นิยายเื่นี้แยกฉากอีโรติก(18+) มาจากเื่ BattleSun ค่ะ เชิญอ่านเื่เต็มๆ ได้ในนิยาย Battle Sun ค่ะ
พอถึงนครวัดอารยะก็มุ่งตรงไปยังจุดที่เกิดเหตุฟ้าผ่า นักท่องเที่ยวก็ยังเนืองแน่นเหมือนเช่นเคยเขาเดินไปยืนตรงจุดที่เห็นน้องสาวเป็ครั้งสุดท้าย ภาพที่น้องยืนแอ็คท่าถ่ายรูปยังจำติดตา
“ยัยวา” เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่งเอามือแตะพื้นน้ำตาหยด
“ขอโทษค่ะ คุณเป็อะไรรึเปล่าคะ?”เสียงผู้หญิงถามเป็ภาษาอังกฤษพร้อมกับเอื้อมมือมาแตะบ่า
อารยะเงยหน้าขึ้นมอง เขาเห็นผู้หญิงคนหนึ่งก้มตัวมาถามอย่างมีน้ำใจเขารีบปาดน้ำตาแล้วก็บอกเป็ภาษาอังกฤษว่า “ผมไม่เป็อะไรครับ ขอบคุณครับ”
ผู้หญิงคนนั้นยิ้มแล้วก็ยืดตัวขึ้น พลัน! เธอก็ทำสมุดตก “อุ้ย!”
อารยะเก็บให้ เขาชะงักนิดนึงเมื่อเห็นตัวอักษรภาษาไทยเขายืนขึ้นแล้วก็ยื่นสมุดคืนให้เธอ
“ของคุณครับ” เขาพูดเป็ภาษาไทย
ผู้หญิงคนนั้นชะงัก!
“คนไทยเหรอคะ?” เธอถามแล้วก็ยิ้มพลางรับสมุดคืนไป
“ครับ” อารยะพยักหน้า
“ ขอบคุณค่ะ” เธอยิ้มให้แล้วก็เดินจากไป
อารยะมองตามแล้วก็ถอยไปนั่งหลบแดดริมสระบารายพลางล้วงโทรศัพท์ออกมาเปิดดูรูปทิวา เขามองขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วก็จ้องรูปในโทรศัพท์“พี่เชื่อว่าแกจะต้องกลับมา”
เขานั่งอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งถึงเวลาปิดเขาจึงลุกขึ้นเดินไปเรียกแท็กซี่กลับโรงแรม
พอถึงโรงแรมเขาก็นอนแผ่บนเตียงไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรทั้งสิ้นจนกระทั่งเห็นไลน์จากตะวันว่า “กินข้าวยังไอ้ยะอย่ามัวแต่ตามหาทิวาจนลืมดูแลสุขภาพนะโว้ย เป็ห่วงนะ”
เขาพิมพ์ตอบกลับไปว่า “เออ...ขอบใจ”
แล้วเขาก็ลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวโทรสั่งอาหารมากินในห้องจากนั้นก็เปิดทีวีดูแล้วก็นอนหลับไป
เช้ามืด อารยะตื่นขึ้นมาเขาลุกพรวดอย่างมึนๆ เขาขยับตัวลุกจากเตียงยกมือขึ้นเสยผม พลัน! ผ้ายาวก็พาดหน้าเขา “อะไรวะ?”
