วันเวลาผ่านไปสองสัปดาห์หลังจากแยกบ้าน พวกเขาเชือดหมูที่ได้มาจากการแยกบ้านแล้ว นอกจากเนื้อหมูส่วนใหญ่ที่ถูกขายออกไปด้วยราคาที่ต่ำกว่าตลาดเล็กน้อย หยางเฉิงให้เด็กๆ พาไปแจกจ่ายบ้านต่างๆ ที่ช่วยเหลือเขาตอนแยกบ้าน และพวกชายหนุ่มที่มาช่วยต้อนหมูออกจากเล้าและเชือดหมู และก็ไม่ลืมที่จะฝากไปให้บ้านพ่อตาแม่ยายอีกหลายชั่งด้วยเช่นกัน
บ้านใหญ่หยาง เมื่อรู้ว่าบ้านสามเชือดหมู ก็รู้สึกเสียดายจนแทบจะทนไม่ไหว คิดในใจว่าพวกเขาคงจะเอามาแบ่งให้หยางเป่าและหยางซูเจียว แต่หลายวันแล้วก็ไม่เห็นมีใครมา จะไปหาเื่ที่หน้าประตู ก็ไม่มีใครกล้า เพราะเคยไปมารอบหนึ่งแล้ว โดนหยางเฉิงขู่จะเอาเื่ไปแจ้งทางการ ถึงขนาดต้องขอโทษขอโพยกันยกใหญ่ ก็ได้แต่รู้สึกคันยุบยิบในหัวใจ
บ้านสามตอนนี้ทุกคนได้รับวารีรักษา ก็มีสุขภาพดีขึ้นมาก พวกเขาเริ่มมีแก้มตึงๆ กันแล้ว หลังจากที่ลู่เหวินบังคับทุกคนให้กินอาหารสามมื้อ แทนการกินปกติสองมื้อในทุกวัน
“ท่านพ่อ ลุกนั่งได้แล้วหรือขอรับ”
“อืม..แค่ปวดตึงๆ เล็กน้อย กินยาเม็ดที่เ้าให้มาก็ดีขึ้นเยอะเลย”
“น้องสาม ผักหลังบ้านเริ่มโตมากแล้ว แต่มันโตจะทันเก็บเกี่ยวก่อนหิมะตกไหม ท่านแม่บอกว่าอีกไม่กี่สัปดาห์ หิมะน่าจะเริ่มตกลงมาแล้ว” ลู่เหลียน ผู้มีหน้าที่ดูแลแปลงผักเอ่ยด้วยความร้อนใจ
“เมล็ดจากเสี่ยวหยิน ไม่เหมือนด้านนอก พวกมันทนได้ขอรับพี่สาว จากปกติที่ต้องปลูกกัน 45 วัน ผักพวกนี้แค่ 20 กว่าวันก็เก็บเกี่ยวได้แล้วขอรับ”
“ข้ากับพี่ใหญ่ พี่รองจะออกไปตัดต้นไผ่มาทำท่อส่งน้ำ เข้ามาทางหลังบ้านนะขอรับ พวกเราจะได้ไม่ต้องออกไปตักน้ำกันอีก” ลู่เหวินบอกกล่าวผู้เป็แม่ แล้วพากันออกไปยังูเา
เมื่อลู่เหวินและพี่ชาย ขึ้นมาบนเขาได้สักพัก ก็ได้ยินเสียงนกร้องอยู่้า เมื่อเงยหน้าขึ้นไปดูเห็นเ้าอินทรีบินตามพวกเขามา
“เฟยเฟย ไปกันเถอะ” สิ้นคำของลู่เหวิน อินทรีสีทองก็บินลงมาเกาะไหล่อย่างนุ่มนวล
“เฟยเฟยใกล้จะหายดีแล้ว มันจะจากพวกเราไปไหม” ลู่เสียนลูบปีกอินทรีอย่างเบามือ
“ไม่รู้สิ ถ้ามันหายข้าจะปล่อยมันไป ถ้ามันไม่ไปเราค่อยเลี้ยงมันไว้ดีไหมขอรับ” ลู่เหวินหันไปยิ้มให้พี่ชาย
“น้องเล็ก น้องเล็ก เ้านี่ขายให้เสี่ยวหยินได้ไหม” ลู่คงชี้ไปที่สัตว์เลื้อยคลานตัวใหญ่ที่กำลังไต่จากลำธารขึ้นมาบนฝั่ง
