หลังจากที่ตกลงและบอกลาเพื่อนร่วมงานเป็ที่เรียบร้อยแล้วหลังจากนั้น 2 วัน เปี่ยมรักก็ได้มาอยู่ ณสนามบินสุวรรณภูมิเพื่อรอขึ้นเครื่องบินไปยังอิตาลี
ระหว่างที่นั่งรอ เธอก็หันไปมองผู้คนรอบๆ ตัว ทำให้รู้สึกใจหาย ถึงแม้จะจากเมืองไทยไปแค่ไม่นาน (เธอคิดเอาเอง)แต่ก็รู้สึกใจหายเหมือนกัน ที่ต้องห่างจากแม่และเพื่อนรักอย่างหมอนอิงในชีวิตเธอเหลือแค่แม่คนเดียว เพราะว่าพ่อเธอเสียชีวิตไปหลายปีแล้วด้วยความเป็ห่วงแม่ เธอจึงฝากให้หมอนอิงช่วยดูแลระหว่างที่เธอไม่อยู่เมืองไทย จึงทำให้เธอค่อยวางใจลงได้หน่อย
“เป็อะไรไป ทำไมหน้าเศร้าขนาดนั้น” อัคราฟถามขึ้นเมื่อมองไปเห็นใบหน้าเศร้าๆของเปี่ยมรัก
“ก็คนมันกำลังจะจากคนที่รักและบ้านเกิดไปอยู่ต่างถิ่นใครมันจะไปยิ้มออกล่ะคะ”
เมื่ออัคราฟได้ยินว่าคนที่รัก คิ้วกระตุกทันที เขาให้เออโตสืบมาแล้วนี่เปี่ยมรักยังไม่มีแฟนไม่ใช่หรอ แล้วคนที่รักน่ะ เธอหมายถึงใครหรือว่าเออโตจะสืบไม่ละเอียด
“นี่ คุณมีแฟนแล้วหรอ”
“ถามทำไมคะ”
“ก็คุณบอกว่าต้องจากคนที่รักไปไง”
“นั่นฉันหมายถึงแม่ฉันต่างหากค่ะ”
เมื่อได้ยินว่าแม่ อัคราฟแทบหุบยิ้มไม่ได้เลย ดีใจจนบอกไม่ถูก
“สรุปก็คือคุณยังไม่มีแฟนน่ะสิ ใช่มั้ย”
“ใช่ค่ะ ว่าแต่มันเกี่ยวอะไรกับคุณด้วยคะกับการที่ฉันจะมีแฟนหรือไม่มี”
“ผมก็กลัวว่าเดี๋ยวแฟนคุณจะตามมาไง จะทำให้คุณทำงานได้ไม่เต็มที่”
“วางใจเถอะค่ะท่านประธาน ฉันไม่มีแฟนหรอกค่ะและจะทำงานชดใช้เงินของคุณให้เต็มที่เลยค่ะ”
“รู้ตัวก็ดี”
เมื่อได้เวลาขึ้นเครื่อง ทั้งคู่ก็ขึ้นมานั่งชั้นเฟิร์สคลาสซึ่งทั้งชั้นนั้นมีแค่ 3 คน คือ อัคราฟ เปี่ยมรัก และเออโตเปี่ยมรักถึงกับตาโต เมื่อเห็นความหรูหราของชั้นเฟิร์สคลาส แล้วยังใเพิ่มอีกที่ทั้งชั้นมีพวกเขาแค่ 3 คน จึงถามอัคราฟ
“เอ่อ ทำไมมีเราแค่ 3 คนล่ะคะ”
“นี่คุณขึ้นเครื่องมากับใคร”
“กับคุณไง”
“ก็ใช่ไง กับผม แล้วผมก็เป็ประเภทที่ไม่ชอบคนเยอะซะด้วยผมชอบอะไรที่เป็ส่วนตัว ชั้นนี้ทั้งชั้นผมเหมาหมดแล้วเพราะฉะนั้นคุณสามารถนั่งหรือนอนก็ได้ เต็มที่เลย”
เปี่ยมรักได้ยินก็ใ และบ่นกับตัวเองเบาๆ “แหม เป็คนรวยนี่มันดีจริงๆ ”
อัคราฟที่อยู่ข้างได้ยินเธอบ่น ก็ยิ้มและเอ่ยบอกเธอ
“สนใจมาเป็เมียคนรวยมั้ยล่ะ”
“หืม” เปี่ยมรักเมื่อได้ยินก็รู้สึกขนลุก “ไม่ล่ะค่ะ เชิญไปหาเอาข้างหน้าเถอะค่ะ”
“เป็เมียคนรวย สบายไปทั้งชาติเลยนะ ไม่สนหรอ น่ะ เอาไปคิดหน่อย”
“นี่คุณ ฉันไม่สนใจคุณหรอกนะฉันไม่ชอบที่ต้องไปสู้รบตบมือกับบรรดาผู้หญิงของคุณ”
