เทพมังกรครองพิภพไซอิ๋ว

    ตอนที่ 2 วิวัฒนาการ

    ตอนที่ 2          วิวัฒนาการ เมื่อสลัดความคิดที่น่าเบื่อออก เจวี๋ยหวู่หมิงก็ได้เลื้อยร่างงูอันยาวเหยียด กวาดสายตาอันเย็นเยียบของงูไปที่แต่ละส่วนของป่าพงไพร และในเวลาเดียวกันนี้เอง ภายในมิติช่องว่างกระเพาะที่พึ่งจะกินไข่นกไปนั้นก็ได้ถูกแยกย่อยจนกลายเป็นปราณบริสุทธิ์ขั้นแรกเริ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ไหลเวียนไปตามร่างกาย ภายใต้การขัดเกลาของปราณบริสุทธิ์ในทุกครั้ง ร่างกายก็จะแข็งแกร่งขึ้นอีกส่วนหนึ่ง เจวี๋ยหวู่หมิง กำลังวิวัฒนาการ! มิติช่องว่างกระเพาะก็เหมือนกับกระเพาะของมนุษย์เรา เพียงแต่กลับมีความแปลกประหลาดกว่านับคนา อีกทั้งยังเป็นทักษะที่ติดมาจากระบบ มิติช่องว่างนี้แม้จะไม่ถือว่าใหญ่โต กลับมีขนาดใหญ่ประมาณตู้ตัวหนึ่งเท่านั้น แต่กลับสามารถเพิ่มพูนขนาดใหญ่ขึ้นตามพละกำลังที่เพิ่มพูนขึ้นมา จนสุดท้ายแล้วจะสามารถที่จะเปลี่ยนสภาพจนกลายเป็นดั่งมิติอันใหญ่โตเหมือนโลกใบหนึ่งได้เลย การที่มีมิติช่องว่างกระเพาะ เจวี๋ยหวู่หมิงก็จะสามารถที่จะกลืนกินเพื่อวิวัฒนาการได้อย่างวางใจ โดยที่ไม่จำเป็นต้องเป็นกังวลเรื่องอย่างการกินจนจุกอีกต่อไป ภายใต้แรงกดดันที่ปกคลุมอยู่ภายในป่าเขาลึกเช่นนี้ ยังคงมีวิหคน้อยบินหนีกระเจิดกระเจิงไม่ขาดสาย กระต่าย กระรอก กบ……พวกนี้ เจ้าตัวเล็กตัวน้อยพวกนี้กลับยิ่งระมัดระวังมากขึ้นกว่าเดิม ทันทีที่ถูกเจวี๋ยหวู่หมิงหมายตา มีหรือที่จะรอดพ้นจากการตกเป็นอาหารอันโอชะได้ ยามดึกสงัดอันมืดมิด สายลมในยามวิกาลที่พัดผ่านเข้ามาภายในพงไพร ภายในป่าพงไพรผืนนี้ได้เกิดเป็นสายลมพัดผ่านขุนเขาพงไพรแห่งนี้ไป แม้กระทั่งต้นไม้ก็ยังเกิดเป็นเสียงคลื่นสายลมกระทบเข้ามา จนเกิดเป็นเงาอันมืดมิดที่สั่นไหวขึ้นมาพร้อมกัน ท่ามกลางการทับซ้อนของเงาพฤกษา ระหว่างนั้นก็มีเงาเหมือนดั่งนักฆ่าท่ามกลางความมืดมิดที่มาจากงูพิษที่ดูงดงามเต็มไปด้วยช่วงลำตัวสีแดงระเรือ เลื้อยผ่านเข้าสู่ภายใต้ความมืดมิด เป็นธรรมดาที่เมื่อเจวี๋ยหวู่หมิงผ่านเส้นทางสายใด ย่อมต้องหนีกันเตลิดเปิดเปิงกันทันที แต่พวกเจ้าหนูน้อยที่ถูกเขากัดเข้าไปเพียงคำเดียว ก็แทบจะไม่อาจดิ้นรนได้นานเกินนาทีสองนาทีก็ต้องจบชีวิตลง แต่หากเป็นพวกที่มีพลังชีวิตแข็งแกร่งบางส่วน ถึงแม้จะยังไม่ตาย แต่ต่อให้รั้งรอต่อไปมันก็มีแต่ต้องสิ้นใจตายเท่านั้น และเกิดเป็นอาการชินชาไปทั้งร่าง ทำได้แต่ลืมตามองตัวเองกลายเป็นเพียงก้อนเลือดขนาดใหญ่ที่อยู่ภายในท้องงูเท่านั้น หนึ่งชั่วโมงผ่านไป เจวี๋ยหวู่หมิงออกล่ากระต่ายได้แค่เจ็ดแปดตัว แมงป่องพิษอีกหลายสิบตัว แล้วก็ยังมีกระรอกที่อวบอ้วนอีกสามตัว เจวี๋ยหวู่หมิงได้ทำให้พวกมันรวมกันจนเกิดเป็นพลังแห่งการวิวัฒนาการ โดยที่แทบจะไม่หลงเหลือเลยแม้แต่น้อย ถึงอย่างไรหากดูจากก่อนหน้านี้ พลังจึงถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าจะเป็นที่ใด ผู้อ่อนแอย่อมตกเป็นอาหารของผู้แข็งแกร่งล้วนแต่เป็นเหมือนหลักสัจธรรมเพียงหนึ่งเดียวของโลกหล้า ยิ่งไม่ต้องพูดถึงพิภพไซอิ๋วที่มีแทบจะยึดกฎนี้เป็นที่ตั้งกันแล้ว ในมุมมองของเจวี๋ยหวู่หมิงที่ยังมีการเจริญเติบโต คงมีแต่ต้องแข็งแกร่งไม่หยุดเท่านั้น จึงจะสามารถป้องกันตัวให้อยู่รอดต่อไปได้ แม้แต่เขาเองก็ไม่กล้าอาจแน่ใจได้ ว่าโชคจะคอยเข้าข้างตัวเองได้ตลอด ถ้าหากพบเจอกับสัตว์ร้ายไม่แน่ว่าสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งเหนือกว่าเขา เช่นนั้นเกรงว่าตัวเองคงจะต้องตกเป็นอาหารของอีกฝ่ายก็เป็นได้ จากการกลืนกินแปรผันจนกลายเป็นปราณบริสุทธิ์ ล้วนแต่ไหลเวียนจากมิติช่องว่างกระเพาะผ่านทั่วทุกร่างกาย เจวี๋ยหวู่หมิงเองก็รู้สึกได้ถึงความร้อนน้อยๆ ไหลผ่าน แทรกซึมเข้าสู่ทุกอณูภายในร่างกาย ทุกอณูเล็กๆ น้อยน้อยๆ ของร่างคล้ายกับถึงกาลฤดูพิรุณฝนมาเยือนยังความแห้งแล้งมาอย่างยาวนาน ราวกับว่ายังมีเสียงร้องต้อนรับ เกิดเป็นความแปรเปลี่ยนขึ้นไม่หยุดมิหย่อน ทันใดนั้น บนส่วนหลังเองก็ได้มีเสียงดังกร๊อบก้องขึ้นอย่างแผ่วเบา คล้ายกับเกิดเป็นรอยปริแตกขึ้นมาเป็นสาย และขยับขยายขึ้นอย่างช้าๆ เลือดได้ไหลผ่านผิวหนังที่ลอกออกมาทีละหยด เจวี๋ยหวู่หมิงที่เจ็บปวดไปทั้งร่างจนกระทั่งไร้ความรู้สึก คล้ายกลับมองเห็นเป็นสัมผัสที่หอมหวานเข้าแทนที่ เขาก็รู้ว่า นี่ก็คือการวิวัฒนาการ! เมื่อวันเวลาได้ผ่านไปเลยไป ผิวหนังชั้นนอกก็ได้ถูกลอกออกจากร่างกายพร้อมกับสร้างเป็นผิวหนังชั้นใหม่ขึ้นมาไม่หยุด ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน เจ็บปวดจากการฉีกขาดที่เกิดขึ้นกับร่างกายที่คล้ายกับคลื่นสมุทรซัดโถมจนต้องถอยหลังไป เจวี๋ยหวู่หมิงจึงได้ตัดสินใจที่จะเปิดหน้าต่างสถานะออกมา จากระดับขั้น【สัตว์ป่าสามัญ(9%)】วิวัฒนาการไปเป็น【สัตว์ป่าสามัญ(23%)】 เจวี๋ยหวู่หมิงได้กวาดสายตามองไปยังทางด้านข้างมองไปที่หนังที่ถูกลอกคราบสีแดงระเรือที่ทิ้งไว้อยู่ด้านข้าง ดูไปแล้วดุร้ายสุดเปรียบปาน เขาได้ประเมินร่างกายของตัวเอง วินาทีนั้นพลันสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของร่างกายที่ใหญ่โตขึ้น เดิมทีร่างกายที่ยาวเพียงหนึ่งหมี่ (เมตร) เท่านั้น ถึงกับมีช่วงลำตัวที่ใหญ่ขึ้นถึงสิบกงเฟิน (เซนติเมตร) เส้นตัวรอบตัวร่างกายที่ขยายตัวใหญ่ขึ้น ถึงกับเปล่งสภาวะความดุร้ายปานงูเหลือมออกมาอย่างรวดเร็ว แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง งานเลี้ยงการเข่นฆ่าได้ดำเนินต่อจากเที่ยงคืนไปจนถึงเที่ยงวัน จึงค่อยได้หยุดลงไปในท้ายที่สุด ไม่ใช่เขาที่ไม่คิดจะล่าต่อ เพียงแต่ในอาณาบริเวณโดยรอบกว่าสิบลี้ สัตว์กินพืชขนาดเล็กทั้งหมด แทบจะเรียกได้ว่าถูกเขากินไปจนหมดเกลื้องแล้วนั้นเอง