2.บัวบูชา
หมู่บ้านอู๋
เรือนไม้เก่าหลังหนึ่งตั้งอยู่บริเวณริมลำธารสายเล็กๆ บนที่ดินขนาดหนึ่งหมู่ ภายในห้องนอนที่อบอวลไปด้วยกลิ่นสมุนไพรพบสตรีร่างบางกำลังนอนรักษาตัวอยู่บนเตียงไม้เก่า ๆ ศีรษะถูกพันด้วยผ้าสีขาว ดวงหน้าซีดเซียวเพราะซมพิษไข้ ย้อนกลับไปเมื่อสองวันก่อนด้วยจิตใจที่เหม่อลอยขณะซักผ้าจึงเกิดอุบัติเหตุลื่นล้มหัวศีรษะกระแทกกับโขดหิน ทำให้สลบไสลไปถึงสองคืนกับอีกหนึ่งวัน
'บัวบูชา' ในร่างของ 'อันเหลียนฮวา' กำลังนอนเบิกตากว้างมองเพดานในห้องคับแคบที่มีแต่หยากไย่ตามมุมห้องฝุ่นผงตามเครื่องเรือนต่าง ๆ บัวบูชากวาดตามองรอบห้องครั้งแล้วครั้งเล่าจนตอนนี้ลงเริ่มจะปลงกับโชคชะตาของตนเอง ก่อนจะตื่นขึ้นมาพบเจอโลกที่แสนลำบากเช่นนี้บัวบูชาได้เห็นภาพเหตุการณ์ที่ยาวต่อเนื่อง ราวกับกำลังดูละครชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งดูอาภัพยิ่งนักแต่ใครจะคาดคิดว่าความอาภัพเ่าั้...จะตกมาใส่หัวตนเองได้
เื่ราวเหลือเชื่อนี้เกิดจาก...รอยสักดอกบัวเล็กๆ ที่บัวบูชาสักไว้เมื่อสมัยมัธยมบัวบูชาจำได้ว่าตอนนั้นกำลังพักผ่อนอยู่ที่คอนโดกลางใจเมืองด้วยหน้าที่การงานตำแหน่งวิทยากรด้านวิศวกรรมทำให้บัวบูชาต้องพบปะนักเรียนนักศึกษา หรือบุคลากรของบริษัทต่าง ๆ อยู่เป็ประจำเื่รูปลักษณ์ภายนอก หน้าตา ผิวพรรณ ความสะอาดบัวบูชาให้ความสำคัญกับเื่เหล่านี้มากเธอจึงจำเป็ต้องดูแลร่างกายอย่างพิถีพิถัน
บัวบูชาทาครีมบำรุงผิวตามปกติเฉกเช่นทุกวันทว่าวันนี้กลับรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างเพราะขณะที่มือกำลังลูบไล้ครีมบริเวณที่หัวไหล่ด้านซ้ายเธอสังเกตว่ารอยสักรูปดอกบัว ....คล้าย ๆกับว่ากำลังเคลื่อนไหวไปมาด้วยความสงสัยเธอจึงตั้งใจเพ่งมองรอยสักผ่านกระจกเงาเป็เวลานาน นานจนเธอรู้สึกถึงแสงสีขาวโพลนที่วาร์ปเข้ามาในหัวสมองและเมื่อแสงสีขาวค่อย ๆ เลือนหายไป ภาพเื่ราวของอันเหลียนฮวาก็ค่อย ๆปรากฎสู่สายตาของบัวบูชาหลังจากดูละครชีวิตจนจบแล้ว...เสียงทุ้มกังวาลของชายชราผู้หนึ่งลอยดังเข้ามาในโสตประสาทการได้ยินว่า
'จงใช้ชีวิตให้ดี รูปดอกบัวนี้จะเลือนหายไปเมื่อเ้าอยู่ภพชาตินี้แต่หากจะเปลี่ยนเป็แหวนหยกขาวลายดอกเหลียนฮวาแทนหาก้าใช้ให้ตั้งจิตนึกถึงแหวน แหวนก็จะปรากฎ'
หลังจากเสียงทุ้มชราเลือนหายไปบัวบูชาก็สะดุ้งตื่นขึ้น สายตาพลันมองภาพรอบ ๆ ตัวสมองกำลังประมวลลำดับเหตุการณ์ต่าง ๆ ใช้เวลาชั่วครู่ในที่สุดก็รู้คำตอบแน่นอนว่าบัวบูชาใกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดในยามนี้คือทำใจยอมรับชะตากรรมของตนเอง และนางคงไม่ดิ้นรนหาคำตอบใด ๆทุกอย่างที่เกิดขึ้นหรืออะไรก็ตามที่นำพาเธอมาที่นี่และมันคงจะไม่ใช่เื่บังเอิญอย่างแน่นอน
