ก่อนที่จะสิ้นพระชนม์อีกไม่นานนักนางก็จะรู้อยู่แล้วว่าใครลงมือลอบปลงพระชนม์องค์หญิงหลงหลิวแต่แล้วก็ดันเกิดเื่ใส่ร้ายว่านางเป็ฏจนทุกคนต้องตายหมดข้อหาฏว่านางคบค้ากับแคว้นหนานถิง โง่เง่าสิ้นดี!ฝ่าาก็ช่างโง่งมหลงเชื่อไปได้อย่างไร!นางเป็ถึงฮองเฮาผู้ยืนเหนือคนนับหมื่นอยู่ใต้คนๆเดียวจะโง่เง่าขายชาติตัวเองให้คนต่างแคว้นได้อย่างไรกัน! แต่หลักฐานทุกอย่างชัดแจ้งก็เพราะเฉินกงกงคนสนิทของนางเป็ผู้นำหลักฐานต่างๆถวายให้ฮ่องเต้เองเ้าคนทรยศนั่นนางไม่ปล่อยให้มันตายง่ายๆหรอก มันจะต้องอยู่ก็ไม่ได้ ตายก็ไม่อาจร้องขอ!
รอข้าก่อนเถอะเฉินกงกง!
หลังจากร่ำให้ด้วยความอาฆาตแค้นแล้วนางก็ยกหลังมือปาดน้ำตาทิ้ง เปิดผ้าออกก็หันไปเห็นฮูหยินไป๋จ้องมองอยู่
สายตาของคนเป็แม่มีแต่แววเป็กังวลทั้งรักทั้งห่วงใยไม่ผิดไปจากสายตาของนางที่เคยมองดูลูกสาวลูกชายเลยสักนิดเห็นสายตาเช่นนั้นแล้วนางก็ไม่อาจจะทำให้คนตรงหน้าต้องทุกข์ใจไปมากกว่านี้ได้อีก นางลุกขึ้นนั่งแล้วก็พูดว่า“ฮู...ท่านแม่ ข้าหิวแล้ว”
ฮูหยินไป๋พอได้ยินลูกพูดเช่นนั้นก็รีบหันไปะโสั่งบ่าวว่า“พวกเ้ารีบไปยกของกินมาเร็ว คุณหนูหิวแล้ว เร็วๆเข้าล่ะ”
“เ้าค่ะ”บ่าวรับคำสั่งแล้วก็รีบโรงครัว
ฮูหยินหันไปมองลูกสาวแล้วก็พูดว่า“รอประเดี๋ยวนะลูก เดี๋ยวบ่าวก็ยกมาให้แล้ว” นางลูบหัวลูกสาวด้วยความรัก
ฮองเฮาหลิวยอมให้นางลูบหัวเพราะเข้าใจหัวอกคนเป็แม่เช่นเดียวกัน
“เดี๋ยวกินเสร็จแล้วเ้าก็เปลี่ยนไปใส่ชุดไว้ทุกข์นะลูก เดี๋ยวแม่จะให้บ่าวออกไปหาซื้อมาเพิ่มให้นะชุดเก่าที่เคยใส่เมื่อ 2ปีที่แล้วเ้าคงจะใส่ไม่ได้แล้วล่ะก็เ้าโตขึ้นมากแล้วนี่น่า” ฮูหยินไป๋บอกแล้วก็ช่วยประคองลูก“มาลูก ไปนั่งที่โต๊ะนะ”
ฮองเฮาหลิวจับมือที่เริ่มมีริ้วรอยแล้วพูดว่า“ท่านแม่ไม่ต้องช่วยพยุงข้าหรอก ข้าลุกเองได้ อีกหน่อยข้าจะวิ่งให้ท่านดู”
“หากเ้าออกไปวิ่งได้แม่จะดีใจมากเฟิ่งหวง”ฮูหยินไป๋ยิ้มอย่างดีใจที่ลูกเริ่มพูดจาอย่างให้ความสนิทสนมมากขึ้นแม้จะไม่เหมือนก่อนหน้าที่จะสิ้นลมหายใจแต่อย่างน้อยถ้อยคำและน้ำเสียงที่พูดก็ไม่ได้แข็งกร้าววางอำนาจอีกต่อไป
ไป๋เฟิ่งหวงลุกออกจากเตียงเดินไปนั่งที่โต๊ะรู้สึกได้เลยว่าร่างกายนี้ช่างไร้เรี่ยวแรงเสียจริงเคยได้ยินว่าไป๋เฟิ่งหวงอ่อนแอั้แ่เล็กๆ ตอนนางยังเป็ฮองเฮาเคยได้ให้หมอหลวงไปตรวจให้อยู่สองสามครั้งซึ่งหมอหลวงก็รายงานว่าเป็โรคหัวใจแต่กำเนิดไม่อาจรักษาได้ทำได้เพียงให้ยาประคับประคองตามอาการเท่านั้นโธ่...์หนอ์จะให้โอกาสนางได้แก้แค้นทั้งทีทำไมจึงให้นางมาอยู่ในร่างเด็กอ่อนแอแบบนี้เล่า?
