ท่าเรือเมืองอี้
ผู้คนขวักไขว่บริเวณท่าเรือ บรรดาพ่อค้าเร่และชาวบ้านในพื้นที่ต่างมาตั้งแผงค้าขายตลอดแนวของชายฝั่ง ในตรอกซอกซอยรวมถึงตลาดขายสินค้าต่างก็เต็มไปด้วยผู้คนจับจ่ายใช้สอย เรือขนาดใหญ่จอดทิ้งสมอเทียบท่า ทอดสะพานไม้พาดระหว่างลำเรือลงมา เพื่อให้คนที่สนใจซื้อขายขึ้นมาเลือกซื้อ
"โอ้โห...พี่ใหญ่ขอรับแม่น้ำกว้างใหญ่มากเลยขอรับ" เฟิ่งจิน
"ใช่ๆขอรับ เรือก็ลำใหญ่มากเลยขอรับ สูงมากด้วยข้างบนก็มีเสาสูงและมีผ้าผืนใหญ่ด้วยขอรับ" เฟิ่งจิน
“ฮ่าๆ น้องรอง น้องเล็ก นี่คือทะเลไม่ใช่แม่น้ำอีกอย่างน้ำทะเลมีรสเค็มไม่เหมืนกับแม่น้ำทั่วไป เกลือที่เราใช้กินกันก็มาจากน้ำทะเลนี่แหละ ส่วนเรือลำใหญ่นี่เรียกว่าเรือสำเภา เสานั่นคือเสากระโดงเรือ มีผ้าผืนใหญ่ที่พวกน้องๆเห็นนั้นคือใบเรือเมื่อเรือออกเดินทางในทะเลก็จะกางใบเรือออก เรือก็จะสามารถแล่นไปได้ เดี๋ยวหลังจากที่เราเลือกซื้อสินค้าพรุ่งนี้หากมีเวลาพี่ใหญ่จะพาพวกเ้าไปเล่นน้ำทะเลกับก่อปราสาททรายนะ”
“ปราสาททรายเป็อย่างไรขอรับ ข้าไม่เคยเห็น” เฟิ่งจิน
“ข้าก็ไม่เคยเห็นเช่นกันขอรับ” เฟิ่งหลง
“เอาไว้ตอนเราไปเล่นน้ำทะเล พี่ใหญ่จะก่อปราสาททรายให้น้องๆดูก็แล้วกัน เอาหล่ะตอนนี้เรามาถึงฝั่งพ่อค้าต่างแดนที่นำสินค้ามาขาย ผู้คนจะเดินขวักไขว่ น้องรองกับน้องเล็กต้องจับมือพี่ใหญ่ไว้ แล้วหากตอนพี่ใหญ่เลือกซื้อสินค้าพวกเ้าต้องอยู่กับพี่ฉางไห่ พี่ฉางเหอ อย่าวิ่งไปมาหล่ะ เอานี่พี่ใหญ่ให้เงินพวกเ้าคนละ 10 ตำลึงเงิน สำหรับซื้อของที่พวกเ้า้า” เฟิ่งเทียนกำชับน้องชายพร้อมยื่นถุงเงินใบน้อยให้กับน้องชายทั้งสอง
“ขอบคุณขอรับพี่ใหญ่/ขอบคุณขอรับพี่ใหญ่”
“ข้าฝากพี่ๆทั้งสองช่วยดูแลน้องชายของข้าด้วยนะขอรับ” เฟิ่งเทียนไม่ลืมกำชับผู้คุ้มกันทั้งสองให้ช่วยดูแลน้องชายของตน
“ขอรับนายท่าน”
ในขณะที่เฟิ่งเทียนกำชับน้องๆในระหว่างนั่งเกวียนเข้ามาที่ท่าเรือส่งสินค้า เมื่อมาถึงที่หมายทั้งหมดจึงลงจากเกวียน เย่เสี่ยวเฉินและหยางไห่หยานเดินเข้ามาสมทบจากนั้นมหกรรม ชิม ช้อบ ใช้ ก็ได้เกิดขึ้น
