บทที่ 23 เมิ่งว่านถังช่วยชีวิตคน (รีไรต์)
ดวงตาของเมิ่งว่านถังเบิกกว้างขึ้นทันที คำหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวโดยไม่รู้ตัว : ของใหญ่
เมื่อก่อนตอนที่เธอเห็นคำนี้ เคยลองค้นหาดูว่ามันหมายความว่าอย่างไร หลังจากที่ค้นหาเสร็จ เธอก็บล็อกเพื่อนสนิทของตัวเองทันที แล้วให้ยัยนั่นกลับไปทบทวนตัวเองสามสิบวัน
การทำร้ายจิตใจคนโสดมันสนุกตรงไหน?
เมิ่งว่านถังอยากจะเบนสายตาไปทางอื่น แต่ดวงตากลับไม่เชื่อฟัง เหมือนถูกตรึงไว้ที่จุดหนึ่งตลอดเวลา
“ดูดีไหม?”
น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความโกรธอย่างเจือจาง
“ก็ใช้ได้นะ?” เมิ่งว่านถังทำหน้าไร้เดียงสา
ไม่รู้ว่าทำไม ประโยคสุดคลาสสิกถึงดังก้องอยู่ในหัวของเธอ
“คุณผู้หญิง คุณพอใจกับสิ่งที่เห็นไหม?”
เมิ่งว่านถังไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ หลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ ใบหน้าของใครบางคนก็มืดลงอย่างเห็นได้ชัด
“เอ่อ ฉันอยากถามว่าคุณหิวน้ำไหม? อยากดื่มน้ำสักหน่อยไหม?” เมิ่งว่านถังรีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนา เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะโกรธ
“ไม่ต้อง”
ลู่ชิงเหยี่ยจ้องมองเธอด้วยดวงตาเ็า
สายตาทั้งคู่ประสานกัน
เมิ่งว่านถังรู้สึกสงสัยเต็มหัวใจ ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
ทันใดนั้น เธอก็นึกอะไรขึ้นได้ เธอจึงโน้มตัวไปข้างหน้า เอื้อมมือไปดึงผ้าห่มมาคลุมเขาให้เรียบร้อย
ลู่ชิงเหยี่ย “...”
เมิ่งว่านถัง “???”
ทำไมสีหน้าเขาถึงได้บูดบึ้งขึ้นเรื่อย ๆ
“เอ่อ คุณอยากเข้าห้องน้ำหรือเปล่า”
แม้ว่าเมิ่งว่านถังจะไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิดไป แต่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายดูอารมณ์ไม่ค่อยดี ทั้งยังเป็ป่วย เธอจึงต้องมีความอดทนมากขึ้น
“ไม่ไป”
ลู่ชิงเหยี่ยปฏิเสธอย่างเ็า
“ไม่ต้องเขินหรอก ถึงเราจะไม่ค่อยสนิทกัน แต่ก็มีลูกด้วยกันตั้งสามคนแล้ว นับว่าเป็คู่สามีภรรยากันแล้วนะ” เมิ่งว่านถังก้มตัวลงหยิบกะละมังส่งให้เขาอย่างเอาใจใส่ ทั้งยังเบือนหน้าหนีไปทางอื่นด้วย
ลู่ชิงเหยี่ยสูดหายใจเข้าลึกๆ พูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเ็าว่า “ฉันบอกว่าไม่ได้จะเข้าห้องน้ำจริง ๆ”
เมิ่งว่านถัง “ไม่ต้องอายนะ”
“เธอเห็นว่าฉันอายตรงไหน” ลู่ชิงเหยี่ยเงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยสายตาดุดัน
เนื่องจากไม่ได้สวมเสื้อ เผยให้เห็นแผงอกที่กำยำ กล้ามแขนเป็มัดๆ เต็มไปด้วยพลัง ประกอบกับดวงตาที่ดุดันและเต็มไปด้วยความรุนแรง
ดูน่ากลัวจริง ๆ
แถมยังดุร้ายสมชื่ออีกด้วย
“งั้นคุณกินข้าวก่อนเถอะ ฉันจะไปซักผ้าให้ ไม่งั้นทิ้งไว้แบบนี้ทั้งคืนเดี๋ยวมันจะเหม็นอับ” เมิ่งว่านถังจึงตัดสินใจหลบเลี่ยง
“ไม่ต้อง ฉันซักเองได้” แววตาของลู่ชิงเหยี่ยฉายแววตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด
เมิ่งว่านถังคิดว่าเขาอาย “ถ้าไม่ซักเสื้อผ้าพวกนี้ ก็จะไม่มีอะไรเปลี่ยนนะ”
“ไม่ใช่...”