ฮูหยินเดินตามไปนั่งข้างๆรินน้ำชาใส่ถ้วยส่งให้ลูกสาว “เฟิ่งหวงดื่มน้ำชาสักหน่อยนะ เ้าจะได้แข็งแรง”
“ขอบคุณฮู...ท่านแม่”ไป๋เฟิ่งหวงเกือบจะหลุดเรียกฮูหยินอยู่บ่อยครั้งนางจะต้องรีบทำตัวให้คุ้นเคยกับครอบครัวนี้โดยเร็ว คนอื่นจะได้ไม่สงสัย
นางรับถ้วยชามายกขึ้นดมกลิ่นเกสรดอกบัวหลวงลอยมากระทบจมูก นี่คือชาเกสรดอกบัวหลวงมีสรรพคุณบำรุงหัวใจนางเรียนรู้เื่ตำรายาสมุนไพรมาบ้างในชาติก่อนนางยกถ้วยขึ้นจิบทีละนิดๆจนหมดแล้วก็เอื้อมมือไปรินชาให้ตัวเองพร้อมกับรินให้ผู้เป็แม่ด้วย
“ฮู...ท่านแม่ ชา”
“ขอบใจเฟิ่งหวง” ฮูหยินไป๋ยิ้มแล้วก็รับถ้วยชามายกจิบ
บ่าวไพร่ลำเลียงอาหารขึ้นโต๊ะแล้วก็ถอยไป
มีโจ๊กข้าวสวยแล้วก็ผัดผัก 3 จาน จานแรกเป็ผัดคะน้ากับเต้าหู้จานที่สองเป็ผัดผักบุ้งกับเห็ดเข็มทอง จานที่สามเป็ผัดกุ่ยช่ายขาวกับเห็ดหอม
โจ๊กถูกวางตรงหน้าคุณหนูของบ้านส่วนข้าวกับกับข้าวถูกวางตรงหน้าฮูหยิน
ไป๋เฟิ่งหวงจ้องมองชามโจ๊กตาถลนแล้วก็หันไปมองอาหารของฮูหยิน เอ่อ...บ้านนี้ยากจนข้นแค้นถึงขนาดนี้เลยหรือไง?
“โจ๊กอีกแล้วเหรอ?”นางผลักชามโจ๊กออก “ไม่มีหมู ไก่ เนื้อบ้างเหรอ?”