“เสี่ยวเป่า เปิดระบบสแกนความเป็มิตร และระบบสแกนพื้นที่ขายสินค้าทั้งหมดข้า้าเปรียบเทียบราคาสินค้าที่มีอยู่ในท่าเรือแห่งนี้”
[เปิดระบบสแกนความเป็มิตรและสแกนพื้นที่ โฮสต์้าข้อมูลของสินค้าชนิดใด ระบบจะทำการยืนยันตำแหน่งพร้อมราคาสินค้า และจำทำการสแกนความซื่อสัตย์ ราคาเป็มิตร คิดราคาประทับใจ ของพ่อค้าในตลาดแห่งนี้]
“ข้า้าเนย ยีสต์ โกโก้ กาแฟ เลมอน รวมทั้งเมล็ดและต้นพันธุ์คุณภาพดีด้วย ไม่รู้ว่าเรือสินค้าที่นี่จะมีไหม”
[ระบบทำการเปรียบเทียบค้นหา พบเป้าหมายอยู่บนเรือสินค้าลำดับที่7]
“ขอบใจมากเสี่ยวเป่า”
“พี่เย่เฉิน พี่ไห่หยานขอรับ ข้าอยากได้วัตถุดิบทำอาหารและขนมขอรับ ข้าอยากลองขึ้นดูสินค้าในเรือลำนั้นขอรับ ไม่รู้ว่าจะมีสิ่งที่ข้า้าหรือไม่”
เฟิ่งเทียนหันมาชี้บอกพี่ชายทั้งสองที่เดินชมสินค้าต่างๆแต่ก็ไม่ได้สนใจซื้อสิ่งใด เพราะพวกเขามาดูสินค้าทุกปีสิ่งของที่พบเห็นล้วนเคยผ่านตามาหมดแล้ว แต่สำหรับพี่น้องตระกูลหวังต่างตื่นเต้น ดวงตาเปล่งประกายมองสินค้ารอบตัวด้วยความสนใจ ผู้คนรูปร่างหน้าตาก็ดูแปลกตา พูดจาคนละภาษาแต่ก็มีล่ามท้องถิ่นช่วยแปลภาษาให้
“อื้ม! ได้สิเสี่ยวเทียน งั้นเราขึ้นไปที่เรือสินค้าลำนั้นกันเถอะ ส่วนเ้าตัวเล็กทั้งสองตอนขึ้นเรือพวกเ้าต้องระวังอย่าตกจากสะพานไม้เชียวหล่ะ” เย่เสี่ยวเฉินตกลงพร้อมกับหันไปกำชับเด็กแฝดทั้งสองคน
“ขอรับ/ขอรับ”
ฉางไห่และฉางเหอรับหน้าที่อุ้มคุณชายน้อยทั้งสองเดินขึ้นสะพานเรือสินค้า เมื่อพวกเขาขึ้นมากลับพบว่าเรือสินค้าลำนี้มีผู้คนเลือกซื้อของไม่มากนัก พ่อค้าผมทองนำเสนอขายสินค้าผ่านล่ามที่พยายามแปลภาษาอย่างกระท่อนกระแท่น เฟิ่งเทียนพอจะจับภาษาของพ่อค้าได้ ช่างโชคดีที่เขาขึ้นเรือของพ่อค้าชาวอังกฤษ ถึงแม้คำศัพท์บางคำเขาอาจจะแปลไม่ได้แต่เื่การสนทนาก็ย่อมหายห่วง เพราะโลกที่จากมาเขาเป็นักเรียนทุนการแข่งขันชิงทุนย่อมต้องมีการแข่งขันสูง ภาษาอังกฤษก็ย่อมสำคัญเพราะมหาวิทยาลัยของเขาเคร่งครัดเื่คะแนนสอบทางภาษาเป็อย่างมาก