“หยิน ตรวจสอบ”
[ตรวจพบปลาทารก ด้านขวา สภาพพื้นที่ ลำธาร สัตว์ตัวนี้เป็อีกชนิดที่ใกล้สูญพันธุ์ในโลกคู่ขนาน เราจะได้เหรียญทองเยอะแน่ๆ เลยขอรับ]
ลู่คงเอาไม้แหย่เข้าไปที่ตัวปลาทารก โดยไม่ทันระวัง มันหันมากัดไม้แล้วกระชากอย่างแรง จนลู่คงเซถลาไปด้านหน้า ดีที่ลู่เสียนจับตัวเขาไว้ทัน
“โห..แรงเยอะมากเลย จับยังไงล่ะทีนี้”
“เดี๋ยวเอาผ้าโยนใส่ตัวมันไว้ ขอแค่แตะตัวมันได้ ข้าก็เอามันเข้าระบบได้เลย”
เมื่อลู่เสียนโยนผ้าคลุมตัวปลาไว้ ลู่เหวินก็รีบพุ่งเข้าไปเอามือแตะตัวปลาทารก จากนั้นก็ได้ยินเสียงจากหยิน
[ปลาทารก ตรงกับภารกิจลับของผู้ดูแล บังคับขายอัตโนมัติ ได้รับเหรียญทอง 5,000 เหรียญ]
“อัพเกรดเลยเสี่ยวหยิน”
•ยืนยันการอัพเกรด ระบบห้างสรรพสินค้าเป็ระดับสี่ ค่าใช้จ่ายเหรียญทอง 10,000 เหรียญ•
“ตกลง”
[อัพเกรดเสร็จสิ้น ระบบห้างสรรพสินค้าเพิ่มเป็ระดับสี่ ท่านสามารถนำของออกจากห้องเก็บของ ได้ 4 ชั่งเพิ่มระยะของคำสั่งค้นหาเป็ 100 จั้ง เปิดใช้งานคำสั่งค้นหาอัตโนมัติ]
เมื่อเด็กๆ รวบรวมไม้ไผ่เสร็จแล้วก็ชวนกันกลับบ้าน
“น้องเล็ก เอ่อ..เสี่ยวหยินมีเมล็ดสมุนไพร ขายหรือไม่ เ้าช่วยซื้อให้พี่รองหน่อย เดี๋ยวพี่รองจะออกไปหาของมาจ่ายค่าเมล็ดพันธุ์ให้” ลู่เสียนนึกถึงแปลงผักหลังบ้านที่โตขึ้นทุกวันๆ ก็มีความคิดที่จะปลูกสมุนไพร
“ข้าลืมสนิทเลย นอกจากผักแล้วเรายังปลูกสมุนไพรได้ด้วย เดี๋ยวเราจะทำแปลงสมุนไพรกันนะพี่ใหญ่ พี่รอง”
“อื้ม” ลู่คงและลู่เสียนยิ้มให้น้องชายผู้นำโชคดีมาสู่ครอบครัว
“น้องเล็ก น้องเล็ก เ้ามาดูอะไรนี่เร็วเข้า” ลู่เอินวิ่งเข้ามาหลังจากที่เห็นพี่ชายและน้องชายเปิดประตูเข้ามา
“เกิดอะไรขึ้น”
“ผัก ผัก ผักพวกนั้น มันสวยงามมาก เ้าไปดูเองเถอะ”
ลู่เอินตอบด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
ไม่รอช้า ลู่เหวินและพี่ชายรีบวิ่งไปที่สวนหลังบ้าน ไปถึงก็เจอแม่กับลู่เหลียนกำลังช่วยกันขุดผักขึ้นมา
“เ้าดูสิ เมื่อเช้ามันยังไม่โตและสวยงามขนาดนี้เลย แต่พอพระอาทิตย์ตกดิน พวกมันก็โตพรวดพราดและเปล่งแสงอ่อนๆ ออกมาแบบนี้”
[ผักพวกนี้ปกติจะพร้อมเก็บเกี่ยวใน 20 วัน แต่อาจเป็เพราะสภาพอากาศของที่นี้ไร้มลพิษ เลยทำให้ร่นระยะเวลาในการปลูกไปได้อีก หากได้รับแสงสุดท้ายของวันแล้วมีแสงเปล่งออกมา แสดงว่าผักพวกนี้จัดเป็ผักคุณภาพดี หรือที่อีกโลกเรียกว่าผักิญญา แต่โลกใบนี้ไม่มีผู้ใช้พลัง ผักพวกนี้ทำได้แค่บำรุงร่างกายขอรับ จากที่เห็นผักพวกนี้เป็แค่ผักิญญาระดับต่ำ หากท่านสามารถปลูกได้คุณภาพสูงสุด ระบบจะรับซื้อในราคาสูงสุดขอรับ]
“แล้วแสงพวกนี้ล่ะ มันไม่ดีแน่หากมีคนมาเห็น”
[หลังจากเริ่มเปล่งแสงประมาณหนึ่งจิบชา หรือหลังจากเก็บเกี่ยว แสงก็จะหายไปขอรับ]
“พวกเราช่วยกันขุดให้หมดเลย พรุ่งนี้เราจะลงกันอีกสักรอบ เราจะมีผักกินกันตลอดหน้าหนาวปีนี้เลย”
“ท่านแม่ วันนี้ข้าจะทำอาหารเอง รบกวนท่านหุงข้าวให้หน่อยนะขอรับ”
พวกเขาเก็บผักทั้งหมดได้ อย่างละ 50 ต้น ลู่เหวินเอาผักออกมาอย่างละ 2 ต้น วันนี้เขาจะทำคะน้าน้ำมันหอย แกงจืดหมูสับ และกวางตุ้งผัดหมูสับใส่พริก
เมื่อคิดรายการอาหารได้ ลู่เหวินก็เริ่มจากเอาผักออกมาล้างน้ำให้สะอาดและมอบให้พี่สาวฝาแฝดที่มาเป็ลูกมือช่วยจัดเตรียมเครื่องปรุง ลู่เหวินลงมือทำแกงจืด และคะน้าน้ำมันหอย จากนั้นก็ทำกวางตุ้งผัดหมูสับใส่พริก เมื่อน้ำมันในกระทะเริ่มร้อน ก็ใส่พริกที่โขลกกับกระเทียมลงไป ผัดพอหอม ก็ใส่หมูสับ ปรุงรส แล้วใส่น้ำเปล่า รอจนน้ำเดือดใส่ผักกวางตุ้งลงไปผัดจนสุกก็ตักใส่จานต่อ กลิ่นของพริกกับกระเทียมคลุ้งทั่วห้องครัว จนพี่สาวฝาแฝดวิ่งกระเจิดกระเจิงออกไปจากครัวแทบไม่ทัน
“โอ้ย น้องเล็ก เ้าจะฆ่าพวกเราหรือไร” เสียงบ่นอุบอิบดังมาจากข้างนอก
“ฮ่าๆ เสร็จแล้ว เสร็จแล้วขอรับ แค่กๆ มาช่วยข้ายกไปให้ท่านพ่อหน่อย” ลู่เหวินอดขำไม่ได้
“วันนี้มีแต่อาหารจานผักนะ ลองกินดู จานนี้จะมีรสเผ็ดเล็กน้อยแต่รับรองว่าอร่อยแน่นอนขอรับ”
เมื่อยกอาหารเข้าไปให้หยางเฉิงและเย่ซื่อในห้องแล้ว เด็กๆ ก็นั่งกินข้าวกันอย่างเอร็ดอร่อย ทุกคนผลัดกันคีบจานนู้นทีจานนี้ที มองตะเกียบผ่านไปมาจนตาลายไปหมด
“อร่อยมาก ข้าไม่เคยกินผักที่อร่อยขนาดนี้มาก่อน”
“กินเยอะๆ นะ ยังมีอีกเยอะเลยขอรับ”
เมื่อกินข้าวกันเสร็จแล้ว เด็กๆ ก็ช่วยกันทำความสะอาด จากนั้นก็เข้าห้องนอน พร้อมต่อสู้สำหรับวันต่อไป