“ลูกอยากกินอย่างอื่นเหรอ?”ฮูหยินหันไปมองท่าทางเบ้หน้าใส่ชามโจ๊ก “ก็ลูกบอกเองว่าชอบกินแต่โจ๊ก ไม่ยอมกินอย่างอื่นเลยบ่าวจึงต้มโจ๊กให้ทุกวัน ลูกก็ไม่เคยบ่นเลยสักนิดแม่คะยั้นคะยอให้ลูกกินอย่างอื่นบ้างลูกก็ไม่ยอมกินเองนี่น่า”
“งั้นวันนี้ข้าขอเปลี่ยนละกันเป็อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่โจ๊กกับผัดผักแบบนี้”ไป๋เฟิ่งหวงยกชามโจ๊กไปตั้งไกลๆตัว
ฮูหยินมองแล้วก็ยิ้มขำหันไปสั่งบ่าวว่า“ไปยกกับข้าวที่เตรียมไว้ให้นายท่านมาให้คุณหนูก่อนแล้วก็ทำเตรียมไว้ให้นายท่านใหม่ด้วยล่ะ”
“เ้าค่ะ”บ่าวรีบเดินออกไป
ฮูหยินหันไปมองลูกสาวแล้วก็ยิ้มที่ลูกนึกอยากกินอย่างอื่นบ้างนางกลัวว่าลูกจะเป็โรคอดอาหารเพราะกินแต่โจ๊กนี่แหละ แต่ในเมื่อเ้าตัวไม่ยอมกินนางก็ไม่รู้จะบังคับลูกเช่นไร
บ่าวไพร่ลำเลียงอาหารมาใหม่มีซุปไก่ เนื้อตุ๋นสมุนไพร ปลานึ่งแล้วก็ขาหมูตุ๋นน้ำแดง
ไป๋เฟิ่งหวงมองอาหารที่ยกมาใหม่อย่างพอใจนางหยิบตะเกียบคีบเนื้อตุ๋นเข้าปากทันทีรสชาติสู้พ่อครัวในวังไม่ได้แต่ก็ถือว่าอร่อยพอกินได้อยู่
“เป็ยังไง?อร่อยไหม?” ฮูหยินถามพลางมองลูกสาวด้วยความรัก
ไป๋เฟิ่งหวงหันไปมองตอบแล้วพยักหน้าพอเคี้ยวหมดปากนางก็ตอบว่า “อร่อย พอใช้ได้”
ฮูหยินยิ้มขำแล้วก็คีบผัดผักมากินนางไม่แตะต้องเนื้อสัตว์บนโต๊ะเลยสักคำจนคนเป็ลูกแต่ิญญาเป็ถึงฮองเฮาอดสงสัยไม่ได้
“เหตุใดท่านแม่จึงไม่กินเนื้อล่ะ?”
“แม่ตั้งใจกินเจก็เพื่อจะให้บุญกุศลที่แม่ทำไว้ช่วยให้เ้าแข็งแรงไงเฟิ่งหวง”ฮูหยินยิ้มให้ลูก
“ข้าแข็งแรงแล้วต่อไปนี้ท่านแม่ก็เลิกกินเจเสียเถอะ” ไป๋เฟิ่งหวงบอกแล้วก็ตักปลานึ่งให้แม่
ฮูหยินไป๋ยิ้มคีบปลาเข้าปากแล้วก็พุ้ยข้าวตามไป
สองแม่ลูกนั่งกินอาหารเสร็จแล้วบ่าวก็ยกถ้วยชามไปเก็บ
บ่าวคนหนึ่งเดินเข้ามายื่นห่อผ้าให้“ฮูหยิน เสื้อผ้าของคุณหนูเ้าค่ะ”
ฮูหยินไป๋พยักหน้าแล้วก็หันไปเรียกบ่าวอีกคน“เซี่ยวซินพาคุณหนูไปเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วก็คอยดูแลคุณหนูให้ดีล่ะข้าเองก็ต้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเหมือนกัน”
“เ้าค่ะ”เซี่ยวซินรับคำสั่งแล้วก็มาช่วยพยุงตัวคุณหนูลุกขึ้น
ไป๋เฟิ่งหวงหันไปสั่งเพียงสั้นๆว่า“ไม่ต้อง ข้าเดินเองได้ เ้าไปเตรียมน้ำให้ข้าอาบดีกว่า”
“เ้าค่ะ”เซี่ยวซินรับคำ แล้วก็รีบไปเตรียมน้ำอุ่นให้คุณหนูอาบน้ำ
ฮูหยินไป๋มองลูกสาวอย่างวางใจแล้วก็เดินกลับเรือนตัวเองไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็ชุดไว้ทุกข์
หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วฮูหยินไป๋ก็เดินไปคอยคุมบ่าวไพร่ในจวนให้ทำงานเป็ระเบียบเรียบร้อย
บรรยากาศโศกเศร้าปกคลุมไปทั้งเมืองหลวงแต่ก็มีคนบางกลุ่มที่ยินดีกับข่าวซึ่งก็คือกลุ่มคนที่สนับสนุนพระสนมเย่เฟยตัวพระสนมเองและพระโอรส
ไป๋เฟิ่งหวงอาบน้ำเสร็จแล้วก็สวมชุดไว้ทุกข์นางก้มมองชุดที่ใส่แล้วน้ำตาก็รื้นขึ้นในดวงตา ไว้ทุกข์ให้ลูกตัวเองครอบครัวตระกูลหลิว และตัวนางเอง ฮองเฮาหลิวผู้ยิ่งใหญ่แต่ต้องมาตายอย่างอนาถใจด้วยข้อหาฏโง่เง่านั้น
ริมฝีปากซีดเหยียดยิ้มเยาะสมเพชในชะตาชีวิตของตัวเองในชาติก่อนนัก ลูกสาวแม่ทัพใหญ่ต้องมาตายอย่างอนาถเพียงเพราะคนใกล้ตัวทรยศหักหลังนางกรีดน้ำตาทิ้ง หมดเวลาสำหรับน้ำตาของนางแล้วต่อไปนี้คือเวลาคืนความแค้นกลับไปให้พวกมันทุกคน!