เขาลดมือลง ในมือเขามีผ้ายาวเหมือนสายรัดชุดเสื้อคลุมอยู่ในมือเขามองอย่างฉงนแล้วก็หวนคิดถึงความฝัน
“นี่เราได้เจอยัยวาจริงๆ เหรอ?” เขาถอยไปนั่งจ้องผ้าผืนนั้นเขม็งมีแต่เื่ประหลาดทั้งนั้นเลยเขานั่งจ้องผ้าอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งได้ยินเสียงนกร้องแว่วมาเขาหันไปดูที่หน้าต่างเห็นแสงลอดผ้าม่านเขาจึงลุกขึ้นเอาผ้าไปวางไว้บนโต๊ะแล้วก็ลุกไปอาบน้ำแต่งตัว
พอแต่งตัวเสร็จแล้วเขาก็คว้าผ้าผืนยาวใส่กระเป๋ากางเกงแล้วลงไปกินอาหารเช้าจากนั้นก็เรียกแท๊กซี่ไปนครวัด
เมื่อไปถึงนครวัดเขาก็ตรงดิ่งไปตรงจุดที่ทิวาหายตัวไปเขานั่งลงข้างสระบาราย ล้วงเอาผ้าออกมาดูนักท่องเที่ยวเริ่มทยอยกันมาเที่ยวเหมือนเช่นเคย เขาไม่ได้สนใจใครเลยยังคงจ้องดูผ้าผืนนั้นอย่างละเอียดลออ
“สวัสดีค่ะ” เสียงทักทายดังขึ้นข้างๆเป็ภาษาไทย
อารยะหันไปมอง เห็นผู้หญิงคนหนึ่งก้มตัวลงมายิ้มให้เขา
“คุณนั่นเอง สวัสดีครับ” เขาทักตอบ
ผู้หญิงคนนั้นนั่งลงกับพื้นห่างจากเขาไปราวเมตรกว่าๆ“พบกันอีกแล้วนะคะ”
“ครับ” อารยะพยักหน้ารับ
“คุณมาเที่ยวเหรอคะ?”
“ครับ”
“ฉันเห็นคุณมานั่งตรงนี้เป็ครั้งที่สองแล้วนะคะ คุณชอบตรงนี้เหรอคะ?”
“ครับ”
แล้วผู้หญิงคนนั้นก็เปิดสมุดออกหยิบดินสอมานั่งสเก็ตรูปอย่างเงียบๆ
อารยะไม่ได้สนใจเธออีก เขาจ้องมองผ้าในมือสลับกับสระบาราย แล้วก็เหม่อมองไปรอบๆเหมือนจะมองหาน้องสาวตัวเองในหมู่ผู้คน
“น้ำสักหน่อยไหมคะ อากาศเริ่มร้อนแล้วนะคะ”ผู้หญิงคนนั้นส่งขวดน้ำให้อารยะ
อารยะหันไปมองพลางยิ้มตอบตามมารยาท “ขอบคุณครับ ไม่เป็ไรครับ”
“คุณชื่ออะไรคะ? ฉันชื่อปรียาค่ะ”
“ผมอารยะครับ” อารยะแนะนำตัวตามมารยาท
ปรียายิ้มแล้วก็ชวนคุยว่า “คุณมาเที่ยวเหรอคะ?”
“ครับ”
“เอ่อ...ผ้านั่นลายสวยจังค่ะ ขอฉันถ่ายรูปหน่อยได้ไหมคะ”ปรียาชี้ไปที่ผ้าในมือเขา
“อ๋อ...ได้ครับ” อารยะส่งผ้าให้เธอ
ปรียารับไปคลี่ดู แล้วก็วางบนสมุด
“เป็ผ้าอะไรคะ? จะว่าเป็โบว์ผูกผมก็ยาวเกินไปหน่อยผ้าโอบิของญี่ปุ่นก็ไม่ใช่ แต่ลายสวยจังค่ะ”เธอพูดแล้วก็หยิบโทรศัพท์ออกมาถ่ายรูปเก็บเอาไว้
“ขอบคุณค่ะ” เธอส่งผ้าคืนให้เขา
อารยะรับคืนมาแล้วก็ไม่ได้สนใจเธออีก
ส่วนปรียาก็ดูรูปในมือถือแล้วก็ก้มหน้าก้มตาสเก็ตภาพเธอใช้ลายผ้าร่างแบบเสื้อผ้าตามจินตนาการไปเรื่อยๆ
อารยะเหลือบมองเธอ พอเห็นภาพที่เธอร่าง เขาก็ตะลึง! มันช่างเหมือนภาพยัยวาในความฝันเหลือเกิน เขาขยับเข้าไปมองใกล้ๆ
ปรียาเหลือบมองพลางยิ้มให้ พอร่างเสร็จเธอก็เอียงสมุดให้เขาดู“คุณคิดว่ายังไงคะ? ฉันจินตนาการจากลายผ้าของคุณน่ะค่ะ”
“คุณจินตนาการเอาเหรอครับ?” อารยะจ้องมองภาพสเก็ตตาไม่กะพริบ
“ค่ะ” ปรียาพยักหน้าแล้วก็พูดว่า“ฉันเห็นลายผ้าแล้วก็คิดถึงเสื้อผ้าสมัยจีนโบราณน่ะค่ะ แต่ฉันลองวาดคร่าวๆ เป็ชุดแซคคุณคิดว่าสวยไหมคะ?”
