ไม่รู้ว่าวันเวลาล่วงเลยผ่านพ้นไปนานเพียงใด หากเมื่อรั่วซีเริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา เขาก็พยายามเปิดเปลือกตาอันแสนหนักอึ้งอย่างช้าๆ ก่อนจะพบว่า ตัวเองกำลังนอนทอดกายอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกไม้สีสันสดใสนานาชนิด อีกทั้งพื้นที่โดยรอบก็ยังมีแสงสีทองทอประกายระยิบระยับอยู่จนทั่วทุกหนทุกแห่ง เสมือนดั่งการใส่เอฟเฟกต์วิบวับ เพื่อตกแต่งภาพถ่าย ก่อนที่จะโพสต์ลงบนโซเชียลก็ไม่ปาน มันช่างเป็ภาพที่สวยงามเหลือเกิน
‘ที่นี่ที่ไหนกัน’ รั่วซีถามกับตัวเองซ้ำๆ ด้วยความประหลาดใจ ‘ฉันกำลังฝันอยู่เหรอ นี่ฉันฝันไปใช่ไหม’
รั่วซีค่อยๆ เรียบเรียงเหตุการณ์ทั้งหมดทั้งมวลที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ซึ่งพอนึกมาเรื่อยๆ จนถึงเสียงกรีดร้องที่เขาได้ยินเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนที่ภาพทุกอย่างจะตัดไป มันก็ทำให้เขากลัวที่จะคิดต่อ
ในขณะที่ความรู้สึกของรั่วซีเต็มเปี่ยมไปด้วยความสับสน ก็มีเสียงเสียงหนึ่งดังขึ้นมา
“ลุกขึ้น”
รั่วซีรีบหันขวับไปยังทิศทางที่เสียงถูกส่งออกมาในทันที เมื่อสติรับรู้เริ่มคืนกลับมา เขาก็พยายามขยับแขนขา ลุกขึ้นยืน
ชายคนที่อยู่ตรงเบื้องหน้าของเขา มีร่างกายกำยำบึกบึน สวมชุดสูทสีขาวสะอาดตา ในมือถือหนังสือเอาไว้หนึ่งเล่ม
“เ้าชื่อรั่วซีใช่ไหม” เขาถามขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ก็แฝงอำนาจอยู่ในที
ถึงแม้รั่วซีจะยังรู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อยว่าคนผู้นี้เป็ใคร และที่นี่คือที่ไหน แต่เขาก็ตอบคำถามนั้นกลับไปโดยไม่อิดออด
“ใช่ครับ ผมรั่วซี” หลังจากที่ตอบคำถามออกไปแล้ว เขาก็ไม่รีรอที่จะถามกลับในสิ่งที่กำลังฉงนสนเท่ห์อยู่ทันที
“ไม่ทราบว่าคุณเป็ใคร และที่นี่คือที่ไหน”
“รั่วซี... เสียชีวิตตอนอายุยี่สิบสองปี ทำกรรมดีมาทั้งหมด หนึ่งพันหนึ่งร้อยครั้ง ทั้งจากการบริจาคเงินให้กับสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าซึ่ง เด็กๆ ที่โตมาก็ได้ทำคุณประโยชน์ต่อผู้คนเป็จำนวนมาก และจากการพูด ให้กำลังใจผู้คน จนช่วยเปลี่ยนความคิดให้กับผู้ที่คิดจะทำอัตวินิบาตกรรม รวมช่วยชีวิตคนไว้ทั้งสิ้นหนึ่งล้านห้าแสนคน
เนื่องจากเ้ากระทำความดีมาตลอด ข้าจะให้โอกาสเ้าได้เลือกระหว่าง จะไปเกิดใหม่ หรือจะเดินทางไปใช้ชีวิตใหม่ในอีกโลกหนึ่งด้วยร่างเดิมที่เหมือนกับในตอนนี้ เอาละ เ้าจะเลือกอะไรล่ะ” ชายสวมชุดขาวกล่าวออกมายาวเหยียด จบทุกข้อสงสัย
พอได้ยินดังนั้น รั่วซีก็ถึงกับตกตะลึง สมองก็พลันพร่ามัว เสียงในหัวดังขึ้นซ้ำไปซ้ำมาว่า ‘เขาตายแล้ว! เขาตายแล้ว! เขาตายแล้ว!’
แต่เขาจะตายไปเฉยๆ อย่างนี้ได้อย่างไรกัน เขายังไม่เคยมีแฟน จริงๆ
ต้องบอกว่าไม่เคยมีแม้แต่ความรักเลยด้วยซ้ำ อีกทั้งยังไม่เคยเสีย
ความบริสุทธิ์เลยสักครั้งเดียว เนื่องจากการเป็คนในวงการบันเทิงจะต้องวางตัวให้ดีอยู่เสมอ เพราะถ้าตกเป็ข่าวฉาวขึ้นมา อาชีพการงาน ก็อาจจะพังลงได้ภายในชั่วข้ามคืน ดังนั้นเขาจึงไม่เคยออกนอกลู่
นอกทางเลย แม้จะมีดาราหญิงหรือนักร้องชายหลายคนพยายามทอดสะพานมาให้ แต่ด้วยกลัวจะส่งผลกระทบต่องาน ก็เลยทำให้ไม่เคยเปิดใจคิดเื่นี้อย่างจริงจังเลยแม้แต่ครั้งเดียว
รั่วซีพยายามอย่างยิ่งที่จะรวบรวมสติกลับมา และทำจิตใจ
ให้สงบลง
ตั้งสติให้ดี...