เซี่ยวซินมองคุณหนูด้วยความรู้สึกหวั่นกลัวลึกๆในใจแววแห่งอำนาจฉายชัดอยู่บนเรือนร่างเล็กบอบบางแทบจะปลิวลม นางรู้สึกกลัวคุณหนูเสียยิ่งกว่านายท่านและฮูหยินเสียอีกั้แ่คุณหนูฟื้นขึ้นมานางก็รู้สึกว่าคุณหนูของนางมีบางอย่างเปลี่ยนแปลงไปแต่ก็บอกไม่ถูกว่าเปลี่ยนไปยังไง ทั้งๆที่คุณหนูก็ยังเป็คุณหนูคนเดิม
แล้วคุณหนูของนางก็ก้าวเท้าออกจากห้องไป“เดี๋ยวคุณหนูรอข้าด้วยเ้าค่ะ” นางรีบเดินตามไป “คุณหนูจะไปไหนเ้าคะ?”
ไป๋เฟิ่งหวงหันไปมองแล้วตอบสั้นๆว่า“เดินเล่น”
เซี่ยวซินคิดว่าคุณหนูคงจะเดินเล่นชมนกชมไม้หน้าเรือนเท่านั้นแต่นี่นางเดินตามคุณหนูจนไปถึงเรือนใหญ่ คงจะมาอ้อนฮูหยินเหมือนเคยนั่นแหละพอจะขยับเข้าไปช่วยประคองก็เจอคำพูดสั้นๆว่า “ไม่ต้อง”กับสายตาดุจนนางไม่กล้าขัดใจได้แต่เดินตามคุณหนูไปติดๆ
ไป๋เฟิ่งหวงหยุดหน้าเรือนใหญ่มองสำรวจสภาพแวดล้อมครู่หนึ่งแล้วก็ก้าวเท้าเดินต่อไป
เซี่ยวซินได้แต่เดินตามไป“คุณหนูจะไปไหนเ้าคะ?”
“เดินเล่น” ปากซีดหันไปตอบแล้วก็ก้าวเท้าเดินต่อไปการเดินเล่นของนางก็คือการเริ่มต้นออกกำลังกายเพื่อฟื้นฟูร่างนี้ให้แข็งแรงทุกย่างก้าวนางก้าวอย่างมั่นคงสง่างามกริยาสมกับที่เคยเป็ถึงฮองเฮาผู้ยิ่งใหญ่แห่งวังหลัง
จวนแห่งนี้มีเรือน 9หลัง เรือนแรกคือเรือนรับแขกอยู่ด้านหน้าติดกับประตูทางเข้าใหญ่ด้านหน้าเรือนที่สองและสามคือเรือนรับแขก เรือนที่สี่คือเรือนของไป๋จง แล้วก็เรือนใหญ่เป็เรือนที่ห้าเรือนที่หกคือเรือนของไป๋เฟิ่งหวง อีกสามเรือนก็คือโรงครัวและเรือนบ่าวไพร่แยกเป็เรือนชายและหญิงอยู่ติดกับประตูด้านหลัง มีเวรยามยืนคุมอยู่ที่ประตูด้านละสองคนเท่านั้นดูการคุ้มกันแล้วช่างหล่ะหลวมยิ่งนักในสายตาลูกสาวแม่ทัพนางคงต้องปรับปรุงการคุ้มกันเป็อันดับแรกซินะ
หลังจากเดินจนทั่วทั้งจวนแล้วนางก็เดินกลับเรือนตัวเอง
เซี่ยวซินได้แต่มองอย่างประหลาดใจที่วันนี้คุณหนูเดินเล่นเสียรอบจวนนางรีบรินน้ำชาให้ “คุณหนู น้ำชาเ้าค่ะ”
“ขอบใจ”ไป๋เฟิ่งหวงรับถ้วยน้ำชามาจิบพลางปาดเหงื่อบนหน้าผากดูซิแค่เดินนิดเดียวยังเหนื่อยเสียขนาดนี้ นี่แสดงว่าเด็กน้อยไป๋เฟิ่งหวงไม่เคยออกแรงเลยสักนิดแน่นอน“เซี่ยวซิน เอากระดาษกับพู่กันมา”
“เ้าค่ะ”เซี่ยวซินรีบไปหยิบกระดาษกับพู่กันให้แล้วก็จัดแจงฝนหมึกให้เพราะคิดว่าคุณหนูคงอยากวาดรูปขีดเขียนอักษรเล่นเหมือนเคย