“ครับ” อารยะพยักหน้า
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
“ขอโทษนะคะ” เธอหยิบโทรศัพท์ออกมารับสาย “สวัสดีค่ะ”
อารยะขยับตัวออกห่าง
“ฉันอยู่ที่นครวัดค่ะ”
เสียงอีกฝ่ายแว่วมาว่า “ครับผมเห็นแล้วครับผมมารับคุณไปทานข้าวกลางวันครับ”
แล้วก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้าไปยืนด้านหลังปรียา
ปรียาหันไปมอง “อ้าว”
เธอตัดสายแล้วก็ลุกขึ้นยืนคุยกับผู้ชายคนนั้น
“ต้องขอโทษด้วยนะคะคุณภาสกร พอดีว่าฉันมีนัดทานข้าวกลางวันแล้วค่ะ”เธอพูดกับเขาแล้วก็เดินไปยืนข้างอารยะพร้อมกับบอกว่า “นี่คุณอารยะค่ะ”
เธอขยิบตาให้อารยะแล้วก็บอกว่า “คุณอารยะคะนี่คุณภาสกรค่ะ”
เธอจัดแจงแนะนำให้ทั้งสองรู้จักกัน
อารยะทำหน้างงๆ เขาลุกขึ้นยืนยื่นมือไปเชคแฮนด์ตามมารยาท“ยินดีที่ได้รู้จักครับ”
ภาสกรจับมือกับอารยะ “ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ”
“ถ้างั้นฉันขอตัวก่อนนะคะคุณภาสกร ไปกันเถอะค่ะคุณอารยะ”ปรียาบอกแล้วก็ฉวยข้อมืออารยะให้เดินตามไป
“ขอตัวก่อนนะครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ”อารยะรีบพูดกับภาสกรแล้วก็เดินตามปรียาไป
พอเดินห่างไปได้สักพักปรียาก็หันไปมองข้างหลังเธอเห็นภาสกรเดินตามมาเธอจึงกระซิบกับอารยะเบาๆว่า “คุณช่วยฉันหน่อยนะคะฉันไม่อยากไปกินข้าวกับเขาค่ะ คุณช่วยไปกินข้าวเป็เพื่อนฉันได้ไหมคะ?”
อารยะเหลือบมองไปข้างหลัง เห็นภาสกรเดินตามมาอยู่แม้จะไม่ค่อยเข้าใจเื่ราวที่เกิดขึ้นแต่ผู้หญิงอุตส่าห์เอ่ยปากขอร้องเขาจะใจดำปฏิเสธเธอได้ยังไง
“ผมช่วยคุณก็ได้ครับ แต่นี่คงไม่ใช่รายการลวงผมไปปล้นนะครับ”
ปรียาค้อนขวับ! กระซิบเสียงเขียว“นี่คุณ! ถ้าฉันคิดจะลวงคุณไปปล้นล่ะก็ ฉันเลือกเหยื่อที่ดูรวยๆกว่าคุณไม่ดีกว่ารึไงห๊ะ!”
“ก็ไม่แน่นะครับ คนสมัยนี้ไว้ใจได้ที่ไหน”อารยะตอบพลางก้มลงจ้องหน้าคนข้างกาย
“นี่คุณ!ฉันไม่ทำไรแบบนั้นหรอกนะ เอาเป็ว่ามื้อนี้ฉันเลี้ยงคุณก็ได้คุณอยากกินร้านไหนคุณเลือกมาฉันจ่ายให้ ขอแค่คุณช่วยไปกินข้าวเป็เพื่อนฉันหน่อยเท่านั้น”ปรียาบอก
“เอางั้นก็ได้ครับ” อารยะบอก
พอไปถึงหน้าทางเข้า อารยะก็โบกมือเรียกแท็กซี่ แท็กซี่ปราดเข้ามารับทันที
อารยะเปิดประตูให้ปรียา “เชิญครับ”
“ขอบคุณค่ะ” ปรียาก้าวเข้าไปนั่ง
อารยะปิดประตูแล้วก็เดินอ้อมไปเปิดประตูอีกด้าน เขาก้าวเข้าไปนั่งข้างเธอเขาเหลือบเห็นภาสกรยืนมองอย่างไม่พอใจ เขาปิดประตูแล้วก็สั่งโชเฟอร์เป็ภาษาอังกฤษ
“เยสเซอร์” โชเฟอร์รับคำแล้วก็ขับรถออกไป
“เขาเป็ใครครับ? แล้วทำไมคุณถึงไม่อยากไปกินข้าวกับเขาล่ะครับ?”อารยะถามพร้อมกับหันไปมองหน้าเธอ ก็ผู้ชายคนนั้นท่าทางการแต่งตัวก็ออกจะดูดีหน้าตาก็หล่อเข้าขั้นแล้วทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงปฏิเสธที่จะไปกินข้าวด้วยถึงขนาดต้องลากเขาซึ่งเพิ่งจะรู้จักกันมาเป็ไม้กันหมาแบบนี้?