เหล่านี้เหยื่อ ถือได้ว่ามอบประโยชน์ให้แก่เจวี๋ยหวู่หมิงมากมายอย่างถึงที่สุด ระดับขั้นยิ่งมีแต่จะดีดตัวเพิ่มพูนสูงขึ้นไปจนถึง【สัตว์ป่าสามัญ(57%)】 ร่างกายได้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างเห็นชัดขึ้นอีกครั้ง จนมีขนาดลำตัวของงูยาวกว่าสองหมี่จนคล้ายกับเชือกยาวเส้นใหญ่เส้นหนึ่ง ช่วงรอบตัวยังขยับขยายขึ้นมากอีกหลายส่วน แผ่นเกล็ดทั้งร่างยังสาดเป็นประกายสีแดงฉาน ส่องเป็นประกายระยิบระยับ เขาก็ได้ทำการทดสอบมาแล้ว โดยการใช้ร่างกายฟาดเข้าใส่หินที่แข็งมากก้อนหนึ่ง แต่กลับไม่มีแม้แต่บาดแผลเกิดขึ้นตามผิวหนังเลยแม้แต่น้อย ส่วนก้อนหินกลับแตกจนกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปแทน เขาที่คล้ายกับสวมไว้ด้วยเกราะหนาชุดหนึ่ง สัตว์ป่าโดยทั่วไปแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะทำลายการป้องกัน ในความปลอดภัยจึงไม่ต้องสงสัยว่าได้เพิ่มขึ้นอีกมากมาย ประการต่อมา เขาก็ได้พบว่าฤทธิ์ของคุณสมบัติจากพิษเองก็แข็งแกร่งขึ้นด้วยเช่นกัน ก่อนหน้านี้ที่เขาต้องใช้เวลาถึงสองสามนาทีกว่าจะทำให้มุสิกตัวหนึ่งตายด้วยพิษได้ แต่ตอนนี้แทบจะใช้เวลาไม่ถึงนาทีเลยด้วยซ้ำ ยามนี้ ก็ได้มีเหยื่อตัวหนึ่งแวบผ่านสายตาของเขาไป ภายในจุดที่มืดมิดของพุ่มไม้ที่หนาแน่น ทั้งยังสูงกว่าช่วงตัวของมนุษย์อีก แล้วยังหนาทึบ ในระหว่างที่สายลมพัดผ่าน ภายใต้สายธาราห้วงน้อยที่ไหลผ่านช่องเขา ได้มีกวางเหลืองตัวหนึ่งที่มีความสูงครึ่งลำตัวมนุษย์กำลังแทะกินหญ้าอ่อนอยู่ อีกทั้งยังอยู่ในอารมณ์ที่แทบจะเรียกได้ว่าไร้กังวลเลยทีเดียว รอบด้านถือได้ว่าเงียบสงบเป็นอย่างมาก จะมีก็แค่สายลมที่พัดใส่ใบหญ้าจนดังซ่าซ่าเท่านั้น แล้วก็เสียงขบเขี้ยวจากการกินอาหารของกวางเหลืองเท่านั้น ห่างไกลออกไปหลายสิบหมี่ที่ใต้ต้นไม้เตี้ยต้นหนึ่ง เจวี๋ยหวู่หมิงได้ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางพุ่มไม้ที่สูงใหญ่ ใช้แววตาเรียวรีอันเยียบเย็นคู่หนึ่งกำลังจับจ้องมองสังเกตกวางเหลืองตัวนี้ เจวี๋ยหวู่หมิงเองก็รอบคอบเป็นอย่างยิ่ง เพราะประสาทรับเสียงของกวางเหลืองถือว่าอ่อนไหวเป็นอย่างมาก มิหนำซ้ำยังเป็นสิ่งมีชีวิตที่ระมัดระวังมากถึงที่สุด เพียงแค่เกิดเสียงลมพัดใบหญ้า ก็จะวิ่งเตลิดไปทันที ถ้ากวางเหลืองเกิดวิ่งหนีขึ้นมา หากคิดที่อาศัยความเร็วของงูปล้องฉนวนต้องแทบจะไม่มีทางที่จะไล่ตามไปกันได้เลย “นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ข้าได้ล่าเหยื่อขนาดใหญ่ในหมู่สัตว์กินพืช ยังไงก็ต้องจัดการให้ได้ในการจู่โจมเพียงครั้งเดียวให้ได้ ห้ามปล่อยให้มันมีโอกาสที่จะวิ่งหนีได้เป็นอันขาด” เจวี๋ยหวู่หมิงเยือกเย็นเป็นอย่างยิ่ง เขาทราบว่าโอกาสมีเพียงแค่ครั้งเดียว จะผิดพลาดไม่ได้เป็นอันขาด ดังนั้นจึงต้องทำสำเร็จได้ในครั้งเดียว