มือบางจับพู่กันจุ่มหมึกแล้วก็ลากปราดๆลงบนกระดาษเป็แผนผังจวนแห่งนี้และตำแหน่งที่ควรจะจัดเวรยามและกำลังทหาร
เซี่ยวซินได้แต่มองอย่างไม่เข้าใจคุณหนูวาดรูปอะไรก็ไม่รู้ เพราะทุกทีจะวาดเป็รูปต้นไม้ดอกไม้
ดวงตากลมโตจ้องมองแผนผังอย่างพอใจแล้วก็วางพู่กันลงรอจนหมึกแห้งแล้วจึงม้วนเก็บ “เซี่ยวซิน เก็บ”
“เ้าค่ะ”เซี่ยวซินเก็บพู่กัน เก็บหมึกกับกระดาษทันที
“เซี่ยวซินห้องหนังสืออยู่ที่ไหนหรือ?”ไป๋เฟิ่งหวงถามเพราะอยากรู้ว่าในจวนนี้มีหนังสืออะไรให้นางได้อ่านบ้าง
“ห้องหนังสือก็อยู่ที่เรือนใหญ่ซิเ้าคะคุณหนูอย่าชอบแกล้งทำเป็ลืมซิเ้าคะ ทำแบบนี้บ่าวใจคอไม่ดีนะเ้าคะ”เซี่ยวซินคิดว่าคุณหนูแกล้งจึงไม่ได้ใส่ใจ
“ข้าจะไปห้องหนังสือ”ไป๋เฟิ่งหวงบอกแล้วก็ถือม้วนกระดาษไปด้วย
เซี่ยวซินรีบเก็บของแล้วก็รีบวิ่งตามไป
เมื่อไปถึงห้องหนังสือไป๋เฟิ่งหวงก็วางม้วนกระดาษรวมไว้กับกองเอกสารบนโต๊ะเจตนาคือ้าให้ไป๋จื่อฮัวเห็นแผนผังนี้แล้วจัดเวรยามตามที่นางวางแผนไว้จากนั้นก็เดินไปดูหนังสือบนชั้นซึ่งมีอยู่มากมายใกล้เคียงกับกองการศึกษาเพราะไป๋จื่อฮัวนั้นชอบอ่านหนังสือมากจึงสะสมหนังสือไว้มากมายทั้งซื้อหามาและคัดลอกมาจากกองการศึกษาหากเล่มไหนที่เขามีแต่กองการศึกษาไม่มีเขาก็จะให้คนคัดลอกแล้วนำไปไว้ที่กองฯ
แต่แล้วไป๋เฟิ่งหวงก็สะดุดสายตาเข้ากับชั้นหนังสือด้านในสุดซึ่งเป็หนังสือภาษาต่างชาติต่างภาษาของชนผิวเผือกตาน้ำข้าวตอนเด็กๆนางเคยติดตามท่านพ่อหลิวไปยังเมืองแถบชายทะเลแล้วบังเอิญได้ช่วยชนผิวเผือกซึ่งเรือแตกมาเอาไว้คนนึงชายผิวเผือกจึงตอบแทนบุญคุณด้วยการสอนคุณหนูหลิวฟังพูดอ่านเขียน ภาษาของตัวเองจนกระทั่งเด็กน้อยแตกฉานในภาษานั้น หลังจากนั้นหลายเดือนต่อมาชายผิวเผือกคนนั้นก็ป่วยตายด้วยโรคฝีในท้องตามที่หมอในเมืองนั้นวินิจฉัย
มือบางหยิบหนังสือมาเปิดอ่านทีละหน้าแล้วก็ถือหนังสือเล่มนั้นติดมือกลับไปนั่งอ่านที่เรือนตัวเอง
เซี่ยวซินได้แต่มองดูคุณหนูอย่างไม่เข้าใจอ่านหนังสืออะไรก็ไม่รู้ ตัวอักษรยึกยือไม่เห็นจะเข้าใจสักนิดนางรู้หนังสือเพียงแค่ตัวเลขบวกลบหลักสิบเท่านั้นเอาไว้ใช้ยามไปจ่ายตลาดไม่ถูกพ่อค้าโกงเงินทอน
จนกระทั่งบ่ายกว่าๆไป๋จื่อฮัวกลับมาถึงบ้านก็ตรงไปดูอาการลูกสาวก่อนเป็อันดับแรกเห็นบ่าวประจำตัวลูกสาวปัดกวาดเช็ดถูอยู่หน้าเรือนก็ถาม “คุณหนูล่ะ?”