ลู่เหวินที่ยังนอนไม่หลับ เข้าสู่หน้าจอห้างสรรพสินค้า หลังจากอัพเกรด ก็มีหมวดอุปกรณ์เดินป่าเพิ่มขึ้นมา
เมื่อเข้าไปดูก็พบกับอาวุธ 3 ชนิดที่สามารถซื้อได้ตอนนี้ คือ ชุดธนูพร้อมยิง สำหรับเด็ก ราคา 1,000 เหรียญทอง ผู้ใหญ่ 3,000 เหรียญทอง มีดดาบเดินป่า ที่มีลักษณะคล้ายดาบแต่สั้นกว่า 500 เหรียญทอง มีดสั้น 200 เหรียญทอง ของเหล่านี้ล่อตาล่อใจลู่เหวินเป็อย่างมาก แต่พอมองไปที่เหรียญทอง เขาเหลือแค่ 9,310 เหรียญทองเท่านั้น
หลังจากอ่านรายละเอียดของอาวุธจนพอใจแล้ว ลู่เหวินก็เปลี่ยนไปดูเมล็ดพันธุ์สมุนไพร สมุนไพรที่ซื้อได้มีขิง หัวพันธุ์ 1000 หัว 20 เหรียญทอง และกระชายดำ 1000 หัว 30 เหรียญทอง ลู่เหวินกดซื้อไปอย่างละชุด และยังซื้อจอบเสียม เพิ่มอีก 2 คู่ ทำให้ตอนนี้เขามี 8,880 เหรียญทอง
หลังจากที่ลู่เหวินเก็บเกี่ยวผักรอบที่สองเสร็จสิ้น หิมะก็เริ่มตกลงมา สามเดือนมานี้หิมะตกหนักมาก หิมะปกคลุมไปทั่วทุกที่ ชาวบ้านต่างอยู่ในบ้าน นี่เป็่เวลาสำหรับคนยากจนที่ต้องอดทนเอาชีวิตรอดผ่านไปให้ได้ โชคดีที่บ้านสามมีเตียงเตา และชุดเครื่องนอนหนาๆ ทำให้ฤดูหนาวปีนี้ของบ้านสามเหมือนความฝันเลยทีเดียว 1 นก 2 ไก่ ต้องเข้ามาอยู่ในบ้าน เพราะด้านนอกหิมะตกหนักมาก แต่เพราะเ้าไก่ชอบถ่ายเรี่ยราด ลู่เหวินเลยจับพวกมันใส่ไว้ช่องเก็บของ
เมื่อหิมะเริ่มเบาบาง อากาศเริ่มคลายหนาว พอให้ผู้คนได้ออกมาจับจ่ายซื้อของได้บ้าง แต่ด้วยผลกระทบจากหิมะที่ตกหนักในปีนี้ ทำให้ราคาของจากที่เพิ่มอยู่แล้วหนึ่งเท่า ทะลุสูงเป็สองเท่า ชาวบ้านต่างตกอยู่ในภาวะตึงเครียด เพราะใกล้จะถึงวันปีใหม่แล้วแต่ราคาของเป็อะไรที่เอื้อมถึงยากมาก
“หิมะเริ่มละลายแล้ว ข้าจะไปดูแปลงสมุนไพร” ลู่เสียนที่กังวลมาตลอด เขาลองปลูกสมุนไพรไปอย่างละ 100 ต้น ั้แ่ลู่เหวินปลูกผัก ตอนนี้ใกล้จะครบ 4 เดือนแล้ว เสี่ยวหยินบอกว่ามันจะโตเร็วกว่าปกติจากระยะเวลา 8 เดือน เหลือแค่ 4 เดือน เท่านั้น หยางเฉิงในตอนนี้ สามารถลุกเดินไปไหนมาไหนได้แล้ว
“กินข้าวเช้าเสร็จแล้วไปดูกันเถอะ หากหิมะหน้าดินละลาย เราจะเริ่มปลูกผักกันตามที่เหวินเอ๋อร์บอก”
แปลงสมุนไพรตอนนี้ ใบและลำต้นเริ่มเหี่ยวเฉาและบางใบหลุดออกจากต้นแล้ว ลู่เสียนรีบเข้าไปดูอาการ