"ท่านแม่ ตื่นแล้วรึ" เด็กชายวัยหกหนาวในเสื้อผ้าสีตุ่นก้าวขาเข้ามาภายในห้องนอนมือเล็กสองข้างกำลังประคองถ้วยน้ำข้าวมาให้มารดาที่นอนป่วยอยู่บนเตียง
"อ่อ....อืม" ดวงตากลมสำรวจเด็กชายตรงหน้า นี่สินะ 'อันฮ่าวเหยียน' บุตรชายของอันเหลียนฮวาหน้าตาดีเลยทีเดียว หากมีเนื้อมีหนังอีกนิดคงจะน่ารักไม่น้อย
"ท่านแม่กินเสียหน่อยนะขอรับยามนี้ในบ้านเรามีเท่านี้...แต่เดี๋ยวข้าจะไปแถว ๆเนินเขาเผื่อมีอะไรเก็บไปขายได้บ้าง" อันฮ่าวเหยียนวางถ้วยน้ำข้าวบนโต๊ะไม้และกำลังจะหันกายออกจากห้อง แต่ทว่าร่างกายชะงักเล็กน้อยเพราะถ้อยคำของมารดา
"เย็นแล้วค่อยไปพรุ่งนี้เถอะเดี๋ยวพรุ่งนี้แม่จะไปกับเ้าด้วย" อันเหลียนฮวานั่งเอนตัวบนเตียงเก่านางพยายามทำตัวให้ปกติที่สุด หากทำตัวแปลกหรือแตกต่างมากจนเกินไปชาวบ้านคงคิดว่านางมีิญญามาสิงสู่เป็แน่ หากเป็เช่นนั้นจริงคนในหมู่บ้านไม่ใช่ว่าต้องจับนางเผาไฟหรือถ่วงน้ำหรอกหรือ
"ท่านแม่ว่าอย่างไรนะ" อันฮ่าวเหยียนเอ่ยถามด้วยแววตาสงสัยเพราะในยามปกติมารดาจะออกไปเก็บของป่าบริเวณเนินเขาเท่านั้นและไม่มีทางขึ้นเขาอย่างแน่นอน
"แม่บอกว่า แม่จะไปกับเ้าด้วย" อันเหลียนฮวาเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม
"ท่านแม่พักเถิดขอรับ หากท่านแม่ไปเดินเหม่อลอยจนศีรษะฟาดพื้นอีกจะแย่หนักกว่าเดิมนะขอรับ" อันฮ่าวเหยียนกล่าวกับมารดาด้วยความเป็ห่วงและที่มารดาต้องนอนป่วยเช่นนี้ มิใช่ว่าเพราะมัวแต่เหม่อลอยหรอกหรือนานเท่าไหร่แล้วที่มารดายังไม่ลืมเื่ราวในอดีต แม้เื่นั้นเขาจะไม่รู้ว่าเป็เื่อะไรก็ตามแต่สัญชาตญาณของเขาบอกได้ว่ามารดาต้องมีอะไรสักอย่างในใจอย่างแน่นอน
"แม่หายดีแล้วและไม่ต้องถามแม่ให้มากความแม่ขอนอนอีกสักหน่อยแล้วกัน" อันเหลียนฮวาเอ่ยกับบุตรชายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ และด้วยร่างกายที่้าพักฟื้นอีกเล็กน้อย นางจึงเอนตัวราบกับที่นอนเก่าๆ แล้วเข้าสู่ห้วงนิทราต่อ
อันฮ่าวเหยียนกำลังจะอ้าปากพูดต่อแต่ทว่ามารดาปิดตาหลับไปเสียแล้ว เขาสงสัยว่าเหตุใดวันนี้มารดาถึงพูดจาผิดแปลกไป คิดวนไปวนมาได้สักพัก...เขาก็ยังคงหาคำตอบไม่ได้เขาจึงวางข้อสงสัยลงไปชั่วขณะ เพราะอย่างน้อย ๆ วันนี้เขารู้สึกยินดีอย่างยิ่งกับการฟื้นของมารดา
ยามเหม่า อันเหลียนฮวาขยับกายออกจากเตียงไม้เก่าหลังจากที่นอนทำใจยอมรับโชคชะตามาแล้วทั้งคืน นางลุกขึ้น ล้างหน้าล้างตา บ้วนปากตามวิสัยคนรักสะอาด ร่างเดิมเป็คนรักสะอาดอยู่แล้วเนื้อตัวจึงดูสะอาดสะอ้านกว่าชาวบ้านทั่วไป และสิ่งสำคัญนางมีกลิ่นกายที่หอมเป็เอกลักษณ์มันคือกลิ่นเหลียนฮวา กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกบัวถึงแม้ไม่ได้ชำระร่างกายแต่เรือนกายนี้ยังคงมีกลิ่นหอมบางเบาติดกายอยู่เสมอถือว่าเป็เื่ที่ดีมากทีเดียว