เซี่ยวซินรีบโค้งทำความเคารพ“อยู่ในห้องเ้าค่ะ”
ไป๋จื่อฮัวก็เดินเข้าไปข้างในทันทีเขาเห็นลูกสาวกำลังก้มหน้าก้มตาอ่านอะไรบางอย่างอยู่บนโต๊ะไม่ได้สนใจสิ่งรอบตัวเลยสักนิดจึงขยับเข้าไปชะโงกมองเห็นลูกสาวกำลังอ่านหนังสือของชนเผ่าผิวเผือกตาน้ำข้าวอย่างขะมักเขม้นก็ประหลาดใจนี่เฟิ่งหวงอ่านหนังสือพวกนี้ออกด้วยหรือ? ตัวเขาเองยังอ่านไม่ออกเลยแต่เห็นเป็ภาษาต่างถิ่นต่างแดนจึงซื้อเก็บไว้เท่านั้น
“อ่านอะ...”เขาทักได้เพียงเท่านั้น พลันร่างบอบบางก็สะดุ้งเฮือกอย่างใ มือบอบบางเรียวเล็กตวัดฟาดใส่คนข้างหลังตามสัญชาตญาณผั่วะ!
“โอ๊ย!” เขาเซถอยหลังไปสองก้าว แรงกำปั้นเล็กๆที่สะบัดต่อยเข้าลิ้นปี่แม้จะไม่รุนแรงนักแต่ก็ทำเอาเจ็บได้เหมือนกัน
ไป๋เฟิ่งหวงหันไปมองแล้วก็ใ“ขุนนางไป๋!” นางรีบลุกไปจับแขนเขา ความจะแตกไหมหนอ?แล้วก็รีบกลบเกลื่อนว่า “ท่านมาเงียบๆข้าใหมด”
ไป๋จื่อฮัวมองลูกสาวอย่างประหลาดใจในปฏิกิริยาโต้ตอบที่เหมือนคนเคยฝึกวรยุทธ์มาแต่ลูกของเขาไม่เคยฝึกการวรยุทธ์เลยสักนิดนางจะต่อสู้เป็ได้อย่างไรคงเป็เพราะไป๋จงชอบแกล้งน้องบ่อยๆแน่เลย นางจึงโต้ตอบโดยไม่รู้ตัว
“พ่อไม่เป็ไรๆ”เขารีบพูดเมื่อเห็นสีหน้าลูกสาวไม่ค่อยดี กลัวว่านางจะใจนอาการกำเริบอีก
ดวงตากลมโตมองสำรวจท่าทางคนเป็พ่อแล้วก็ลอบถอนหายใจ
“ว่าแต่เ้าไปเอาหนังสือนี้มาอ่านออกหรือ?” ไป๋จื่อฮัวชี้ไปที่หนังสือบนโต๊ะ
ไป๋เฟิ่งหวงรีบส่ายหน้า“ไม่ออก ข้าเห็นมันแปลกตาเลยเอามาดู ท่านคงไม่ว่าอะไรข้าใช่ไหม?”