“สมุนไพรพวกนี้คงไม่รอดแล้วล่ะ ใบเหี่ยวหมดเลย”
“เสี่ยวหยิน สมุนไพรพวกนี้มีปัญหาอะไรไหม”
[ไม่มีขอรับ]
“พี่รอง เสี่ยวหยินบอกว่าสมุนไพรพวกนี้ไม่มีปัญหา”
“แต่มันไม่มีแสงเปล่งออกมาเหมือนตอนเราปลูกผักนะน้องเล็ก หรือว่ามันยังไม่โต”
[เหวินเกอ สมุนไพรเหล่านี้ตอนนี้พร้อมเก็บเกี่ยวแล้ว หากต้นไหนกลายเป็สมุนไพริญญา ระบบจะรับซื้อไว้เอง ไม่ใช่เื่ง่ายที่จะปลูกสมุนไพรให้มีจิติญญาขอรับ]
“โตแล้ว เก็บได้เลยพี่รอง”
หยางเฉิงถือเสียมเข้ามาเริ่มขุด ก็รู้สึกแปลกใจ
“ดินพวกนี้นิ่มขนาดนี้ได้ยังไงกัน”
“ไม่ได้เป็ที่ดิน เป็เพราะจอบเสียมพวกนี้ที่น้องเล็กซื้อมาจากเสี่ยวหยินขอรับท่านพ่อ” ลู่เสียนก้มขุดด้วยความตื่นเต้น
ผู้ชายช่วยกันขุด ผู้หญิงเก็บใส่ตะกร้า เสียงหัวเราะดังไปทั่วบริเวณ
“ใหญ่มากเลย ตอนปลูกหัวเล็กนิดเดียวเอง” ลู่คงหยิบขิงขึ้นมากะน้ำหนัก
“พ่อว่าวันนี้เราเอาเนื้อหมูที่เหลืออยู่ และขิงไปขายดูก่อน กระชายดำนั้นคงต้องถามท่านหมอหลิวถึงราคาของมันอีกที”
เมื่อล้างดินออกจากเหง้าขิงและกระชายดำแล้ว หยางเฉิงและลูกชายก็ชวนกันเข้าเมือง
“พ่อจะไปเช่าแผงในตลาด ขิงช่วยบรรเทาความเย็น อีกทั้งใกล้จะถึงวันปีใหม่แล้ว คนย่อม้าจับจ่ายไว้ทำอาหารแน่นอน เสียนอ๋อร์ ลูกกับน้องไปขายที่โรงหมอ พ่อกับพี่ใหญ่จะไปหาเช่าที่วางขายในตลาด”
หลิวเสียนเห็นเด็กๆ บ้านหยาง สะพายตะกร้าเดินมาหน้าร้านก็รีบเข้าไปเรียกให้เข้ามาหลบหนาวในร้าน
“เข้ามาๆ ข้างนอกยังหนาวอยู่ เดี๋ยวจะเป็หวัด พวกเ้ามาในตัวเมืองทำไม พ่อหรือใครป่วยหรือ”
“ข้ากับพี่ชายเอาของที่ปลูกไว้มาเสนอขายให้ท่านลุงขอรับ”
ลู่เหวินพูดจบ ก็หยิบเอาขิงและกระชายดำออกมาวางให้หมอหลิวดู
“ขิงแก่ เป็ที่้าตลอดทั้งปี ยิ่งฤดูหนาวอย่างนี้ยิ่งเป็ที่้ามากขึ้น ขิงที่มีในร้านเพิ่งหมดไป” พูดจบก็หันไปเห็นเหง้าอีกชนิดที่เล็กกว่า “กระชายดำ บ้านพวกเ้าปลูกได้เหรอนี่ ลุงกว่าจะได้มาสักรอบต้องรอพ่อค้าจากเมืองหลวงนำมาขาย มีเท่าไหร่ลุงรับซื้อหมด”
“ท่านลุง ที่ข้าและพี่รองมีอยู่แค่ในตะกร้าขอรับ อีกส่วนหนึ่งอยู่ที่ท่านพ่อและพี่ใหญ่ พวกเขาเช่าที่ขายในตลาดอยู่ขอรับ”
“พ่อเ้าหายแล้วเหรอ เทพเ้าคุ้มครองครอบครัวพวกเ้าแล้ว ไปบอกเขาว่าข้ารับซื้อ หากเขาขายให้ชาวบ้านเสร็จแล้ว เหลือเท่าไหร่เอามาขายที่นี่”