“นี่คุณ ผมยังไม่ได้บอกสักคำเลย ว่าคนรวยที่ว่าคือผมคุณขี้ตู่นี่ เอ๊ะ หรือว่าคุณชอบผม”
เปี่ยมรักเมื่อได้ยินเขาแซวกลับมาก็ได้แต่อายหน้าแดงที่คิดไปเองว่าเขาพูดถึงตัวเอง
“เื่คนรวยฉันอาจจะเข้าใจผิด แต่เื่ที่ถูกต้องคือฉันไม่ได้ชอบคุณค่ะ คุณไม่ใช่สเปกฉันค่ะ”
อัคราฟ เมื่อได้ยินเปี่ยมรักบอกว่า ตัวเองไม่ใช่สเปกก็ของขึ้น
“ทำไม ผมมันไม่ดีตรงไหน ผมออกจะทั้งหล่อ ทั้งรวยสาวๆทั่วโลกล้วนอยากเป็แฟนผม”
“นั่นแหละค่ะ ข้อเสียของคุณที่ทำให้คุณไม่ใช่สเปกของฉัน”
“นี่คุณ คุณปกติป่ะเนี้ย ที่เอาเื่ดีๆมาเป็เหตุผลในการคบคน”
“คนเราชอบไม่เหมือนกันค่ะ คุณคิดว่าดี นั่นก็เื่ของคุณ”
“แต่ผมอยากให้เป็เื่ของคุณไง” อัคราฟเผลอหลุดปากไปจึงรีบพูดกลบเกลื่อน
“ไม่ชอบก็เื่ของคุณ พักผ่อนได้แล้ว เดี๋ยวต้องเดินทางอีกนาน”
“ค่ะ”
เมื่อได้ยินคำสั่ง เปี่ยมรักจึงนอนตะแคงด้านข้างให้อัคราฟและหลับตาลง ไม่นานเธอก็หลับจริงๆ อัคราฟเมื่อเห็นดังนั้นจึงห่มผ้าห่มคลุมตัวเธอเมื่อเห็นว่ามันบางไป จึงเอาผ้าห่มของตัวเองห่มทับเข้าไปให้เธออีกชั้นจะได้นอนสบาย เมื่อห่มเสร็จก็นั่งลงมองหน้าเปี่ยมรักที่ตอนนี้หันมาทางเขาแล้ว
เขาก็งงกับตัวเองเหมือนกันว่า คนระดับเขา เจอแต่ผู้หญิงสวยๆหรือถ้าอยากได้แฟนสวยๆสักคนก็เป็เื่ง่ายมาก แต่ทำไมเขาถึงรู้สึกชอบเธอมากั้แ่ครั้งแรกที่เห็นรูปของเธอในใบประวัติพนักงานเขาพิศใบหน้ารูปไข่อันเกลี้ยงเกลาของเปี่ยมรักไป ก็ยิ้มไป จะเป็เพราะอะไรก็ช่างแต่เขาแน่วแน่แล้วว่า ไปอิตาลีครั้งนี้ เขาจะต้องมีเมียที่ชื่อว่าเปี่ยมรักแน่นอน
ใช้เวลายาวนานถึง 11 ชั่วโมงก็มาถึงเมืองโรมประเทศอิตาลี เครื่องบินลงจอดที่สนามบินโรม ฟูมิชิโน ประเทศอิตาลีเมื่อเครื่องบินลงจอดเรียบร้อยแล้ว แต่เปี่ยมรักยังไม่มีท่าทีว่าจะตื่นอัคราฟจึงก้มลงไปอุ้มเปี่ยมรักในท่าเ้าสาวเพื่อพาลงจากเครื่องบินเออโตซึ่งเดินตามเ้านายไป ได้แต่ส่ายหน้า ไม่คิดว่าเ้านายของเขาจะหลงรักเปี่ยมรักเข้าจริงๆตอนแรกที่ให้ไปหาข้อมูลเขานึกว่าแค่หลงของแปลกเพราะเปี่ยมรักไม่ได้สวยเท่าพวกนางแบบที่เ้านายเขาควงเลยสักนิด
เมื่อลงมาถึงข้างล่างก็มีรถหรูมารอรับพวกเขาอัคราฟวางเปี่ยมรักลงที่เบาะแล้ว เธอก็ยังไม่ตื่น จนอัคราฟได้แต่ยิ้มเอ็นดูในความขี้เซาของเธอ
“แม้แต่ตอนนอนก็ยังน่ารัก”
เออโต ได้แต่กรอกตากับความคลั่งรักของเ้านาย
“กลับบ้านเลย” อัคราฟบอกคนขับรถเพื่อจะได้ให้เปี่ยมรักได้นอนสบายๆ
“เอ่อ...เ้านายครับ ไม่ไปที่ออฟฟิศก่อนหรือครับมีงานรออยู่นะครับ”
“กลับบ้านเลย งานค่อยเคลียร์พรุ่งนี้”