“เขาชื่อภาสกร เป็คนที่คุณแม่ของฉันอยากให้แต่งงานด้วยแต่ฉันไม่ชอบเขาค่ะ พูดแค่นี้คุณคงเข้าใจนะคะ” ปรียาบอกน้ำเสียงไม่ชอบใจ
อารยะมองท่าทางของเธอแล้วก็นึกขำ เธอคงจะเกลียดหมอนั่นเอามากๆดูท่าทางเธอคงจะดื้อไม่เบานะนี่ เห็นแล้วก็ยิ่งคิดถึงน้องสาว
จนกระทั่งถึงร้านอาหารพอรถจอดสนิท อารยะก็หยิบเงินจ่ายค่าแท็กซี่ เขาเปิดประตูลงไป พร้อมกับปรียาซึ่งเปิดประตูลงไปั้แ่รถจอดแล้ว
“เชิญครับ” อารยะผายมือไปที่ร้านอาหารหรูหราข้างหน้า
ปรียามองแล้วก็บอกว่า “รสนิยมสูงนะคุณ”
เธอบอกน้ำเสียงราบเรียบจนจับไม่ได้ว่าเธอแขวะเขารึเปล่า
“อ้าว...ก็คุณบอกว่าจะเลี้ยงผมไง” อารยะแกล้งทวงสัญญา
“ไม่มีปัญหาค่ะ ฉันพูดคำไหนคำนั้น เชิญค่ะ”ปรียาบอกแล้วก็เดินเข้าไปในร้านอย่างมั่นใจ
อารยะคิดในใจดูท่าทางเธอคงจะเป็พวกลูกคุณหนูล่ะมั้ง เขาเดินตามเธอไป
พนักงานเปิดประตูต้อนรับ
ปรียาพูดกับพนักงานเป็ภาษาอังกฤษสำเนียงชัดเป๊ะ
พนักงานพาลูกค้าไปที่โต๊ะด้านในตามที่ลูกค้า้า ปรียานั่งลงพนักงานขยับเก้าอี้ให้แล้วก็หยิบผ้าเช็ดปากปูตักให้
อารยะก็ได้รับการปฏิบัติแบบเดียวกัน พนักงานส่งเมนูให้ ปรียารับไปเปิดดูแล้วก็ถามอารยะว่า“คุณจะสั่งไวน์หรือวิสกี้หรือเบียร์ก็เชิญตามสบายนะคะ ไม่ต้องเกรงใจค่ะ”
“ผมไม่ดื่มครับ ขอบคุณ” อารยะบอกแล้วก็หันไปสั่งน้ำผลไม้กับพนักงาน ปรียาก็สั่งเครื่องดื่มกับพนักงานจากนั้นเธอก็สั่งอาหาร
อารยะเปิดดูเมนูแล้วก็สั่งอาหารพอสั่งเสร็จเขาก็ยื่นเมนูคืนให้พนักงาน
ปรียาส่งเมนูคืนให้พนักงานแล้วก็ถามอารยะว่า “คุณมาเที่ยวกับใครเหรอคะ?”
“ผมมาคนเดียวครับ แล้วคุณล่ะมาเที่ยวกับใครเหรอครับ?”