เมื่อพวกเขาเดินเข้าไปในตลาด เห็นหยางเฉิงกับลู่เสียนกำลังวั่นวายกับการจัดของอยู่ก็รีบวิ่งเข้าไปช่วย
“ทำไมเพิ่งได้จัดของล่ะขอรับ”
“วันนี้ที่ไม่ค่อยมี ต้องรอต่อแถวเช่าที่ยาวน่ะ ท่านหมอหลิวว่าไงบ้าง” หยางเฉิงถามลูกชาย
“ท่านหมอหลิวรับซื้อทั้งหมด และบอกว่าถ้าเราขายให้ชาวบ้านเสร็จให้เอาไปขายที่โรงหมอได้เลยขอรับ” ลู่เหวินตอบพลางช่วยวางของขาย
ไม่นานนักก็มีลูกค้าเข้ามาเลือกซื้อสินค้าของพวกเขา
“อา เนื้อหมูในตอนนี้ หาได้ไม่ง่ายเลย ชั่งละเท่าไหร่หรือ”
“เนื้อติดมันชั่งละ 40 อีแปะ ส่วนอื่น 30 อีแปะ กระดูกและซี่โครง 15 อีแปะ ส่วนขิง 80 อีแปะ ขอรับ”
“พวกเ้านี่เป็พ่อค้าที่ดีนะ วันก่อนข้าได้เนื้อธรรมดามา 50 อีแปะ เนื้อติดมันพุ่งไปที่ 60 อีแปะแล้ว ตอนนี้คงพุ่งสูงไปอีก พ่อค้าเก็งรำไรจนคนลูกค้าหดหายหมดแล้ว”
หยางเฉิงยิ้มแล้วตอบอย่างสุภาพ
“คงเพราะหน้าหนาวปีนี้รุนแรงอย่างมาก ปศุสัตว์ส่วนใหญ่ไม่แข็งตายก็ป่วยตายเพราะภัยหนาว ราคาเนื้อจึงพุ่งสูงขึ้นนะขอรับ”
“ข้าเอาเนื้อติดมัน 4 ชั่ง เนื้อธรรมดา 10 ชั่ง ขาหมูนั่นข้าเอาหมด”
ลู่เหวินและลู่คงช่วยกันนำหมูใส่ตะกร้าให้ลูกค้าอย่างรวดเร็ว
“ทั้งหมด 1 ตำลึง 60 อีแปะขอรับ ท่านป้าเป็ลูกค้าคนแรกของร้าน ข้าคิดแค่ 1 ตำลึงขอรับ”
“พวกเ้านี่ไม่เก็งกำไรแล้วยังมีน้ำใจอีก ข้าเป็แม่ครัวของโรงเรียนหลิงหยู ตอนนี้ที่โรงเรียน ขิงยังมีอีกมาก หากเ้ามีของมาขาย แวะไปที่ด้านหลังโรงเรียน แจ้งว่ามาพบแม่ครัวจู ข้าจะออกมาอุดหนุนพวกเ้า”
“ขอบคุณขอรับ”
เมื่อลูกค้าคนแรกเดินออกไปสักครู่ ชาวบ้านที่เห็นชายหนุ่มถือเนื้อหมูจำนวนมากเดินตามผู้หญิงคนหนึ่งไป ก็เดินสวนมาหาร้านขายเนื้อ พวกเขารู้ราคาก็รีบซื้อกันคนละนิดคนละหน่อย จนเนื้อหมูที่นำออกมา 100 ชั่ง หมดอย่างรวดเร็ว ด้วยค่าครองชีพที่พุ่งสูงในตอนนี้ แม้ชาวบ้านอยากจะซื้อขิงมากเพียงใด ก็ต้องตัดใจซื้อแค่เนื้อหมูก่อน พวกเขาถามหยางเฉิงว่าจะมาขายขิงอีกวันไหน ก็ได้รับคำตอบว่าหมอหลิวรับซื้อทั้งหมดแล้ว ก็พากันแยกย้าย พวกเขาค่อยไปซื้อจากร้านหมอเอาละกัน
พวกเขากำลังจะเก็บของ ก็มีชายกลางคนพุ่งเข้ามาที่ร้านพวกเขาด้วยความตื่นเต้น