“สวัสดีขอรับนายท่านทั้งหลาย ไม่ทราบว่าท่าน้าเลือกซื้อสินค้าประเภทใด หากเรือสินค้าของข้ามี ข้าพร้อมที่จะหาให้ขอรับ” พ่อค้าผมทองเดินเข้ามาทักทายคณะของเฟิ่งเทียน
“อะแฮ่ม!! สวัสดีขอรับข้าชื่อเฟิ่งเทียน ข้า้าซื้อเนย ยีสต์ โกโก้ เมล็ดกาแฟ และเลมอนรวมถึงเมล็ดหรือต้นพันธุ์ของพวกมัน ไม่ทราบว่าท่านพอจะมีขายหรือไม่ขอรับ” เฟิ่งเทียนทักทายเป็ภาษาอังกฤษกับพ่อค้าผมทอง สร้างความแปลกใจให้กับทุกคน โดยเฉพาะน้องชายทั้งสองที่ตื่นเต้นที่พี่ใหญ่ของตนสามารถคุยกับคนผมทองได้
“โอ้! หนุ่มน้อยท่านพูดภาษาของข้าได้ด้วย แปลกจริงๆท่านเป็คนแรกที่ฟังข้ารู้เื่ทั้งหมด ข้าขอแนะนำตัว ข้าชื่อเดวิด สินค้าที่ท่าน้าเชิญทางนี้”
บนเรือสินค้าของเดวิด เฟิ่งเทียนได้สินค้าที่้าทั้งหมด รวมถึงต้นพันธุ์โกโก กาแฟ เลมอน เดวิดยังได้นำเสนอสินค้าเป็เครื่องบดกาแฟขนาดเล็ก พร้อมเครื่องแก้วสำหรับชงกาแฟ เฟิ่งเทียนไม่รอช้ารีบจ่ายเงินซื้อในทันที เฟิ่งเทียนและคณะเดินเข้าออกเลือกซื้อสินค้าจากร้านค้าต่างๆได้มากมาย เฟิ่งเทียนขึ้นเรือพ่อค้าของแดนสยามได้ทั้งเครื่องเทศ สมุนไพรในครัว ต้นพันธุ์ผัก สมุนไพร ผลไม้หลายชนิด โดยเฉพาะพ่อค้าแดนสยามได้แนะนำต้นทุเรียนให้กับเขา เฟิ่งเทียนรีบซื้อทันทีไม่รีรอ มีเท่าไหร่เหมามาให้หมดเพราะเขาเคยกินจากชาติที่แล้วถึงจะมีกลิ่นแรงแต่รสชาติช่างเลิศล้ำและมีราคาแพงมาก เฟิ่งเทียนขึ้นเรือจากต่างแดนอีกหลายลำเขายังได้ต้นพันธุ์แก้วัมาด้วย เรียกได้ว่าเงินไหลออกจากกระเป๋าราวกับสายน้ำเลยทีเดียว สองฝาแฝดก็ไม่น้อยหน้าได้เลือกซื้อขนมอบและผลไม้อบแห้งไปฝากคนงานที่บ้านตามที่สัญญาไว้ ฉางไห่และฉางเหอจึงได้รับหน้าที่ลำเลียงสินค้าที่เ้านายของพวกมันเลือกสรร นำไปเก็บไว้ที่เกวียนที่มีทหารของทางการเป็ผู้ดูแล ส่วนเ้านายตัวน้อยทั้งสองจึงตกอยู่ในความดูแลของหยางไห่หยานและเย่เสี่ยวเฉิน ทั้งหมดจึงไปนั่งพักเหนื่อยทานข้าวที่เหลาอาหารในระหว่างที่รอผู้คุ้มกันทั้งสองนำสิ่งของที่ซื้อมาไปเก็บไว้ในเกวียน