ลู่ชิงเหยี่ย อยากจะอธิบายแต่ก็พูดไม่ออก
ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เมิ่งว่านถังก็หยิบเสื้อผ้าออกไปแล้ว
เธอไปที่อ่างล้างมือ วางเสื้อผ้าไว้ข้าง ๆ เปิดก๊อกน้ำ กำลังจะซักผ้า ใครจะรู้ว่ามีผ้าสีเทาชิ้นหนึ่งร่วงออกมาจากข้างใน
เธอหยิบขึ้นมาดู ใบหน้าพลันแดงก่ำราวกับถูกไฟเผาในทันที
…
กว่าเมิ่งว่านถังจะซักผ้าเสร็จ ท้องฟ้าก็มืดแล้ว
อันที่จริงเธอไม่อยากกลับไปเลย
แต่การทิ้งคนป่วยไว้ที่สถานีอนามัยก็เป็เื่ที่ไร้มนุษยธรรมเกินไป
เธอเดินเข้าไปในห้องอย่างเชื่องช้า ไม่มองหน้าลู่ชิงเหยี่ย แล้วล้มตัวลงนอนบนเตียงอีกฝั่ง พลางพูดทั้งที่หลับตาว่า “ถ้าคุณ้าความช่วยเหลืออะไรก็เรียกฉันนะ ฉันจะงีบหลับสักหน่อย”
นอกจากจะรู้สึกอึดอัดใจแล้ว เธอก็เหนื่อยมาก
วันนี้เธอวิ่งไปวิ่งมาเพื่อตามหาลู่ชิงเหยี่ยเป็ระยะทางหกกิโลเมตรเกือบหกกิโลเมตร
ร่างกายของเ้าของร่างเดิมค่อนข้างอ่อนแอมาก ปกติไม่เคยทำงานหนัก และซักแค่เสื้อผ้าของตัวเองเท่านั้น เส้นทางที่ไกลที่สุดที่เธอเคยเดิน อาจเป็เพียงระยะทางจากบ้านของพวกเขาไปยังไร่ข้าวโพดด้านหน้าเท่านั้น
ตอนนี้เธอทนไม่ไหวแล้ว
พอหัวแตะหมอนก็หลับในทันที
ลู่ชิงเหยี่ยก็รู้สึกอึดอัดใจเช่นกัน เขาปรายตามองหญิงสาวที่อยู่อีกฝั่ง เมิ่งว่านถังใน่สองวันนี้ทำให้เขารู้สึกสับสนไม่น้อย ผู้หญิงคนนี้เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ทำให้เขาเดาความคิดในใจของเธอไม่ออก
่กลางดึก เมิ่งว่านถังถูกปลุกด้วยเสียงร้องไห้
เธอหันไปมองดูลู่ชิงเหยี่ยก่อน พบว่าเขานอนหลับไม่สงบ คิ้วขมวดอยู่ตลอดเวลา เธอจึงเอามือแตะหน้าผากของเขา อุณหภูมิปกติ ไม่ได้มีไข้
เมิ่งว่านถังถอนหายใจอย่างโล่งอก เดินไปที่ประตู ตั้งใจจะออกไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น
“เป็ไปไม่ได้ เขายังหนุ่มแน่นขนาดนี้ จะตายได้ยังไง?”