ทำจิตใจให้สงบ...
ตั้งสติ...
‘แม่งเอ๊ย ใครมันจะไปสงบได้ง่ายๆ กันวะ ก็ในเมื่อฉันตายไปแล้ว’น้ำตาเ้ากรรมไหลรินลงมาอาบใบหน้าโดยที่ไม่สามารถกลั้นเอาไว้ได้
พอผ่านไปสักพักหนึ่ง เสียงเดิมก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“ตกลงว่าเ้าจะเลือกอะไร”
‘ท่านครับ ท่านจะให้เวลาผมเศร้าเสียใจกับการตายของตัวเองหน่อยไม่ได้หรือ’ รั่วซีทำได้แค่คิดเท่านั้น
‘แล้วฉันควรจะเลือกอะไรล่ะเนี่ย ถึงอย่างไรฉันก็ไม่อยากทิ้งหุ่นและหน้าตาที่แสนเพอร์เฟกต์นี้ไปเฉยๆ หรอกนะ ถ้าเลือกไปเกิดใหม่ แล้วดันขี้เหร่ขึ้นมาจะทำยังไง เคยมีคนกล่าวไว้ว่าหน้าตาดีมีชัยไปกว่าครึ่ง’ ด้วยเพียงความคิดนี้ความคิดเดียวเท่านั้น รั่วซีจึงรีบตอบออกไปอย่างไร้ความลังเลใดๆ ทั้งสิ้น
“ผมขอเลือกเดินทางไปใช้ชีวิตใหม่ในอีกโลกหนึ่งครับ ว่าแต่ท่านครับ... ทั้งหน้าตา รวมถึงหุ่นของผม จะเหมือนอย่างในตอนนี้แน่นะครับ? และอีกอย่างหนึ่ง เมื่อครู่ท่านบอกว่าผมอายุยี่สิบสองปี แต่จริงๆ แล้วผมเพิ่งจะอายุยี่สิบปีเท่านั้นเองนะครับ” สิ้นเสียงของเขา ชายสวมชุดสูทก็ดูจะตกอกใเล็กน้อย ก่อนจะเปิดหนังสือดูอีกครั้ง ท่าทางเหมือนกำลังตรวจดูอะไรบางอย่าง
หลังจากนั้น เขาก็ยืนหลับตาอยู่พักหนึ่ง จนเมื่อลืมตาขึ้นมา
อีกรอบ ก็ปรายตามองรั่วซี และถามออกมาว่า
“ก่อนที่เราจะส่งเ้าไปยังโลกใหม่ เรามีอะไรอยากจะถามเ้าสักหน่อย”
“ครับ?”
“เ้ายังมีอะไรที่รู้สึกเสียดายที่ยังไม่เคยได้ทำหรือไม่ เพราะ เราดูการใช้ชีวิตของเ้าที่ผ่านมา ก็แทบจะมีทุกอย่างแล้ว”
“นั่นมันไม่จริงเลยนะครับ ผมยังไม่เคยมีแฟน แถมยัง... เอ่อ... แถมยังบริสุทธิ์อยู่ด้วย” รั่วซีตอบอึกๆ อักๆ อย่างกระดากอาย
“ตกลง แต่เนื่องจากว่าข้อมูลที่ข้าได้รับมามีความผิดพลาดอยู่เล็กน้อย ดังนั้นข้าจะมอบของขวัญให้แก่เ้าทั้งหมดสองชิ้น และเมื่อรวม กับผลบุญที่เ้าได้กระทำตลอด่เวลาที่ผ่านมา ข้าก็จะเลือกโลกที่มีความยากลำบากแค่เพียงเล็กน้อยให้ ทั้งยังเป็โลกที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับละครที่เ้าถ่ายทำเอาไว้ก่อนตายอีกด้วย เอาละ ไปได้แล้ว”
หลังจากจบประโยค รั่วซีก็กำลังจะอ้าปากถามอีกฝ่ายว่า
ของขวัญทั้งสองชิ้นที่เขาจะได้รับ คือของขวัญอะไร
ทว่ารอบด้านกลับมีแสงสีทองสว่างจ้าขึ้นมาเสียก่อน จนทำให้เขาต้องรีบปิดตาลงอีกครั้งหนึ่งแล้ว สติของเขาก็ค่อยๆ หลุดลอยไปทีละน้อย
เมื่อร่างของรั่วซีหายวับไปพร้อมกับแสงเ่าั้ ชายสวม ชุดสูทก็เปิดหนังสือที่เขาถือ จากนั้นก็ยกยิ้มชั่วร้าย
“หวังว่าเ้าจะชอบของขวัญชิ้นที่สองจากข้านะ ฮ่าๆๆ”