“ครับ”
เมื่อรถเลี้ยวเข้าจอดหน้าคฤหาสน์หรูหราอย่างกับพระราชวังแล้วอัคราฟก็ลงมา กำลังจะอุ้มเปี่ยมรัก แต่เธอดันตื่นขึ้นมาก่อน จึงปัดมือเขาออก
“จะทำอะไรคะ”
“จะอุ้มคุณลงจากรถไง ก็เห็นหลับอยู่”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันเดินเองได้ เอ่อว่าแต่เมื่อกี้ ตอนลงจากเครื่อง คุณก็อุ้มฉันลงหรอคะ”
“ใช่ เห็นหลับสบายอยู่ ไม่อยากปลุก ก็เลยถือวิสาสะอุ้มเลย”
“คุณนี่ ฉันไม่ใช่คนขี้เซาสักหน่อย แค่ปลุก ฉันก็ตื่นแล้ว”
“หรอ ขนาดผมอุ้มลงจากเครื่องจวบจนนั่งรถมาถึงบ้านคุณเพิ่งตื่นเอง นี่หรือปลุกง่าย”
ด้วยความอายที่เขาจับได้ว่าเธอขี้เซา จึงรีบเปลี่ยนเื่
“ว่าแต่ที่นี่ที่ไหนหรือคะ เราไม่ได้มาเที่ยวพระราชวังใช่มั้ยคะ”
“นี่บ้านผมเอง”
“บ๊ะ...บ้านหรือคะ”
“ใช่”
“แล้วคุณพาฉันมาที่นี่ทำไมหรือคะ”
“ก็มาพักไง คุณต้องพักอยู่ที่นี่ ระหว่างที่อยู่อิตาลี”
“ห๊า เดี๋ยวฉันไปเช่าโรงแรมดีกว่าค่ะ สะดวกดี”
“ที่นี่ก็ออกจะใหญ่โต ห้องว่างเยอะแยะจะไปเช่าโรงแรมให้เสียเงินทำไม อยู่ที่นี่แหละ ประหยัดทุกอย่างคุณไม่ต้องเสียเงินสักบาทเลย”
ถึงแม้จะไม่อยากอยู่กับเขา แต่ก็ดีเหมือนกันนะ ได้เก็บเงินเต็มๆแถมเธอจะได้มีเงินไปเที่ยวด้วย อีกอย่างคือหน้าตาบ้านๆ อย่างเธอเขาคงไม่มีอารมณ์มาทำอะไรเธอหรอก
“งั้นก็ได้ค่ะ ฉันขอรบกวนด้วยนะคะ”
“ห้องคุณอยู่ชั้น 3 ห้องที่2 ขวามือนะ เดี๋ยวให้แม่บ้านพาคุณไป”
“ขอบคุณมากค่ะ งั้นฉันขึ้นไปก่อนนะคะ”
จากนั้นแม่บ้านก็พาเปี่ยมรักขึ้นไปยังห้องนอนความกว้างขวางอีกทั้งหรูหราของห้องนอนทำให้เธอใมากๆที่สำคัญบ้านของเขามีลิฟต์ด้วย เธอมาถึงห้องด้วยลิฟต์
เมื่อเข้ามาในห้องเธอก็จัดเสื้อผ้าเข้าตู้จากนั้นก็นอนกลิ้งไปมาอย่างสบายบนเตียงนอนขนาดใหญ่ นอนไปนอนมาก็เผลอหลับไปอีกรอบ
เมื่อคุยงานกับเออโตเสร็จ อัคราฟกะว่าจะขึ้นไปหาเปี่ยมรักเพื่อคุยเื่งานเลขาของเธอ แต่ก็พบว่าเธอนอนหลับไปอีกแล้วเขานั่งลงข้างๆ เธอ ใช้มือปัดปอยผมเธอออก ก่อนจะค่อยๆ ก้มหน้าลงไปจูบหน้าผากของเธออย่างแ่เบาจากนั้นก็ล้มตัวนอนข้างๆ กะว่าจะนอนเล่นๆ มองหน้าเธอไปพรางๆที่ไหนได้เขาดันเผลอหลับไปบนเตียงของเธอซะงั้น
.................................................................................................................................
อีเ้านายจอมคลั่งเนี้ย ไม่แ่เลยจริงๆ อยากรู้จัง ว่าตอนที่ตื่นขึ้นมาบนเตียงของน้องเนี้ยพระเอกของเราจะโอนอะไรบ้างนะ
ไรท์จะพยายามมาอัพให้บ่อยๆนะคะ