“เสี่ยวเทียน ข้าไม่นึกเลยว่าเ้าจะสามารถพูดคุยกับพ่อค้าหัวแดงได้เยี่ยมยอดขนาดนี้ แม้แต่ล่ามที่รับจ้างแปลภาษายังสื่อสารกับพวกหัวแดงได้บ้างไม่ได้บ้าง แล้วเ้าไปเรียนรู้มาจากที่ใดกัน” เย่เสี่ยวเฉินถามด้วยความสงสัย หยางไห่หยานก็เช่นเดียวกันเด็กหนุ่มอายุ 13 หนาว แต่สามารถพูดคุยกับคนต่างถิ่นได้ย่อมไม่ธรรมดาเช่นกัน
“เอ่อ เื่มันยาวนะขอรับ พอดีว่าเมื่อก่อนท่านพ่อข้าได้เซื้อตำราไว้เล่มหนึ่งในตำราเล่มนั้นมีการสอนการใช้ภาษาของพวกคนหัวแดงขอรับ ท่านพ่อได้ศึกษาจนแตกฉานและได้สอนข้าพูดั้แ่เด็ก ข้าจึงเข้าใจและพูดได้บ้างแต่เมื่อตอนท่านพ่อถูกขับออกจากจวนท่านพ่อก็ไม่ได้นำติดตัวมาด้วยขอรับ ใน่ฤดูเหมันต์ที่ผ่านมาพวกข้าอยู่แต่ในบ้านไม่มีอะไรทำก็เลยหัดพูดกันขอรับ น้องรอง น้องเล็กก็พูดได้เล็กน้อย ข้าได้ฝึกน้องๆนับจำนวนขอรับ”
“อย่างนั้นหรอกหรือ อืม.เสี่ยวจิน เสี่ยวหลงพวกเ้าลองนับจำนวนของพวกหัวแดงให้พี่ชายฟังหน่อยได้หรือปล่าว”
“ข้าพูดได้นิดหน่อยขอรับ พี่ใหญ่สอนพวกข้านับจำนวน 1 - 10 ขอรับ” เฟิ่งหลงรีบสนับสนุนพี่ชายของตน
“ใช่ขอรับ พี่ใหญ่สอนเรานับนิ้วแล้วท่องขอรับ เดี๋ยวข้ากับพี่รองจะนับให้พวกท่านดูขอรับ one two three four five six seven eight nine ten” เด็กแฝดชูนิ้วแล้วนับจำนวนให้เย่เสี่ยวเฉินและหยางไห่หยานดู ผู้คนที่เข้ามานั่งทานอาหารก็ได้ยินเสียงเล็กๆพูดภาษาต่างถิ่น พ่อค้าหัวแดงที่นั่งทานอาหารอยู่ที่โต๊ะด้านข้างก็ปรบมือพร้อมยกนิ้วชื่นชมเด็กน้อยทั้งสอง
“น้องรอง น้องเล็ก เ้าตอบพวกเขาไปว่า Thank you ขอบคุณขอรับ” เฟิ่งเทียนหันไปก้มหัวให้พ่อค้าหัวแดง พร้อมหันมาบอกน้องๆให้พูดตาม
“Thank you ขอบคุณขอรับ” เด็กแฝดแก้มแดงปลั่งด้วยความเขินอาย แต่ก็ยอมพูดตามที่พี่ชายสอน
"โอ้! ไห่หยาน เ้าดูสิแม้แต่เด็กๆยังพูดภาษาพวกหัวแดงได้ ไม่ได้การแล้วขากลับเมืองหลวงข้าต้องหาตำรามาศึกษาบ้างแล้ว เผื่อว่าข้าจะได้ค้าขายกับพวกพ่อค้าหัวแดงได้
“อืม..หากเ้าพูดได้ก็ย่อมดี เพราะต่างแดนมีนักการฑูตมาถวายสิ่งของบรรณาการให้กับองค์ฮ่องเต้ทุกปี ยามเมื่อพวกเขาออกมาท่องเที่ยวนอกวังหลวง เ้าจะได้มีช่องทางในการค้าขายมากขึ้น”