คนที่ร้องไห้ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็เหมียวอิ๋นฮวา
“คุณหมอ ช่วยมาดูหน่อยว่าเขาเป็อะไร ทำไมถึงเป็แบบนี้ เมื่อกี้ตอนที่คุณออกมา เขายังบอกกับฉันเลยว่าไม่เป็อะไร แล้วจู่ ๆ เขาจะตายได้ยังไง” เหมียวอิ๋นฮวามองหมอด้วยความสิ้นหวัง
หมอเดินเข้าไปนั่งยองๆ ตรวจดูอย่างละเอียด ขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “คนไข้ไม่หายใจแล้ว คุณเตรียมงานศพเถอะครับ”
“หนิวเอ้อร์ยังไม่ตาย หนิวเอ้อร์จะไม่ตาย คุณหมอ คุณช่วยดูอีกทีได้ไหม? ดูสิว่าเขาหลับไปเฉย ๆ หรือเปล่า” เหมียวอิ๋นฮวาดึงตัวหมอไว้ ไม่ยอมให้เขาไปไหน
หมอลุกขึ้น เตรียมเดินจากไป
เมิ่งว่านถังเมื่อได้ยินคำพูดของเหมียวอิ๋นฮวา ก็รีบวิ่งออกไปทันที เห็นหนิวเอ้อร์นอนอยู่บนเตียงคนไข้โดยไม่มีลมหายใจ จึงะโทันทีว่า “ทุกคนถอยออกไป อย่ามายืนล้อมอยู่ตรงนี้”
พูดจบ เธอก็เข้าไปทำการช่วย CPR ให้หนิวเอ้อร์
“เธอจะทำอะไร? อย่ามาแตะต้องลูกชายของฉันนะ” คนอื่น ๆ ยังไม่ทันตั้งตัว แม่ของหนิวเอ้อร์ก็พุ่งเข้ามาดึงตัวเมิ่งว่านถังออก “นังผู้หญิงแพศยา หน้าด้าน ออกไปให้ห่างจากลูกชายฉันเดี๋ยวนี้นะ”
ถังฮุ่ยฟางก็เข้ามาดึงตัวเมิ่งว่านถังเช่นกัน “เธอกำลังทำอะไร? ที่นี่คือโรงพยาบาล ไม่ใช่ที่ที่เธอจะมาทำเื่เหลวไหล”
เมิ่งว่านถังไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้เอาความมั่นใจมาจากไหนถึงได้มาต่อว่าเธอ ผู้หญิงคนนี้ไม่รู้หรือไงว่าเธอกำลังทำ CPR เพื่อช่วยชีวิตคนไข้อยู่?
“เธอไม่รู้เหรอว่าฉันกำลังทำอะไร?”
น้ำเสียงของเมิ่งว่านถังเ็า ทว่ามือยังคงทำ CPR ให้หนิวเอ้อร์ต่อไป
ในห้องผู้ป่วยมีคนอยู่เต็มไปหมด ถังฮุ่ยฟางรู้สึกเสียหน้า จึงพูดว่า “เธอทำ CPR ตอนนี้มันจะมีประโยชน์อะไร? เขาตายไปแล้ว”
“ใช่ ลูกชายของฉันตายไปแล้ว อย่ามาทำให้ลูกชายฉันตายอย่างไม่สงบ” แม่ของหนิวเอ้อร์แรงเยอะมาก เกือบจะลากตัวเมิ่งว่านถังออกไปได้
ทว่าแววตาของเมิ่งว่านถังฉายแววความโกรธออกมาทันที “ไสหัวไป! อย่ามารบกวนฉันช่วยคนไข้! ถ้าพวกคุณยังขัดขวางอีกหนิวเอ้อร์ก็จะตายจริง ๆ!”
หนิวเอ้อร์น่าจะหัวใจวายเฉียบพลัน ยังพอมีโอกาสที่ช่วยชีวิตเขาได้
เธอไม่รู้ว่าจะสำเร็จหรือเปล่า แต่ก็ต้องลองดู
เหมียวอิ๋นฮวาเป็ผู้หญิงคนแรกที่แสดงความหวังดีต่อเธอหลังจากที่เธอลืมตามาในโลกนิยายแห่งนี้
ทันใดนั้น เหมียวอิ๋นฮวาก็พุ่งเข้ามาผลักแม่ของหนิวเอ้อร์และถังฮุ่ยฟางออกไป ะโอย่างบ้าคลั่งว่า “อย่ามาแตะต้องเธอ!”
แม่ของหนิวเอ้อร์ถึงกับตะลึง ไม่คาดคิดว่าลูกสะใภ้จะกล้าลงมือกับตัวเอง “หล่อนมันบ้าไปแล้ว! หล่อนต่างหากที่ควรไสหัวไปออกไปจากบ้านของฉัน นังตัวกาลกิณี!”