“ฉันไม่ได้มาเที่ยวค่ะ ฉันมาหาคุณพ่อคุณแม่ค่ะ”ปรียาบอกแล้วก็ชะงักไปเมื่อพนักงานยกเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ
“อ๋อครับ” อารยะพยักหน้ารับรู้
“คุณคงคิดว่าฉันบ้าที่จู่ๆก็ชวนคุณมากินข้าวด้วยแบบนี้” ปรียาพูดแล้วก็ยกน้ำส้มขึ้นจิบ
“ครับ ผมคิดอย่างนั้นจริงๆ” อารยะยอมรับตรงๆ แล้วก็พูดเตือนว่า“แต่คุณทำแบบนี้มันเสี่ยงมากเลยนะครับคุณไม่คิดบ้างเหรอว่าผมอาจจะฉวยโอกาสล่อลวงคุณไปทำมิดีมิร้ายน่ะ”
“ก็อาจจะจริงของคุณ” ปรียาตอบอย่างไม่แคร์
“แล้วนี่คุณทำแบบนี้บ่อยๆรึเปล่า”
“ก็บ่อยมั้งคะ ก็ฉันไม่อยากไปไหนมาไหนกับเขานี่”
“เฮ้อ...” อารยะถอนหายใจอย่างหนักใจเขาล้วงกระเป๋าหยิบนามบัตรยื่นให้เธอ “นามบัตรผม”
ปรียารับไปดูอย่างงงๆ
“เอาเป็ว่าถ้าคุณ้าไม้กันหมาอีกเมื่อไหร่ก็โทรมาล่ะกันระหว่างที่ผมอยู่ที่นี่ผมยินดีจะเป็ไม้กันหมาให้คุณชั่วคราว” อารยะบอก
ปรียายิ้ม “ขอบคุณค่ะ”
จากนั้นเธอก็หยิบโทรศัพท์มาเมมเบอร์เขาไว้ แล้วเธอก็โทรเข้าเครื่องเขา
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น อารยะหยิบออกมาดู
“เบอร์ฉันค่ะ” ปรียาบอกแล้วก็กดตัดสาย อารยะพยักหน้าแล้วก็เมมเบอร์เธอไว้
พนักงานยกอาหารมาเสิร์ฟจากนั้นทั้งคู่ก็กินอาหารไปคุยกันไปอย่างถูกคอ ปรียารู้สึกถูกชะตากับอารยะจนเธอสามารถคุยกับเขาได้หลายๆเื่
พอกินอาหารเสร็จ อารยะก็ถามว่า “แล้วคุณจะไปที่ไหนต่อเหรอครับ?”
“กลับไปที่นครวัดค่ะ ฉันยังสเก็ตภาพไม่เสร็จน่ะค่ะ”
อารยะพยักหน้ารับรู้ “ผมก็จะไปที่นั่นเหมือนกันครับ”
“คุณดูไม่เหมือนนักท่องเที่ยวเลยนะคะฉันเห็นคุณเอาแต่นั่งอยู่ตรงนั้นมาสองครั้งแล้ว” ปรียาบอก
“ผมมาตามหาน้องสาวน่ะครับ น้องสาวผมหายไปที่นั่นครับ” อารยะบอกเสียงเศร้า
“อุ้ยตาย!ขอให้คุณเจอน้องสาวไวๆนะคะ” ปรียาใ
“ขอบคุณครับ” อารยะพยักหน้ารับแล้วเขาก็ถามเธอว่า“คุณอยากได้อะไรเพิ่มอีกไหมครับ?”
“ไม่ค่ะ ขอบคุณค่ะ” ปรียาปฏิเสธ “แล้วคุณล่ะคะ?”เธอถามกลับอย่างมีน้ำใจ
“ไม่ครับ” อารยะตอบแล้วก็พูดว่า “ถ้างั้นผมว่าเราไปกันเถอะครับ”
“ค่ะ” ปรียาพยักหน้ารับ
อารยะกวักมือเรียกพนักงาน พอพนักงานเดินมาเขาก็บอกว่า“เช็กบิลด้วยครับ” เขาบอกเป็ภาษาอังกฤษ
พนักงานรับคำแล้วก็เดินไปที่เคาน์เตอร์
ครู่ต่อมาพนักงานก็เอาบิลมาให้ อารยะรับไปดูแล้วก็หยิบเงินจ่าย ปรียารีบหยิบกระเป๋าดึงเครดิตการ์ดออกมา
Donate
เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย
เลขบัญชี 084-3-79715-6
ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย
หรือทาง True Money wallet :098-651-1489
จะบริจาค 5 บาท 10 บาทก็ได้ค่ะ
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง
เพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : https://lin.ee/qEBuZvK
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