“เป็ความคิดที่ดีมากเพื่อนยาก เสี่ยวเทียนหากข้าไม่เข้าใจเ้าต้องสอนพี่ชายคนนี้พูดด้วยหล่ะ”
“ได้ขอรับพี่เย่เฉิน^^”
เมื่อฉางไห่และฉางเหอเดินกลับมาที่เหลาอาหารและนั่งทานอาหารเสร็จ คณะท่องเที่ยวของเฟิ่งเทียนซึ่งนำโดยหยางไห่หยานและเย่เสี่ยวเฉินก็ได้แวะมาที่ร้านค้าอาวุธที่พ่อค้าเมืองอี้รับซื้อมาจากต่างถิ่นตามแคว้นต่างๆและนำมาเปิดร้านขายให้กับพ่อค้าต่างแดนที่สนใจ
“ไห่หยาน เราแวะร้านค้าอาวุธของเถ้าแก่จางกันดีกว่า ไม่รู้ว่าปีนี้เถ้าแก่จะมีอาวุธใหม่ๆมาวางขายบ้างหรือไม่” เย่เสี่ยวเฉินบอกสหายสนิทพร้อมชักชวนเข้าร้านค้าอาวุธ
“อืม…ได้สิ”
ร้านค้าอาวุธ
“สวัสดีขอรับคุณชาย วันนี้พวกท่าน้าอาวุธชนิดใดขอรับ” เถ้าแก่เ้าของร้านรีบออกมาต้อนรับ
“อืมเถ้าแก่จาง ท่านมีอาวุธแบบใหม่เข้าร้านบ้างหรือไม่” เย่เสี่ยวเฉินถามพ่อค้าพร้อมทั้งมองดูอาวุธที่แขวนอยู่ริมผนัง และบนชั้นวางสิ่งของ
“มีขอรับ ล่าสุดข้าได้ดาบยาวจากชาวญี่ปุ่น มีความคมสามารถตัดเล็กได้ หรือจะเป็กริชฝังอัญมณีจากพ่อค้าตะวันออก แม้แต่ดาบหรืออาวุธของพ่อค้าหัวแดงข้าก็มีขายขอรับ ขอเชิญคุณชายเลือกซื้อเลือกชมได้เลยขอรับ”
ในขณะที่หยางไห่หยานและเย่เสี่ยวเฉินเลือกดูอาวุธ เฟิ่งเทียนก็จูงมือน้องๆให้ยืนเว้นระยะห่างจากอาวุธทั้งหลาย พร้อมทั้งมองดูอาวุธเ่าั้ซึ่งมีราคาแพงเหมาะสำหรับคนมีเงินที่สนใจซื้อเก็บเพียงเท่านั้น หลังจากกลับไร่ตระกูลหวังเขาจะให้ผู้คุ้มกันทั้งหลายไปเลือกซื้ออาวุธประจำตัว ส่วนของพี่ฉางไห่ พี่ฉางเหอ ให้เลือกซื้อจากร้านค้านี้เลยก็แล้วกัน
“พี่ฉางไห่ พี่ฉางเหอ พวกท่านสองคนไปเลือกอาวุธที่ท่านถนัดมาคนละ 1 ชิ้น พวกท่านเป็ผู้คุ้มกันแต่อาวุธยังไม่มีเลยสักชิ้น แบบนี้จะคุ้มกันข้ากับน้องๆได้อย่างไรกัน พวกท่านไปเลือกแล้วนำมาให้ข้า”
“ขอรับ”
“เสี่ยวเป่า เ้าลองเปิดระบบสแกนอาวุธภายในร้านนี้ให้ข้าหน่อย มีอาวุธชิ้นใดที่เหมาะกับข้าบ้าง”