“ฉันจะไป! ตอนนี้พวกคุณนั่นแหละ ออกไปจากที่นี่ซะ”
สายตาโกรธเกรี้ยวของเหมียวอิ๋นฮวาดูน่ากลัวกว่าผีร้ายเสียอีก ราวกับว่าถ้าใครไม่ออกไป เธอจะกระโจนเข้าไปกัดคนนั้นให้ได้
เธอรู้ว่าเมิ่งว่านถังมีความรู้ทางการแพทย์อยู่บ้าง แต่ไม่รู้ว่าจะช่วยได้มากแค่ไหน
แต่หมอที่สถานีอนามัยไม่ยอมช่วยหนิวเอ้อร์ ในขณะที่เมิ่งว่านถังยินดีที่จะช่วย
ดังนั้น เธอจึงเลือกยืนอยู่ข้างเมิ่งว่านถัง
“นังดาวหายนะ อย่ามาแตะต้องลูกชายของฉันนะ”
แม่ของหนิวเอ้อร์พุ่งเข้ามาจะฉีกกระชากเหมียวอิ๋นฮวา
เหมียวอิ๋นฮวาตาแดงก่ำ คว้ามือของเธอไว้ แล้วผลักคนออกไปอย่างแรง พร้อมกับะโอย่างบ้าคลั่งว่า “พวกคุณออกไปให้หมด ออกไปนะ ออกไปเดี๋ยวนี้!”
เธอไล่ทุกคนออกไปราวกับคนบ้า
จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นทันที
เมิ่งว่านถังจดจ่ออยู่กับการช่วยชีวิตผู้ป่วย เหงื่อผุดตามหน้าผากหยดลงมาเป็เม็ดใหญ่
ไม่สามารถหยุดได้!
ก็ไม่อาจหยุดได้แล้ว
ถ้าหยุด หนิวเอ้อร์ก็จะหมดหวังโดยสิ้นเชิง
เหมียวอิ๋นฮวาคลานเข้ามา คุกเข่าลงข้างเตียง มองดูชายอันเป็ที่รักที่ยังไร้สัญญาณชีพ ร้องไห้พลางพูดว่า “ทำไมพี่ถึงไม่ตื่นล่ะ? แม่ของพี่จะไล่ฉันออกจากบ้านแล้ว นับจากนี้ไป ฉันก็ไม่มีบ้านอีกแล้ว!”
“พี่รีบตื่นขึ้นมาเถอะนะ ได้โปรด?”
...
เหมียวอิ๋นฮวาร้องไห้อย่างน่าเวทนาอยู่ข้าง ๆ สักพักก็เงียบไป
เมิ่งว่านถังพูดด้วยน้ำเสียงเข้มงวด “พี่สะใภ้ คุยกับหนิวเอ้อร์ต่อไป อย่าหยุด พูดต่อไปเรื่อย ๆ”
สมองของเหมียวอิ๋นฮวาหยุดคิดไปแล้ว เธอทำตามคำสั่งของเมิ่งว่านถังเท่านั้น
หญิงที่แทบไร้เรี่ยวแรงยังเรียกเรียกสามีไม่หยุด
คนข้างนอกยังคงเคาะประตูไม่หยุดหย่อน
แม่ของหนิวเอ้อร์ะโด่าทอ “เปิดประตู! รีบเปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้นะ!”
“พังประตูซะ”
…
ไม่ว่าคนข้างนอกจะด่าทอสาปแช่งรุนแรงเพียงใด เมิ่งว่านถังกับเหมียวอิ๋นฮวาก็ไม่ได้รับผลกระทบแม้แต่น้อย
ในตอนที่เมิ่งว่านถังเริ่มหมดหวัง หัวใจของหนิวเอ้อร์ก็กลับมาเต้นอีกครั้ง
เธอทรุดตัวลงนั่งกับพื้น
เหมียวอิ๋นฮวาร้องไห้โฮออกมาทันที
“ร้องไห้ทำไม?” เมิ่งว่านถังเหนื่อยจนพูดไม่ออก
ดวงตาของเหมียวอิ๋นฮวาร้องไห้จนบวม เธอพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “สามีฉันตายแล้ว ยังต้องถามอีกเหรอว่าฉันร้องไห้ทำไม”