“ข้ากำลังหาอยู่พอดี ขิงที่ซื้อไว้ที่บ้านใกล้จะไม่พอใช้แล้ว ดีจริงๆ ที่พบร้านของพวกเ้า ขายอย่างไรหรือ”
“ขิง ชั่งละ 80 อีแปะ ขอรับ”
“พวกเ้ามีเท่าไหร่ ข้าเอาหมดเลย”
“พวกข้าเอามาไม่มากขอรับ ส่วนหนึ่งรับปากจะนำไปขายให้โรงหมอแล้ว หากท่าน้าข้าขายได้แค่ที่พ่อกับพี่ใหญ่เอามาขอรับ” ลู่เหวินบอกชายตรงหน้า
“หมอหลิว เป็สหายของเ้านายข้า ไม่เป็ไรหมอหลิวได้ไป ก็ใช้รักษาคน ชั่งน้ำหนักและคิดเงินเถอะ”
“ทั้งหมด 20 ชั่ง 2 เหลียง ข้าคิดแค่ 20 ชั่ง ทั้งหมด 1 ตำลึง 600 อีแปะขอรับ”
“ขอบใจมากเ้าหนู ข้าเป็พ่อบ้านตระกูลซุน หากพวกเ้ามีขิงอีก ก็ไปหาข้าที่จวนตระกูลซุนได้ บอกคนเฝ้าประตูมาหาข้า ซุนผู เอานี่ไปไม่ต้องทอน” พ่อบ้านซุนส่งเงิน 2 ตำลึงให้ลู่เหวิน
“ขอบคุณขอรับ”
เมื่อพ่อบ้านซุนจากไปแล้ว ลู่เหวินและครอบครัวก็เก็บของและตรงไปยังโรงหมอ
“ท่านลุงหลิว ขิง เหลืออยู่ 40 ชั่ง ส่วนกระชายดำ ไม่มีใครซื้อเลยเหลืออยู่ทั้ง 10 ชั่งขอรับ”
“กระชายดำนั้นคนส่วนใหญ่ยังไม่รู้จัก หากเคยใช้ก็มีแต่เป็ผงหรือตากแห้งแล้ว เ้าขายเท่าไหร่ล่ะ”
“ขิงนั้นขายอยู่ ชั่งละ 80 อีแปะ ส่วนกระชายดำข้าไม่รู้ราคาเลยขอรับ”
“ข้าซื้อจากพ่อค้าพวกนั้นอยู่ที่ชั่งละ 130 อีแปะ แต่ไม่หอมและใหญ่ขนาดนี้ ข้าให้ 200 อีแปะ ได้หรือไม่”
“ได้ขอรับ”
“น้องเล็ก วันนี้โชคดีจริงๆ นะ ขายของหมดทุกอย่างเลย ตอนนี้เรามีเงินเท่าไหร่แล้ว” ลู่เสียนหันมาคุยน้องชาย
“เรามีเงิน 6 ตำลึง 800 อีแปะ วันนี้ขายหมูได้ 2 ตำลึง 800 อีแปะ ขายขิงได้อีก 7 ตำลึง 200 อีแปะ ทั้งหมด 16 ตำลึง 800 อีแปะขอรับ”
“พ่อว่าเราควรซื้อเกวียน เราต้องขายของ จะให้เหวินเอ๋อร์แอบเอาของออกมาจากช่องเก็บของตลอดคงไม่ได้ อีกอย่างจะได้เอาไว้รับส่งพวกเ้าไปเรียนด้วย”
“ครอบครัวเรา ซื้อเกวียนได้หรือขอรับ” ลู่คงถามด้วยความตื่นเต้น
“ได้สิ หากสิ้นสุดฤดูหนาวเมื่อไหร่ พวกเ้าต้องเข้าเรียนแล้ว รีบไปจะได้ไปสอบถามเื่สมัครเรียนด้วย”
หยางเฉิงพาลูกๆ ไปยังตลาดค้าสัตว์ ถนนเส้นนี้เต็มไปด้วยเสียงร้องและกลิ่นมูลสัตว์ เด็กๆ หันซ้ายหันขวามองไปรอบๆ อย่างตื่นเต้น
พวกเขาสอบถามราคากันไปตลอดทาง ก็พบว่าเงินที่มีสามารถซื้อได้แค่เกวียนวัวเท่านั้น
“หยิน มีสัตว์ตัวไหนที่้าไหม”