[ระบบทำการสแกนใช้ระยะเวลา 10 นาที……พบมีดสั้นเหล็กดำพยักฆ์ทมิฬ อาวุธิญญามีพลังทำลายล้างสูงแต่ถูกปิดผนึกจากเ้าของคนเก่า จึงทำให้ดูไม่มีค่าไร้ราคา หากโฮสต์เลือกซื้ออาวุธชิ้นนี้ โฮสต์สามารถเปิดผนึกและเป็เ้าของได้]
“โอ้! มีของดีซะด้วย ไหนเ้าระบุตำแหน่งให้ข้าหน่อย” เฟิ่งเทียนเดินจูงมือน้องๆเดินไปตามพิกัดที่ระบบได้แจ้งไว้ก็พบกับมีดสั้นสีดำมีสนิมเกรอะไปทั่วทั้งปลอกมีดและด้ามจับของมัน ถูกวางอยู่ในมุมสุดของตู้ขายสินค้า ดูจากสภาพของมีดสั้นในสายตาของเขาหากเสี่ยวเป่าไม่บอกว่าเป็อาวุธิญญาเขาก็คงจะไม่เลือกซื้ออยู่ดี
“เถ้าแก่ ข้าสนใจมีดสั้นที่วางอยู่ในตู้วางสินค้าด้านในสุด ไม่ทราบว่าท่านขายอย่างไร”
“โอ้..คุณชาย มีดสั้นเล่มนี้เป็สินค้าที่ตกค้างมาจากเ้าของร้านคนเก่าขอรับ ข้ามารับ่กิจการต่อจากเ้าของเดิมมาหลายสิบปีมีดสั้นเล่มนี้ก็ไม่มีคนสนใจซื้อ เพราะสนิมเกรอะจนไม่มีใครสามารถดึงดาบออกจากฝักได้สักคนเลยขอรับ ขนาดข้าตั้งราคาต่ำสุดก็ไม่มีใครเลือกซื้อเลยขอรับ หากคุณชายสนใจมีดสั้นเล่มนี้ให้ท่านเลือกซื้ออาวุธในร้านของข้า ข้ายินดีมอบมันให้ท่านโดยที่ท่านไม่ต้องจ่ายเงินสักอีแปะขอรับ” พ่อค้ารีบเสนอขายสินค้าในร้าน พร้อมแถมมีดสั้นที่ตกค้้างในร้านที่ไร้ค่าไร้ราคาจะทิ้งเปล่าก็เสียดาย แถมฟรีให้ลูกค้าไปเลยก็แล้วกัน
“ท่านสัญญากับข้าแล้วนะเถ้าแก่ว่าจะให้มีดสั้นเล่มนี้กับข้า พี่ฉางเหอ พี่ฉางไห่พวกท่านเลือกได้แล้วหรือไม่ ข้าจะได้ชำระเงินให้กับเถ้าแก่”
“ได้แล้วขอรับ” ฉางไห่ฉางเหอ เลือกกระบี่ที่เหมาะมือสำหรับตนเองแล้วนำมาวางไว้ที่โต๊ะของเ้าของร้าน
“ทั้งหมด 2 ตำลึงทอง ขอรับ” พ่อค้ารับเงินจากเฟิ่งเทียนและมอบมีดสั้นเหล็กดำพยักฆ์ทมิฬให้กับเฟิ่งเทียน
หยางไห่หยานได้ดาวกระจายอาวุธลับของชาวญี่ปุ่น ถือว่าเป็อาวุธที่ใช้ในระยะไกลสามารถช่วยชีวิตในยามคับขันได้ ส่วนเย่เสี่ยวเฉินได้กระบี่อ่อนที่สามารถนำมาคาดเอวเพราะภาพลักษณ์ภายนอกของเขาที่แสดงให้กับคนอื่นๆได้เห็นนั้นเป็คุณชายสามเ้าสำราญแห่งตระกูลเย่ หากให้เขาเดินถืออาวุธพวกที่คิดร้ายหรือศัตรูในที่ลับทั้งในจวนและนอกจวนย่อมต้องระวังตัว แต่หากเขาคาดกระบี่อ่อนไว้ใต้เสื้อคลุมตัวนอกยามจวนตัวเขาก็มีอาวุธไว้ป้องกันตนเองได้
