เมื่อปูเจ๊กเทียนขับมอเตอร์ไซค์ออกไปแล้ว เขาก็ขับกลับมายังตัวเมืองชิคาโกด้วยการเอียงจนล้มคว่ำ ร่างกระเด็นไปตามพื้นไปกระทบกับหัวดับเพลิง หัวดับเพลิงเกิดอาการจั๊กกะจี้หัวเราะออกมาว่า อุวะเวอะเหวอะ หุฮีฮีฮีฮี้ ปูเจ๊กเทียนก็มองแล้วสงสัยว่ามันเป็อะไร แต่ก็รีบคว้าเค้กปอนด์และเนยสดเหลวมาทาน แล้วนำเค้กปอนด์และเนยเหลวสดมาละเลงที่หัวดับเพลิง หัวดับเพลิงเกิดอาการร้องไห้เขย่าตัวและส่งเสียงอุวะเวอะเหวอะ หุฮีฮีฮีฮี้ อุวะเวอะเหวอะ หุฮีฮีฮีฮี้
นายจราจรกับเซียนยื่นหน้ามามองจ้องอาการแปลกๆของมัน นายจราจรจึงได้ยืนตรงโบกแขนขึ้นลงสลับซ้ายขวาไปมา ปูเจ๊กเทียนก็เริ่มส่ายเอวขั้นพรีเมียม แม่และลูกชายต่างจับมือกันเต้นรำ
เ้าหัวดับเพลิงก็เขย่าตัวอย่างหนักแล้วส่งเสียงอุวะเวอะเหวอะ หุฮีฮีฮีฮี้ และหัวดับเพลิงก็ะเิตูม
ทั้งหมดอยู่ในสภาพโลกใหม่เหมือนอยู่ในพื้นที่ดั่ง์ประทานให้ได้โปรดอย่าขับรถขับราเร็วเกินกำหนดไม่งั้นนายจราจรจะยกแขนโบกขึ้นลงสลับซ้ายขวาไปมา จราจรยืนงงดูปูเจ๊กเทียนหันหลังที่ยังส่ายเอวไม่หยุดก็ถีบมันไปสักป้าบ
ณ บน์เหนือเมฆปุกปุยเรียกอีกอย่างได้ว่าเมฆขนปุย ทั้งเซียน แม่ลูก จราจรได้เดินเข้าไปในปราสาทราชวังอันใหญ่โต ถึงหน้าประตูไม่มีใครเฝ้า ทั้งหมดก็เดินเข้าไปข้างใน
พบว่าเป็ห้องกว้างใหญ่ๆแบบพระราชวังคลาสสิค เซียนผู้ร้ายวัยกลางคนมีหนวดเคราสีเทานั่งอยู่บนบัลลังก์ กล่าวต้อนรับเซ๊ยนและอีกสามคนข้างหลัง
เซียนผู้ร้ายไม่พูดพร่ำทำเพลงได้เหาะเหินมายังกลุ่ม และเลยกลุ่มไปข้างนอกปราสาท ปูเจ๊กเทียนรีบหันกลับตามมันออกจากวัง พบเซียนผู้ร้ายกำลังใช้ไม้ตีฆ้องวงใหญ่เล่นอย่างสะใจให้ดู ปูเจ๊กเทียนไม่น้อยหน้านั่งขัดสมาธิและทำศีรษะหมุนไปรอบๆ เซียนผู้ร้ายเลยโกรธวางเครื่องดนตรีและพนมมือท่องคาถาหนึ่ง
หัวดับเพลิงตัวหนึ่งขึ้นมาเหนือเมฆ แต่เซียนผู้ร้ายต้องใว่าทำไมปูเจ๊กเทียนและคนอื่นไม่พยักหน้าขึ้นๆลงๆ
เซียนผู้ร้ายถึงกับยืนอ้าปากค้างฟันหลุดร่วง ได้ปรี่เข้าไปทุบหัวดับเพลิงสองสามที หัวดับเพลิงเกิดวิปลาศหันตัวมาฉีดน้ำพุ่งใส่เซียนผู้ร้ายให้กระเด็นตกจาก์ เมื่อต้องหล่นลงไป ไม่ทันได้ร้องเสียงหลงหนัก ร่างก็ได้ลอยขึ้นไปเหนือฟ้าสู่อวกาศ ร่างเซียนแข็งตายจากไป
ปูเจ๊กเทียนและจราจรอยากขอบคุณหัวดับเพลิงที่ไม่เป็ศัตรู มันช่วยกำจัดเซียนต้นตอที่ทำให้ชิคาโกปั่นป่วน
แต่เมื่อเซียนจะยื่นมือไปหาหัวดับเพลิง หัวดับเพลิงก็เกิดอาการร้องส่งเสียงอุวะเวอะเหวอะ หุฮีฮีฮีฮี้
เซียนและผองเพื่อนรีบโดดลงจาก์และใช้ร่มชูชีพ แต่ชูชีพกลับทำงานไม่ได้อีก
เวลาเส้นยาแดงผ่าแฝดขณะนี้เซียนและทุกคนคิดว่าแย่แล้ว หลับตา
พวกเขาลงไปเรื่อยๆ ลงมาเจอน้ำที่พุ่งออกจากหัวดับเพลิงกันเอาไว้ โชคดีเหลือเกิน
เมื่อเซียนผู้ร้ายได้สิ้นไป หัวดับเพลิงจึงไม่มีอาถรรพ์ ปูเจ๊กเทียนค่อยๆเอามือไปจับหัวดับเพลิง ปรากฏว่ามันนิ่งงันเหมือนเป็แค่สิ่งประดิษฐ์บนโลกธรรมดา เป็ธรรมชาติ "คุณจราจร หัวดับเพลิงที่เมืองนี้ทุกตัวกลับเป็สิ่งประดิษฐ์ธรรมดาแล้ว"
จราจรถอนหายใจ "เฮ้อ พ้นเคราะห์" แล้วก็หันหน้าเข้าหาถนนโบกแขนขึ้นลงซ้ายขวาสลับกันขาก้าวเดินก็แล้วแต่มันยังอยู่กับที่
ปูเจ๊กเทียนกล่าวอำลากับสองแม่ลูกที่สนามบิน และจู่ๆหัวปูเจ๊กเทียนก็เกิดพยักหน้าขึ้นๆลงๆอย่างไม่มีสาเหตุ
เื่มันจบแล้ว แต่ทำไมปูเจ๊กเทียนถึงได้พยักหน้าขึ้นๆลงๆ นายจราจราโผล่มาจากธรณีแทนหัวดับเพลิง นายจราจรได้โบกแขนขึ้นลงสลับซ้ายชวาขาก้าวอยู่กับที่ ปูเจ๊กเทียนเลยหยุดอาการพยักหน้าขึ้นๆลงๆและหัวเราะใส่นายจราจร
และปูเจ๊กเทียนก็โบกมือลา หันเข้าไปทางเครื่องบิน เขาแสวงหาความหมายของชีวิตต่อ
จบเืเซียน ภาคหัวฉีดน้ำดับเพลิง