[ไม่มีขอรับ ทุกตัวล้วนเป็สายพันธุ์ธรรมดา]
หยางเฉิงเลือกวัวหนุ่มที่ดูดีตัวหนึ่ง มันไม่ได้ตัวใหญ่มาก แต่แข็งแรงสมส่วนเลยทีเดียว พวกเขาจ่ายเงินค่าวัวไป 4 ตำลึง และค่าเกวียนอีก 1 ตำลึง เมื่อจ่ายเงินแล้วก็พากันไปสมัครเรียน
โรงเรียนหลิงหยู ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาดใหญ่ มีรั้วล้อมรอบทั้งสี่ด้าน ด้านหน้ามียามเฝ้าประตูคอยดูแลความสงบเรียบร้อย และรักษาความปลอดค หยางเฉิงพาลูกๆ เข้าไปหาชายเฝ้าประตู
“พี่ชายท่านนี้ ข้าจะพาลูกๆ มาสมัครเรียนขอรับ”
“น้องชาย จอดเกวียนของเ้าไว้ด้านข้างแล้วตามข้าเข้ามา”
เมื่อเดินเข้าไปด้านในก็พบกับอาคารเรียนหลายหลัง ที่มีบรรยากาศเรียบง่าย ที่นี่ไม่มีของอะไรตกแต่งมากมาย ส่วนใหญ่เป็กลอน และภาพติดผนัง
“รองอาจารย์ใหญ่ขอรับ มีผู้ปกครองพานักเรียนมาสมัครเรียนขอรับ”
“อืม ให้เข้ามา”
สิ้นเสียงตอบรับ หยางเฉิงก็พาลูกๆ เข้าไปในห้อง
“คารวะซือฝู ข้าหยางเฉิงพาลูกชายมาสมัครเรียนขอรับ”
“คนไหนล่ะ”
“ทั้งสามคนขอรับ”
รองอาจารย์ใหญ่ ชะงักไปชั่วครู่ กวาดตามองทั้งสามคน เขาดูแล้วน่าจะไม่ร่ำรวย แต่ยังอยากส่งลูกชายทั้งสามคนเข้าเรียน ถือว่าเป็ครอบครัวที่รักลูกมากทีเดียว
“น้องชาย การเรียนต้องใช้จำนวนมาก ลูกเ้า 3 คน แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายสูงไม่น้อย ค่าเล่าเรียนปีละ 8 ตำลึงต่อคน หากพักที่นี่จ่ายเพิ่มอีก 2 ตำลึง ถ้าพักที่นี่อาหารจะมีให้ตอนเช้าเท่านั้น มื้ออื่นต้องจ่ายเงินเอาเอง โรงเรียนจะเปิดเรียนตอนเริ่มฤดูใบไม้ผลิ เ้าค่อยนำเงินมาตอนนั้นแล้วกัน”
“ขอบคุณขอรับท่านรองอาจารย์ใหญ่”
เมื่อออกมาด้านนอกลู่คงก็เอ่ยกับผู้เป็พ่อ
“ท่านพ่อให้น้องรอง กับน้องเล็ก เรียนเถอะขอรับ ข้าจะช่วยท่านล่าสัตว์ หาเงินส่งน้องๆ เรียนหนังสืออีกแรง”
“คงเอ๋อร์ พ่อเ้าหาเงินส่งคนอื่นมาได้ครึ่งชีวิต แค่ค่าเล่าเรียนพวกเ้า ไม่ได้ยากเกินความสามารถพ่อเลย แค่พวกเ้าเล่าเรียนด้วยความตั้งใจ พ่อก็หายเหนื่อยแล้ว กลับบ้านกันเถอะ” หยางเฉิงขับเกวียนพาเด็กๆ กลับบ้านอย่างมีความสุข
______________________________________
ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนต์ และกำลังใจนะขอรับ