“เสี่ยวเทียนเ้าสนใจมีดสั้นสนิมเกรอะเล่มนี้อย่างนั้นหรอกรึ ข้าเห็นมันวางอยู่ที่เดิมมาหลายปีก็ไม่มีใครมาเลือกซื้อสักครา แต่เ้ากลับเลือกซื้อมันมาทั้งที่มันไม่มาสามารถใช้งานได้เลยนะ” เย่เสี่ยวเฉินถามเฟิ่งเทียนด้วยความสงสัยเมื่อเดินออกมาจากร้านค้าอาวุธ
“ฮ่าๆ พี่เย่เฉินข้าไม่ได้ซื้อมันมาสักหน่อย เป็เถ้าแก่ที่ให้เปล่ากับข้ามาต่างหาก สิ่งที่ข้าซื้อคืออาวุธของผู้คุ้มกันทั้งสองขอรับ อีกอย่างมีดเล่มนี้คงมีวาสนากับข้าไม่อย่างนั้นข้าจะสนใจมันได้อย่างไรหล่ะขอรับ ^^” เฟิ่งเทียนอธิบายให้กับเย่เสี่ยวเฉิน ถือว่าเขาได้ของดีโดยไม่ได้จ่ายเงินสักอีแปะจะไม่เรียกว่าได้กำไรได้อย่างไรกัน
“เอาหล่ะข้าว่าเรากลับกันดีกว่า น้องๆของเ้าก็ดูท่าทางจะหมดแรงไปเสียแล้ว พวกเรากลับจวนไปพักผ่อน ตอนเย็นเ้าสัญญาว่าจะทำอาหารมื้อพิเศษให้พวกข้าไม่ใช่หรือ?”
“ขอรับพี่เย่เฉิน พี่ไห่หยานวันนี้ข้าขอรบกวนใช้ครัวของท่านด้วยนะขอรับ”
“อืม..ตามสบาย”
ค่ำนี้เฟิ่งเทียนแสดงฝีมือที่ฝึกทำอาหารในโลกเก่า เขาได้ทำเมนูกุ้งเผาพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ด ต้มยำทะเลรสเด็ดที่ได้พริก มะนาว น้ำปลาและสมุนไพรดับกลิ่น เช่น ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ผักชีฝรั่ง มาจากเรือของพ่อค้าชาวสยาม ผัดหน่อไม้ฝรั่งใส่กุ้ง ต้มจืดปลาหมึกยัดไส้ และปลานึ่งซีอิ๊วเห็ดหอม เรียกได้ว่ากลิ่นหอมของอาหารลอยไปทั่วทั้งจวน พ่อครัวของจวนกับเฟิ่งเทียนต่างทำอาหารกันมือระวิง เพราะจำนวนอาหารที่ทำเฟิ่งเทียนกะจำนวนของทุกคนในจวนแห่งนี้ มื้อค่ำนี้ทุกคนในจวนต่างอิ่มหนำ น้องๆกินข้าวจนพุงป่อง เย่เสี่ยวเฉินที่ซดน้ำต้มยำทะเลแทบจะหมดถ้วย หยางไห่หยานก็กินกุ้งเผาพร้อมน้ำจิ้มรสแซ่บจนเหงื่อไหลแต่ก็ไม่หยุดกิน ถือว่ามื้อนี้ฝีมือเขาผ่านหล่ะนะ^^
*********************************