เมื่อคิดได้แบบนี้ ความเคลื่อนไหวของเขาก็ยิ่งเชื่องช้าลง จนแทบจะไม่มีเสียงดังเลยด้วยซ้ำ แล้วก็ได้คืบคลานเข้าไปใกล้กวางเหลืองตัวนั้นอย่างระมัดระวังและรอบคอบ สามสิบหมี่ ยี่สิบหมี่ สิบหมี่ ห้าหมี่…… ในทีแรกกวางเหลืองที่แทบจะไม่ทันสังเกตเห็น ยังคงกินอาหารอยู่อย่างออกรส ทันใดนั้นก็คล้ายกับตรวจสอบพบอันตรายบางอย่าง โดยที่อยู่ในท่วงท่าเตรียมวิ่งหนี น่าเสียดายที่สายไปแล้ว! ซวบ! เงาดำสายหนึ่งได้พุ่งปราดออกจากพุ่มไม้เหมือนลูกธนูหลุดจากแหล่ง เขี้ยวพิษสองข้างแทบจะไม่ต่างอะไรไปจากมีดสั้น ทั้งคมกริบทั้งสาดเป็นประกายเย็นวูบวาบ ไม่ทันไรก็ได้ฝังผ่านเนื้อหนังของกวางเหลืองไป กวางเหลืองแตกตื่นจนขวัญกระเจิง เมือกพิษได้ซึมผ่านเข้าสู่ร่างกาย สองขาเกิดเป็นอาการชาด้าน ร่างกายล้มตึงกระแทกชนกับพื้น เจวี๋ยหวู่หมิงได้ขยับร่างกายใช้ทักษะบีบรัดคร่าชีวิต จนทำให้ทั่วร่างกายที่เป็นงูกลายเป็นเหมือนเหล็กกล้าขึ้นมา โดยที่ทั้งบีบทั้งรัดกวางเหลืองเอาไว้จนแน่น ไม่ทันไร ก็ได้ยินเสียงของกระดูกดัง “กร๊อบกร๊อบ” หลังผ่านไปสักพัก เจวี๋ยหวู่หมิงจึงค่อยคลายแรงบีบของส่วนหาง ก็พบได้ว่ากวางเหลืองตัวนี้ไม่มีลมหายใจอีกแล้ว จนกระดูกตลอดทั้งร่างแตกละเอียด จนอ่อนปวกเปียกเหมือนโคลนตมกองหนึ่ง หลังจากที่ได้ลิ้มรสชาติอาหารมื้อใหญ่ไปอย่างตะกละตะกลาม ระดับขั้นของเจวี๋ยหวู่หมิงก็ได้เพิ่มพูนขึ้นมาเหมือนก้าวกระโดดอีกครั้ง จนเข้าถึง【สัตว์ป่าสามัญ(77%)】ไปกันแล้ว ร่างกายของกวางเหลืองที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพลังอันมากมาย ก็ย่อมต้องเหนือกว่าสัตว์กินพืชขนาดเล็กกตัวอื่นๆ จะสามารถเทียบกันได้อยู่แล้ว จากประสบการณ์การล่าเหยื่อหลายต่อหลายครั้ง เขาก็ยิ่งรู้ถึงพละกำลังของตัวเองขึ้นมาแล้ว ก่อนหน้านี้ที่ก็ช่างเป็นความหวาดระแวงกันเกินควรไปแล้ว มีแต่ขวัญกล้าเท่านั้นที่จะประคำประคองให้รอดจากความตายได้ แต่ถ้าขวัญอ่อนก็มีแต่มีแต่จะหิวตายเท่านั้น เขาก็ได้ตัดสินใจขอลองเสี่ยงดูด้วยสักตั้งก็แล้วกัน! และเป้าหมายรายต่อไป เขาเองก็ได้เลือกเอาไว้เรียบร้อยแล้ว นั่นก็คือหมูป่าภูเขาที่มีรูปร่างใหญ่โตตัวหนึ่ง ที่ทั้งตัวเต็มไปด้วยขนดกดำ มีลำตัวที่หนาเตอะ ไขมันที่อยู่ในกาย ได้ทำให้มันมีน้ำหนักมากถึงหลายร้อยจิน (1จิน=500กรัม) เจวี๋ยหวู่หมิงได้เคยเห็นมันอยู่หลายต่อหลายครั้ง แต่เป็นเพราะความรอบคอบ จึงไม่ได้ไปรังควานมัน แต่ถึงอย่างไรตอนนี้ก็ไม่ได้เป็นเหมือนอย่างที่แล้วมา พละกำลังของเจวี๋ยหวู่หมิงที่ได้เพิ่มพูนขึ้นมากโขแล้ว อีกทั้งยังไม่ได้มีความเร็วในการเลื่อนขั้นเหมือนกับหอยทากคืบคลานอีกต่อไปแล้ว เขาเชื่อว่า ถ้าหากสามารถกลืนกินหมูป่าภูเขาตัวนี้ได้ ตัวเองก็มีความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่จะสามารถทะลวงเข้าสู่ระดับขั้นต่อไปได้ในเวลาอีกไม่นาน...

