฮาก็เอ่ยปากขึ้นมาก่อน“วันนี้เป็นงานวันเกิดข้า ดังนั้นตอนเช้าจึงไม่ให้พวกเฟยผินเข้าไปทักทายข้าในตำหนักระหว่างนี้ก็คงไม่มีคนผ่านไปมานางกำนัลที่อยู่ข้างกายพวกนี้ก็ติดตามข้างกายข้ามานานแล้ว”

     


    คล้ายกับเรื่องซูหมิงเยว่ : ทะลุมิติมาเป็นยอดหญิงหมอเทวดา [จบ] ที่คุณอ่าน

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891