ไป๋จื่อฮัวเดินเข้าไปลูบหัวลูก“พ่อจะว่าอะไรล่ะ เ้าใฝ่ศึกษาก็ดีอยู่แล้ว”
ไป๋เฟิ่งหวงมองมือที่ลูบหัวนึกอยากจะขยับหัวออก แต่กระแสอบอุ่นนั้นทำให้ไม่อาจขยับได้เลยสักนิดเหมือนตอนที่ท่านพ่อนางลูบหัวไม่มีผิด “ท่านพ่อ”หยาดน้ำตาเอ่อคลอเมื่อคิดถึงคนที่ลาลับไปแล้วอย่างกลั้นไม่อยู่
ไป๋จื่อฮัวยิ้มขยับเข้าไปปาดน้ำตาให้ “ร้องไห้ทำไมรึลูกพ่อ? พ่อยังไม่ได้ดุเ้าซักคำ”
ไป๋เฟิ่งหวงโถมกอดอีกฝ่ายเมื่อเห็นใบหน้าคนที่อยู่ในความคิดถึงทับซ้อนกับคนตรงหน้า“ท่านพ่อ ข้าคิดถึงท่านเหลือเกิน”
“พ่อก็คิดถึงเ้าเช่นกัน”ไป๋จื่อฮัวกอดร่างเล็กลูบหัวลูบหลังด้วยความรัก
ไป๋เฟิ่งหวงร้องไห้อย่างกลั้นไม่อยู่
ไป๋จงเดินเข้ามาดูน้องเห็นพ่อกำลังกอดคนขี้แยก็แซวว่า“จะอ้อนขออะไรพ่ออีกเหรอเฟิ่งหวง?”
ไป๋เฟิ่งหวงรีบเช็ดน้ำตาแล้วก็ถอยห่างจากบุรุษตรงหน้าอย่างเก้อเขิน ถึงแม้เขาจะเป็พ่อของไป๋เฟิ่งหวงแต่สำหรับนางซึ่งเป็ฮองเฮา อายุอ่อนกว่าเขาเพียงไม่กี่ปีเองปล่อยให้เขากอดได้อย่างไร? แย่จริงๆเชียว นางหันไปจ้องไป๋จงอย่างไม่ค่อยชอบใจเ้าเด็กปากมาก!
“สถานการณ์ในวังเป็ยังไงบ้างเหรอ?”นางถามไป๋จื่อฮัว
“เ้ายังเด็กจะรู้ไปทำไมเฟิ่งหวง เื่ของผู้ใหญ่ไม่เกี่ยวกับเ้าหรอก”ไป๋จงว่าแล้วก็เดินมาลูบหัวน้องสาวอย่างเอ็นดู
ไป๋เฟิ่งหวงจ้องเขม็งสายตาดุวาบ “อย่าคิดว่าข้าเป็แค่เด็ก สถานการณ์ในตอนนี้ไม่ค่อยดีนักขุน...ท่านพ่อเป็ราชครูให้หลง...องค์รัชทายาทเ้า...ท่านพี่คิดว่าฝ่ายตรงข้ามจะปล่อยท่านพ่อไปหรือคงจะไม่เคยได้ยินคำที่ว่า...ขุด...ราก...ถอน...โคน...ซินะ”นางจงใจเน้นช้าๆทีละคำให้คนทั้งสองซึมซับความหมาย
“แต่ท่านพ่อก็เป็ราชครูให้อ๋องหลงเทียนเช่นกันหากจะมีการขุดรากถอนโคนอย่างที่เ้าว่าก็ไม่น่าจะขุดพวกเราหรอกมั้งจริงไหมท่านพ่อ?” ไป๋จงแย้ง
“ก็ไม่แน่”ไป๋จื่อฮัวพูดอย่างหนักใจ “ขนาดฮองเฮายังโดนโทษฏได้นับประสาอะไรกับพวกเรามดปลวกตัวเล็กๆที่ดันไปอยู่บนลานการต่อสู้ของเสือสองตัวจะไม่พลอยโดยลูกหลงบี้แบนไปด้วยล่ะ”
ไป๋จงหน้าเสีย
“ป่วย อาการหนักลาออกจากตำแหน่ง จึงจะรอดจากการโดนเหยียบ” ไป๋เฟิ่งหวงแนะทางออกให้
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรเตอร์ได้ทางเพจ readfree.in ค่ะhttps://www.facebook.com/readfree.in/และทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