    นิยายแนะนำ

    (ฟรี35ตอน) ผมสะดวกแบบนี้ ไอสายหื่นกับระบบล่าแต้ม 18+

    (ฟรี35ตอน) ผมสะดวกแบบนี้ ไอสายหื่นกับระบบล่าแต้ม 18+

    นิยาย อีโรติก
    213K 674
    มหาสงครามแห่งโชคชะตา(Fate Online)

    มหาสงครามแห่งโชคชะตา(Fate Online)

    นิยาย เกมออนไลน์
    10K 328
    ทะลุมิติมาอยู่ในร่างสาวน้อยพร้อมระบบเส็งเคร็งยุค 70

    ทะลุมิติมาอยู่ในร่างสาวน้อยพร้อมระบบเส็งเคร็งยุค 70

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    3K 158
    ตำนานจอมปลอม: เทพเซียนแห่งสองโลก

    ตำนานจอมปลอม: เทพเซียนแห่งสองโลก

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    183 3
    ลิขิตฟ้าภรรยาสลับร่าง

    ลิขิตฟ้าภรรยาสลับร่าง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    11K 30
    ตำนานแห่งซีน : มรดกแห่งสวรรค์ (ตีพิมพ์ สนพ. อาเธน่า)

    ตำนานแห่งซีน : มรดกแห่งสวรรค์ (ตีพิมพ์ สนพ. อาเธน่า)

    นิยาย แฟนตาซี
    4K 15
    (อ่านฟรี) PWP | สีสวาท ONS

    (อ่านฟรี) PWP | สีสวาท ONS

    นิยาย อีโรติก
    6K 45
    เมฆาอคิราห์ ภาค ทีมเวทข้ามฟ้า

    เมฆาอคิราห์ ภาค ทีมเวทข้ามฟ้า

    นิยาย แฟนตาซี
    343 3
    God power ลองมาเป็นพระเจ้าแทนตรูดูบ้างมั๊ย

    God power ลองมาเป็นพระเจ้าแทนตรูดูบ้างมั๊ย

    นิยาย แฟนตาซี
    5K 4
    ตำนานกล้า:หมัดสุดท้ายผู้กอบกู้แผ่นดิน

    ตำนานกล้า:หมัดสุดท้ายผู้กอบกู้แผ่นดิน

    นิยาย แฟนตาซี
    430 21