บัวบูชาในร่างอันเหลียนฮวาเริ่มเดินสำรวจรอบบ้านบ้านหลังนี้มีพื้นที่ขนาดหนึ่งหมู่สำหรับนางแล้ว...ถือว่ากว้างขวางสำหรับสองคนอาศัยแม้บ้านจะมีสภาพที่ดูเก่าชำรุดไปบ้าง แต่หากปรับปรุงซ่อมแซมคงจะน่าอยู่ขึ้นพื้นที่รอบบ้านมีขนาดพื้นที่ที่เหมาะสำหรับปลูกพืชผักสวนครัวปลูกต้นไม้ใหญ่ไว้เป็ร่มเงา แต่เป็เพราะเ้าของเรือนมิคิดทำสิ่งใด รอบ ๆเรือนจึงมีแต่พงหญ้าขึ้นระเกะระกะเช่นนี้
"เฮ้ออันเหลียนฮวาเธอจะโทษแต่ผู้อื่นที่มาทำลายวาสนาเธออย่างเดียวไม่ได้หรอกนะ"
บัวบูชาบ่นกับร่างเดิมของตนเองที่มัวแต่โทษบุรุษใจทรามผู้นั้นบิดาเช่นอันลู่สือยังคงมีความปรารถนาดี ๆ ให้กับอันเหลียนฮวาอยู่บ้างถึงแม้จะได้รับความรักไม่เท่ากับอันสือเย่วและอันลี่ฮัวก็ตามอันเหลียนฮวายินดีที่บิดามองหาบุรุษดี ๆ สักคนให้นางแต่งออกเรือนไปนางเองก็อยากออกจากบ้านสกุลอันเป็ทุนเดิมอยู่แล้วนางอยากไปเริ่มต้นชีวิตครอบครัวของตนเองกับสามีที่ดีใช้ชีวิตไปจนแก่เฒ่า แต่ทว่าชีวิตที่กำลังจะดำเนินไปในทางที่ดีขึ้นกลับต้องมาพังทลายลงเพราะบุรุษผู้นั้นทำให้บิดากล่าวโทษอันเหลียนฮวาว่าทอดกายให้บุรุษแปลกหน้าทำตัวเป็สตรีใจง่ายไร้ยางอายเป็ที่เสื่อมเสียของบิดาและสกุลอันอันเหลียนฮวาั้แ่เกิดเื่ก็ทำได้เพียงแต่ร้องไห้ฟูมฟาย ไม่กล้ายืนหยัดหรืออธิบายว่าตนเองไม่ได้ทอดกายและเป็เพราะความอ่อนแอไม่สู้คน จึงทำให้อันเหลียนฮวาต้องมีชีวิตเช่นนี้
หลังจากเดินทางมาหมู่บ้านนี้บุรุษใจทรามนั้นก็จัดการซื้อที่ดินแปลงนี้ให้แล้วก็จากไป ก่อนไปบอกแค่ว่าจะไป 'เข้าร่วมกองทัพ' แต่ทว่าอันเหลียนฮวากลับไม่เชื่อคำพูดของบุรุษชั่วช้าผู้นั้น...'โจรที่ไหนจะมีความคิดดี ๆ ไปเข้าร่วมกองทัพกัน'...ยามนั้นคิดแต่เพียงว่าไปแล้วไม่ต้องหวนกลับมาอีกก็พอ
เวลาล่วงเลยผ่านไปหกปีอันเหลียนฮวาตั้งครรภ์และให้กำเนิดบุตรชาย นางเลี้ยงบุตรชายมาด้วยตัวคนเดียวกลางป่าเขาเช่นนี้มีความลำบากไม่น้อยแต่ในความลำบากยังมีความโชคดีที่ทำให้สตรีอ่อนแอผู้หนึ่งมีชีวิตอยู่ต่อได้สิ่งนั้นก็คือชาวบ้านในหมู่บ้านอู๋แห่งนี้ เพราะตลอดระยะเวลาในการตั้งครรภ์นางได้รับความเมตตาจากหัวหน้าหมู่บ้านกับภรรยามาคอยช่วยเหลือดูแลชาวบ้านที่นี่ล้วนแต่เป็คนดีมีน้ำใจคอยแบ่งปันอาหารมาให้นางเสมอแม้นางจะเกิดในครอบครัวที่ทำไร่ทำสวน แต่ก็ต้องยอมรับว่างานหนัก ๆบิดาของอันเหลียนฮวาเป็คนทำทั้งหมด นางไม่เคยทำงานหนักและไม่เคยขึ้นเขาหาของป่าส่วนมากนางจะเก็บพืชผักบริเวณเนินเขาและมีหน้าที่คอยดูแลทำความสะอาดเรือนเท่านั้น